วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2556

อหังการณ์ปานขาว ! อายแทนมหาเถรสมาคมเสียจริง ?


อหังการณ์ปานขาว !

ถือดีอย่างไรบินเข้าไทยจัดงานห่มผ้าวัดป่าขันตธรรม
อันอยู่ในความปกครองของคณะสงฆ์ไทย



งานนี้ถือว่า "ตบหน้า" คณะสงฆ์ไทยทั้งประเทศ เพราะพระปานขาวนั้นเป็นพระลาว มิใช่พระไทย ไม่มีตำแหน่งแห่งหนอันใดในเมืองไทย แต่จู่ๆ ก็อ้างเอาคำสั่งของ "บักเณรคำ" ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายก็ยืนยันชัดเจนว่า "ไม่มีสังกัด"และวัดป่าขันติธรรมก็ "ไม่ใช่วัด" เป็นเพียงสำนักสงฆ์ แต่กลับปรากฏว่ามีการปล่อยให้พระปานขาว อ้างเอาคำสั่งของบักเณรคำ มาตั้งตัวเองเป็นใหญ่ ทำพิธีห่มผ้าพระแก้วอย่างสวยหรู ดูเหมือนว่าประเทศไทยจะเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนไปเสียแล้วล่ะเอ้อ อายแทนมหาเถรสมาคมเสียจริง




 

ปานขาวโชว์ !


'หลวงพ่อปานขาว' นำคณะศิษยานุศิษย์หลวงปู่เณรคำ ประกอบพิธีห่มผ้าฤดูฝนให้กับองค์พระแก้วมรกต 'ญาติโยม' รอเก้อ ไร้เงา 'เณรคำ' โฟนอิน


30 มิ.ย.56 เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 29 มิย.2556 เวลา 23.09 น. ที่ผ่านมา วัดป่าขันติธรรม บ้านยาง ตำบลยาง อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ พระครูภาวนาวรธรรมนิเทศ หรือ หลวงพ่อปานขาว จากประเทศฝรั่งเศส ได้นำพระสงฆ์ทั้งจากประเทศฝรั่งเศส จากศรีลังกา และจากประเทศไทย คณะศิษยานุศิษย์ ที่มาร่วมบุญใหญ่ซึ่งเมื่อคืนนี้มีจำนวนมากนับด้วยสายตาราว 500 คน ที่ล้วนนุ่งขาวห่มขาวเพื่อร่วมพิธี และอยู่ๆ หลังจากที่ปฎิบัติธรรม สวดมนต์ภาวนา หลวงพ่อปานขาว ก็ประกาศว่าในคืนนี้เราจะประกอบพิธีห่มผ้าแก้วองค์พระแก้วมรกต องค์จำลองที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตามคำสั่งของ พระวีรพล ฉัตติโก หรือ หลวงปู่เณรคำ จากเดิมที่มีกระแสข่าวว่าจะมีการโฟนอิน พูดคุยทางโทรศัพท์กับญาติโยมที่ปฎิบัติธรรมอยู่ที่วัด แต่ปรากฏว่าสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย จึงขอยกเลิก และมอบหมายให้หลวงพ่อปานขาว หรือ พระครูภาวนาวรธรรมนิเทศ นำคณะสงฆ์ ญาติโยมประกอบพิธีในคืนนี้เลยเพื่อฤกษ์อันเป็นมงคล

ทั้งนี้ พิธีเริ่มจากการนำคณะสงฆ์เวียนเทียนรอบองค์พระแก้วมรกต องค์ใหญ่ที่สุดในโลก จำนวน 3 รอบ ขณะเดียวกันก็ได้นำผ้าที่ญาติโยมได้ร่วมกันลงชื่อไว้เรียบร้อยแล้ว นำมาแห่บูชารอบองค์พระแก้วฯ ด้วย จากนั้นนำขึ้นทางด้านทิศตำวันออก ทางซ้ายมือขององค์พระแก้วฯ นายสุขุม วงประสิทธิ์ ประธานองค์กรเครือข่ายบ้านวิมุตติธรรม ทำหน้าที่เป็นพิธีกร กราบนิมนต์พระสงฆ์ขึ้นบนด้านหน้าองค์พระแก้วฯ เพื่อนั่งปรกสวดมนต์ภาวนา อันได้แก่ พระครูภาวนาวรธรรมนิเทศ หรือ หลวงพ่อปานขาว จากประเทศฝรั่งเศส, พระอาจารย์เสี่ยธง จากประเทศจีน, พระ ดร.สวามิ จากประเทศศรีลังกา และ พระอาจารย์สำเริง จากจังหวัดเชียงราย ประเทศไทย จากนั้นได้ทำการดับไฟ เพื่อพระสงฆ์จะได้นั่งสมาธิ ร่วมกับญาติโยม เพื่ออธิฐานจิตร่วมกัน นาน 1 ชั่วโมง จนได้เวลา 23.09 น. ไดเปิดไฟอีกครั้ง ประกอบพิธีห่มผ้าฤดูฝนให้กับองค์พระแก้วฯ ญาติโยมอนุโมทนาสาธุกันดังไปทั่วบริเวณวัด

พระครูภาวนาวรธรรมนิเทศ หรือ หลวงพ่อปานขาว ได้กล่าวต่อหน้าญาติโยมที่มาร่วมปฎิบัติธรรม ห่มผ้าองค์พระแก้วด้วยกัน ว่า แม้วันนี้ คืนนี้ พวกเราที่มาหลวงปู่เณรคำ เพื่อที่จะได้มาร่วมบุญกันห่มผ้าฤดูฝนให้กับองค์พระแก้วฯ เป็นจำนวนมาก แต่สุดท้ายเราก็ได้แต่คอย ก็เพราะขณะนี้ได้มีมารมาผจญหลวงปู่เณรคำอยู่ จึงทำให้ไม่สามารถเดินทางมาร่วมบุญใหญ่กับพวกเราได้ทัน แต่เชื่อว่าในไม่ช้า หลวงปู่เณรคำ จะสามารถชนะมารตนนี้ได้ และจะได้เดินทางกลับมาร่วมทำบุญกับพวกเราอีกในประเทศไทย และขณะที่พวกเรากำลังภาวนาจิตปฎิบัติธรรมอยู่ที่วัดของหลวงปู่เณรคำแห่งนี้ เชื่อว่าตัวหลวงปู่เณรคำ เองก็จะปฎิบัติธรรมร่วมกับพวกเราอยู่ยังต่างแดน แต่ถึงกระนั้นก็ตาม จิตส่งถึงจิต ใจส่งถึงใจ การทำบุญอยู่ที่ไหนก็ทำได้ถึงกันหมด ขนาดตนเองอยู่ที่ฝรั่งเศส พระหลายรูปอยู่ต่างประเทศก็ยังสามารถเดินทางมาร่วมทำบุญยังประเทศไทยได้ วันนี้ขอให้พวกเราญาติโยมได้ตั้งใจ อธิฐานจิตขอให้หลวงปู่เณรคำ ได้รอดพ้นจากปวงมารทั้งหลาย ที่กำลังรุมเร้าอยู่ในขณะนี้ ด้วยเดชพะรคุณขององค์พระแก้วฯที่พวกเรานำจิตใจมาร่วมสร้างจะทำให้ทุกคนปลอดภัย ได้บุญใหญ่เหมือนองค์พระกันทุกคน เพียงแต่ขอให้ทุกคนตั้งอยู่บนความดี ประกอบกรรมดีตลอดไป

อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวออกมาจากบรรดาลูกศิษย์มาจะมีการพูดคุยผ่านโทรศัพท์มาเข้าเครื่องขยายเสียง ของหลวงปู่เณรคำ ที่จะพูดกับญาติโยมเพื่อให้กำลังใจ ร่วมอธิฐานจิตร่วมกัน ปล่อยออกทางเครื่องขยายเสียง และขึ้นจอโปรเจตเตอร์ให้ทุกคนได้พบหน้าองค์ปู่เณรคำกันกลางดึก แต่สุดท้ายก็ไม่มีการดำเนินการได้แต่อย่างใด โดยไม่ทราบสาเหตุเช่นกัน ซึ่งจนตลอดงานจนห่มผ้าฤดูฝนแก่องค์พระแก้วมรกตเสร็จ ก็ยังไม่มีวี่แววของหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ที่จะเดินทางมาร่วมงานได้เลย และตลอดทั้งคืนก็จะเป็นการสวดมนต์ปฎิบัติธรรม จนถึงรุ้งเช้าของวันใหม่ต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าของวันที่ 30 มิถุนายน 2556 ที่วัดป่าขันติธรรม บ้านยาง ตำบลยาง อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ พระครูภาวนาวรธรรมนิเทศ หรือ หลวงพ่อปานขาว จากประเทศฝรั่งเศส ได้นำพระสงฆ์ทั้งจากประเทศฝรั่งเศส จากศรีลังกา และจากประเทศไทย คณะศิษยานุศิษย์ ที่มาร่วมบุญใหญ่ จำนวนกว่า 500 คน ได้ร่วมกันทำบุญใส่บาตรอาหาร น้ำปานะ ข้าวสาร - อาหารแห้ง และปัจจัยต่างๆ ต่อหน้าองค์พระแก้วมรกตองค์จำลองที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภายหลังจากที่เมื่อคืนได้ร่วมกันประกอบพิธีห่มผ้าฤดูฝนให้แก่องค์พระฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีญาติโยมบางส่วนที่เดินทางมาไม่ทันได้ห่มผ้า เพราะเดิมมีกำหนดที่จะห่มผ้าในเช้าวันนี้ภายหลังจากทำบุญตักบาตรเช้าเสร็จ จึงพากันเดินทางกลับก่อนไม่ได้นอนปฎิบัติธรรมที่วัด จึงพลาดโอกาสดีดีนี้ไป

ช่วงเช้า นอกจากที่จะรับบิณฑบาตแก่ญาติโยมที่มารอทำบุญใส่บาตรกันเป็นจำนวนมากแล้ว พระครูภาวนาวรธรรมนิเทศ หรือ หลวงพ่อปานขาว จากประเทศฝรั่งเศส ได้นำพระสงฆ์ทั้งจากประเทศฝรั่งเศส จากศรีลังกา และจากประเทศไทย ยังได้ออกเดินไปพบปะ ร่วมรับถวายอาหารจากญาติโยมที่เดินทางมาจากต่างแดน อย่างเช่นที่โรงทานของ คุณสุนีรัตน์ วัฒนวิมาลากุล จากสโมรสรโรตารี ท่าเรือกรุงเทพฯ ซึ่งหลวงพ่อปานขาวแจ้งกับญาติโยมทุกคนที่ยืนร่วมทำบุญว่า คนนี้เป็นบุคคลสำคัญ เพราะเป็นคนที่นำตนไปรู้จักกับหลวงปู่เณรคำ ซึ่งก็อยากที่จะพบมานานแล้ว และภายหลังจากที่ได้พบกัน ก็รู้จักสนิทกัน ไปแสวงบุญยังต่างแดนที่ประเทศฝรั่งเศสด้วยกันก็เพราะโยมอุ๋ย หรือ คุณสุนีรัตน์ วัฒนวิมาลากุล คนนี้แหละพาไป ซื้อตั๋วเครื่องบินให้ เวลาหลวงปู่เณรคำ จะเดินทางไปยังที่ไหนๆ โยมคนนี้แหละที่จัดพาหนะให้ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบิน หรือรถราคาแพงๆ มารับไปเทศน์ตลอด และที่หลวงปู่เณรคำ มาร่วมบุญไม่ได้ในวันนี้ก็เพราะคนนี้แหละที่พาไปประเทศฝรั่งเศส แล้วยังไม่พากลับมา แต่วันนี้เจ้าตัวกลับทิ้งหลวงปู่เณรคำ ไว้ที่ประเทศฝรั่งเศส แล้วกลับมาร่วมทำบุญกับญาติจากประเทศฝรั่งเศษเองไม่พาหวงปู่เณรคำ มาด้วย ซึ่งอันที่จริงเป็นช่วงวิบากกรรมของหลวงปู่เณรคำ ที่ยังไม่สามารถเดินทางกลับมาได้ แต่ไม่นานเชื่อว่าหลวงปู่จะกลับมาได้แน่นอน

จากนั้นผู้สื่อข่าวพยายามที่จะขอสัมภาษณ์ คุณสุนีรัตน์ วัฒนวิมาลากุล หรืออคุณอุ๋ย ที่นำคณะญาติโยมเดินทางมาจากประเทศฝรั่งเศส แต่คุณอุ๋ย แจ้งว่า ขณะนี้สำนักงานพุทธสมาคม ได้มีคำสั่งห้ามญาติโยม พระสงฆ์ องค์ใดใดให้ข่าวแก่สื่อมวลชนไม่ว่าจะเป็นด้านใดก็ตาม ซึ่งบอกได้เพียงว่า ทุกเรื่องของหลวงปู่เณรคำ ที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ เป็นเรื่องโกหกของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่จ้องจะทำลายหลวงปู่เณรคำ เพราะที่ผ่านๆ มาหลวงปู่เณรคำ ไปยังที่ไหนๆ ก็มักจะมีลูกศิษย์คอยติดตามอยู่ตลอด ด้วยความศรัทธาต่อองค์หลวงปู่เณรคำ รวมทั้งตนด้วย นับตั้งแต่รู้จักกับหลวงปู่เณรคำ ชีวิต ครอบครัว คุณแม่อารมณ์ดีขึ้น โดยเฉพาะเวลาได้ฟังเทศนาคำสั่งสอนของหลวงปู่เณรคำ จะมีความสุขมาก ท่านเทศนาดีมาก สอนให้ลูกศิษย์เป็นคนดี มีศีลมีธรรม และตนเองก็ไม่เชื่อว่าใครจะมาทำอะไรหลวงปู่เณรคำ ได้ ข่าวที่ออกมาต่างๆ ล้วนมุ่งที่จะทำร้ายหลวงปู่เณรคำ ภาพข่าวต่างๆ เป็นภาพเก่ามาก และไม่ใช้อย่างมที่เป็นข่าว แต่ตนก็ไม่สามารถที่จะบอกอะไรได้ไปมากกว่านี้ ขอให้คอยหลวงปู่เณรคำ ที่จะเดินทางกลับมาในเร็วๆ นี้เพื่อมาบอกความจริงกับทุกคนเอง

บรรยากาศที่วัดในเช้าของวันนี้ ภายหลังจากที่มีการประกอบพิธีห่มผ้าฤดูฝนแก่องค์พระแก้วมรกตไปแล้วตั้งแต่เมื่อคืน ก็ยังคงมีญาติโยมมาร่วมทำบุญใส่บาตรกันมากเพราะส่วนใหญ่เมื่อคืนร่วมปฎิบัติธรรมข้ามคืนฉลองบุญใหญ่ห่มผ้าพระแก้วฯ และส่วนใหญ่ก็จะพากันเดินทางกลับในสายของวันนี้ เพราะถือว่าเสร็จงานแล้ว และแน่ใจว่าหลวงปู่เณรคำ จะไม่ได้มาร่วมบุญห่มผ้าอย่างแน่นอนแล้ว ซึ่งหลวงพ่อปานขาว เองก็แจ้งกับญาติโยมผู้มาร่วมทำบุญว่า ขณะนี้บุญใหญ่ของพวกเราเสร็จตามเจตนารมณ์ของหลวงปู่เณรคำแล้ว ก็ถือว่าตนเองเสร็จภารกิจในการปฎิบัติหน้าที่แทน จากนั้นก็จะขอเดินทางกลับไปปฎิบัติหน้าที่ของตนเองในการเผยแพร่ศาสนาตามรอยขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าต่อไป ส่วนเรื่องการติดต่อกับหลวงปู่เณรคำ ที่จะมารายงายเรื่องราวต่างๆ ที่เป็นข่าวแก่คณะสงฆ์ศรีสะเกษ เมื่อใดนั้น ขอให้เป็นเรื่องของลูกศิษย์วัด และคณะกรรมการวัดชุดใหม่ได้ร่วมกันประสานกับตัวหลวงปู่เณรคำเอง และทำหนังสือรายงานไปแจ้งแก่เจ้าคณะจังหวัดกันเองต่อไป



แม่ค้าพลอยแม่สอด สูญนับ 10 ล.มอบอัญมณีให้ปู่เณรคำ

แหล่งข่าวแม่ค้าอยู่ที่ตลาดพลอยแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก เปิดเผยว่า ในสมัยที่หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก มาเปิดวัดป่าขันติบารมี สาขาที่ 88 บนยอดดอยม่อนหินเหล็กไฟ ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก ได้มีแม่ค้าพลอยในแม่สอด จำนวนหลายราย นำอัญมณีล้ำเลิศ ทั้งพลอย ยี่หร่า ทับทิม หยก ของนครแม่สอดที่มีมูลค่าจำนวนนับ 10 ล้านบาท ไปถวายให้หลวงปู่เณรคำ เพื่อบริจาคสมทบทุนในการก่อสร้างและบูรณะวัดสาขาของวัดขันติบารมี อย่างไรก็ตาม มีแม่ค้าพลอยบางส่วน แจ้งว่าไม่ได้มอบถวาย แต่เป็นการซื้อขาย แต่ยังไม่ได้รับเงิน คิดเป็นมูลค่าหลายล้านบาท ซึ่งตอนนี้ก็ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไร

รายงานข่าวแจ้งว่า อดีตลูกศิษย์ ที่เคยมีเจตนาร่วมกันในการมอบที่ดิน รวมไปถึงทองคำมูลค่าน้ำหนักทองประมาณ 20 บาท เพื่อให้หลวงปู่เณรคำ เพื่อจัดสร้างวัดป่าขันติบารมี สาขาที่ 88 แม่สอด จ.ตาก เมื่อได้รับทราบข่าวหลวงปู่เณรคำ ที่เป็นข่าวโด่งดังไปทั่ว ทำให้อดีตลูกศิษย์ ในพื้นที่ อ.แม่สอด อยากจะเปลี่ยนแปลงเอกสารการมอบที่ดิน กว่า 15 ไร่ที่มีเอกสารสิทธิแสดงการครอบครอง การเสียภาษี หรือ สทก. จากการที่มอบให้หลวงปู่เณรคำ เพื่อสร้างวัดป่าขันติบารมี นำไปมอบให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแทน เพื่อให้เป็นสมบัติของพระพุทธศาสนาโดยแท้จริง



ข่าว : คมชัดลึก
01 กรกฎาคม 2556




เดิมพัน !

ศิษย์หลวงพ่อชาอีกแล้วครับท่าน
ประกาศตั้งกองทุนหนุนเณรคำ

อา..มันไปมายังไงกันเนี่ย ทำไมนัวเนียกันเหมือนฝันเลยนึกว่าจะจบแค่เรื่องทิดมิตซูโอะกับสาวธรรมกาย แต่กลับขยายเป็นเรื่องศิษย์วัดหนองป่าพงกับเณรคำไปอีก สงสัยเณรคำจะเป็นอรหันต์จริงๆ เพราะสามารถกล่อมศิษย์หลวงพ่อชาให้มาเป็นทาสรับใช้ได้ !


หลวงพ่อปานขาว พระลาว ศิษย์หลวงพ่อชา "รุ่นแรก" และ "รุ่นเดียว" กับพระมิตซูโอะ ออกหน้าการันตี "เณรคำ" ว่าเป็นอรหันต์แห่งยุค ลงทุนบินข้ามน้ำข้ามทะเลจากฝรั่งเศสมาเป็นประธานให้เณรคำ แถมยังประกาศตั้งกองทุน "กู้ชื่อ" ให้เณรคำอีกด้วย งานนี้ถือว่าเอา "วัดหนองป่าพงและหลวงพ่อชา" มาวางเดิมพันการันตีเณรคำเลยทีเดียว ถ้าชนะก็เสมอตัว แต่ถ้าแพ้ งานนี้วัดหนองป่าพงและสาขาทั่วโลกล่มสลายแน่


ก็ดีฮะ จะได้รู้ว่าหมู่หรือจ่า เพราะว่า

1. จะได้ประกาศให้โลกรู้ว่า ธรรมะของสายหลวงพ่อชาว่าด้วย "อนัตตา" นั้น เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับสายธรรมกายที่สอนว่า "อัตตา" เพราะพระอาจารย์มิตซูโอะ ศิษย์หลวงพ่อชารุ่นแรก ไปยอมรับสายธรรมกาย ถึงกับแต่งงานด้วยกัน

2. จะได้ประกาศให้โลกรู้ว่า ธรรมะสายหลวงพ่อชาที่สอนในเรื่องของความมักน้อย สันโดษ เป็นง่ายอยู่ง่าย และอยู่อย่างสงบนั้น เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับแนวทางคำสอนของเณรคำ ที่นิยมในความฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม และอวดอุตริมนุสธรรมเนืองๆ

3. จะได้ประกาศให้โลกรู้ว่า สายหลวงพ่อชาก็ไม่ใช่ของจริง !





ทำเนียบศิษย์สายต่างประเทศรุ่นแรก
ของหลวงพ่อชาวัดหนองป่าพง




ขวาสุด : หลวงพ่อปานขาว พระลาว ศิษย์รุ่นแรกของหลวงพ่อชา วัดหนองป่าพง และดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโพธิญาณราม เมืองตวกหน่ง ประเทศฝรั่งเศส และเป็นสาขาของวัดหนองป่าพง ลำดับที่ 6 ซึ่งเป็นลำดับต้นๆ ในบรรดาสาขากว่า 100 แห่งทั่วโลก






พระคึกฤทธิ์ ปทุมธานี
พระพรหมวังโส ออสเตรเลีย




พระปานขาว ฝรั่งเศส
พระมิตซูโอะ ญี่ปุ่น

สี่คิงส์ !







ลำดับเหตุการณ์สำคัญของวัดหนองป่าพง

พ.ศ.2552 พระพรหมวังโส เจ้าอาวาสวัดโพธิญาณ เมืองเพิร์ท ประเทศออสเตรเลีย ทำการบวชภิกษุณีให้โดยไม่ได้รับฉันทานุมัติจากคณะสงฆ์วัดหนองป่าพง จึงถูกตัดออกจากความเป็นสมาชิกและสาขา

พ.ศ.2553 พระคึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล เจ้าอาวาสวัดนาป่าพง อ.ลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ทำการตัดลัดพระปาติโมกข์เหลือเพียง 150 ข้อ ถูกคณะสงฆ์วัดหนองป่าพงประกาศตัดออกจากความเป็นสมาชิกและสาขา

มิถุนายน 2556 พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก ชาวญี่ปุ่น ศิษย์รุ่นแรกของหลวงพ่อชา ได้ตัดสินใจลาสิกขากะทันหัน และหลังจากนั้นก็มีข่าวว่า ไปจดทะเบียนสมรสกับสตรีท่านหนึ่ง ซึ่งเคยเป็นศิษย์ของวัดพระธรรมกาย

มิถุนายน 2556 พระอาจารย์ปานขาว เจ้าอาวาสวัดโพธิญาณราม เมืองตวกหน่ง ประเทศฝรั่งเศส (Bodhinyanarama Monastery No.6, Chemin de Boucharin, 07300 Tournonได้ประกาศอุ้มเณรคำ ซึ่งมีพฤติกรรมละเมิดพระธรรมวินัยเป็นอาจิณ ยังไม่มีคำตอบจากทางวัดหนองป่าพงว่า จะสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนต่อพฤติกรรมของพระปานขาวในครั้งนี้




พระราชภาวนาวิกรม
(หลวงพ่อเลี่ยม ฐิตธมฺโม)
เจ้าอาวาสวัดหนองป่าพง และหัวหน้าสาขาทั่วโลก



นี่คือช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของวัดหนองป่าพง
จะเจริญรุ่งเรืองต่อไป หรือว่าจะถึงกาลอวสาน
งานนี้ "หลวงพ่อเลี่ยม" เห็นทีต้องเรียกประชุมสาขาทั่วโลกอีกรอบแล้ว



อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม
30 มิถุนายน 2556

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ