วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ประกาศ โครงการหาทุนมอบให้ พระธรรมธีรราชมหามุนี เจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม

                  ภาพพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ องค์นี้ ติดอยู่ในกุฎิเจ้าอาวาสวัดระฆัง ปัจจุบัน

      ท่านที่บริจาคบูชา สามารถรับพระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ จากเจ้าคุณเที่ยงเจ้าอาวาสวัดระฆัง 
        พระ 3 ยุค และ แม่พิมพ์ช่างหลวง  เป็นอย่างไร
ข้อมูล 
http://www.meeboard.com/view.asp?user=saravutrasameepen&groupid=38&rid=88&qid=4

โครงการหาทุนมอบให้ พระธรรมธีรราชมหามุนี เจ้าอาวาศวัดระฆังโฆสิตาราม
มอบ สมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่ องค์เจ้าคุณเที่ยง ให้ท่านผู้บริจาค ๒๐ ล้านบาท
ครึ่งหนึ่งถวายเจ้าคุณเที่ยง เพื่อทำโครงการถวาย สมเด็จโต
ครึ่งหนึ่งนำไปดำเนินโครงการเพื่อความมั่นคงพระพุทธศาสนา
พระเครื่องทุกองค์ที่นำออกหาทุน มีบันทึกข้อมูลไว้ในหน้าประวัติศาสตร์
https://www.facebook.com/thaihistory/photos/?tab=album&album_id=169264189786358





#ท่านที่มีศรัทธาแต่มีกำลังทรัพย์ไม่มาก สามารถบูชา พระสมเด็จวัดระฆัง ได้ครับ
โทรสอบถามที่ สมเกียรติ กาญจนชาติ 084-6514822
#การอนุรักษ์เชิงประวัติศาสตร์ ท่านสามารถ ร่วมบริจาคบูชาเพื่อปกป้องและสืบทอดพระศาสนา มีการบันทึกในประวัติศาสตร์ไทย


#อนุรักษ์พระเครื่องเชิงประวัติศาสตร์อย่างมีคุณค่าเพื่อสืบทอดพระศาสนา โดยนำออกหาทุนในโครงการ

ข้อมูลที่







โครงการตั้งมูลนิธิ พระนเรศมหาบารมี

ความเป็นมา

เนื่องด้วยท่านเจ้าคุณ พระธรรมมงคลวุฒจารย์ อดีตเลขานุการในสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ ๑๙ วัดบวรนิเวศ ได้มีความเป็นห่วงในความมั่นคงของพระพุทธศาสนา จึงได้ให้คำแนะนำว่า ควรมีนายทหารยศพลเอก สักท่านหนึ่งที่มีความดีงามและกล้าหาญที่ จะตั้งมูลนิธิขึ้นเพื่อช่วยเหลือประเทศชาติและประชาชน และควรดำเนินการเพื่อจัดหาทุน เพื่อจัดตั้งมูลนิธิขึ้น โดยให้ข้าพเจ้า สมเกียรติ กาญจนชาติ นำศิลปวัตถุพระเครื่องโบราณที่อนุรักษ์ไว้เพื่อสืบทอดพระศาสนา มอบให้แก่ท่านผู้มีจิตศรัทธาบริจาคทุนเพื่อดำเนินโครงการจัดตั้ง มูลนิธิพระนเรศมหาบารมี

                  ดังนั้นข้าพเจ้าจึงขอกราบเรียน นำเสนอโครงการที่มีความสำคัญยิ่งนี้มาให้ท่านผู้มีศรัทธาในการทำความดีได้เมตตาพิจารณาและขอการสนับสนุนการหาทุนในโครงการนี้  เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและพระศาสนาตลอดไป

โดยมีท่าน พลเอก ประสูตร รัศมีแพทย์ เป็นองค์ประธานกรรมการ เพื่อตั้งมูลนิธิสนับสนุนช่วยเหลือพระศาสนาและประชาชนในลักษณะของการดำเนินงานพัฒนาต่างๆ ในกรณีที่ต้องถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขของกฎเกณฑ์ ระเบียบ หรืองบประมาณที่ระบบราชการไม่สามารถดำเนินการได้ทันที จนเป็นเหตุให้การแก้ไขปัญหาไม่สอดคล้อง หรือทันกับสถานการณ์ที่จำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องกระทำโดยเร็ว การที่มูลนิธิเข้ามาดำเนินการเช่นนี้ ส่งผลให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง รวดเร็วฉับพลัน โดยไม่ตกอยู่ภายใต้ข้อจำกัดใดๆ ทั้งสิ้น อาจกล่าวได้ว่าการดำเนินงานของมูลนิธิเป็นการช่วยให้กระบวนการพัฒนา เกิดความสมบูรณ์ขึ้น
"ชัยชนะของประเทศนี้ โดยงานของมูลนิธิพระนเรศมหาบารมี นั้นก็คือ ความสงบ ... เป็น เมืองไทยที่มีความเจริญก้าวหน้า  จนเป็นรัศมีของการพัฒนาร่วมสร้างพลังในแผ่นดิน มีจุดประสงค์ คือ ความสงบ ความเจริญ ความอยู่ดีกินดี"

วัตถุประสงค์

๑.เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและโครงการพัฒนาอื่นๆและงานทางพระพุทธศาสนา ตลอดจนการศึกษาของชาติ
๒.เพื่อส่งเสริม การพัฒนาสงเคราะห์และช่วยเหลือประชาชนในด้านเศรษฐกิจและสังคมให้มีคุณภาพ ชีวิตที่ดีขึ้น และให้สามารถช่วยตัวเองและพึ่งตนเองได้
๓.ดำเนินการใดๆ อันเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติเป็นส่วนรวม
ร่วมมือกับส่วนราชการและองค์กรการกุศลอื่นๆ เพื่อสาธารณประโยชน์ หรือดำเนินการเพื่อเน้นในการสนับสนุนสาธารณประโยชน์
๔.ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมือง

เป้าหมายเป้าหมายที่สำคัญคือ เพื่อสร้างความสามัคคีร่วมมือกันทุกภาคส่วน  ในการสงเคราะห์ช่วยเหลือ
พระศาสนา รวมถึงประชาชนในชาติ ให้มีความร่มเย็นเป็นสุข และอยู่ดีกินดี อันจะนำไปสู่ความมั่นคงของประเทศ คือ ชัยชนะแห่งการพัฒนา

แนวทางการดำเนินงาน

งานของมูลนิธิพระนเรศมหาบารมี  นั้นต้องทำเร็ว คิดเร็ว แก้ปัญหาเร็ว ... เรื่องเช่นนี้ไม่อาจทำได้ในระบบระเบียบของทางราชการ เนื่องจากราชการมีขั้นตอน ระเบียบแบบแผนที่ยุ่งยากพอสมควร จะไม่ทันกับเวลาและปัญหาที่ต้องใช้ความรวดเร็ว ... มูลนิธิฯ ดำเนินการเป็นตัวอย่างก่อน หากรัฐบาลเห็นสมควรว่ามีประโยชน์ก็นำไปทำต่อ หรือจะนำเป็นต้นแบบไปทดลองที่อื่นก็ได้...
การดำเนินงานของมูลนิธิเป็นไปตามแนว พระราชดำริของในหลวง โดยเน้นกิจกรรมเพื่อการพัฒนาที่ไม่ซ้ำซ้อนกับแผนงาน โครงการของรัฐที่มีอยู่แล้ว แต่จะพยายามสนับสนุน ส่งเสริม และประสานการดำเนินงาน เพื่อให้โครงการต่างๆ เกิดความสมบูรณ์และสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและสอดคล้องกับสถานการณ์ โดยเฉพาะในกรณีที่โครงการของรัฐถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขของกฎระเบียบต่างๆ อันเป็นผลทำให้โครงการนั้นๆ ไม่สามารถดำเนินการได้อย่างทันท่วงที เช่น ในกรณีที่อาจต้องสร้างอาคารเรียนให้เยาวชนเพื่อดำเนินงานตามโครงการ หนึ่ง แต่รัฐมีปัญหาด้านงบประมาณไม่เพียงพอใน
การจัดซื้อ หรือมิได้ตั้งงบประมาณไว้ หรือถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขของระเบียบต่างๆ ทำให้ดำเนินการจัดสร้างไม่ได้ หรือต้องตั้งงบประมาณจัดสร้างใน ๑-๒ปี ข้างหน้า ซึ่งจะทำให้โครงการล่าช้าไป เป็นต้น
ในกรณีเช่นนี้มูลนิธิพระนเรศมหาบารมี  จะได้ช่วยเหลือตามความเหมาะสมเพื่อให้โครงการ นั้น ๆ ดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพสูงสุดวิธีการดังตัวอย่างข้างต้นนี้ อาจนับได้ว่าเป็นวิวัฒนาการใหม่ของแนวทางการพัฒนาประเทศที่มีมูลนิธิใน ฐานะเป็นนิติบุคคลและเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่จะเข้ามาประสานงาน ร่วมมือ สนับสนุน โครงการพัฒนาของรัฐอย่างสอดคล้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อให้โครงการที่มีปัญหานั้นๆ สามารถดำเนินงานไปได้ โดยก่อประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและประเทศชาติ"มูลนิธิ มิได้มีหน้าที่โดยตรงที่จะบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนให้มีกิน ให้สามารถที่จะดำเนินชีวิตที่สร้างสรรค์ โดยช่วยในการให้มีสิ่งที่เป็นอุปกรณ์ หรือจะเป็นสิ่งที่เป็นปัจจัยให้สามารถที่จะสร้างอนาคตแก่เยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติ และส่งเสริมการทำมาหากินโดยให้มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน และในด้านเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมก็ได้ทำ เพื่อที่จะให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีที่สุดเป้าหมายก็คือความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติ ซึ่งถือว่าเป็นชัยชนะ"

กิจกรรมหลักของมูลนิธิ

ด้านการศึกษาของเยาวชน

ข้อมูลที่ 


วันอังคารที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2559

เชิญมหาชนร่วมปกป้อง ความมั่นคงทางพุทธศาสนาของชาติ ก่อนสิ้นชาติ

#ประกาศมหาชนต้องทราบและโปรดเข้าร่วมก่อนสิ้นชาติ
#ประจักษ์แจ้งอิสลาม
ความจริงที่นายทหาร ใน กอ.รมน. ให้แจ้งแก่มหาชนชาวพุทธในชาติไทย
ชาวพุทธไทยจะไม่ยอมสิ้นชาติ
เราต้องช่วยประจาน ร่าง พ.ร.บ.กิจการฮัจย์ และ กฎหมายลูก ที่จะออกมา
อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัด... หลั่งน้ำตา รดแผ่นดิน..ห่วงลูกหลานไทย..10 ส.ค.2559
สนช.รับแล้ววาระแรก...ร่าง พรบ.กิจการฮัจย์ ย้ายจากกรมการศาสนา มากรมการปกครอง...-ต่อไปนี้อิสลาม ควบคุม ตำบล, อำเภอ, จังหวัด, กรมการปกครอง และกระทรวงมหาดไทยทั่วประเทศเรียบร้อยแล้ว..ทำไมถึงต้องย้ายไปกรมการปกครอง1.กรมการปกครองมีอำนาจในการสั่งการประชาชนมากกว่า กรมการศาสนา2.กรมการปกครองมีงบประมาณมากกว่ากรมการศาสนา3.ทุกอำเภอ และทุกจังหวัด จะต้องมีห้องทำงานให้กับ คณก.อิสลาม ประจำอำเภอ และประจำจังหวัดนั้นๆ4.เพื่อสอดรับกับกฎหมายลูก ที่จะออกมาดังนี้.
4.1 ออกกฎหมายรองรับว่า ทั้ง 77 จังหวัด ทั่วประเทศ, จังหวัดใดที่มีมัสยิด 3 แห่ง ให้จังหวัดนั้นๆแต่งตั้ง คณก.กลางอิสลามประจำจังหวัด ปฏิบัติหน้าที่ดังนี้..
- คณก.อิสลาม ประจำจังหวัดให้ทำงาน และร่วม ประชุมกับ ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกครั้ง,
คณก.อิสลาม ประจำอำเภอ ให้ทำงานและร่วมประชุมกับนายอำเภอทุกครั้ง
(ข่าวกรองแล้ว ทราบว่า คณก.อิสลาม จะเตรียม ผู้หญิงอิสลามหน้าตาดี เพื่อจะเป็นเมียน้อยของนายอำเภอ และผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อต้องการลูกที่เป็นมุสลิม ฝ่ายพ่อไม่ต้องเปลี่ยนศาสนาเป็นมุสลิมก็ได้..ไม่เกินใน 5 ปี ข้างหน้า 2565 ก็จะได้ลูกมุสลิมทั่วประเทศไทยปกครองประชาชน)
4.2 ออก กฎหมายรองรับ จังหวัดใด ที่มีมัสยิด 3 แห่ง ให้จังหวัดนั้นจัดตั้งศาลมุสลิมประจำจังหวัด ให้โต๊ะอีหม่าม เป็นผู้พิพากษาหัวหน้าศาล.. ให้ใช้มัสยิดใด มัสยิดหนึ่งเป็นที่ทำการของศาลมุสลิมไปก่อน...
(ถ้าใครถามก็บอกว่า จะใช้บังคับเฉพาะคนมุสลิม แต่อีกไม่นาน คนไทยพุทธที่โง่อยู่ มีเรื่องกับมุสลิม ก็ต้องมาขึ้นศาลมุสลิมประจำจังหวัดนั้น ,ถ้ามีเรื่องให้คนมุสลิมรีบส่งเรื่องมาทันที)
มีโต๊ะอีหม่าม เป็นผู้พิพากษาหัวหน้าศาล.. คนมุสลิมจะผิดอย่างไร ก็ต้องให้ชนะแน่นอน..
-ต่อไป คนไทยพุทธ มีข้อพิพาทกับคนไทยมุสลิม เกี่ยวกับ เรื่องที่ดิน, เรื่องอุบัติเหตุ และเรื่องอื่นๆ ก็ต้องขึ้นศาลมุสลิม
4.3 ออกกฎหมายชารีอะย์ มุสลิม เรื่องการนับถือศาสนา
คนไทยพุทธ แต่งงานกับอิสลามมุสลิม จะต้องเปลี่ยนนับถืออิสลามมุสลิมทั้งหมด...แผนของอิสลา
แผนที่ 1 ยึดกระทรวงศึกษาได้แล้วแผนที่ 2 ยึดกระทรวงมหาดไทย
เมื่อไรที่ จัดตั้ง สนง.อิสลาม ประจำ จังหวัดและอำเภอ ได้ ก็สำเร็จเมื่อนั้น (ให้อ้างว่าเป็นการจัดตั้งเพื่อประกอบพิธีฮัจย์ ... อย่าเผยแพร่ให้คนพุทธรู้ข้อนี้สำคัญมาก.. ถ้ารู้จะเกิดการต่อต้านอย่างรุนแรง)แผนที่ 3 ยึดกระทรวงยุติธรรม...
เมื่อผู้หญิงที่ส่งให้เป็นเมียน้อย นายอำเภอ และผู้ว่าราชการจังหวัด
ลูกที่ได้จะเป็นมุสลิม
ให้ส่งลูกไปเรียน รัฐศาสตร์ และหรือ นิติศาสตร์เท่านั้น
ต่อไปจะได้คนมุสลิม เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด
และเป็นผู้พิพากษาหัวหน้าศาล..
ต่อไปศาลมุสลิมประจำจังหวัด.. จะต้องทำงานร่วมกับศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกาเมื่อเวลานั้น
อิสลาม มุสลิม ยึดได้ทั้งหมดแล้ว..ข้อพิพาท เรื่องที่ดินมรดก มีแน่นอนครับ
เช่น พ่อเป็นไทยพุทธ มีที่ดินอยู่ 1,000 ไร่
มีลูกสาว 2 คน
- ลูกสาวคนที่ 1
นับถือพุทธ แต่งงานกับชายพุทธ-ลูกสาวคนที่ 2
นับถือพุทธ
แต่งงานกับชายมุสลิม
ตามกฎหมายชารีอะห์
ก็ต้องเปลี่ยนศาสนาเป็นอิสลาม
วันหนึ่งพ่อตาย ด้วยหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ไม่ได้แบ่งมรดกให้ลูกด้วยฝ่ายลูกเขย เป็นอิสลามมุสลิม แต่งงานกับลูกสาวคนที่ 2 และมีลูกด้วยกัน 3 คนเป็นอิสลามมุสลิม ทั้งหมด ด้วยเหตุนี้ลูกเขยอยากได้ที่ดินมรดก 1,000 ไร่
หรืออยากได้มากกว่าอีกฝ่ายหนึ่ง ก็ต้องส่งเรื่องไปที่ศาลมุสลิม ประจำจังหวัดนั้นๆ
ท่านทั้งหลายลองคิดดู จะให้ใครชนะคดี...
ถ้าไม่ใช่อิสลามมุสลิม..ท่านลองคิดดูนะครับ
แต่เดิมอิสลามมุสลิมใช้จารีต ของศาสนาในการปฏิบัติ
(ผู้ชายมีเมีย 4 คน เพื่อขยายศาสนาตัวเอง)
ชาวพุทธก็ไม่มีผลกระทบใดๆแต่ปัจจุบันอิสลามมุสลิม พยายามพลักดัน
จารีต ของศาสนา ให้เป็นกฎหมาย ออกมาบังคับใช้ ซึ่งเป็นอันตรายร้ายแรงมาก ต่อชาวพุทธทุกคน...
เพราะถ้าขึ้นชื่อว่ากฎหมาย
ถ้าไม่ปฏิบัติก็มีความผิด ติดคุก ...ดัง พรบ.ฮัจย์ 2524
-ปลัดกระทรวงมหาดไทย
-อธิบดีกรมการศาสนา
-อธิบดีกรมการปกครอง
และอธิบดี อื่นๆ อีกเกือบ 10 กระทรวง
ต้องอำนวยความสะดวก ต่อกิจการฮัจย์
ถ้าไม่อำนวยความสะดวกต้องติดคุก 5 ปี...(ใช้กฎของป่าล้อมเมือง
ต่อไปพระมหากษัตริย์ไืทย ก็จะถูกคนอิสลามมุสลิมบีบ)รู้หรือยัง ทำไม อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัด... ถึงหลั่งน้ำตา เป็นห่วงลูกหลานไทย..12 ส.ค.2559 เวลา 0110

เข้าร่วมและศึกษาข้อมูลได้ด้วยตนเองที่

วันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ประชาสัมพันธ์ โครงการตั้งมูลนิธิ พระนเรศมหาบารมี (มอบสมเด็จวัดระฆังยุคสมเด็จโต)




ภาพ พลเอก ประสูตร รัศมีแพทย์ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด  และ คณะทำงานเพื่อสังคม
กราบนมัสการ พระเทพสารเวที อดีตเลขานุการในสมเด็จพระสังฆราชวัดบวรนิเวศ  วันที่ 5 กรกฏาคม 2559

ความเป็นมา

เนื่องด้วยท่านเจ้าคุณ พระเทพสารเวที อดีตเลขานุการในสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ ๑๙ วัดบวรนิเวศ ได้มีความเป็นห่วงในความมั่นคงของพระพุทธศาสนา จึงได้ให้คำแนะนำว่า ควรมีนายทหารยศพลเอก สักท่านหนึ่งที่มีความดีงามและกล้าหาญที่ จะตั้งมูลนิธิขึ้นเพื่อช่วยเหลือประเทศชาติและประชาชน และควรดำเนินการเพื่อจัดหาทุน เพื่อจัดตั้งมูลนิธิขึ้น โดยให้ข้าพเจ้า สมเกียรติ กาญจนชาติ นำศิลปวัตถุพระเครื่องโบราณที่อนุรักษ์ไว้เพื่อสืบทอดพระศาสนา มอบให้แก่ท่านผู้มีจิตศรัทธาบริจาคทุนเพื่อดำเนินโครงการจัดตั้ง มูลนิธิพระนเรศมหาบารมี

                  ดังนั้นข้าพเจ้าจึงขอกราบเรียน นำเสนอโครงการที่มีความสำคัญยิ่งนี้มาให้ท่านผู้มีศรัทธาในการทำความดีได้เมตตาพิจารณาและขอการสนับสนุนการหาทุนในโครงการนี้  เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและพระศาสนาตลอดไป

โดยมีท่าน พลเอก ประสูตร รัศมีแพทย์ เป็นองค์ประธาน เพื่อตั้งมูลนิธิสนับสนุนช่วยเหลือพระศาสนาและประชาชนในลักษณะของการดำเนินงานพัฒนาต่างๆ ในกรณีที่ต้องถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขของกฎเกณฑ์ ระเบียบ หรืองบประมาณที่ระบบราชการไม่สามารถดำเนินการได้ทันที จนเป็นเหตุให้การแก้ไขปัญหาไม่สอดคล้อง หรือทันกับสถานการณ์ที่จำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องกระทำโดยเร็ว การที่มูลนิธิเข้ามาดำเนินการเช่นนี้ ส่งผลให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง รวดเร็วฉับพลัน โดยไม่ตกอยู่ภายใต้ข้อจำกัดใดๆ ทั้งสิ้น อาจกล่าวได้ว่าการดำเนินงานของมูลนิธิเป็นการช่วยให้กระบวนการพัฒนา เกิดความสมบูรณ์ขึ้น
"ชัยชนะของประเทศนี้ โดยงานของมูลนิธิพระนเรศรัศมีแพทย์นั้นก็คือ ความสงบ ... เป็น เมืองไทยที่มีความเจริญก้าวหน้า จนเป็นรัศมีของการพัฒนาตามที่ได้ตั้งชื่อ มูลนิธิพระนเรศรัศมีแพทย์ มีจุดประสงค์ คือ ความสงบ ความเจริญ ความอยู่ดีกินดี"

วัตถุประสงค์

๑.เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและโครงการพัฒนาอื่นๆและงานทางพระพุทธศาสนา ตลอดจนการศึกษาของชาติ
๒.เพื่อส่งเสริม การพัฒนาสงเคราะห์และช่วยเหลือประชาชนในด้านเศรษฐกิจและสังคมให้มีคุณภาพ ชีวิตที่ดีขึ้น และให้สามารถช่วยตัวเองและพึ่งตนเองได้
๓.ดำเนินการใดๆ อันเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติเป็นส่วนรวม
ร่วมมือกับส่วนราชการและองค์กรการกุศลอื่นๆ เพื่อสาธารณประโยชน์ หรือดำเนินการเพื่อเน้นในการสนับสนุนสาธารณประโยชน์
๔.ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมือง

เป้าหมาย

เป้าหมายที่สำคัญคือ เพื่อสงเคราะห์ช่วยเหลือพระศาสนารวมถึงประชาชนให้มีความร่มเย็นเป็นสุข และอยู่ดีกินดี อันจะนำไปสู่ความมั่นคงของประเทศ คือ ชัยชนะแห่งการพัฒนา

แนวทางการดำเนินงาน

.งานของมูลนิธิพระนเรศมหาบารมี  นั้นต้องทำเร็ว คิดเร็ว แก้ปัญหาเร็ว ... เรื่องเช่นนี้ไม่อาจทำได้ในระบบระเบียบของทางราชการ เนื่องจากราชการมีขั้นตอน ระเบียบแบบแผนที่ยุ่งยากพอสมควร จะไม่ทันกับเวลาและปัญหาที่ต้องใช้ความรวดเร็ว ... มูลนิธิฯ ดำเนินการเป็นตัวอย่างก่อน หากรัฐบาลเห็นสมควรว่ามีประโยชน์ก็นำไปทำต่อ หรือจะนำเป็นต้นแบบไปทดลองที่อื่นก็ได้...
การดำเนินงานของมูลนิธิเป็นไปตามแนว พระราชดำริของในหลวง โดยเน้นกิจกรรมเพื่อการพัฒนาที่ไม่ซ้ำซ้อนกับแผนงาน โครงการของรัฐที่มีอยู่แล้ว แต่จะพยายามสนับสนุน ส่งเสริม และประสานการดำเนินงาน เพื่อให้โครงการต่างๆ เกิดความสมบูรณ์และสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและสอดคล้องกับสถานการณ์ โดยเฉพาะในกรณีที่โครงการของรัฐถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขของกฎระเบียบต่างๆ อันเป็นผลทำให้โครงการนั้นๆ ไม่สามารถดำเนินการได้อย่างทันท่วงที เช่น ในกรณีที่อาจต้องสร้างอาคารเรียนให้เยาวชนเพื่อดำเนินงานตามโครงการ หนึ่ง แต่รัฐมีปัญหาด้านงบประมาณไม่เพียงพอใน
การจัดซื้อ หรือมิได้ตั้งงบประมาณไว้ หรือถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขของระเบียบต่างๆ ทำให้ดำเนินการจัดสร้างไม่ได้ หรือต้องตั้งงบประมาณจัดสร้างใน ๑-๒ปี ข้างหน้า ซึ่งจะทำให้โครงการล่าช้าไป เป็นต้น
ในกรณีเช่นนี้มูลนิธิพระนเรศมหาบารมี  จะได้ช่วยเหลือตามความเหมาะสมเพื่อให้โครงการ นั้น ๆ ดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพสูงสุดวิธีการดังตัวอย่างข้างต้นนี้ อาจนับได้ว่าเป็นวิวัฒนาการใหม่ของแนวทางการพัฒนาประเทศที่มีมูลนิธิใน ฐานะเป็นนิติบุคคลและเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่จะเข้ามาประสานงาน ร่วมมือ สนับสนุน โครงการพัฒนาของรัฐอย่างสอดคล้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อให้โครงการที่มีปัญหานั้นๆ สามารถดำเนินงานไปได้ โดยก่อประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและประเทศชาติ"มูลนิธิ มิได้มีหน้าที่โดยตรงที่จะบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนให้มีกิน ให้สามารถที่จะดำเนินชีวิตที่สร้างสรรค์ โดยช่วยในการให้มีสิ่งที่เป็นอุปกรณ์ หรือจะเป็นสิ่งที่เป็นปัจจัยให้สามารถที่จะสร้างอนาคตแก่เยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติ และส่งเสริมการทำมาหากินโดยมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเกี่ยวข้องกับโครงการในด้านการเกษตรก็ได้ทำมาก และในด้านเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมก็ได้ทำ เพื่อที่จะให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีที่สุดเป้าหมายก็คือความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติ ซึ่งถือว่าเป็นชัยชนะ"

กิจกรรมหลักของมูลนิธิ

ด้านการศึกษาของเยาวชน









พระสมเด็จวัดระฆัง ยุคสมเด็จโตสร้าง ที่นำออกมอบให้ท่านผู้สมทบทุนในการตั้งมูลนิธิ



















                           ท่านผู้บริจาคทุนห้าแสนบาท ขอมอบพระสมเด็จวัดระฆัง
                           ยุค สมเด็จโตสร้าง ให้ท่านหนึ่งองค์   (ตามภาพที่แนบมา) 
             ศรัทธาสามารถาโทรสอบถามได้ที่ สมเกียรติ กาญจนชาติ 084-6514822
พระเครื่องทุกองค์มีข้อมูลในประวัติศาสตร์ ที่ https://www.facebook.com/thaihistory/photos/a.169264189786358.35217.161446187234825/1134651533247614/?type=3&theater


               


วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

โครงการตั้งมูลนิธิ พระนเรศมหาบารมี







โครงการตั้งมูลนิธิ พระนเรศมหาบารมี

ความเป็นมา

เนื่องด้วยท่านเจ้าคุณ พระเทพสารเวที อดีตเลขานุการในสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ ๑๙ วัดบวรนิเวศ ได้มีความเป็นห่วงในความมั่นคงของพระพุทธศาสนา จึงได้ให้คำแนะนำว่า ควรมีนายทหารยศพลเอก สักท่านหนึ่งที่มีความดีงามและกล้าหาญที่ จะตั้งมูลนิธิขึ้นเพื่อช่วยเหลือประเทศชาติและประชาชน และควรดำเนินการเพื่อจัดหาทุน เพื่อจัดตั้งมูลนิธิขึ้น โดยให้ข้าพเจ้า สมเกียรติ กาญจนชาติ นำศิลปวัตถุพระเครื่องโบราณที่อนุรักษ์ไว้เพื่อสืบทอดพระศาสนา มอบให้แก่ท่านผู้มีจิตศรัทธาบริจาคทุนเพื่อดำเนินโครงการจัดตั้ง มูลนิธิพระนเรศมหาบารมี

                  ดังนั้นข้าพเจ้าจึงขอกราบเรียน นำเสนอโครงการที่มีความสำคัญยิ่งนี้มาให้ท่านผู้มีศรัทธาในการทำความดีได้เมตตาพิจารณาและขอการสนับสนุนการหาทุนในโครงการนี้  เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและพระศาสนาตลอดไป

โดยมีท่าน พลเอก ประสูตร รัศมีแพทย์ เป็นองค์ประธานกรรมการ เพื่อตั้งมูลนิธิสนับสนุนช่วยเหลือพระศาสนาและประชาชนในลักษณะของการดำเนินงานพัฒนาต่างๆ ในกรณีที่ต้องถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขของกฎเกณฑ์ ระเบียบ หรืองบประมาณที่ระบบราชการไม่สามารถดำเนินการได้ทันที จนเป็นเหตุให้การแก้ไขปัญหาไม่สอดคล้อง หรือทันกับสถานการณ์ที่จำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องกระทำโดยเร็ว การที่มูลนิธิเข้ามาดำเนินการเช่นนี้ ส่งผลให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง รวดเร็วฉับพลัน โดยไม่ตกอยู่ภายใต้ข้อจำกัดใดๆ ทั้งสิ้น อาจกล่าวได้ว่าการดำเนินงานของมูลนิธิเป็นการช่วยให้กระบวนการพัฒนา เกิดความสมบูรณ์ขึ้น
"ชัยชนะของประเทศนี้ โดยงานของมูลนิธิพระนเรศมหาบารมี นั้นก็คือ ความสงบ ... เป็น เมืองไทยที่มีความเจริญก้าวหน้า  จนเป็นรัศมีของการพัฒนาร่วมสร้างพลังในแผ่นดิน มีจุดประสงค์ คือ ความสงบ ความเจริญ ความอยู่ดีกินดี"

วัตถุประสงค์

๑.เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและโครงการพัฒนาอื่นๆและงานทางพระพุทธศาสนา ตลอดจนการศึกษาของชาติ
๒.เพื่อส่งเสริม การพัฒนาสงเคราะห์และช่วยเหลือประชาชนในด้านเศรษฐกิจและสังคมให้มีคุณภาพ ชีวิตที่ดีขึ้น และให้สามารถช่วยตัวเองและพึ่งตนเองได้
๓.ดำเนินการใดๆ อันเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติเป็นส่วนรวม
ร่วมมือกับส่วนราชการและองค์กรการกุศลอื่นๆ เพื่อสาธารณประโยชน์ หรือดำเนินการเพื่อเน้นในการสนับสนุนสาธารณประโยชน์
๔.ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมือง

เป้าหมาย

เป้าหมายที่สำคัญคือ เพื่อสร้างความสามัคคีร่วมมือกันทุกภาคส่วน  ในการสงเคราะห์ช่วยเหลือ
พระศาสนา รวมถึงประชาชนในชาติ ให้มีความร่มเย็นเป็นสุข และอยู่ดีกินดี อันจะนำไปสู่ความมั่นคงของประเทศ คือ ชัยชนะแห่งการพัฒนา

แนวทางการดำเนินงาน

งานของมูลนิธิพระนเรศมหาบารมี  นั้นต้องทำเร็ว คิดเร็ว แก้ปัญหาเร็ว ... เรื่องเช่นนี้ไม่อาจทำได้ในระบบระเบียบของทางราชการ เนื่องจากราชการมีขั้นตอน ระเบียบแบบแผนที่ยุ่งยากพอสมควร จะไม่ทันกับเวลาและปัญหาที่ต้องใช้ความรวดเร็ว ... มูลนิธิฯ ดำเนินการเป็นตัวอย่างก่อน หากรัฐบาลเห็นสมควรว่ามีประโยชน์ก็นำไปทำต่อ หรือจะนำเป็นต้นแบบไปทดลองที่อื่นก็ได้...
การดำเนินงานของมูลนิธิเป็นไปตามแนว พระราชดำริของในหลวง โดยเน้นกิจกรรมเพื่อการพัฒนาที่ไม่ซ้ำซ้อนกับแผนงาน โครงการของรัฐที่มีอยู่แล้ว แต่จะพยายามสนับสนุน ส่งเสริม และประสานการดำเนินงาน เพื่อให้โครงการต่างๆ เกิดความสมบูรณ์และสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและสอดคล้องกับสถานการณ์ โดยเฉพาะในกรณีที่โครงการของรัฐถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขของกฎระเบียบต่างๆ อันเป็นผลทำให้โครงการนั้นๆ ไม่สามารถดำเนินการได้อย่างทันท่วงที เช่น ในกรณีที่อาจต้องสร้างอาคารเรียนให้เยาวชนเพื่อดำเนินงานตามโครงการ หนึ่ง แต่รัฐมีปัญหาด้านงบประมาณไม่เพียงพอใน
การจัดซื้อ หรือมิได้ตั้งงบประมาณไว้ หรือถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขของระเบียบต่างๆ ทำให้ดำเนินการจัดสร้างไม่ได้ หรือต้องตั้งงบประมาณจัดสร้างใน ๑-๒ปี ข้างหน้า ซึ่งจะทำให้โครงการล่าช้าไป เป็นต้น
ในกรณีเช่นนี้มูลนิธิพระนเรศมหาบารมี  จะได้ช่วยเหลือตามความเหมาะสมเพื่อให้โครงการ นั้น ๆ ดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพสูงสุดวิธีการดังตัวอย่างข้างต้นนี้ อาจนับได้ว่าเป็นวิวัฒนาการใหม่ของแนวทางการพัฒนาประเทศที่มีมูลนิธิใน ฐานะเป็นนิติบุคคลและเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่จะเข้ามาประสานงาน ร่วมมือ สนับสนุน โครงการพัฒนาของรัฐอย่างสอดคล้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อให้โครงการที่มีปัญหานั้นๆ สามารถดำเนินงานไปได้ โดยก่อประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและประเทศชาติ"มูลนิธิ มิได้มีหน้าที่โดยตรงที่จะบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนให้มีกิน ให้สามารถที่จะดำเนินชีวิตที่สร้างสรรค์ โดยช่วยในการให้มีสิ่งที่เป็นอุปกรณ์ หรือจะเป็นสิ่งที่เป็นปัจจัยให้สามารถที่จะสร้างอนาคตแก่เยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติ และส่งเสริมการทำมาหากินโดยให้มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน และในด้านเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมก็ได้ทำ เพื่อที่จะให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีที่สุดเป้าหมายก็คือความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติ ซึ่งถือว่าเป็นชัยชนะ"

กิจกรรมหลักของมูลนิธิ

ด้านการศึกษาของเยาวชน




                                                          ตราสัญลักษณ์ของมูลนิธิ

การหาทุนโดย

นำศิลปวัตถุพระเครื่องโบราณชุดประวัติศาสตร์ มี๓ชุดในโลก (ชุด๑) ที่อนุรักษ์ไว้เพื่อสืบทอดพระศาสนา เพื่อมอบให้แก่ท่านผู้มีจิตศรัทธาบริจาคทุน ๙๙ ล้านบาท ให้แก่โครงการนี้
ผู้บริจาคสามารถรับพระกริ่งปวเรศ  รุ่นแรก  ในประวัติศาสตร์  ได้ที่ท่าน
เจ้าคุณพระเทพสารเวที อดีตเลขานุการในสมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศ  ทุกองค์มีข้อมูลบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์
ศึกษาข้อมูลได้ที่

ชุดพระกริ่งในประวัติศาสตร์ไทย (ชุดที่๑) ๔ องค์นี้ มอบให้ท่านที่ศรัทธาบริจาค ๙๙ ล้านบาท   และขอเรียนเชิญท่านเข้าเป็นคณะกรรมการของมูลนิธิ                   


















โดยรายได้แบ่งเป็นสามส่วน
 ๑.ส่วนที่หนึ่งนำไปจัดตั้งมูลนิธิและกองทุนพระนเรศมหาบารมี
๒.ส่วนที่สองมอบให้มูลนิธิสิรินธรราชวิทยาลัย ในพระราชูปถัมภ์เพื่อดำเนินโครงการ "โครงการสร้างอาคารเรียนเทิดไท้องค์ราชัน"
 เพื่อเฉลิมพระเกียรติในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาครบ ๙๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๖๐
๓.ส่วนที่สามมอบให้ทางเจ้าของพระเครื่อง นาย สมเกียรติ  กาญจนชาติ ทางพิพิธภัณฑ์ภาพพระเครื่อง นำไปใช้ในการดำเนินการด้านจิตอาสา




ท่านผู้ศรัทธา โทรสอบถามข้อมูลได้ที่ สมเกียรติ กาญจนชาติ

โทร 084-6514822