วันจันทร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2556

ประวัติศาสตร์ งานฉลองพระชันษา ๑๐๐ ปี สมเด็จพระสังฆราช ช่วยแชร์เพื่อร่วมถวายพระราชกุศลแด่พระองค์ ครับ


สมเด็จพระสังฆราชกับคอมพิวเตอร์
สมเด็จพระสังฆราชกับคอมพิวเตอร์ : ทศพนธ์ นรทัศน์ ประธานชมรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อความเท่าเทียมกัน www.ictforall.org เรียบเรียง
เนื่องในโอกาสคล้ายวันประสูติ เจริญพระชันษา ๑๐๐ ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ๓ ตุลาคม ๒๕๕๖ นับเป็นมหามงคลสมัยที่พุทธศาสนิกชนทั้งหลายจะได้แสดงความสำนึกในพระเมตตาและพระบารมีธรรมของเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร ที่ทรงมีต่อพระบวรพุทธศาสนาและประชาชนเป็นเอนกประการ

สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช

เจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (สุวัฑฒนมหาเถระ) มีพระนามเดิมว่า “เจริญ” นามสกุล “คชวัตร” ทรงมีพระชาติภูมิ ณ จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๕๖ ทรงบรรพชาเป็นสามเณรเมื่อพระชนมายุ ๑๔ พรรษา ณ วัดเทวสังฆาราม กาญจนบุรี ทรงอุปสมบท ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๗๖ และทรงได้รับพระราชทานสถาปนาเป็น “สมเด็จพระสังฆราช” ในราชทินนามที่ “สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก” เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๒ นับเป็นสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๑๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

เจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวรฯกับคอมพิวเตอร์
หนังสือ “พระผู้สำรวมพร้อม สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก” ซึ่งจัดพิมพ์เป็นที่ระลึกในงานบำเพ็ญพระกุศล คล้ายวันประสูติ เจริญพระชันษา ๙๙ ปี วันพุธที่ ๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕ หน้า ๑๒๑-๑๒๓ ได้กล่าวไว้ว่า “พระอุปนิสัยใฝ่รู้ใฝ่ศึกษาอยู่เสมออันได้รับการปลูกฝังมาแต่ยังเป็นพระหนุ่ม ปรากฏให้เห็นเด่นชัดในกรณีเรื่อง “คอมพิวเตอร์”
ในโลกยุคทศวรรษ ๒๕๒๐ เครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะยังเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่มีราคาสูงลิบลิ่ว และการใช้งานก็ยุ่งยากซับซ้อน หากแต่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ในวันที่มีพระชันษา ๗๐ ปี ก็ทรงศึกษาจนสามารถใช้งานได้อย่างคล่องแคล่ว ดังที่พระภิกษุ ดร.อนิลมาน ธมฺมสากิโย (ศากยะ) พระสงฆ์ชาวเนปาลที่ถวายงานใกล้ชิดเจ้าพระคุณสมเด็จฯ มานานหลายสิบปีเล่าไว้ว่า
“ตอนนั้นน่าจะราวปี ๒๕๒๕ อาตมาอยากได้เครื่องคอมพิวเตอร์มาใช้ในสำนักเลขานุการ จึงติดต่อไปทางบริษัทตัวแทนจำหน่ายคอมพิวเตอร์ในเมืองไทย สมัยนั้นคอมพิวเตอร์แบบ ๑๖ บิต ราคาเครื่องละสาม-สี่แสนบาท อาตมาก็ไปติดต่อเป็นการภายในไว้แล้ว แต่การจะเอาคอมพิวเตอร์มาใช้ในวัด สมัยนั้นยังไม่ค่อยเป็นที่ยอมรับกัน (เพราะ) ดูไม่เหมาะสมสำหรับพระสงฆ์”
“เย็นวันหนึ่งอาตมาเห็นว่าเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ปลอดโปร่ง จึงไปกราบทูลว่าอยากได้อุปกรณ์เพิ่มเติมในสำนักงาน พระองค์รับสั่งว่าพิมพ์ดีดไฟฟ้าก็มีแล้วนี่ เลยกราบทูลว่าอยากได้คอมพิวเตอร์ พระองค์ก็ถามว่าคอมพิวเตอร์เป็นอย่างไร อาตมาก็อธิบายโครงสร้างการทำงานของคอมพิวเตอร์ให้พระองค์ฟังอย่างละเอียดด้วยความภาคภูมิใจ พระองค์ฟังจบแล้วก็ยังนิ่งอยู่ พระองค์นิ่งอยู่พักใหญ่ อาตมาก็ทูลว่า เกล้าฯ ขอประทานอนุญาตนำคอมพิวเตอร์มาใช้ พระองค์ก็นิ่งอีก อาตมาก็ใจตุ๊มๆ ต่อมๆ”
“สิ่งแรกที่พระองค์รับสั่งก็คือ คุณไปนั่งกรรมฐานดีกว่า ไปฝึกปฏิบัติดีกว่า ใจอาตมาที่พองโตเลยแฟบลง ในใจตอนนั้นก็ยังคิดว่าพระองค์สูงอายุแล้ว ก็คงไม่มาสนใจของใหม่ๆ แบบนี้ พระองค์ตรัสต่อว่า ถ้าคุณฝึกปฏิบัติ คุณก็ไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ เพราะตัวคุณนั่นแหละเป็นคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ยังต้องใช้คีย์บอร์ดป้อนข้อมูล คุณก็มีตั้งแต่เกิด มีอายตนะ ตาหูจมูกปากลิ้น ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ คุณก็รับข้อมูลตลอดเวลา ฮาร์ดดิสก์ของเรามีไม่จำกัด ไม่เหมือนคอมพิวเตอร์ ถ้าขาดสมาธิ ขาดการฝึกจิต ก็เหมือนขาดซอฟต์แวร์ ไม่ซอฟต์แวร์คุณก็มั่ว”
“พระองค์ฟังแค่นั้น ก็เข้าใจระบบปฏิบัติการของคอมพิวเตอร์หมดเลย พระองค์รับสั่งว่า การฝึกจิตคือการพัฒนาซอฟต์แวร์ พระองค์ก็ถามอาตมาว่า คุณเคยฝันไหม อาตมาก็บอกว่าเคยฝัน ฝันว่าบินได้ก็เคย พระองค์รับสั่งว่า คุณฝันว่าบินได้ ก็เพราะข้อมูลมันสับสน เวลามีสติอยู่ สามารถแยกข้อมูลออก เราก็รู้ว่าคนบินไม่ได้ แต่เวลาหลับ ไม่มีสติสัมปชัญญะ ดังนั้น พระอรหันต์จึงไม่ฝัน (เมื่อ) จิตใจชัดเจน ข้อมูลก็จะไม่สับสน เสร็จแล้วพระองค์ก็รับสั่งว่า อนุญาต แล้วก็ถามรายละเอียดว่าไปหามาจากที่ไหน อย่างไร พระองค์รับสั่งว่า ถ้าอย่างนั้น เอามาเผื่อที่นี่ด้วย...”
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงนิยมใช้คำแทนพระองค์เองกับผู้ใกล้ชิด หรือในหมู่ญาติพี่น้องว่า “ที่นี่” เสมอ ด้วยการเพียรศึกษาคอมพิวเตอร์จากพระภิกษุที่มีความรู้ในเรื่องคอมพิวเตอร์เป็นประจำทุกวัน วันละ ๑ ชั่วโมง ภายในเวลาไม่นาน เจ้าพระคุณสมเด็จฯ ก็สามารถใช้งานคอมพิวเตอร์โปรแกรม DOS ได้ หลังจากนั้นพอดีเกิดมี “บุดเซอร์” (BUDSIR – Buddhist Scripture Information Retrieval) โปรแกรมพระไตรปิฎกฉบับคอมพิวเตอร์ ภาษาบาลี อักษรไทย และโรมัน ซึ่งมหาวิทยาลัยมหิดลจัดทำขึ้นสำเร็จเป็นครั้งแรกของโลก (พ.ศ. ๒๕๓๑) พระองค์จึงสามารถใช้งานโปรแกรมดังกล่าวสืบค้นพระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ ที่มีมากกว่า ๒๕ ล้านตัวอักษรได้อย่างสะดวก
“ตอนหลังเวลาร่างเอกสารอะไร พระองค์ก็ร่างในคอมพิวเตอร์ เมื่ออาตมาทูลว่าจะให้พิมพ์ให้หรือไม่ พระองค์กลับตอบว่าพิมพ์เสร็จแล้ว คุณไปก๊อบปี้เอาสิ” พระอนิลมานย้อนรำลึก”

งานฉลองพระชันษา๑๐๐ปี
งานฉลองพระชันษา ๑๐๐ ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ๓ ตุลาคม ๒๕๕๖ มีระยะเวลาของการจัดงานฉลองพระชันษา ๑๐๐ ปีฯ ตั้งแต่วันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๖ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เนื่องจากวันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๖ เป็นวันครบ ๒ รอบ หรือ ๒๔ ปี ของการได้รับพระราชทานสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช
ในโอกาสอันเป็นมงคลนี้ จึงขอเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ร่วมกันปฏิบัติและจัดกิจกรรมถวายเป็นพระกุศลแด่เจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร ดังนี้
๑.ประดับธงตราสัญลักษณ์งานฉลองพระชันษา ๑๐๐ ปีฯ ตามอาคารของหน่วยงานและบ้านเรือนที่เหมาะสม โดยประดับในระยะเวลาของการจัดงานฉลองพระชันษาฯ ตั้งแต่วันที่ ๒๑ เมษายน – ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๖
๒.เข้าร่วมงานฉลองพระชันษา ๑๐๐ ปีฯ ระหว่างวันที่ ๑-๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีการจัดนิทรรศการและกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา อาทิ พิธีทำบุญตักบาตร การจัดนิทรรศการ “พระชันษา ๑๐๐ ปี สดุดีพระสังฆบิดร” ณ อาคารมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วัดบวรนิเวศวิหาร การจัดประชุมเสวนาพระธรรมทูตไทย ๔ ทวีป (ณ ตึก สว ธรรมนิเวศ วัดบวรนิเวศวิหาร) พิธีบำเพ็ญพระกุศลทักษิณานุประทาน และพิธีบำเพ็ญพระกุศลฉลองพระชันษา ๑๐๐ ปี (ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร) การทอดผ้าป่าสมทบทุนมูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://watbowon.com/
๓.ลงนามถวายพระพรแด่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในการฉลองพระชันษา ๑๐๐ ปี ณ พระตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร ระหว่างวันที่ ๑-๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๖
๔.ร่วมบริจาคโลหิตถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ในวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๐๘.๐๐-๑๕.๐๐ น. ณ อาคารวชิรญาณวงศ์ โรงเรียนวัดบวรนิเวศ
๕.เข้าร่วมกิจกรรมในโครงการปฏิบัติบูชา “ญาณสังวร” ฉลองพระชันษา ๑๐๐ ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bia.or.th
๖.จัดนิทรรศการเกี่ยวกับพระประวัติและพระศาสนกิจของเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร ในโรงเรียน มหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษา สถานที่ราชการ วัด สาธารณสถานต่างๆ โดยผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดแผ่นภาพนิทรรศการได้ที่http://watbowon.com/100y/download/
๗.จัดพิมพ์หนังสือพระนิพนธ์ของเจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร เผยแพร่เป็นธรรมทาน โดยสามารถติดต่อขออนุญาตได้ที่ สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร เลขที่ ๒๔๘ ถนนพระสุเมรุ แขวงวัดบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ๑๐๒๐๐ โทร. ๐-๒๒๘๐-๘๒๐๒ โทรสาร
๐-๒๒๘๐-๐๓๔๓
๘.การปฏิบัติบูชาตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา โดยการไม่ทำบาปทั้งปวง การทำกุศลให้ถึงพร้อม การทำจิตให้ผ่องใส
จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนทั้งหลายน้อมเกล้าฯ ถวายพระกุศลถวายพระพร ให้เจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร ทรงมีพระสุขพลานามัยสมบูรณ์ ทรงเจริญพระชนมายุยิ่งยืนนาน เสด็จสถิตเป็นสิริมิ่งมงคลแก่ปวงพุทธบริษัทและปวงชนทั่วไป ตลอดกาลนานเทอญ…ทีฆายุโก โหตุ สังฆปริณายโก ทีฆายุโก โหตุ สังฆราชา


http://www.komchadluek.net/detail/20130923/168887/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%88%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%86%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C.html#.UkohxdJ7J4E

วันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2556

ด่วนมากสุรินทร์-เครือข่ายสื่อสร้างสรรค์สุรินทร์แถลงข่าวจัดคอนเสิร์ต คนสุรินทร์ไม่ทิ้งกัน เพื่อช่วยผู้ประสบมหาอุทกภัย


ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว/สุรินทร์ 091-0179989

สุรินทร์-เครือข่ายสื่อสร้างสรรค์สุรินทร์แถลงข่าวจัดคอนเสิร์ต คนสุรินทร์ไม่ทิ้งกัน เพื่อช่วยผู้ประสบมหาอุทกภัย

สุรินทร์-วันนี้(26 ก.ย.56) เวลา 13.00 น.ที่สถานีวิทยุไตรรงค์สุรินทร์ FM 94.00 MHz ต.ในเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์เครือข่ายสื่อสร้างสรรค์สุรินทร์ โดย นายพิชิต สายแสงจันทร์ ส.อบจ.เขตเมืองสุรินทร์ (พิธีกร ดีเจนักจัดการการวิทยุชื่อดัง) ประธานเครือข่ายสื่อสร้างสรรค์สุรินทร์ นายคราศรี ลอยทอง ทนายความคนยาก กรรมการชมรมสื่อสร้างสรรค์สุรินทร์ ร่วมกันแถลงข่าวเตรียมจัดคอนเสิร์ตการกุศล เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบมหาอุทกภัยชาวสุรินทร์ ใช้ชื่อว่า “คนสุรินทร์ ไม่ทิ้งกัน 2”  กำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 28 กันยายน 2556 นี้ ตั้งแต่เวลา 12.00 น.เป็นต้นไป ณ หอประชุมจังหวัดสุรินทร์ โดยจะมีบรรดาเหล่าศิลปินลูกหลานชาวสุรินทร์และศิลปินจากค่ายอาร์สยาม เดินทางร่วมเวลา ภายในงานจะมีการตั้งโต๊ะรับบริจาคเงิน อาหารสำเร็จรูป สิ่งของ เวชภัณฑ์ เครื่องใช้ต่างๆ เพื่อรวบรวมช่วยเหลือพี่น้องที่กำลังประสบภัยน้ำท่วมในจังหวัดสุรินทร์ทุกพื้นที่ในขณะนี้
           
นายพิชิต สายแสงจันทร์ ประธานเครือข่ายสื่อสร้างสรรค์สุรินทร์ กล่าวว่า คอนเสิร์ตการกุศล คนสุรินทร์ ไม่ทิ้งกัน.2” ครั้งนี้เป็นการจัดขึ้นโดย เครือข่ายสื่อสร้างสรรค์สุรินทร์ ซึ่งเป็นการรวมตัวของสื่อวิทยุ หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ ในพื้นที่ได้รวมตัวกัน โดยครั้งแรกได้จัดเมื่อปี 55 ที่ผ่านมา ที่พี่น้องชายแดนไทยกัมพูชาหนีภัยสงคราม ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 จัดขึ้นเพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวสุรินทร์ที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยศิลปินที่จะร่วมเวทีมี นุช นิลาวัลย์ อาร์สยาม โอ๋ พจนา อาร์สยาม ศิลปินลูกหลานสุรินทร์ โอ่ง อาเจายัย หงา ลายเถาว์ โก๋ย วรมัน ไม้ พิสิฐพงษ์ กิ่งแก้ว ศิลปินจากค่ายไพโรจน์ซาวด์ พร้อมโฆษก นักจัดรายวิทยุชุมชนอีกมากมายร่วมเวทีในครั้งนี้
           
นายคราศรี ลอยทอง ทนายความคนยาก กรรมการเครือข่ายสื่อสร้างสรรค์สุรินทร์ กล่าวว่า สำหรับท่านที่ไม่สามารถเดินทางไปร่วมสนับสนุนหรือบริจาคสิ่งของได้ ท่านสามารถรับฟังการถ่ายทอดทางสถานีวิทยุชุมชนได้โดยมี FM 94.00 MHz และทาง www.surinpost.comwww.surinnews.com เป็นแม่ข่ายหรือท่านสามารถแจ้งความประสงค์บริจาคผ่านเครือข่ายสื่อสร้างสรรค์สุรินทร์ได้ที่ สจ.พิชิต สายแสงจันทร์ 081-9772747 ทนายคราศรี ลอยทอง 081-8772039 คุณสรวิช ขุมทอง081-9553661 และคุณโจ้ ธนินท์ทัศน์ ภูแก้ว บรรณาธิการ นสพ.สุรินทร์นิวส์091-0179989 หรือบัญชีธนาคาร ธ.ก.ส.สุรินทร์นายคราศี ลอยทอง หมายเลขบัญชี 026-8-07043-9

วันพุธที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2556

“ศุภชัย ศรีศุภอักษร” ใช้เงินสหกรณ์ฯ คลองจั่นกว่า 4,000 ล้านทดรองจ่ายให้ตัวเอง-บริจาควัดธรรมกาย 814 ล้านบาท


“ศุภชัย ศรีศุภอักษร” ใช้เงินสหกรณ์ฯ คลองจั่นกว่า 4,000 ล้านทดรองจ่ายให้ตัวเอง-บริจาควัดธรรมกาย 814 ล้านบาท

ดุ เด็ด เผ็ด มันส์ !


"เขาคือใคร ใครคือเขา"

"ไม่จริง ประธานกฐินวัดพระธรรมกาย ใครๆ ก็เป็นได้"

ฯลฯ





คอเป็นเอ็น !


ชมคลิป "อัครสาวก" ตอบคำถาม

"ไซฟ่อนเงินไปทำบุญวัดธรรมกาย"











800 ล้าน !


เช็คคลองจั่น "จ่าย" ธัมมชโย

โอ้โห โอ้โฮ !

ส่วนตัวหรือว่าส่วนรวม ?



2 ส่วน

1. ส่วนของ "ศุภชัย" ที่ใช้ "เช็ค" ของสหกรณ์คลองจั่น สั่งจ่ายธัมมชโย ถามว่า ทำในนามส่วนตัวหรือส่วนรวม ถ้าเป็นส่วนรวม ก็ต้องถามว่า เป็นไปได้อย่างไร ที่สหกรณ์คลองจั่นจะถวายเงินมหาศาลปานนั้น แต่ถ้ามีมติที่ประชุมสมาชิกสหกรณ์รองรับอย่างถูกต้องก็ไม่มีปัญหา..ถ้ามี

2. ส่วนที่ "สั่งจ่าย" ให้แก่ "ธัมมชโย" มิใช่ให้แก่ "วัดพระธรรมกาย" ก็ต้องตั้งคำถามว่า "ให้ไปเพื่ออะไร" ทำไมมากมายปานนั้น ? หรือจะเป็นดังกรณีที่ดินนับพันๆ ไร่ ในครั้งก่อน



















แฟนเน็ตแฉจะๆ "เช็คสหกรณ์คลองจั่น" Pay to the order of" ... "พระราชภาวนาวิสุทธิ์-ธัมมชโย" ตั้งคำถามกันเซ็งแซ่ ..ใช้เงินสหกรณ์คลองจั่นไปทำอะไร ทำบุญหรือให้ยืม ?







“ศุภชัย ศรีศุภอักษร” ใช้เงินสหกรณ์ฯ คลองจั่นกว่า 4,000 ล้านทดรองจ่ายให้ตัวเอง-บริจาควัดธรรมกาย 814 ล้านบาท


สถานการณ์วิกฤติสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าในการแก้ไขกิจการแต่อย่างใด สมาชิกยังไม่สามารถเบิกถอนเงินได้

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามคำสั่งสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น09/2556 ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2556 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง กรณีการปฏิบัติงานภายในสหกรณ์ฯคลองจั่นขัดกับมติระเบียบข้อบังคับสหกรณ์ระหว่างปี 2552-2555 และคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงได้สรุปข้อเท็จจริงที่ตรวจพบโดยเฉพาะในส่วนการเบิกจ่ายเงิน

รายงานคณะกรรมการสอบสวนได้ตรวจสอบเอกสารทางบัญชีและทางการเงินเกี่ยวกับเช็ค ใบสำคัญจ่าย รายการเดินบัญชีเงินฝากธนาคารต่างๆ ของสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น และที่เกี่ยวข้องกับบัญชีเงินฝากของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ประธานกรรมการดำเนินการ สหกรณ์ฯ คลองจั่น พบว่ามีการสั่งจ่ายเช็คสหกรณ์ฯ คลองจั่น เบิกจ่ายเงินสด นำเช็คเข้าบัญชีเลขที่ หรือการถอนเงินสด หรือซื้อแคชเชียร์เช็ค เพื่อนำเข้าบัญชีเงินฝากอื่นทั้งของตนเองและของบุคคลอื่น หรือนำไปกระทำการอื่นใด หรือนำไปสั่งจ่ายให้บุคคลอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสหกรณ์ฯ คลองจั่น ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ดังนี้

1. กรณีเอกสารระบุเป็นเงินทดรองจ่ายนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ซึ่งเป็นการสั่งจ่ายเช็คจากบัญชีธนาคารต่างๆ ของสหกรณ์ฯ คลองจั่นให้กับนายวัฒน์ชานนท์ นวอิสรารักษ์ ระว่างวันที่ 1 มกราคม 2552 – 31 พฤษภาคม 2555 รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,927.32 ล้านบาท จำนวน 61 รายการ อาทิ วันที่ 4 สิงหาคม 2552 เลขที่เช็ค 0100020 ธนาคารกรุงไทย จากบัญชี 095-6-00106-8 จำนวน 200 ล้านบาท, วันที่ 9 กันยายน 2552 เลขที่เช็ค 0100091 ธนาคารกรุงไทย จากบัญชี 095-6-00106-8 จำนวน 100 ล้านบาท, วันที่ 10 ตุลาคม 2552 เลขที่เช็ค 0104467 ธนาคารกรุงไทย จากบัญชี 095-6-00106-8 จำนวน 250 ล้านบาท, วันที่ 15 ตุลาคม 2552 เลขที่เช็ค 104473 ธนาคารกรุงไทย จากบัญชี 095-6-00106-8 จำนวน 200 ล้านบาท, วันที่ 19 สิงหาคม 2553 เลขที่เช็ค 3804636 ธนาคารกรุงเทพ จากบัญชี 156-3-09515-5 จำนวน 165 ล้านบาท เป็นต้น(เอกสารการสั่งจ่ายเงินให้นายวัฒน์ชานนท์ นวอิสรารักษ์ หนึ่งในลูกหนี้สมาชิกสมทบ)

2. กรณีเอกสารระบุเป็นเงินทดรองจ่ายนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ซึ่งเป็นการสั่งจ่ายเช็คจากบัญชีธนาคารของสหกรณ์ฯ คลองจั่น ให้กับนายจิรเดช วรเพียรกุล ในช่วง 1 มกราคม 2552 – 31 พฤษภาคม 2555 จำนวน 73 รายการ เป็นเงิน 438.85 ล้านบาท

3. กรณีเอกสารระบุเงินทดรองจ่ายนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ซึ่งสั่งจ่ายจากบัญชีธนาคารของสหกรณ์ฯ คลองจั่น ให้กับพระราชภาวนาวิสุทธิ์และวัดธรรมกาย ในช่วง 1 มกราคม 2552 – 31 พฤษภาคม 2555 จำนวน 15 รายการ คิดเป็นเงิน 814.78 ล้านบาท(เอกสารการสั่งจ่ายเงินพระราชภาวนาวิสุทธิ์)

5. กรณีเอกสารระบุเงินทดรองจ่ายนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ซึ่งสั่งจ่ายจากบัญชีธนาคารของสหกรณ์ฯ คลองจั่นให้กับบุคคล นิติบุคคล และองค์กรอื่น ในช่วง 1 มกราคม 2552 – 31 พฤษภาคม 2555 ได้แก่ นางสาวฐิติรัตน์ จำนวน 17 ล้านบาท, ธนาคารทิสโก้ 164.38 ล้านบาท ปี 2553, บริษัทสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด ปี 2553 (ซื้อที่ดิน) 73.84 ล้านบาท, กรณีบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย ปี 2553 จำนวน 31 .78ล้านบาท, บริษัทอนันตศิลบารมี จำกัด (ลูกหนี้สมาชิกสมทบ 27 ราย) จำนวน 57 ล้านบาท, กรณีบริษัทไทยปิโตรพลัส จำนวน 4 ล้านบาท, กรณีมูลนิธิรัตนคีรี 30 ล้านบาท, กรณีนายสัมฤทธิ์ บัณฑิตกฤษดา จำนวน 12.3ล้านบาท, กรณีนางวันทนีย์ หวัง จำนวน 253.21 ล้านบาท และนางชุลีกร สุธีรางกูร (เช็คไม่ผ่านบัญชีธนาคาร) รวมทั้งสิ้น 736.87 ล้านบาท (เอกสารการสั่งจ่ายเงินสำรองจ่ายนายศุภชัย ศรีศุภอักษร)

จากจำนวน 191 รายการข้างต้นรวมเป็นเงิน 4,036.84 ล้านบาท เป็นรายการที่ไม่ปรากฏว่าการเบิกจ่ายดังกล่าวเกี่ยวข้องหรือเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสหกรณ์ฯ คลองจั่นแต่อย่างใด และไม่ปรากฏว่ามีการรายงานหรือแจ้งให้กับคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์มีมติเห็นชอบแต่อย่างใด แต่เป็นการที่นายศุภชัย ศรีศุกอักษร ประธานกรรมการดำเนินการในขณะนั้น ระบุให้เป็นการทดรองจ่ายของตนเอง โดยที่ไม่มีข้อบังคับระเบียบสหกรณ์ให้มีอำนาจกระทำการดังกล่าวได้ และไม่ปรากฏว่าได้มีการนำเงิน 4,036.84 ล้านบาท ส่งคืนให้กับสหกรณ์ แต่กลับพบว่ามีการนำเช็คเข้าบัญชีเลขที่ หรือการถอนเงินสด หรือซื้อแคชเชียร์เช็คนำเข้าบัญชีอื่นทั้งของตนเองและของบุคคลอื่น หรือนำไปกระทำการอื่น หรือนำไปสั่งจ่ายให้บุคคลอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสหกรณ์ฯ คลองจั่นไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมดังที่ระบุไว้ในรายการเช็คแต่ละฉบับ


ข่าว : Thaipublica
25 กันยายน 2556
ข้อมูลhttp://www.youtube.com/watch?v=9f0tglEjArU 

เมื่อสื่อหลักของไทยช่วยโกหกปกปิดความจริง! แต่ประวัติศาสตร์โลกรู้ แชร์ทั้งโลก


เมื่อสื่อหลักช่วยโกหกปกปิดความจริง!

โดยความเป็นจริงในธรรมชาติ ที่ใดมีความสว่างเกิดขึ้น ที่นั่นความมืดย่อมมลายหายไป และโดยความเป็นจริงของสังคม ที่ใดสังคมสอดส่องตรวจสอบได้ ที่นั่นความชั่วช้าเลวทราม ทุจริตฉ้อฉลย่อมมลายหายไป
แสงสว่างที่ขจัดความมืดเป็นที่รู้จักของทุกผู้คน แต่การสอดส่องตรวจสอบที่เป็นไปในสังคมนั้น คนทั้งหลายยังมองข้าม และเป็นเหตุให้สื่อกระแสหลักฉวยโอกาสทำมาหากินในท่ามกลางความมืดของความเป็นจริงในสังคมต่อไป
การเดินขบวนครั้งใหญ่หลังยุค 14 ตุลา ของนักศึกษาอาชีวะไปยังสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2556 เพื่อประท้วงการเสนอข่าวของสถานีแห่งนั้น เป็นปรากฏการณ์ใหม่ล่าสุด
ความจริงหาใช่เพียงแค่สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 เพียงแห่งเดียวไม่ เพราะสื่อหลักต่างๆทั้งโทรทัศน์ วิทยุและหนังสือพิมพ์ ต่างประพฤติปฏิบัติเหมือนกัน จนประชาชนทั่วทั้งประเทศสามารถสัมผัสชัดเจนยิ่งขึ้นทุกที
สัมผัสชัดเจนว่า
ประการแรก ข่าวสารบางเรื่องเป็นเรื่องใหญ่โตมโหฬารของบ้านเมืองและมีผลกระทบใหญ่หลวงต่อประเทศชาติและประชาชน แต่ทำไมสื่อกระแสหลักไม่รายงานข่าวตามความเป็นจริง โดยเฉพาะในกรณีที่ข่าวสารนั้นเกี่ยวข้องกับรัฐบาลหรือผู้มีอำนาจ
การไม่รายงานข่าวลักษณะนี้ก็คือ ช่วยโกหกปกปิดไม่ให้ประชาชนชาวไทยได้รับรู้และความเป็นจริงที่เป็นไปในบ้านเมืองของตน
ประการที่สอง การเสนอความคิดความเห็นบางเรื่องของสื่อกระแสหลักมักจะสวนทางกับความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่สังคมไทยยึดถือ หรือสวนกับความรู้สึกนึกคิดในความผิดชอบชั่วดีอันเป็นไปตามหลักคุณธรรม ศีลธรรม และจริยธรรมของปวงชน
การเสนอความเห็นแบบนั้นเป็นการคุ้มครองปกป้องความชั่วร้ายเลวทราม ปกปักษ์รักษาการขายชาติ การโกงชาติ การปล้นชาติ การฉ้อราษฎร์บังหลวง กระทั่งถึงขนาดทำร้ายทำลายความดีความงามความชอบธรรมความถูกต้องที่พี่น้องประชาชนลุกขึ้นสู้กับความไม่ถูกต้องทั้งปวง
พฤติกรรมทั้งสองประการนี้ต้องถือว่า เป็นพฤติกรรมที่เลวทรามชั่วช้า ที่ไม่สมควรประพฤติปฏิบัติ และไม่สมควรที่ประเทศชาติและประชาชนจะยินยอมให้ดำรงคงอยู่อีกต่อไป ทำไมจึงเป็นเช่นนั้นเล่า?
ก็เพราะว่าถ้าเมื่อใดก็ตามผลจากการเสนอข้อมูลข่าวสารและความคิดความเห็นเช่นว่านี้ แพร่หลายออกไปในบ้านเมือง เมื่อนั้นคุณธรรม ศีลธรรม และความดีความงามทั้งหลายจะถูกทำลายให้สิ้นสูญ จะเกิดการยกย่องความชั่วช้าเลวทรามทั้งปวงว่าเป็นสิ่งถูกต้องดีงาม ย่อมทำให้สังคมไทยกลายเป็นสังคมที่มีมิจฉาทิฐิ
และถ้าเมื่อใดก็ตามผลจากการเสนอข้อมูลข่าวสารและความคิดความเห็นเช่นว่านี้แพร่ขยายออกไปในบ้านเมือง เมื่อนั้นบรรดาพวกชั่วชาติสารเลวทั้งหลายที่ขายชาติ ปล้นชาติ โกงชาติ ฉ้อราษฎร์บังหลวงก็จะฮึกเหิมลำพอง กล้าก่อกรรมทำเข็ญกับบ้านเมืองและราษฎรยิ่งขึ้นไปอีก เพระสำคัญผิดคิดว่าความชั่วช้าสารเลวเหล่านั้น เป็นความดีความงามที่ผู้คนยกย่องสรรเสริญ
ดังนั้นการช่วยโกหกปกปิดบิดเบือนของสื่อกระแสหลักไม่ว่าลักษณะใดๆ จึงต้องถือว่าเป็นอาชญากรรมที่ร้ายแรงที่กระทำต่อประเทศชาติ ต่อสังคมไทย และต่อประชาชนชาวไทย
เป็นการกระทำที่ปลูกฝังมิจฉาทิฐิในห้วงสำนึกความคิดจิตใจของผู้คน ทำให้ผู้คนเห็นความชั่วเป็นความดีความงาม ทำให้ผู้คนเห็นความดีงามเป็นเรื่องเหลวไหลไร้สาระ ทำให้ผู้คนยกย่องคนชั่ว ทำให้คนดีต้องหลบหนีหน้าจากสังคม ทำให้คนชั่วเชิดหัวชูคอหลอกล่อผู้คนอย่างไม่เกรงฟ้าไม่อายดิน
การกระทำของสื่อกระแสหลักในลักษณะนี้จึงเป็นอาชญากรรมที่ร้ายแรงต่อประเทศชาติและราษฎร ต้องถือว่าเป็นศัตรูที่ร้ายกาจของประเทศชาติและประชาชน ที่ปล่อยไว้นานไปก็จะเป็นพิษเป็นภัยใหญ่หลวงที่จะกัดกร่อนจิตวิญญาณของชาติและประชาชาติไทยทั้งมวล
จนกลายเป็นการทำคนให้เป็นสัตว์ ซึ่งอาจเป็นสัตว์เดรัจฉานหรือสัตว์นรกได้ ดังนั้นสื่อกระแสหลักเหล่านี้ จึงเป็นเป้าหมายสำคัญของประชาชนที่จะต้องโค่นล้มทำลาย
เป็นเรื่องที่คนไทยทั้งประเทศต้องตระหนักว่าการที่ปัญหาของประเทศชาติไม่ได้รับการแก้ไข การที่คนจัญไรถูกยกย่องเชิดชู การที่คนดีถูกกดขี่ข่มเหง ดังที่เป็นอยู่นี้ล้วนแยกไม่ออกจากบทบาทของสื่อกระแสหลัก
ดังนั้นการที่กลุ่มนักศึกษาอาชีวะทนไม่ไหวและได้มีการเดินขบวนประท้วงสื่อครั้งใหญ่ที่สุดหลังเหตุการณ์ 14 ตุลา เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2556 จึงเป็นปรากฏการณ์ที่ปลุกใจคนไทยทั้งผองให้ตื่นขึ้นจากภวังค์และจากมนต์อุบาทว์ของสื่อกระแสหลัก
ทำให้คนไทยต้องตื่นขึ้นมา แล้วเห็นความจริงว่า ที่นักการเมืองฮึกเหิมลำพองบังอาจก่อกรรมทำเข็ญกับบ้านเมืองและราษฎรได้ถึงปานนี้ก็เพราะสื่อกระแสหลักพวกนี้แหละ ที่เป็นเกราะคุ้มกันปกป้องช่วยเหลือ
เราจงมาร่วมกันชี้หน้าตราหน้าบรรดาสื่อหลักที่ประพฤติตนเป็นทาสบริวารผีโม่แป้งความชั่วช้าเลวทรามทั้งปวง ว่าพวกมึงคือศัตรูของชาติและประชาชน!
และสื่อน้ำดีทั้งหลายจะต้องเข้าร่วมในแนวรบประชาชาติเพื่อปฏิวัติประเทศไทยต่อไป!
สิริอัญญา

เราไม่พึ่งสื่อไทยที่เป็นขี้ข้า


วันที่ พุธ พฤษภาคม 2553
 พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

'ทักษิณ' ฉาว สื่อเทศทั่วโลกประโคมข่าว ''หมายจับผู้ก่อการร้าย'' มาดูสื่อดังๆ AP, AFP, CNN, BBC, France14, Aljazeera , etc. พาดหัวข่าวอย่างไรบ้าง


เมื่อวานนี้ หลังจากศาลอนุมัติออกหมายจับ
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
ในข้อหาผู้ก่อการร้ายแล้ว
สื่อต่างประเทศซึ่งเกาะติดสถานการณ์

ทางการเมืองในไทยอย่างใกล้ชิด 
ได้ประโคมข่าวดังไปทั่วโลก 


สำนักข่าว Aljazeera : หมายจับอดีตนายกฯไทย



สำนักข่าว CNN : ทักษิณ เจอข้อหา ก่อการร้ายไทย



สำนักข่าว France24 : ออกหมายจับ
อดีตนายกนทักษิณ ชินวัตร ข้อหา ก่อการร้าย



สำนักข่าว VOA : ไทยออกหมายจับก่อการร้ายสำหรับทักษิณ



สำนักข่าว BBC News : ไทยออกหมายจับ ทักษิณ



สำนักข่าว Gulf News : ทักษิณ ถูกกล่าวหา ส่งน้ำเลี้ยงผู้ประท้วง



สำนักข่าว The Strait Times : ประกาศจับข้อหา ก่อการร้าย


สำนักข่าว AOL :ไทยออกหมายจับผู้นำที่ถูกเนรเทศ



สำนักข่าว Reuters : ศาลไทยสั่งจับทักษิณข้อหาก่อการร้าย


สำนักข่าว Financial Times : ไทยชาร์จทักษิณก่อการร้าย



สำนักข่าว AFP : ศาลไทยอนุมัติหมายจับ ทักษิณ ก่อการร้าย



สำนักข่าว AP : อดีตนายกฯไทย ทักษิณ โดนข้อหา ก่อการร้าย



สำนักข่าว The Jerusalem Post : ประกาศจับ
อดีตนายกฯไทยข้อหาก่อการร้าย



สำนักข่าว USA Today : อดีตนายกฯไทย ทักษิณ 
โดนข้อหา ก่อการร้าย หลังเหตุการณ์ไม่สงบ



สำนักข่าว Japasn Today :ไทยชาร์จอดีตนายกฯทักษิณก่อการร้าย



สำนักข่าว The New York Times : ไทยออกหมายจับอดีตผู้นำลี้ภัย









































http://www.oknation.net/blog/print.php?id=603071



ขอขอบคุณสำนักข่าวต่างๆที่นำมาเสนอ


“เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=450729038373040&set=a.241428875969725.51821.241066436005969&type=1

วันอังคารที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2556

นักบุญบาปหนา! ศิษย์ธรรมกายโดนครหา “ฉ้อโกงหมื่นล้าน!!!” Pay to the order of" ... "พระราชภาวนาวิสุทธิ์-ธัมมชโย"


แฟนเน็ตแฉจะๆ "เช็คสหกรณ์คลองจั่น" Pay to the order of" ... "พระราชภาวนาวิสุทธิ์-ธัมมชโย" ตั้งคำถามกันเซ็งแซ่ ..ใช้เงินสหกรณ์คลองจั่นไปทำอะไร ทำบุญหรือให้ยืม ?
เอาจริง !


ดีเอสไอคำรามเตรียมดำเนินคดี
"ศุภชัย ศรีศุภอักษร"
ประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น

ทำธุรกรรมอำพราง

ถ้าออกหมายเรียกแล้วไม่มา
ก็จะเปลี่ยนเป็น..หมายจับ !





กดที่ภาพเพื่อชม


ธาริต เพ็งษ์ดิษฐ์ อธิบดี ดีเอสไอ

ออกช่องสปริงส์นิวส์ แจงกรณีตั้งข้อหา "ศุภชัย ศรีศุภอักษร"ประธานสหกรณ์เครดิตยู่เนี่ยนคลองจั่น




ข่าว : พันทิป-สปริงส์นิวส์
25 กันยายน 2556





ขี้แพ้ชวนตี !


ศุภชัยระบุสาเหตุถูกดีเอสไอเล่นงาน
หาว่าโกงสหกรณ์ยูเนี่ยนคลองจั่น


ชี้เป้า "ศัตรู" อยู่ใน "คลองจั่น" นั่นเอง
หยาม "แอ๊คชั่น" ของดีเอสไอ แค่..ปาหี่


โอโฮ แฟนๆ ได้ชมแล้ว ซี๊ดปาก เหมือนเห็นโมฮัมหมัด อาลี ชี้หน้าคู่ต่อสู้บนเวที เพราะอาลีนั้นมีสมญานามว่า "จอมโว"เพราะด่าไปด้วยต่อยไปด้วย พอคู่ต่อสู้ตบะแตกก็เสร็จอาลีทุกราย วันนี้ "ศุภชัย ศรีศุภอักษร" ศิษย์เอก "ธัมมชโย" ใช้กลยุทธเดียวกันกับอาลี ต่อยรวบยอดไล่ตั้งแต่ "ดีเอสไอ" ไปจนถึง "รัฐบาลยิ่งลักษณ์" ว่าทำอะไรโง่ๆ ไม่รู้เรื่องสหกรณ์ยังไม่พอ ยังใช้กฎหมายผิดอีก แบบนี้เห็นทีต้องล้มรัฐบาลแล้วละมั๊ง ทำได้ไง ต่ออายุให้ธาริตปุ๊ป ก็ส่งคอมมานโดบุกคลองจั่นทันที นี่มันหยามหน้ากันชะมัดเลย ไม่เคยได้ยินหรือไรว่า "ถ้าคิดว่าหลวงพ่อเป็นแค่พระไชยบูลย์ เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายละก็ ท่านคิดผิดซะแล้ว"

ไม่แน่นะ พรุ่งนี้ อาจจะมีทีเด็ดจากทางศุภชัย คงจะมีผู้ใหญ่หลายรายถูก "ฟ้อง" ทั้งในข้อหาหมิ่นประมาท หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพราะงานนี้คงไม่มีใครถอยให้ใคร บอกแล้วไงว่า ผลประโยชน์นั้นมันไม่มีสี อิอิอิ !








แฟนเน็ตแฉจะๆ "เช็คสหกรณ์คลองจั่น" Pay to the order of" ... "พระราชภาวนาวิสุทธิ์-ธัมมชโย" ตั้งคำถามกันเซ็งแซ่ ..ใช้เงินสหกรณ์คลองจั่นไปทำอะไร ทำบุญหรือให้ยืม ?







กดที่ภาพเพื่อชม

ศุภชัย ออกรายการ "เผชิญหน้า" ช่วง-1

ระบุ "ถูกฝ่ายตรงข้ามในคลองจั่นกลั่นแกล้ง"






กดที่ภาพเพื่อชม

ศุภชัย ออกรายการ "เผชิญหน้า" ช่วง-2




กดที่ภาพเพื่อชม

ศุภชัย ยังใจสู้ บอกสมาชิกคลองจั่นให้ "ใจเย็นๆ"
เพราะ..สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร



ข่าว : พันทิป-สปริงส์นิวส์

25 กันยายน 2556
สืบเนื่องจากกรณีความไม่ชอบมาพากลในการบริหารงานของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นที่สร้างความเสียหายไปกว่า12,000 ล้านบาท! กระทบถึงสหกรณ์น้อยใหญ่ทั่งประเทศ จนกลายเป็นกรณีเสียหายทางด้านการเงินครั้งมโหฬารครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ที่กระจายความเดือดร้อนไปทั่วทุกหย่อมย่านของความเสียหาย
       สมาชิกกว่าห้าหมื่นคน สหกรณ์ทั่วประเทศที่ฝากเงินรวมกว่า 5,000 ล้านบาท
      
       เหตุใดจึงเกิดกรณีร้ายแรงแบบนี้ได้ ล่าสุด ศุภชัย ศรีศุภอักษร ประธานกรรมการพร้อมพรรคพวกถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟองเงิน(ปปง.) ร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เข้าทำการยึดทรัพย์ มหากาพย์การโกงครั้งนี้ได้ฝากบทเรียนใดไว้กับระบบสหกรณ์ระดับประเทศบ้าง? 
      
       มหากาพย์มหาโกงหมื่นล้าน
      
       สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ก่อตั้งขึ้นในวันที่ 4 ธันวาคม 2526 โดย 3 ผู้นำคือวิวัฒน์ พัฒนศักดิ์สุธี(เสียชีวิตไปแล้ว) มณฑล กันล้อม และศุภชัย ศรีศุภอักษร โดยมีแนวคิดในการแก้ไขปัญหาชุมชนอย่างยั่งยืน มีการรับสมัครสมาชิกในฐานะที่ทุกคนเป็นเจ้าขององค์กร มีการปล่อยเงินกู้ รับเงินฝาก มีบริการธุรกรรมทางการเงินคล้ายธนาคาร
       แรกเริ่มนั้นสหกรณ์แห่งนี้ยังเป็นเพียงสหกรณ์ระดับชุมชน แต่ได้มีการเติบโตขึ้นมาจนกลายเป็นสหกรณ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ มีสมาชิกทั้งสิ้น 52,683 คน และเงินหมุนเวียนหลักหมื่นล้านบาท
      
        ปมปัญหาแรกต้องสงสัยจากการออกมาแฉของมณฑล กันล้อม ซึ่งพบว่า มีการปล่อยสินเชื่อผิดระเบียบในวงเงิน 3,298.34 ล้านบาท โดยชื่อผู้กู้คือตัวศุภชัยเอง!!
      
        เหตุการณ์ยิ่งทวีรุนแรงขึ้น เมื่อสมาชิกสหกรณ์หลายคนไม่สามารถเบิกถอนเงินของตัวเองออกมาได้ และมหากาพย์การโกงครั้งนี้ก็ถูกสืบสาวอย่างต่อเนื่อง จากเอกสารที่สำนักไทยออนไลน์พับลิก้า ตีแผ่ออกมาพบว่า มีการให้สินเชื่อไม่ชอบมาพากลกับลูกหนี้ 27 ราย เป็นเงินกว่า 12,000 ล้านบาท!!
      
        ในรายละเอียดพบว่า ยอดวันที่ 31 ธันวาคม 2555 จำนวน 27 ราย เป็นยอดหนี้ประมาณ 12,000 ล้านบาท โดยลูกหนี้ทุกรายไม่มีการถือหุ้นตามข้อบังคับของสหกรณ์ บางรายยังมีหลักทรัพย์ค้ำประกันที่ไม่ครอบคลุมกับมูลหนี้ บางรายเป็นการค้ำประกันเงินกู้ด้วยบุคคล และมี 2 รายที่ไม่มีหลักประกันหนี้ รวมทั้งยังมีการชำระหนี้ไม่เป็นไปตามกำหนดอีกด้วย
      
        จากการเปิดโปงของสำนักข่าวดังกล่าวยังพบข้อมูลว่า บริษัทหลายแห่งมีสถานที่ตั้งที่เป็นตึกเปล่า บางแห่งเป็นนิติบุคคลที่ไม่มีตัวตน หลายแห่งยังมีชื่อของศุภชัยนั่งเป็นประธานเสียเอง
      
       ทั้งนี้ ผู้ที่ฝากเงิน ซื้อหุ้นของสหกรณ์ก็ยังเป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือ ด้วยดอกเบี้ยที่สูงกว่าธนาคารในอัตราฝากพิเศษสูงถึงร้อยละ 3-4 ต่อปี และเงินปันผลหากซื้อหุ้นสหกรณ์ก็สูงถึงร้อยละ 10 ต่อปี ทำให้มีหลายคนเห็นโอกาสในการลงทุน ข้าราชการเกษียณอายุแล้วหลายคนนำเงินเก็บทั้งหมดมาฝากซื้อหุ้นที่นี่ หวังเงินปันผลรายปีดูแลเป็นรายได้จุนเจือดูแลชีวิต
      
       อย่างไรก็ตาม ความเสียหายยังคงกินวงกว้างไปอีก จากที่รายได้การฝากเงินกับสหกรณ์แห่งนี้ถือว่า มีผลตอบแทนที่ดีมาก ทำให้มีสหกรณ์ทั่วประเทศถึง 12 แห่ง ตัวอย่างเช่น สหกรณ์ออมทรัพย์ครูทรัพย์ครูปทุมธานี สหกรณ์ออมทรัพย์ครูทรัพย์ครูยโสธร สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น สหกรณ์ออมทรัพย์ครูสงขลา รวมไปถึงสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจแห่งชาติ สหกรณ์ออมทรัพย์สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน โดยมีสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมียอดรวมกันไปต่ำกว่า 5000 ล้านบาท!!
      
       นอกจากนี้ยังมีสหกรณ์อีกหลายอย่างของมหาวิทยาลัยชื่อดังต่างๆ เช่น สหกรณ์ออมทรัพย์โรงพยาบาลราชวิถี สหกรณ์ออมทรัพย์สาธารณสุขอุทัยธานี สหกรณ์ออมทรัพย์สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจแห่งชาติ สหกรณ์ออมทรัพย์สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ที่รับว่าฝากเงินไว้ที่นี่ แต่ไม่ขอระบุยอดเงิน
      
       พูดให้ชัดคือ ความเสียหายทางด้านการเงินครั้งนี้ดูจะกระจายไปทั่วทุกหย่อมย่าน ทั้งยังรุนแรงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนอีกด้วย คำถามสำคัญคือเหตุใดองค์กรที่รับผิดชอบจึงไม่สามารถตรวจพบความไม่ชอบมาพากลตลอด 8 ปีที่ผ่านมาได้
      
       มือถือสากปากถือศีล
      
       สิ่งหนึ่งที่ทำให้ศุภชัยสามารถกลับมาเป็นประธานได้อีกครั้งคือภาพลักษณ์ที่ดูดีราวกับนักบุญผู้เคร่งศีลธรรมที่หลายคนอาจจะจินตนาการไม่ออกว่า คนแบบนี้จะโกงใครได้ นอกจากนี้เขายังมีวาทศิลป์สามารถโน้มน้าวใจคนได้อย่างชาญฉลาดอีกด้วย
      
       จากหนังสือประวัติของเขาที่ตีพิมพ์ในช่วงที่เขาได้รับรางวัลนักสหกรณ์ดีเด่นประจำปี 2550 มีการเล่าถึงประวัติของเขาว่า มีพื้นเพเป็นคนราชบุรีที่เข้ามาทำงานและเรียนต่อกรุงเทพฯ ตั้งแต่อายุ 18 ว่าง่ายๆคือมีพื้นฐานในการเป็นคนสู้ชีวิตคนหนึ่ง
      
       กระทั่งต่อมาเริ่มมีบทบาทในด้านของการเป็นนักพัฒนาที่ชุมชนครองจั่นในฐานะเลขาธิการชุมชน และก้าวขึ้นมาเป็นผู้ก่อตั้งสหกรณ์ในอายุเพียงแค่ 26 ปีเท่านั้น
      
       ทั้งนี้ ปากคำจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ บอกว่า แรกเริ่มนั้นศุภชัยมีพื้นฐานที่เป็นคนดีมากคนหนึ่ง เป็นคนทำงานเก่ง คิดใหญ่ ทำใหญ่ การที่สหกรณ์พัฒนาได้ถึงตรงนี้ ส่วนหนึ่งมาจากความสามารถของคนๆนี้ โดยผู้ก่อตั้งอีก 2 คนคือวิวัฒน์ พัฒนศักดิ์สุธี และ มณฑล กันล้อมมีบทบาททางด้านกฎหมาย การบัญชีตามลำดับ ทว่าเวลาที่ผ่านไปก็เปลี่ยนแปลงหลายสิ่งหลายอย่าง
      
       “แรกๆ เขาเป็นคนดีมากเลยนะ มีความสามารถ มีคนคิดใหญ่ทำใหญ่ ทำให้สหกรณ์พัฒนาในเชิงธุรกิจ แต่มันก็เหมือนจะจุดเปลี่ยนบางอย่างซึ่งพูดยากว่าเป็นจุดไหน แต่ส่วนหนึ่งที่สำคัญน่าจะมาจากการที่เขาเป็นศิษย์ลำดับต้นของวัดธรรมกาย”
      
       แหล่งข่าวได้เผยว่า ศุภชัยผู้ศรัทธาชั้นนำของวัดธรรมกาย ที่บางคนบอกว่า เป็นศิษย์อันดับ 1 เลยก็ว่าได้ ทั้งนี้การบริจาคเงินที่มากขึ้น ก็จะมาพร้อมกับการโปรโมตที่ทางวัดมีให้แก่ศุภชัยมากขึ้น
      
       “เรามองศุภชัยเป็นคนที่ยึดติดในชื่อเสียงเกียรติยศ วัดธรรมกายยิ่งบริจาคก็ยิ่งจะได้ชื่อเสียงมาก จากปากคำล่าสุดของเขาบอกว่า มีเงินของสหกรณ์อยู่ธรรมกายในหลักร้อยล้าน แต่เราเชื่อว่า น่าจะมากกว่านั้น น่าจะหลักพันล้านได้”
      
       นอกจากนี้ เขายังมีการถือหุ้นใหญ่ในสหกรณ์ยูเนี่ยนมงคลเศรษฐีซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการสินเชื่อเพื่อการทำบุญให้แก่วัดธรรมกาย นอกจากบริษัทดังกล่าวยังถือหุ้นใหญ่ในบริษัท มงคลเศรษฐีเอสเตท จำกัด ที่เป็น 1 ใน 27 ลูกหนี้สมทบที่ก่อหนี้ให้ถึงหลักหมื่นล้าน
      
       ศุภชัยยังชอบทำบุญบริจาคเงินหลายล้านบาทให้กับโรงเรียนตามต่างจังหวัดโดยมีข้อแม้ว่า ต้องปูพรมแดงเพื่อต้อนรับตนเอง นอกจากนี้ ยังเป็นเขาผู้อยู่เบื้องหลังคนสำคัญของอีเวนต์0ดังของวัดธรรมกายอย่าง “ธุดงค์ธรรมชัยฯ” หรือธุดงค์กลางกรุงอีกด้วย
      
       โดยเกียรติประวัติด้านการบุญของเขาทำให้เขาได้รับรางวัลพุทธคุณูปการ ประเภทกาญจนเกียรติคุณซึ่งเป็นรางวัลระดับทองจากคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เป็นรองเพียงระดับเพชรซึ่งเป็นระดับสูงสุดเท่านั้น
      
       ข้อเขียนของเขาในหนังสือพิมพ์เกลียวเชือก หนังสือพิมพ์ที่ลงข่าวในแวดวงสหกรณ์ก็มักจะสอดแทรกไว้ด้วยธรรมะมากมาย รวมไปถึงการพูดของเขาด้วย แม้หลายครั้งจะไม่ได้ให้คำตอบต่อประเด็นที่สมาชิกค้างคาใจก็ตาม จนถึงการประชุมวิสามัญเพื่อเลือกตั้งหาประธานสหกรณ์ครั้งล่าสุด แม้ว่าเขาจะต้องคดีฟ้องร้องกว่าหมื่นล้าน เขาก็ยังคงได้รับเลือกให้เป็นประธานสหกรณ์ต่อ ทำให้เห็นได้ว่า ยังคงมีคนศรัทธาในตัวเขาอยู่
      
       จนถึงตอนนี้สหกรณ์ก็ยังคงดำเนินการอยู่ แม้จะไม่สามารถเบิกเงินออกได้ก็ตาม และยังคงมีสมาชิกบางส่วนที่เชื่อมั่นว่า สหกรณ์ก็ยังคงประคับประคองตัวของมันเองต่อไปได้ และนำเงินมาฝากเพื่อให้ยังมีสิทธิ์ในเงินหุ้นปันผลอยู่
      
       สหกรณ์ในอุดมคติ
      
        จากปัญหาที่เกิดขึ้นกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนซึ่งถือเป็นสหกรณ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ หากมองถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น สิ่งหนึ่งที่น่ากลัวคือ จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับสหกรณ์อื่นมั้ย? วิทยากร เชียงกูล คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต อธิบายถึงหลักการของสหกรณ์ว่า คือการที่ชุมชนร่วมเป็นเจ้าของ โดยกิจการทั้งหมดจะมุ่งเน้นที่การบริการชุมชน หากเทียบกับธนาคารที่มุ่งทำกำไรให้ผู้ถือหุ้น สหกรณ์จะมุ่งแบ่งปันสิ่งที่เหลือได้ให้แก่ชุมชนที่เป็นสมาชิกซึ่งเปรียบเสมือนเจ้าของร่วมกัน
      
        “ตัวหลักการหรือระบบของสหกรณ์มันดีนะ มันตอบโจทย์การรวมตัวของชุมชน ในต่างประเทศก็มีสหกรณ์หลายแห่งที่เติบโตได้มากกว่าในประเทศเรา มีการวางระบบที่ดีทั้งยังมีกำไรที่สูงให้กับสมาชิก เพียงแต่ระบบมันก็เรียกร้องความเป็นมืออาชีพในการบริหารและการเป็นสมาชิกอีกด้วย”
      
        ทั้งนี้ การเป็นสมาชิกสหกรณ์นั้น เขาเผยว่า ต้องมีส่วนในการร่วมตรวจสอบการทำงานภายในสหกรณ์เอง เหตุเพราะสมาชิกนั้นถือเป็นเจ้าของสหกรณ์ด้วย จึงมีสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลต่างๆทั้งหมด แต่สหาชิกสหกรณ์โดยทั่วไปในสังคมไทยนั้นมักจะฝากเงินไว้เพื่อหวังดอกผลกำไรที่สูงกว่าธนาคารเท่านั้น
      
        “จริงๆ ระบบสหกรณ์ต่างประเทศเขาก็ยืดหยุ่นกว่าในประเทศเรานะ แต่ประเทศเขามีความเป็นมืออาชีพมากกว่าทั้งในการบริหาร และในส่วนของสมาชิก ซึ่งตรงนี้มันก็เป็นปัญหาที่ว่าในประเทศไทยอาจมีระบบการตรวจสอบที่ไม่ทั่วถึง อย่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็อาจจะไม่มีความสามารถเพียงพอในด้านการตรวจทางด้านการเงินก็ได้”
      
        ประเด็นหนึ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงคือความผิดของผู้ตรวจสอบจากฝ่ายรัฐบาลอย่าง กรมส่งเสริมสหกรณ์ที่อยู่ภายใต้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น วิทยากรเผยว่า จุดเริ่มต้นของสหกรณ์นั้นเดิมทีมาจากการรวมตัวของกลุ่มชุมชนเกษตรกรเล็กๆ เพื่อสร้างความแข็งแรงทางด้านเศรษฐกิจให้แก่ชุมชน
      
        “สหกรณ์ที่ยังมีขนาดเล็ก และมักจะเป็นการรวมตัวของเกษตรกรจึงอยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงเกษตรซึ่งทำงานกับเกษตรกรได้ง่ายกว่า ทว่าปัจจุบันนี้สหกรณ์ในระดับองค์กรต่างๆ มันขยายตัวมากขึ้น มันใหญ่ถึงขนาดมีเงินหมุนเวียนกว่า 100 ล้าน”
      
        ในการแก้ไข้เชิงระบบเพื่อไม่ให้เกิดกรณีแบบนี้ขึ้นอีก เขาจึงมองว่า การดูแลตรวจสอบสหกรณ์ในยุคปัจจุบันควรมีการเปลี่ยนแปลง โดยให้องค์กรที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการเงินโดยเฉพาะในการตรวจสอบ
      
        “ถึงตอนนี้ผมก็ได้ข่าวว่า สหกรณ์บางแห่งก็มีการโกงกันนะ เพราะระบบการตรวจสอบมันทำได้ไม่ทั่วถึง ผมมองว่า ควรให้องค์กรอย่างแบงก์ชาติมารับผิดชอบในการตรวจสอบองค์กรในระดับสหกรณ์ด้วย” 
      
       …..
      
        มหากาพย์การโกงครั้งนี้จะจบลงอย่างไร? บั้นปลายของระบบที่ยังมีช่องโหว่จะได้รับการแก้ไขหรือไม่? กับประเทศไทยที่ระบบการตรวจสอบและความรับผิดชอบฐานะสมาชิกยังคงเต็มไปด้วยความไม่รู้ ระบบสหกรณ์จะเป็นระบบที่โปร่งใสและปลอดภัยได้หรือไม่?
      
       ข่าวโดย ASTV ผู้จัดการ LIVE