วันอังคารที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2557

ด่วนประวัติศาสตร์ การทำลายสถาบันพระศาสนาของชาติไทย แชร์เพื่อปกป้องพระศาสนา

ด่วนความมั่นคงพระศาสนา ทรราชทักษิณและพวกได้ทำไว้กับสถาบันพระศาสนา และสมเด็จพระสังฆราช

ข้อมูล http://picasawebcothssomkiert.blogspot.com/2014/03/blog-post_4.html

ตามคาด !

ธรรมกาย "รุก" อีสาน

เปิดโครงการใหม่
"ธุดงค์ธรรมชัยประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ"

ดีเดย์ พ.ค. 57
ณ พุทธอุทธยานนานาชาติ จังหวัดหนองคาย



จาก...หนองหาน สู่...หนองคาย
เส้นทางสายปลาแดกของธรรมกาย


ธรรมกายปรับแผนใหม่ หลังจากโครงการยึดหนองหานถูกต่อต้าน เพราะหลวงพ่อสดมิใช่พระอีสาน ดังนั้น การจะเอารูปปั้นหลวงพ่อสดไปตั้งไว้ในอีสานจึงอาจจะถูกต่อต้านได้ง่าย เลยต้องใช้ "ของหลอก"ชนิดใหม่ ได้แก่ พระบรมสารีริกธาตุ อันได้แก่หินสวยประดามี นำมาล้างน้ำใส่พานสมมุติหลอกคนอีสานว่าเป็น "พระบรมอัฐิของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า" เรียกชื่อว่า "พระบรมสารีริกธาตุ" เป็นตัวนำเอาพระธุดงค์ธรรมชัย เดินเหยียบดอกดาวโรยเข้ายึดครองภาคอีสาน




อา..สรีระสังขารของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว) เพิ่งได้รับพระราชทานเพลิงไปเมื่อวานนี้เอง ในช่วงที่พระเจ้าคณะผู้ปกครองสายอีสาน นับตั้งแต่วัดไตรมิตร วัดสระเกศ ฯลฯ กำลังวุ่นอยู่กับงานพระราชทานเพลิงศพสมเด็จเกี่ยว ทาง "ธรรมกาย" ก็อาศัยจังหวะ"รุก" เปิดแคมเปญใหม่ "ธุดงค์ธรรมชัยประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ"วางกำลังเข้ายึดครองภาคอีสานอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เพราะตอนที่สมเด็จเกี่ยวยังอยู่ ทางธรรมกายก็เกรงบารมี วันนี้ไม่มีสมเด็จเกี่ยวแล้ว"เจ้าคุณเหนาะ" ก็สับสน เพิ่งขึ้นเป็นเจ้าอาวาสวัดสระเกศได้ไม่กี่วัน ยังปรับตัวไม่ถูกว่าจะเป็นหัวหน้าพระธรรมทูตสายต่างประเทศ หรือเตรียมตัวจะเป็นเจ้าคณะใหญ่หนอีสานในกาลข้างหน้า ส่วนวัดไตรมิตรก็เปิดไฟเขียวตลอด 24 ชั่วโมง ให้ธรรมกายเข้าอีสานได้สบาย งานนี้อีสานโล่งยิ่งกว่าทีมฟุตบอลไร้กองหลัง




งานนี้ "ธัมมชโย" วางแผนเด็ด ทำทีเปิดโครงการเข้าไปในจังหวัด"หนองคาย" ก่อนเพื่อน ทั้งๆ ที่ยังติดใจใน "เกาะดอนสวรรค์" กลางหนองหาน สกลนคร ที่ถูกไล่ออกนอกพื้นที่มาเมื่อปีก่อน หนองหานนี่แหละที่ธัมมชโยต้องการ "แก้มวย-แก้มือ" หรือ "เอาคืน" ให้จงได้ เพราะถ้าเอาหนองหานมาเป็นของธรรมกายไม่ได้ มันก็เสียชื่อ "ผู้นำชาวพุทธโลก" ตัวจริงเสียงจริงหมดสิ เพราะขนาดสั่งสำนักพุทธฯ ให้เอา "รางวัลผู้นำพุทธโลก" ไปทูลเกล้าฯถวายที่สภาธรรมกายสากลก่อนงานตั้ง 1วันได้ นอกนั้นให้ไปรับกับสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ที่พุทธมณฑล ในวันหลัง พณฯธัมมชโยก็ทำสำเร็จมาแล้ว แล้วกะอีแค่หนองหานจะเหลืออะไร ?

หนองหาน เป็นโมเดลใหญ่ให้ "ธรรมกาย" เรียนรู้ว่า บรรดาผู้ที่ออกมาต่อต้านนั้น ล้วนแต่เป็นชาวบ้านที่รักภูมิลำเนา ไม่เอากับสิ่งแปลกปลอมเข้ามาปะปนกับวัฒนธรรมเก่า ส่วนพระสงฆ์ชาวอีสานนั้นไม่ปรากฏว่ามีรูปไหนองค์ใดออกมาต่อต้านการยึดครองหนองหานของธรรมกายเลย ทั้งนี้เพราะพระอีสาน (รวมทั้งภาคอื่นๆ ด้วย) ล้วนถูกล้างสมองให้กลายเป็น "ขี้ข้า" ของพระกรุงเทพฯ ส่งพระจากเมืองกรุงมาปกครองอย่างต่อเนื่องยาวนาน นานจนกลายเป็นประเพณีไปแล้ว ดังนั้น ถ้าจะยึดอีสานก็ต้องใช้ "คนอีสาน" ให้แต่งตัวเป็นธรรมกายรุกคืบเข้าไป คอยดูเถอะว่า โครงการนี้ "ธรรมกาย" ต้องใช้เจ้าคณะผู้ปกครองในเขตอีสานทั้งหมดให้มาเป็นหัวหน้าธุดงค์ ส่วน "ธัมมชโย" นั้นก็คอยเก็บเกี่ยวผลประโยชน์อยู่เบื้องหลัง มันไม่ต่างไปจากบริษัทข้ามชาติแต่อย่างใดเลย เพราะทุกอย่างจะออกจาก "วัดพระธรรมกาย" และกลับคืนสู่ "วัดพระธรรมกาย" อันถูกวางให้เป็น "ศูนย์กลางพระพุทธศาสนาแห่งโลก" โดยธัมมชโย


ก็บอกแล้วไงว่า ปี 57 นี้ ขอให้จับตาดู "ภาคอีสาน" เอาไว้ให้ดี ภาคนี้แหละที่จะเป็น "ตลาด" ของธรรมกายอย่างมีความหมายที่สุด เพราะคนอีสานนั้นหัวอ่อน แถมมีจำนวนมากที่สุด ที่สำคัญก็คือ ธรรมกายมีบุคคลากรชาวอีสาน เป็นลูกหลานที่นำมาบวชเรียนและล้างสมองจนเกลี้ยง แบบไม่มีครูบาอาจารย์สายอีสานอยู่ในหัว ไม่ว่าจะเป็นสายอาจารย์มั่น หรือสายหลวงพ่อชา ซึ่งเป็นปราการใหญ่ในอดีต ดังนั้น นักรบที่จะธุดงค์ธรรมชัยเข้ายึดครองอีสานในกลางปีนี้จึงเป็น "พันธุ์ใหม่" พันธุ์ธรรมชัยขนานแท้ เหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว ตั้งแต่หัวจดเท้าเลยเชียว


ส่วนธรรมยุตก็หมางใจกันไปหลายยก นับตั้งแต่กรณีตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชเมื่อปี 47 และมีอาฟเตอร์ช็อคอีกหลายครั้ง ล่าสุดก็ กรณี "สมเด็จพระวันรัต เจ้าคณะใหญ่นิกายธรรมยุต" สั่งกระชับอำนาจ ด้วยการออกคำสั่ง "ให้พระธรรมยุตทั้งประเทศเปลี่ยนสีจีวรเป็นสีพระราชนิยม" พอพระสงฆ์สายวัดป่าไม่เอาด้วย ก็รู้ว่ากระชับอำนาจไม่สำเร็จ จึงทำการแบ่งแยกนิกายธรรมยุตออกเป็น "สองสี" คือ "สีพระป่า" กับ "สีพระราชนิยม" สีพระราชนิยมนั้นขึ้นตรงต่อ "วัดบวรนิเวศวิหาร" แน่นอน แต่สีวัดป่านี่สิ ไม่รู้ว่าจะขึ้นตรงต่อใคร ในเมื่อไม่ยอมรับคำสั่งของสมเด็จพระวันรัต แบบนี้แหละที่ภาษาพงศาวดารเรียกว่า"เสื่อมทรุดเศร้าหมอง"

ทีนี้ว่า เมื่อสายวัดป่ากับสายวัดบ้านของธรรมยุตเกิดบาดหมางทางใจกันเช่นนี้แล้ว ไอ้ที่จะผนึกกำลังกันรักษาที่มั่นในภาคอีสาน ซึ่งเป็นปราการอันแข็งแกร่งที่สุด ก็เป็นอันไร้ผล ธรรมกายจึงต้องนึกขอบคุณเจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัต ที่กระทำการแบ่งธรรมยุตออกเป็นส่วนๆ ให้ตีได้ง่ายขึ้น

ส่วนพระมหานิกายนั้นปัจจุบันตกอยู่ในสภาพ "แตกยะย่าย พ่ายจะแจ" แบบว่าตัวใครตัวมัน เพราะถูกอิทธิพลของผู้ใหญ่ในคณะสงฆ์กดหัวไว้หมด ท่านว่าไงก็ต้องว่าตาม ถึงรู้เห็นแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ต้องยอมให้ธรรมกายเข้ามาหากินในถิ่นของตัวเอง และถ้าปิดเกมในภาคอีสานลงได้ ธรรมกายก็เหลือ "พระนครศรีอยุธยา" เพียงจังหวัดเดียว ที่ยังเคี้ยวไม่ลง รอให้ "สมเด็จพระพุทธชินวงศ์" มรณภาพเหมือนสมเด็จเกี่ยว  หลังจากนั้นก็อาจจะมีรายการใหญ่ "ธุดงค์ธรรมชัยเข้ากรุงเก่า" เอาให้"มหาสายชล" หลานรักของสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ช็อกตายตามลุงไปเลย โทษฐานเล่นงาน "ดอง" ธรรมกายมาหลายปี เรียกตามภาษาศรีปราชญ์ว่า "ดาบนี้คืนสนอง" เลือดอยุธยาน่ะถึงอย่างไรก็ไม่เข้มข้นเท่า"เลือดสุพรรณ" ดอกจะบอกให้ ไม่เคยได้ยินหรือไรว่า "ห้ามเจ้าไปสุพรรณ" เพราะไปสุพรรณทีไร เป็นต้องกลับมายึดกรุงศรีอยุธยาได้สำเร็จทุกที เฮ้อ เห็นโครงการนี้แล้ว เหมือนได้ฟังเพลง "เส้นทางสายปลาแดก" ของคาราบาว ที่ร้องว่า "อีสานเลยเหลือแต่หำ" น่ะ อิอิ ชิตัง เม !







เปิดโครงการธุดงค์ธรรมชัยในภาคอีสาน
ด่วนเรื่องที่ชาวพุทธทั่วโลก ต้องศึกษาขบวนการทำลายสถาบันพระศาสนา ประจักษ์แจ้งที่ ศึกษาข้อมูล วิทยานิพนธ์ด้านความมั่นคงสถาบันพระศาสนา ข้อมูลที่ https://docs.google.com/file/d/0B_nOh0gPsWNSUkVWRG9aQ3pkbmc/edit


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ