วันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ประชาสัมพันธ์ โครงการตั้งมูลนิธิ พระนเรศมหาบารมี (มอบสมเด็จวัดระฆังยุคสมเด็จโต)




ภาพ พลเอก ประสูตร รัศมีแพทย์ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด  และ คณะทำงานเพื่อสังคม
กราบนมัสการ พระเทพสารเวที อดีตเลขานุการในสมเด็จพระสังฆราชวัดบวรนิเวศ  วันที่ 5 กรกฏาคม 2559

ความเป็นมา

เนื่องด้วยท่านเจ้าคุณ พระเทพสารเวที อดีตเลขานุการในสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ ๑๙ วัดบวรนิเวศ ได้มีความเป็นห่วงในความมั่นคงของพระพุทธศาสนา จึงได้ให้คำแนะนำว่า ควรมีนายทหารยศพลเอก สักท่านหนึ่งที่มีความดีงามและกล้าหาญที่ จะตั้งมูลนิธิขึ้นเพื่อช่วยเหลือประเทศชาติและประชาชน และควรดำเนินการเพื่อจัดหาทุน เพื่อจัดตั้งมูลนิธิขึ้น โดยให้ข้าพเจ้า สมเกียรติ กาญจนชาติ นำศิลปวัตถุพระเครื่องโบราณที่อนุรักษ์ไว้เพื่อสืบทอดพระศาสนา มอบให้แก่ท่านผู้มีจิตศรัทธาบริจาคทุนเพื่อดำเนินโครงการจัดตั้ง มูลนิธิพระนเรศมหาบารมี

                  ดังนั้นข้าพเจ้าจึงขอกราบเรียน นำเสนอโครงการที่มีความสำคัญยิ่งนี้มาให้ท่านผู้มีศรัทธาในการทำความดีได้เมตตาพิจารณาและขอการสนับสนุนการหาทุนในโครงการนี้  เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและพระศาสนาตลอดไป

โดยมีท่าน พลเอก ประสูตร รัศมีแพทย์ เป็นองค์ประธาน เพื่อตั้งมูลนิธิสนับสนุนช่วยเหลือพระศาสนาและประชาชนในลักษณะของการดำเนินงานพัฒนาต่างๆ ในกรณีที่ต้องถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขของกฎเกณฑ์ ระเบียบ หรืองบประมาณที่ระบบราชการไม่สามารถดำเนินการได้ทันที จนเป็นเหตุให้การแก้ไขปัญหาไม่สอดคล้อง หรือทันกับสถานการณ์ที่จำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องกระทำโดยเร็ว การที่มูลนิธิเข้ามาดำเนินการเช่นนี้ ส่งผลให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง รวดเร็วฉับพลัน โดยไม่ตกอยู่ภายใต้ข้อจำกัดใดๆ ทั้งสิ้น อาจกล่าวได้ว่าการดำเนินงานของมูลนิธิเป็นการช่วยให้กระบวนการพัฒนา เกิดความสมบูรณ์ขึ้น
"ชัยชนะของประเทศนี้ โดยงานของมูลนิธิพระนเรศรัศมีแพทย์นั้นก็คือ ความสงบ ... เป็น เมืองไทยที่มีความเจริญก้าวหน้า จนเป็นรัศมีของการพัฒนาตามที่ได้ตั้งชื่อ มูลนิธิพระนเรศรัศมีแพทย์ มีจุดประสงค์ คือ ความสงบ ความเจริญ ความอยู่ดีกินดี"

วัตถุประสงค์

๑.เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและโครงการพัฒนาอื่นๆและงานทางพระพุทธศาสนา ตลอดจนการศึกษาของชาติ
๒.เพื่อส่งเสริม การพัฒนาสงเคราะห์และช่วยเหลือประชาชนในด้านเศรษฐกิจและสังคมให้มีคุณภาพ ชีวิตที่ดีขึ้น และให้สามารถช่วยตัวเองและพึ่งตนเองได้
๓.ดำเนินการใดๆ อันเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติเป็นส่วนรวม
ร่วมมือกับส่วนราชการและองค์กรการกุศลอื่นๆ เพื่อสาธารณประโยชน์ หรือดำเนินการเพื่อเน้นในการสนับสนุนสาธารณประโยชน์
๔.ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมือง

เป้าหมาย

เป้าหมายที่สำคัญคือ เพื่อสงเคราะห์ช่วยเหลือพระศาสนารวมถึงประชาชนให้มีความร่มเย็นเป็นสุข และอยู่ดีกินดี อันจะนำไปสู่ความมั่นคงของประเทศ คือ ชัยชนะแห่งการพัฒนา

แนวทางการดำเนินงาน

.งานของมูลนิธิพระนเรศมหาบารมี  นั้นต้องทำเร็ว คิดเร็ว แก้ปัญหาเร็ว ... เรื่องเช่นนี้ไม่อาจทำได้ในระบบระเบียบของทางราชการ เนื่องจากราชการมีขั้นตอน ระเบียบแบบแผนที่ยุ่งยากพอสมควร จะไม่ทันกับเวลาและปัญหาที่ต้องใช้ความรวดเร็ว ... มูลนิธิฯ ดำเนินการเป็นตัวอย่างก่อน หากรัฐบาลเห็นสมควรว่ามีประโยชน์ก็นำไปทำต่อ หรือจะนำเป็นต้นแบบไปทดลองที่อื่นก็ได้...
การดำเนินงานของมูลนิธิเป็นไปตามแนว พระราชดำริของในหลวง โดยเน้นกิจกรรมเพื่อการพัฒนาที่ไม่ซ้ำซ้อนกับแผนงาน โครงการของรัฐที่มีอยู่แล้ว แต่จะพยายามสนับสนุน ส่งเสริม และประสานการดำเนินงาน เพื่อให้โครงการต่างๆ เกิดความสมบูรณ์และสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและสอดคล้องกับสถานการณ์ โดยเฉพาะในกรณีที่โครงการของรัฐถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขของกฎระเบียบต่างๆ อันเป็นผลทำให้โครงการนั้นๆ ไม่สามารถดำเนินการได้อย่างทันท่วงที เช่น ในกรณีที่อาจต้องสร้างอาคารเรียนให้เยาวชนเพื่อดำเนินงานตามโครงการ หนึ่ง แต่รัฐมีปัญหาด้านงบประมาณไม่เพียงพอใน
การจัดซื้อ หรือมิได้ตั้งงบประมาณไว้ หรือถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขของระเบียบต่างๆ ทำให้ดำเนินการจัดสร้างไม่ได้ หรือต้องตั้งงบประมาณจัดสร้างใน ๑-๒ปี ข้างหน้า ซึ่งจะทำให้โครงการล่าช้าไป เป็นต้น
ในกรณีเช่นนี้มูลนิธิพระนเรศมหาบารมี  จะได้ช่วยเหลือตามความเหมาะสมเพื่อให้โครงการ นั้น ๆ ดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพสูงสุดวิธีการดังตัวอย่างข้างต้นนี้ อาจนับได้ว่าเป็นวิวัฒนาการใหม่ของแนวทางการพัฒนาประเทศที่มีมูลนิธิใน ฐานะเป็นนิติบุคคลและเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่จะเข้ามาประสานงาน ร่วมมือ สนับสนุน โครงการพัฒนาของรัฐอย่างสอดคล้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อให้โครงการที่มีปัญหานั้นๆ สามารถดำเนินงานไปได้ โดยก่อประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและประเทศชาติ"มูลนิธิ มิได้มีหน้าที่โดยตรงที่จะบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนให้มีกิน ให้สามารถที่จะดำเนินชีวิตที่สร้างสรรค์ โดยช่วยในการให้มีสิ่งที่เป็นอุปกรณ์ หรือจะเป็นสิ่งที่เป็นปัจจัยให้สามารถที่จะสร้างอนาคตแก่เยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติ และส่งเสริมการทำมาหากินโดยมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเกี่ยวข้องกับโครงการในด้านการเกษตรก็ได้ทำมาก และในด้านเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมก็ได้ทำ เพื่อที่จะให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตดีที่สุดเป้าหมายก็คือความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติ ซึ่งถือว่าเป็นชัยชนะ"

กิจกรรมหลักของมูลนิธิ

ด้านการศึกษาของเยาวชน









พระสมเด็จวัดระฆัง ยุคสมเด็จโตสร้าง ที่นำออกมอบให้ท่านผู้สมทบทุนในการตั้งมูลนิธิ



















                           ท่านผู้บริจาคทุนห้าแสนบาท ขอมอบพระสมเด็จวัดระฆัง
                           ยุค สมเด็จโตสร้าง ให้ท่านหนึ่งองค์   (ตามภาพที่แนบมา) 
             ศรัทธาสามารถาโทรสอบถามได้ที่ สมเกียรติ กาญจนชาติ 084-6514822
พระเครื่องทุกองค์มีข้อมูลในประวัติศาสตร์ ที่ https://www.facebook.com/thaihistory/photos/a.169264189786358.35217.161446187234825/1134651533247614/?type=3&theater


               


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ