#ยุทธศาสตร์ของพระราชาเพื่อมหาชน ในหลวง กับพระอัจฉริยภาพด้านแผนที่ สานต่อสิ่งที่พ่อทำ นวัตกรรมของชาติไทย?


#ยุทธศาสตร์ของพระราชาเพื่อมหาชน โปรดช่วยศึกษาและแชร์ถ้ามีคุณค่า
https://drive.google.com/open?id=0B_nOh0gPsWNSM3N2MkFqeDlldVE


                           "ในหลวง" กับพระอัจฉริยภาพด้านแผนที่



#แชร์ต่อมีประโยชน์!! ข้อคิดในวันที่พ่อไม่อยู่ อ่านให้จบ ดีมากๆ
วันนี้ได้อ่านบทสัมภาษณ์ของ ร.๑๐ และสมเด็จพระเทพฯ จากผู้ใหญ่ใจดีท่านหนึ่งส่งมาให้ อ่านจบ อดไม่ได้ที่จะแชร์ต่อ เพราะเป็นประโยชน์มากๆ ควรจดจำให้ขึ้นใจ..ทิ้งไม่ได้แม้แต่ข้อเดียว..เลยคัดลอกมาให้ทุกท่านได้อ่านด้วยกันค่ะ..
ร10และพระเทพฯทรงให้สัมภาษณ์ BBCไว้ดีมากทั้ง 2 พระองค์
ข้อคิดในวันที่พ่อไม่อยู่ อ่านให้จบ ดีมากๆๆ
1. จากนี้ไปประเทศไทยของเราจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีก อาจมีหลายสิ่งเปลี่ยนไป รอยต่อของคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่อาจชัดเจนขึ้น มันคือการเปลี่ยนผ่านในวันที่พ่อไม่อยู่ ทุกคนมีสิทธิ์เสียใจ และควรเสียใจ ทุกคนมีสิทธิ์กลัว และควรกลัว แต่จงตระหนัก เตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงด้วยสติปัญญา
2. พ่อคือตัวแทนของความพอเพียง เป็นต้นฉบับของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในวันที่ประเทศไทยกำลังถูกปั่นด้วยกระแสความโลภ จงหยิบภูมิปัญญาของท่านมาใช้ให้เกิดประโยชน์ จดจำหลอดยาสีฟันของท่านไว้ จดจำการแต่งกายที่เรียบง่ายของท่านไว้ อะไรที่ประหยัดได้จงประหยัด อะไรที่พึ่งพาตนเองได้จงพึ่งพา อะไรที่แบ่งปันได้จงแบ่งปัน เมื่อยืนด้วยลำแข้งตัวเองได้แล้ว เราจะพึ่งพาผู้อื่นน้อยลง
3. พ่อเป็นผู้มีความเพียรดุจพระมหาชนก ท่านเป็นผู้ว่ายน้ำข้ามมหาสมุทรโดยไม่เคยถามว่าเมื่อไหร่จะถึงฝั่ง ความคิดเช่นนี้ทำให้ท่านทำงานที่ยิ่งใหญ่ได้ ฝากถึงคนไทย อย่าทำงานด้วยตัณหา อย่าขับเคลื่อนชีวิตด้วยความอยากมี อยากได้ อยากเป็น อย่าให้อำนาจวัตถุบังตาจนไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี จงขับเคลื่อนชีวิตและการงานด้วยฉันทะ ความรัก ความเมตตา ด้วยประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เหมือนที่พ่อเคยทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง
4. พ่อยืนเคียงข้างคนยากจนเสมอ คนจนอยู่ที่ไหนท่านก็อยู่ที่นั้น ท่านเดินทางบุกป่าฝ่าดงไปเยี่ยมพวกเขาถึงบ้าน เป็นพระราชาผู้อยู่ง่าย กินง่าย ไม่ยึดติดความหรูหรา เมื่อพ่อไม่อยู่แล้ว เราอย่าหลงลืมปณิธานข้อนี้ อย่าทอดทิ้งคนยากจน จงหยิบยื่นโอกาสให้ผู้ด้อยกว่า อย่าใช้ช่องว่างกฎหมายซ้ำเติมและเอาเปรียบผู้อื่น
5. ไม่มีท่าน เราจะมานั่งทะเลาะกันเหมือนในอดีตไม่ได้ เพราะไม่มีใครที่จะมาห้ามเราได้ ไม่มีใครอีกแล้วที่เราจะเกรงใจ รับฟังเหมือนที่เคยรับฟังท่าน ถ้าทุกฝ่ายไม่คิดถึงข้อนี้ให้มาก ถ้ายังเอาแต่ความคิดตนเป็นใหญ่ ประเทศไทยที่เรารัก ย่อมตกอยู่ในฐานะอันตราย เมื่อพ่อไม่อยู่แล้ว จงรักและถนอมน้ำใจกันให้มากกว่าที่ผ่านมา
6. สิ่งที่พ่อทิ้งไว้ ไม่ใช่เพียงอิฐ หิน ปูน ทราย แต่เป็นความรู้ขั้นปรีชาญาณ เราอาจรักษาร่างกายท่านไว้ไม่ได้ เพราะนั่นคือกฎธรรมชาติ แต่เราสามารถรักษาภูมิปัญญาของท่านไว้ได้ จงค้นคว้าข้อมูลทางเทคนิคต่างๆ ฝนเทียมเกิดได้อย่างไร กังหันน้ำชัยพัฒนาคืออะไร มันมีความน่าทึ่งยังไงในมิติทางวิศวกรรม การเพาะปลูกโดยไม่พึ่งสารเคมีทำได้อย่างไร การพัฒนาดิน รักษาน้ำ ชุบชีวิตป่าเป็นอย่างไร ทำไมท่านไม่สนับสนุนให้ปลูกพืชเชิงเดี่ยว ทำไมท่านจึงส่งเสริมให้ชาวบ้านรู้จักการห่มดิน ท่านเคยสร้างรากฐานอันใดไว้ให้วงการเกษตรกรรมของชาติ สิ่งเหล่านี้ควรสนับสนุนให้มีการร่ำเรียนกันเป็นระบบ ในโรงเรียน มหาวิทยาลัย ถ้าเราทำเช่นนี้ได้ภูมิปัญญาที่ท่านคิดค้นมาหลายสิบปีจะไม่สูญหายไปจากสังคมไทย
7. จากนี้ไปจะมีคนอีกมาก ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง อาจมีคนที่ไม่เข้าใจท่านออกมาพูดในสิ่งที่เราไม่ชอบ จงใช้สติ อดทน ไม่โต้ตอบ เหมือนที่ท่านได้กระทำมาชั่วชีวิต พระพุทธเจ้าตรัสไว้เสมอ ไม่เคยมีสันติภาพใด เกิดจากความรุนแรงและคำด่าทอ
8. พ่อเป็นผู้ค้ำชูศาสนาโดยแท้จริง ไม่ใช่ด้วยคำพูด หรือแค่เม็ดเงินบริจาค แต่ท่านคือผู้พิสูจน์ธรรมะด้วยกายใจ ในฐานะผู้ปฏิบัติธรรม ท่านคือนักภาวนาที่หาตัวจับยาก เป็นผู้มีอานาปานสติเป็นวิหารธรรม ทำไมพ่อทำงานหนัก แต่ยังมีเวลาภาวนา ทำไมเราทำงานน้อยกว่าท่าน แต่เรากลับอ้างว่าเราไม่มีเวลา สิ่งนี้ต้องคิดให้มาก เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตนเอง
9. พ่อคือครูผู้ยิ่งใหญ่ที่สอนด้วยชีวิตและการกระทำ ชีวิตคือธรรมะ และธรรมะก็คือชีวิตที่ตั้งอยู่ในความธรรมดาที่เกิดขึ้นกับเราทุกคน พ่อกำลังบอกเราว่า จงดำรงตนอยู่ในความไม่ประมาท ทำให้ดีที่สุดในวันนี้ จะไม่ต้องติดค้างเสียใจในภายหลัง
10. แม้วันนี้พ่อจะไม่อยู่ แต่ขอให้ชาวไทยจงวางใจว่า สถานที่ที่ท่านเดินทางไปนั้น น่าอยู่และงดงามกว่านี้หลายเท่า ท่านคือพระโพธิสัตว์ผู้ผ่านมาสร้างแสงสว่าง การเกิดของท่านในชาตินี้เป็นการเกิดที่สมศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ และเราทั้งหลายควรภูมิใจไปกับท่าน ท่านคงไม่อยากให้เราคนไทยถูกทับถมด้วยทะเลแห่งความเศร้า อย่าทิ้งหน้าที่ อย่าทิ้งการงาน และสิ่งต่างๆ ที่รับผิดชอบอยู่ จงตั้งสติให้มั่นคง เป็นกำลังสมาธิ เป็นความสว่างเบิกบาน เพื่อน้อมส่งท่านสู่สวรรค์คาลัย ด้วยหัวใจแห่งความรักของเราชาวไทยทุกคน…

ภาพประกอบจากเว็บไซต์เดลินิวส์
ที่มา : เว็บไซต์เดลินิวส์
ภาพที่ประชาชนคุ้นชินตลอดระยะเวลา 70 ปีที่ผ่านมา คือ ภาพพระองค์ทรงงานโดยใช้ “แผนที่” ทรงถือแผนที่ติดพระวรกาย ทรงศึกษาภูมิประเทศจากแผนที่อย่างละเอียด เพื่อประกอบการวางแผนโครงการตามพระราชดำริด้านต่างๆ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระปรีชาสามารถด้านการใช้แผนที่

หลังจากพระองค์เสด็จขึ้นครองราชสมบัติเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 ทรงอุทิศเวลาเพื่อเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในท้องถิ่นทุรกันดารทั่วทุกภาคของประเทศ โดยเฉพาะในชนบทที่ห่างไกลและยากจน เพื่อทรงหาข้อมูลที่แท้จริง และทรงสำรวจสภาพภูมิประเทศไปพร้อม ๆ กัน
ภาพที่ประชาชนคุ้นชินตลอดระยะเวลา 70 ปีที่ผ่านมา คือ ภาพพระองค์ทรงงานโดยใช้ “แผนที่” ทรงถือแผนที่ติดพระวรกาย ทรงศึกษาภูมิประเทศจากแผนที่อย่างละเอียด เพื่อประกอบการวางแผนโครงการตามพระราชดำริด้านต่าง ๆ ทั้งด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ การเกษตร และทรัพยากรธรรมชาติต่าง ๆ
พระองค์ทรงใช้แผนที่ และทรงปรับปรุงแผนที่ด้วยพระองค์เอง รวมถึงทรงใช้เทคโนโลยีภาพถ่ายทางอากาศ ในการสำรวจพื้นที่และทรัพยากรธรรมชาติ...อาจกล่าวได้ว่าพระองค์ทรงรู้จักพื้นที่ประเทศไทยทุกตารางนิ้วอย่างลึกซึ้ง...
พระองค์ทรงเล็งเห็นความสำคัญของเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศเพื่อใช้ในการพัฒนา ทรงสนพระราชหฤทัยที่จะประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่ก้าวหน้าและทันสมัย ทรงใช้เทคโนโลยีการสำรวจระยะไกลทั้งภาพถ่ายทางอากาศ ภาพจากดาวเทียม ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์และสารสนเทศเชิงพื้นที่ คือ แผนที่ในการวิเคราะห์ติดตามและประเมินผลการพัฒนา ตลอดจนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ
พระองค์ทรงมีพระอัจฉริยภาพในการประยุกต์ใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนด้วยการพึ่งพาตนเอง ทรงเป็นพระมหากษัตริย์นักวิจัย เนื่องจากพระองค์ทรงงานด้วยหลักการของนักวิจัย ที่ต้องศึกษาปัญหาและข้อมูลโดยถ่องแท้ มีการทดลองวิจัย เผยแพร่ ขยายผลและพัฒนาในทุก ๆ โครงการตามแนวพระราชดำริ
เมื่อปี พ.ศ. 2547 พระองค์ทรงเคยมีพระกระแสรับสั่งให้สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือจิสด้า กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดเตรียมภาพถ่ายดาวเทียมบริเวณพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พื้นที่ดำเนินการเหนืออ่างเก็บน้ำยางชุม ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 2 แสนไร่ ครอบคลุมลุ่มน้ำกุยบุรี ซึ่ง จิสด้า ได้สนองพระราชดำริ โดยสั่งถ่ายภาพรายละเอียดสูง IKONOS และได้น้อมเกล้าฯถวายในเวลาต่อม
คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ตลอดระยะเวลาที่พระองค์ท่านทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการแผนที่เป็นสิ่งที่พระองค์ท่านทรงใช้ประโยชน์เพื่อวางแผนพัฒนาประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาการใช้ที่ดินในแหล่งต้นน้ำลำธารบนภูเขาสูง หรือการจัดสรรที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกร เป็นต้น
“แผนที่ของพระองค์ท่าน” ถือเป็นเครื่องมือที่สำคัญเป็นอย่างมาก และกลายมาเป็นต้นแบบสำคัญ ที่ “จิสด้า” ได้น้อมนำแนวปฏิบัติของพระองค์มากำหนดเป็นภารกิจหลักขององค์กร ในด้านการนำข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมมาวิเคราะห์และจัดทำเป็นแผนที่พร้อมใช้ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขและบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และหากย้อนไปเมื่อ 8 ปีที่ผ่านมา จิสด้าได้ส่งดาวเทียมสำรวจทรัพยากรดวงแรกของไทยขึ้นสู่วงโคจร โดยเรียกว่า ดาวเทียมธีออส
ซึ่งต่อมาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อใหม่ให้ดาวเทียมดวงดังกล่าวว่า “ดาวเทียมไทยโชต” ซึ่งมีความหมายว่า “ดาวเทียมที่ทำให้ประเทศไทยรุ่งเรือง” และดาวเทียมไทยโชตดวงนี้ ก็ยังคงปฏิบัติภารกิจตามแนวปฏิบัติของพระองค์ท่านอย่างต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาประเทศชาติต่อไป
โดย 
#สานต่อสิ่งที่พ่อทำ
#นายกควรอ่าน
ผู้ว่าราชการของไทยไม่ค่อยเห็นว่าถือแผ่นที่?




#มหาชนสามารถช่วยศึกษาโครงการได้ที่ และช่วยเสนอความคิดเห็นได้ครับ
https://drive.google.com/open?id=0B_nOh0gPsWNSM3N2MkFqeDlldVE

#ถ้าดีมีคุณค่าโปรดช่วยแชร์เพื่อสร้างแผ่นดินธรรมของพระราชา
https://www.facebook.com/thaihistory/

โดย สมเกียรติ กาญจนชาติ ๔ กพ. ๖๐

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

หน้าที่ของพระสงฆ์

พระพรหมเมธีเปลี่ยนไป๋ !

เปิดตำนาน...เทพเจ้าองค์แรก พระศิวะ...มหาเทพแห่งจักรวาล