วันพุธที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ขอสาปแชร์ไอ้ชาติชั่ว ที่มาหม่เหลือง ไร้เมตตาธรรม

พระโหด ทำร้ายสุนัข จับขาเหวี่ยงฟาดบันได เหตุกัดอาสนะเจ้าอาวาส


เป็นภาพที่มีคนวิจารณ์กันมากว่าทำได้อย่างไร สำหรับความโหดร้ายทารุณที่เกิดขึ้นกับสัตว์ 4 ขาที่อยู่ภายในวัด พฤติกรรมสุดโหดของพระรูปนี้ทำได้อย่างไร ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ถูกเผยแพร่ทั่วโลกออนไลน์ มีคนแสดงความเห็นตามมามากมาย ที่พระรูปหนึ่งจับขาหลังของสุนัขตัวหนึ่ง แล้วก็ฟาดลงไปกับขันบันไดอย่างแรง


ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในเขตพื้นที่ ต.หน้าพระธาตุ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี โดยประชาชนคนดังกล่าวได้ส่งภาพคลิปวิดีโอ พร้อมเขียนคำบรรยายประกอบภาพวิดีโอว่า "เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ 2 - 3 วันที่ผ่านมา ที่วัดหน้าพระธาตุ ต.หน้าพระธาตุ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี" โดยเนื้อหาเป็นภาพชายแต่งกายคล้ายพระสงฆ์ จับขาหลังทั้ง 2 ข้าง ของสุนัขตัวหนึ่ง ฟาดเข้ากับบันไดอย่างแรง 2 ครั้ง อย่างไม่ปราณี ทำให้สุนัขตัวดังกล่าวส่งเสียงร้องครวญครางอย่างน่าเวทนา

จากการสอบถามพระอภิวัฒน์ แซ่เตียว พระลูกวัดหน้าพระธาตุ ทราบว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำของ พระโสภล (ไม่ทราบนามสกุล) ซึ่งเป็นพระลูกวัดของวัดหน้าพระธาตุ บวชมาแล้ว 10 พรรษา โดยเหตุกาณณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ที่ผ่านมา เมื่อสุนัขพันธุ์ไทยเพศผู้สีขาว เข้าไปกัดอาสนะของเจ้าอาวาสวัดหน้าพระธาตุเสียหาย 1 ชิ้น พระโสภลจึงจับสุนัขฟาดกับบันไดดังกล่าว

พระอภิวัฒน์ กล่าวต่อว่า พระโสภลมีนิสัยชอบทารุณสัตว์ ด้วยการมักใช้หนังสติ๊ก หรือใช้ไม้ทุบตีอย่างรุนแรง แต่พระลูกวัดรูปอื่น ไม่มีใครกล้าต่อว่าเพราะพระโสภลมีพรรษาที่แก่กว่า โดยแต่ก่อนที่วัดเคยมีสุนัขอยู่กว่า 15 ตัว แต่ปัจจุบันได้หลบหนีหายไปจากวัดเหลือเพียง 3 ตัวเท่านั้น เนื่องจากโดนพระโสภลทารุณจนบาดเจ็บ 
เป็นภาพที่มีคนวิจารณ์กันมากว่าทำได้อย่างไร สำหรับความโหดร้ายทารุณที่เกิดขึ้นกับสัตว์ 4 ขาที่อยู่ภายในวัด พฤติกรรมสุดโหดของพระรูปนี้ทำได้อย่างไร ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ถูกเผยแพร่ทั่วโลกออนไลน์ มีคนแสดงความเห็นตามมามากมาย ที่พระรูปหนึ่งจับขาหลังของสุนัขตัวหนึ่ง แล้วก็ฟาดลงไปกับขันบันไดอย่างแรง

ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในเขตพื้นที่ ต.หน้าพระธาตุ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี โดยประชาชนคนดังกล่าวได้ส่งภาพคลิปวิดีโอ พร้อมเขียนคำบรรยายประกอบภาพวิดีโอว่า "เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ 2 - 3 วันที่ผ่านมา ที่วัดหน้าพระธาตุ ต.หน้าพระธาตุ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี" โดยเนื้อหาเป็นภาพชายแต่งกายคล้ายพระสงฆ์ จับขาหลังทั้ง 2 ข้าง ของสุนัขตัวหนึ่ง ฟาดเข้ากับบันไดอย่างแรง 2 ครั้ง อย่างไม่ปราณี ทำให้สุนัขตัวดังกล่าวส่งเสียงร้องครวญครางอย่างน่าเวทนา

จากการสอบถามพระอภิวัฒน์ แซ่เตียว พระลูกวัดหน้าพระธาตุ ทราบว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำของ พระโสภล (ไม่ทราบนามสกุล) ซึ่งเป็นพระลูกวัดของวัดหน้าพระธาตุ บวชมาแล้ว 10 พรรษา โดยเหตุกาณณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ที่ผ่านมา เมื่อสุนัขพันธุ์ไทยเพศผู้สีขาว เข้าไปกัดอาสนะของเจ้าอาวาสวัดหน้าพระธาตุเสียหาย 1 ชิ้น พระโสภลจึงจับสุนัขฟาดกับบันไดดังกล่าว

พระอภิวัฒน์ กล่าวต่อว่า พระโสภลมีนิสัยชอบทารุณสัตว์ ด้วยการมักใช้หนังสติ๊ก หรือใช้ไม้ทุบตีอย่างรุนแรง แต่พระลูกวัดรูปอื่น ไม่มีใครกล้าต่อว่าเพราะพระโสภลมีพรรษาที่แก่กว่า โดยแต่ก่อนที่วัดเคยมีสุนัขอยู่กว่า 15 ตัว แต่ปัจจุบันได้หลบหนีหายไปจากวัดเหลือเพียง 3 ตัวเท่านั้น เนื่องจากโดนพระโสภลทารุณจนบาดเจ็บ - See more at: http://news.bugaboo.tv/watch/73761/%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%9B%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%AB%E0%B8%94_%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%82%E0%B8%9F%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%94_%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%9E%E0%B8%AD%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B0.html#sthash.RNqXo5pK.dpuf

http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=filmbu&month=01-08-2013&group=2&gblog=261

Create Date : 01 สิงหาคม 2556

อย่างฮา ! ตำรวจอเมริกาขอชาวไทยแจ้งจับเณรคำ จะได้ทำหน้าที่ตำรวจสากล

อย่างฮา !
ตำรวจอเมริกาขอชาวไทยแจ้งจับเณรคำ
จะได้ทำหน้าที่ตำรวจสากล

รู้ว่าเณรคำอยู่ไหน แต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะไม่มีเจ้าทุกข์ หุหุ เจ้าทุกข์น่ะเพียบ แต่เขากลัวว่าแจ้งความแล้วจะไม่สุข รังแต่จะเพิ่มทุกข์ เพราะกลัวคนหาว่าโง่ เดี๋ยวนี้เขากลัวเณรคำกว่ากลัวผีซะอีก




จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน




ตร. ซานดิเอโก้ออกสื่อ จับ ‘สมีคำ’ ทันที ถ้ามีเจ้าทุกข์

แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : ตำรวจเชื้อสายลาวแห่ง “ซานดิเอโก้ พีดี” บอกชุมชนไทย-ลาว ต้องเข้าแจ้งความเอาผิด “อดีตพระเณรคำ” ในข้อหา “หลอกลวง” เพื่อจับกุมพระฉาวในช่วงที่รัฐบาลไทยยังไม่ได้ขอความร่วมมือ “ส่งผู้ร้ายข้ามแดน” มายังรัฐบาลสหรัฐฯ ชี้อดีตพระเณรคำยังออกบิณฑบาตที่วัดลาว ในริเวอร์ไซด์ แต่จับกุมไม่ได้ และไม่รู้จะอยู่ใน “สายตา” อีกนานเท่าใด

สยามทาวน์ยูเอส ได้รับการเปิดเผยจากกงสุล พีรินทร์ สุจริตกุล แห่งสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอส แอนเจลิส เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2013 ว่าทางสถานกงสุลใหญ่ฯ ได้รับการติดต่อจากนายตำรวจ โดนัลด์ ดวงปัญญา ซึ่งเป็นนายตำรวจอเมริกันเชื้อสายลาว แห่งสำนักงานตำรวจเมืองซานดิเอโก้ ขอความร่วมมือให้ทางสถานกงสุลฯ ช่วยรณรงค์ให้คนไทยในซานดิเอโก้ ที่เป็นเหยื่อการหลอกลวงของอดีตพระเณรคำ เข้าแจ้งความกับตน เพื่อจะได้จับกุมดำเนินคดี เพราะขณะนี้ทางตำรวจทราบที่หลบซ่อนของอดีตพระสงฆ์ผู้อื้อฉาวผู้นี้ว่าอยู่ในพื้นที่ อีกทั้งเกรงว่าหากรอการติดต่อประสานงานแบบรัฐบาลกับรัฐบาลในการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งจะต้องมีขั้นตอนมากมาย ตนเกรงว่าอดีตพระเณรคำจะเดินทางออกนอกพื้นที่ไปเสียก่อน

เกี่ยวกับเรื่องนี้ สยามทาวน์ฯ ได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายตำรวจโดนัลด์ ดวงปัญญา โดยตรงในช่วงเย็นของวันเดียวกัน ทราบว่านายตำรวจเชื้อสายลาวคนนี้ สังกัดหน่วยประสานงานกับชุมชนหลายวัฒนธรรม (Multi-Cultural Community Relations Office) ของ “ซานดิเอโก้ พีดี” ทำงานเน้นหนักไปที่ชุมชนไทยและลาว และร่วมกับหน่วยงานรักษากฎหมายอื่นๆ ทุกระดับ รวมถึงกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ​และ เอฟบีไอด้วย

“มิสเตอร์สุขผลได้หลอกลวงทั้งคนไทยและคนลาวเป็นจำนวนมาในซานดิเอโก้ ผมทราบดีและติดตามเรื่องนี้อยู่อย่างใกล้ชิด” นายตำรวจหนุ่มกล่าว และว่าขณะนี้ ตนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่สามารถทำอะไรกับอดีตพระฉาวรายนี้ได้ เพราะเป็นคดีข้ามชาติ (International case) และยังไม่ได้รับการติดต่อขอความร่วมมือจากรัฐบาลไทย แต่หากมีเจ้าทุกข์เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือคนลาว เข้ามาแจ้งความดำเนินคดีกับอดีตพระเณรคำ ตนก็สามารถจับกุมและดำเนินคดีกับอดีตพระเณรคำด้วยกฎหมายท้องถิ่นที่เหมาะสมได้

“ฟังดูเหมือนกับการให้เงินกับเขาเอง ไม่น่าจะเอาผิดได้ แต่ในทางกฎหมายแล้วมันทำได้ โดยเฉพาะคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (Financial Crime) หรือหากเหยื่อเป็นผู้สูงอายุ ก็จะทำคดีเป็นการหลอกลวงผู้สูงอายุ (Elder Abuse) ซึ่งเป็นเรื่องร้ายแรงได้”

นายตำรวจเชื้อสายลาวกล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมายังไม่มีเหยื่อของอดีตพระเณรคำออกมาแจ้งความ อาจจะเป็นเพราะความอาย หรือเหตุผลอื่นใดก็แล้วแต่ ตนจึงประสานงานไปยังสถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอส แอนเจลิส ให้ช่วยประชาสัมพันธ์ในเรื่องนี้ และว่าขอให้ผู้เสียหายให้คิดถึงส่วนรวม เพราะเพียงแค่ผู้เสียหายเพียงรายเดียวเข้ามาแจ้งความ ตนก็สามารถดำเนินการตามความเหมาะสมได้แล้ว

ถามว่าเหยื่อที่บริจาคเงินโดยไม่มีใบเสร็จรับเงินเป็นหลักฐาน จะเข้าแจ้งความได้หรือไม่ นายตำรวจเชื้อสายลาวตอบว่าทำได้ เพราะเป็นกรณีความเชื่อเกี่ยวกับศาสนา และเป็นคดีที่โด่งดังระดับสากล ที่ผู้รักษากฎหมายในซานดิเอโก้ ทราบเรื่องดีอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ตนจะรับแจ้งความได้เฉพาะเจ้าทุกข์ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในซานดิเอโก้เท่านั้น แต่ผู้เสียหายที่อยู่ในพื้นที่อื่น รวมถึงในนครลอส แอนเจลิส ต้องแจ้งความกับตำรวจในพื้นที่ ซึ่งตนไม่แน่ใจว่าจะได้รับความสนใจมากน้อยแค่ไหน

ถามว่าจากกรณีที่รัฐบาลได้ยกเลิกหนังสือเดินทางของอดีตพระเณรคำแล้ว ซึ่งหมายความว่าวีซ่าสำหรับอยู่ในอเมริกาก็ถูกยกเลิก และทำให้เขาอยู่แบบผิดกฎหมายแล้ว จะทำการจับกุมได้หรือไม่ นายตำรวจเชื้อสายลาวบอกว่าโดยปกติ เจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นระดับท้องถิ่นหรือระดับรัฐบาลกลางจะไม่จับกุมบุคคลที่อยู่อย่างผิดกฎหมาย หากผู้นั้นไม่ได้กระทำผิด

ถามว่าทราบที่อยู่ของอดีตพระเณรคำหรือไม่ นายตำรวจโดนัลด์ ดวงปัญญา ตอบว่าทราบ และจับตาดูอยู่

 “เท่าที่ทราบมา เขามีที่อยู่สองแห่ง ในริเวอร์ไซด์แห่งหนึ่ง มีผู้หญิงลาวคนหนึ่งคอยดูแลเขา ซึ่งเมื่อสุดสัปดาห์ก่อน (21 กรกฎาคม) เขายังออกมาบิณฑบาตที่วัด (ลาว) ในริเวอร์ไซด์ อยู่เลย กับอีกที่คือบ้านของเขาที่เลค เอลซีนอร์ ซึ่งเป็นบ้านของเขา แต่ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเขาจะอยู่ที่นี่อีกนานแค่ไหน” นายตำรวจโดนัลด์ ดวงปัญญา กล่าว

นายตำรวจเชื้อสายลาวบอกด้วยว่า เขาสามารถพูดภาษาไทยได้ แม้จะไม่ดีนัก ดังนั้นจึงขอให้คนไทยในซานดิเอโก้ ติดต่อกับตนได้โดยตรงที่หมายเลขโทรศัพท์ 619-513-1590

ขณะเดียวกัน กงสุลพีรินทร์ สุจริตกุล ได้ให้ข้อมูลกับสยามทาวน์ยูเอส เพิ่มเติมว่ากระทรวงการต่างประเทศ ได้แจ้งให้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกแห่งรับทราบแล้วว่าได้ทำการยกเลิกหนังสือเดินทางของนายวิรพล สุขผล รวมถึงแจ้งไปยังสนามบินทุกแห่ง เพราะในขณะนั้นไม่เป็นที่แน่นอนว่าอดีตพระสงฆ์ผู้อื้อฉาวหลบซ่อนตัวอยู่ที่ไหน รวมถึงแจ้งไปยังบรรดาทูตานุทูตของทุกประเทศ เพื่อป้องกันการหลบหนีออกไปยังประเทศที่สามด้วย




ข่าว : สยามทาวน์ ยูเอส
31 กรกฎาคม 2556








TIME OVER !
เข็มนาฬิกาสุวรรณภูมิเดินผ่านเที่ยงคืน

เป็นอันจบเกมหลวงปู่เณรคำ




Time over - Game over





 

Suvannabhumi Airport Bangkok
12:00 p.m. July 31, 2013

หมดเวลาหลวงปู่เณรคำ





Welcome to Thailand






ตรงไปสำหรับผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่อง
หันหลังกลับสำหรับผู้โดยสารเปลี่ยนใจ

 


Nenkham where are you ?







ไม่มีปาฏิหาริย์หลวงปู่เณรคำ

กดที่ภาพเพื่อชมพระปานขาวลาวฝรั่งเศสคุยโวเมื่อเดือนก่อน




ลงตรงไหนดีฮะ ลูกพี่ มีแต่ตำรวจ ?




เดี๋ยว ขอส่องทิพเนตรดูก่อน
เรย์แบนนะเนี่ย ราคาเป็นหมื่น เห็นเขาว่าขี้ตาไม่ติด




โฮโห มากันเพียบเลยเว้ย นอกเครื่องแบบก็มี





ลงเครื่องมันยาก ลงเรือซะเลย อิอิ !






ง้า ! ถ้างั้นสุริก็โดนขังเดี่ยวซีฮะหลวงปู้
ไหนว่าครอบครัวของเราจะรักกันไง ทำไมทำกับสุริได้ !!!




อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน
31 กรกฎาคม 2556




COUNTDOWN NENKHAM !

ลุ้นหน้าจอข่าวเณรคำ

"กลับไทย-ไม่กลับ"





ใครทายถูก

รับล็อกเก็ตเลี่ยมทอง รุ่น "ซื้อสอง" เป็นของรางวัล



ไพ่ใบสุดท้ายแล้วกรู
อยู่ไทยก็คุก อยู่อเมริกาก็รูหนูดีๆ นี่เอง
ไปไหนไม่ได้เลย เฮ้อ !




อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน
30 กรกฎาคม 2556


วันอังคารที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ได้ฤกษ์เชือดไก่ ! ดีเอสไอดำเนินคดีสุขุมศิษย์เณรคำ ข้อหาแจ้งความเท็จและดูหมิ่นเจ้าพนักงาน


ได้ฤกษ์เชือดไก่ !

ดีเอสไอดำเนินคดีสุขุมศิษย์เณรคำ
ข้อหาแจ้งความเท็จและดูหมิ่นเจ้าพนักงาน



สุขุม ศิษย์อริยะ

ถ้าอริยะกลับมาก็คงเจอกันในคุก




เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)  นายธาริต  เพ็งดิษฐ์  อธิบดีดีเอสไอ  เปิดเผยว่า ได้อนุมัติให้กองกฎหมายและนายมหิธร กลั่นนุรักษ์  ผอ.ศูนย์ช่วยเหลือกฎหมายประชาชน  ไปร้องทุกข์กล่าวโทษนายสุขุม วงประสิทธิ์ ข้อหาแจ้งความเท็จและดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ต่อพนักงานสอบสวนกองปราบปรามเมื่อเวลา 15.00 น. วันนี้ (30 ก.ค.) ภายหลังนายสุขุมเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษผู้บริหารดีเอสไอและชุดพนักงานสอบสวนที่กองบังคับการกองปราบฯและสภ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี  รวมทั้งมีการเคลื่อนไหวในอีกหลายพื้นที่ ซึ่งเป็นความผิดต่อกฎหมายบ้านเมือง ไม่ควรปล่อยไว้ให้เป็นแบบอย่าง

ด้านนายมหิธร กล่าวว่า แม้ว่าประชาชนทั่วไปจะมีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์การปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวน แต่คดีนี้พนักงานสอบสวนเห็นว่านายสุขุมมีพฤติกรรมล้ำเส้นเข้ามาในกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริง  และยังได้แจ้งความดำเนินคดีกับอธิบดีดีเอสไอและพนักงานสอบสวน จึงถือเป็นการใช้สิทธิเกินกว่าบุคคลปกติ เนื่องจากขณะนี้สำนวนการสอสวนยังไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่านายสุขุมเกี่ยวข้องอะไรกับนายวิรพล สุขผล หรืออดีตพระวิรพล ฉัตติโก (หลวงปู่เณรคำ) การออกมาเคลื่อนไหวของนายสุขุมจึงเป็นการรบกวนการปฏิบัติงานของพนักงานสอบสวน



ข่าว : เดลินิวส์
31 กรกฎาคม 2556


http://www.alittlebuddha.com/

ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ ไปเสียแล้ว เกี่ยวกับข่าวสลัดผ้าเหลืองของอดีตพระวิรพล ฉตฺติโก หรือหลวงปู่เณรคำ สุขผล


ลุ้นกันสนั่นจอ

"เณรคำ สึก-ไม่สึก ไม่สึก-สึก"




กลายเป็นทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ ไปเสียแล้ว เกี่ยวกับข่าวสลัดผ้าเหลืองของอดีตพระวิรพล ฉตฺติโก หรือหลวงปู่เณรคำ สุขผล ซึ่งถูกคณะสงฆ์จังหวัดอุบลราชธานีและศรีสะเกษลงมติให้สละสมณเพศ ตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม 2556 ที่ผ่านมา และนับตั้งแต่วันนั้นมาก็ยังไม่มีภาพของอดีตเณรคำปรากฏทางสื่อเลย ไม่ว่าจะเป็นสื่อในประเทศหรือสื่อนอกประเทศก็ตาม ทั้งๆ ที่สื่อทั้งไทยและเทศต่างก็จ้องจับภาพเณรคำมานำเสนอ ถึงขนาดว่า วัดป่าขันติธรรม เลค เอลสินอร์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งมีชื่อเณรคำเป็นเจ้าของที่ดินนั้น ถูกจ้องจับตาจากนักข่าวและสายสืบแทบจะเรียกว่า "พรุน"

ล่าสุด เมื่อวานนี้ ก็มีข่าวว่า พระระดับเจ้าคณะตำบลในจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งมีคนรู้จักเป็นนักข่าวอยู่ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา ได้ออกมาให้ข่าวว่า "เณรคำสึกได้สามวันแล้ว" โดยอ้างว่า ได้ข่าวมาจากนักข่าวที่รู้จักกันในกรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา และอ้างเหตุผลว่า ถ้าสึกก็จะสามารถไปไหนมาไหนได้สะดวกกว่าการนุ่งเหลืองห่มเหลือง ตกเป็นเป้าสายตาของผู้คน

ข่าวนี้ สื่อใหญ่ของไทยทุกฉบับนำเสนอ แต่กลับไม่เป็นที่เชื่อใจของผู้อ่าน เพราะยังมีประเด็นให้สงสัยอีกมากมาย แบบว่าไม่สมเหตุสมผล เพราะทางหนึ่งนั้น กลุ่มลูกศิษย์เณรคำเองก็เดินหน้าเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้แก่เณรคำ แถมยังประกาศด้วยว่า"ในวันที่ 31 กรกฎาคม ศกนี้ เณรคำจะกลับเมืองไทยอย่างแน่นอน ถ้า..ได้รับการประกันว่าจะไม่ถูกจับสึก" แต่กระแสข่าวที่ว่าเณรคำสึกออกไปได้ 3 วันแล้วนั้น ก็กลับกลายเป็นกระแสที่ "ขัดกันเอง" ของข่าวที่มาจากบรรดาคนรอบข้างของเณรคำ

เพราะคนส่วนใหญ่ยังลุ้นว่า "มะรืนนี้ (31 ก.ค.) เณรคำจะกลับไทยจริงหรือไม่ ถ้ากลับ..จะถูกดำเนินการอย่างไรจากเจ้าหน้าที่ดีเอสไอและคณะสงฆ์" แต่ถ้าไม่กลับก็ต้องลุ้นกันต่อไปว่า ทางเณรคำจะหาทางหนีทีไล่อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นในรูปคดีความและการเอาตัวรอดในต่างแดน ซึ่งเชื่อกันว่า ปัจจุบันเณรคำยังกบดานอยู่ในสหรัฐอเมริกา ดังนั้น ถ้ายังไม่ผ่านวันที่ 31 กรกฎาคม ไป ก็ยังไม่มีใครเชื่อว่า เณรคำจะทำอะไรที่เป็นการ "ตัดตอน" ชีวิตในผ้าเหลืองของตนเองเสียก่อน

แต่ก็อย่าลืมด้วยว่า อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้นในโลกใบนี้ ข่าวเณรคำสึกก็อาจจะมีเงื่อนงำอยู่บ้าง เพียงแต่ไม่มีหลักฐานพยานใดๆ ที่จะมายืนยันว่าสึกจริง ที่สำคัญก็คือว่า แหล่งข่าวที่อ้างอิงนั้น เป็นเพียงพระครูบ้านนอก สื่อต่างๆ จึงยังไม่ปักใจเชื่อนัก ว่าจะมีน้ำหนักให้ฟันธงลงไปว่าเณรคำสึกจริง

ถ้าหากว่า แหล่งข่าวที่กล่าวถึงนั้น เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่เณรคำให้ความเคารพนับถืออย่างเช่น พระธรรมฐิติญาณ วัดบึงพลาญชัย จังหวัดร้อยเอ็ด ตำแหน่งเจ้าคณะภาค 10 (ธรรมยุต) ซึ่งยืนเคียงข้างเณรคำมาโดยตลอด หรือจากพระเจ้าคณะผู้ปกครองระดับสูง เช่นเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษหรือจังหวัดอุบลราชธานี แบบนี้ก็น่าเชื่อว่าเป็นจริง แต่ถ้าเป็นแหล่งข่าวด้านอื่นแล้ว สื่อต่างๆ ก็ตั้งคำถามกันต่อไปว่า "ถ้าไม่มีรูปถ่ายยืนยัน ยังไงก็เชื่อใจไม่ได้หรอก เพราะขนาดรูปยังต้องนำมาพิสูจน์ว่าตัดต่อหรือไม่"

ดังนั้น เรื่องเณรคำสึก-ไม่สึก ก็ยังต้องลุ้นกันต่อไป


อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน

28 กรกฎาคม 2556

วันจันทร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ประวัติศาสตร์ NGO และ อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ เปิดตัว "เณรคำ#2" โมเดลเดียวกัน ต่างกันแต่คนละภาค ครูบาเจ้าบุญคุ้ม


ประวัติศาสตร์ NGO  และ http://www.alittlebuddha.com/  เปิดตัว "เณรคำ#2"
โมเดลเดียวกัน ต่างกันแต่คนละภาค
 ครูบาเจ้าบุญคุ้ม วัดโพธิสัตว์บรรณนิมิต ตำบลหนองหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี พระผู้มีประวัติพิลึกกึกกือแห่งยุคสมัย ชาวไทยต้องรู้ทันขบวนการนี้ก่อนสาย

สำนักพุทธเร่งจัดระเบียบสงฆ์
ใช้เณรคำเป็นโมเดล

ดีฮะดี
แต่..อย่าดีแต่พูดล่ะ !





เปิดตัว "เณรคำ#2"
โมเดลเดียวกัน ต่างกันแต่คนละภาค


ครูบาเจ้าบุญคุ้ม วัดโพธิสัตว์บรรณนิมิต ตำบลหนองหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี พระผู้มีประวัติพิลึกกึกกือแห่งยุคสมัย ไล่ตั้งแต่ เกิดที่ยโสธร บวชกับคณะธรรมยุต อยู่กับหลวงปู่หล้า ภูจ้อก้อ สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต แล้วทิ้งธรรมยุตขึ้นเหนือ ไปอยู่กับครูบาหล้า วัดป่าตึง สันกำแพง เชียงใหม่ จากนั้นลงมาอยู่กับหลวงปู่เกษม เขมโก สุสานไตรลักษณ์ ลำปาง จากนั้นมุ่งหน้าเข้ากาญจนบุรี จนพบกับเจ้าแม่กวนอิม แล้วสร้างวัดใหม่ในชื่อว่า "วัดโพธิสัตว์บรรพตนิมิต"

ถ้าประวัติของพระรูปนี้มีความวิจิตรพิสดารดังว่า ก็น่าเลื่อมใสศรัทธา แต่ทว่า วิธีการหากินที่ปรากฏนั้น ดูไปก็ไม่ต่างไปจากเณรคำเท่าใดนัก พูดก็พูดเถิด ประวัติของครูบาองค์นี้กับวัตรปฏิบัตินั้น ห่างกันราวฟ้ากับเหว ยิ่งเอาเกียรติคุณของทั้งสายหลวงปู่มั่น สายครูบาเจ้าศรีวิไชย นักบุญแห่งลานนาไทย เข้ามาผสมกันไว้ในตัวคนๆ นี้ แต่กลับมีวัตรปฏิบัติวิปริตผิดแผกอย่างสิ้นเชิงกันแนวทางคำสอนของทั้งสองสาย จึงอยากจะถามท่านเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี เจ้าคณะภาค 14 และนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักพุทธฯ ว่าช่วยดูทีสิครับ ว่าวัดนี้มีสถานะเป็นอย่างไร และวัตรปฏิบัติของเจ้าสำนักนี้ถูกต้องตามพระธรรมวินัยหรือไม่ และขอให้สืบดูด้วยว่า มีกระบวนการปั้นอรหันต์ของเมืองกาญจน์ขึ้นมาหรือไม่ ถ้ามี พวกมันเป็นใคร ช่วยกระชากหน้ากากมหาโจรปล้นชาวไทยในฝั่งตะวันตกออกมาที




ครูบาเจ้าบุญคุ้ม พระอริยเจ้าแห่งกาญจนบุรี




ประวัติมหัศจรรย์ของครูบาเจ้าบุญคุ้ม
(กดทีภาพเพื่ออ่าน)





สามพระอริยะ ครูบาอาจารย์ของครูบาบุญคุ้ม




โลโก้แสนสวย "สงบนิ่ง ชนะทุกสรรพสิ่ง"






วัตถุมงคลสารพัดรูปแบบ





พิธีกรรมอันพิลึกกึกกือ





อยู่ยงคงกระพัน




ฟันกันจะจะ และท้าพิสูจน์




สัก เสก เลข ยันต์





ถามว่า สายไหน





สายหลวงปู่มั่น ?





สายครูบาศรีวิไชย ?




สายหลวงปู่หล้า ภูจ้อก้อ ?




สายหลวงปู่หล้า ตาทิพย์ ?





สายหลวงปู่เกษม เขมโก สุสานไตรลักษณ์ ?






หรือสายเดี่ยว สายนอกรีต ?




ดูลายมือก็เอา



อาบน้ำมนต์




เจิมรถแบบพิสดาร




ศักดิ์สิทธิ์ทั้งคัน




และ..แอ่นแอ๊น โกอินเตอร์
แปลว่าไปหากินนอกประเทศ !



สิงคโปร์แอร์ไลน์



มอบดอกไม้ช่อใหญ่ก่อนขึ้นเครื่อง







ทีมงานอรหันต์แห่งกาญจนบุรี



นี่คือสิ่งที่ขอฝากให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและดีเอสไอ นำไปชำระสะสาง ก่อนที่พระธรรมวินัยจะเสื่อมทรามมากไปกว่านี้



สิ่งของเหล่านี้ ถือว่าเป็นการหลอกลวงประชาชนหรือไม่





เหล็กไหลหรือเหล็กอะไร พิสูจน์ไหมเล่า ?




องค์ละแสนสอง ถามว่าหลอกลวงประชาชนหรือไม่ ?


หมายเหตุ : ครูบาเจ้าบุญคุ้มนั้น เคยถูกฟ้องคดีข่มขืนชำเราเด็กหลายรายเมื่อหลายปีก่อน แต่กลับปรากฏว่ายังอยู่ยงคงกะพัน ถ้าไม่ใช่เพราะใช้เงิน ใช้อิทธิพล ปิดคดี ก็คงจะเป็นพระอรหันต์ตัวจริงเสียงจริง ยิ่งกว่าเณรคำ





สำนักพุทธฯศึกษา "เณรคำโมเดล" เร่งจัดระเบียบสงฆ์


นพ.จักรธรรม ธรรมศักดิ์ รองประธาน คณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ คณะกรรมาธิการการศาสนาฯ ได้ตรวจเยี่ยมสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ตนได้รับรายงานการทำงานของสำนักพุทธฯ ก็เห็นใจ เพราะเคยบริหารงานมาก่อน ยอมรับว่าผู้ที่มาบริหารงานจุดนี้ต้องมีความอดทนสูง เนื่องจากต้องทำหน้าที่สนองงานคณะสงฆ์ รวมทั้งรับเรื่องราวร้องเรียนจากประชาชน ที่สำคัญต้องทำหน้าที่เป็นหน่วยงานต้นแบบในการนำแก่นแท้พระพุทธศาสนาให้พุทธศาสนิกชนได้ปฏิบัติตาม พอตนออกจากตรงจุดนี้แล้วมองในฐานะคนนอก ยอมรับว่าสำนักพุทธฯ เป็นหน่วยงานที่ทุกฝ่ายควรสนับสนุนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการผลักดันกฎหมาย 2 ฉบับ ได้แก่ การปรับปรุง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติม 2535 และร่าง พ.ร.บ.อุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา ที่ยังคงติดอยู่ในกระบวนการพิจารณาต่างๆ ซึ่งหากไม่มีใครช่วยผลักดันอาจจะทำให้กฎหมายดีๆ ทั้ง 2 ฉบับนี้ อาจสูญหายไปได้


"ขณะนี้ได้เกิดวิกฤตศรัทธาประชาชนในทุกด้านเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา เช่น พระประพฤติตนไม่อยู่ในอาจารจนเกิดกระแสข่าวใหญ่โต เป็นต้น ส่วนหนึ่งเกิดจากช่องว่างของกฎหมาย รวมถึงกระบวนการพิจารณาความผิดต่างๆ ของคณะสงฆ์ยังมีความล่าช้า หากผลักดันให้กฎหมายทั้ง 2 ฉบับ มีผลบังคับใช้ น่าจะช่วยให้การดูแลพระพุทธศาสนาดีขึ้นกว่านี้ รวมทั้งช่วยลดการสั่นคลอนทางศรัทธาที่เกิดขึ้นตามมาด้วย หากสำนักพุทธฯ มีอะไรให้คณะกรรมาธิการฯ ช่วยผลักดันกฎหมายทั้ง 2 ฉบับพวกเราก็พร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่" นพ.จักรธรรมกล่าว


ด้านนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า ขอขอบคุณคณะกรรมาธิการการศาสนาฯ ที่เห็นความสำคัญการทำงานของสำนักพุทธฯและในส่วนของ พ.ร.บทั้ง 2 ฉบับนั้น สำนักพุทธฯ จะร่วมมือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมที่จะพิจารณาเรื่องข้อกฎหมายหรือระเบียบคณะสงฆ์ ที่หละหลวมหรือเป็นช่องโหว่ มาบูรณาการร่วมกัน โดยจะนำกรณีเณรคำโมเดลมาเป็นกรณีศึกษาที่จะปรับปรุงกฎหมายให้มีความรัดกุมยิ่งขึ้น คาดว่าจะประชุมร่วมกันในเร็วๆ นี้


ข่าว : ข่าวสด

29 กรกฎาคม 2556