วันเสาร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2557

หลวงพ่อผู้เปิดเผยประวัติศาสตร์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช การต่อสู้เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์




ข้อมูลประวัติศาสตร์ที่ชาวไทยบ้างท่านไม่ทราบ ที่
http://picasawebcothssomkiert.blogspot.com/2011/10/blog-post_06.html
ปกป้องสถาบัน มวลมหาประชาชน ต้องช่วยแชร์

สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และสถานที่บรรจุพระบรมอัฐิ (ที่กองทัพไทยไม่ทราบ)




ข้าพเจ้า สมเกียรติ กาญจนชาติ กราบนมัสการหลวงพ่อสิงห์ทน ที่ วัดวรเชษฐ์ วันที่ 1 มีนาคม 2557
หลวงพ่อยังสดชื่นไม่วิตกในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ฟังเสียงหลวงพ่อได้ที่ ฟังเสียงหลวงพ่อที่
http://www.youtube.com/watch?v=eIrPZsWMN5M
หลวงพ่อได้ให้ข้อมูลเชิงลึกว่า มีคนในกรมศิลปากร ที่ไม่ได้นับถือพุทธศาสนา เป็นตัวการในการพยายามล้มล้างสถาบันพระศาสนา และมีการเรียกรับผลประโยชน์กับวัดต่างๆทั่วประเทศ ในการก่อสร้างหรือซ่อมแซมโบราณสถานต่างๆ ชาวพุทธต้องร่วมกันตรวจสอบครับ ท่านที่ต้องการข้อมูลสามารถโทรสนทนากับท่านได้ครับ
หรือมีศรัทธาสามารถร่วมสร้างบุญบารมี ถวาย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ร่วมกัน

ประกาศร่วมหาทุนในการจัดหาพระพุทธรูปเพื่อถวาย หลวงพ่อสิงห์ทน แทนพระพุทธรูปที่ถูกไฟไหม้ ณ สำนักปฏิบัติธรรมพระนเรศเทพพรหมเนรมิต ใช้งบประมาณ สามแสนบาทต่อหนึ่งองค์
ตามภาพครับ


ฟาแบร์เช่กับราชสำนักสยาม และพระพุทธรูปหยกฝีมือช่างฟาแบร์เช่ ประวัติศาสตร์พุทธศิลปะ

ข้อมูลประวัติศาสตร์ของพระพุทธรูป ที่ 

ลักลอบเผากุฏิ พระอาจารย์ดร.สิงห์ทน นราสโภ หวังฮุบที่ดิน

http://pantip.com/topic/31696781
ขอขอบคุณข้อมูลจาก pantip มากครับ
เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 6 กพ 57 พระอาจารย์ ดร.สิงห์ทน นราสโภ อายุ 79 ปี ประธานมูลนิธิเมตตาธรรมรักษ์ และเจ้าสำนักปฏิบัติธรรมพระนเรศเทพพรหมเนรมิต พร้อมลูกศิษย์ ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตรำวจภูธรสภ.เชียงดาว
กรณีเมื่อบ่ายวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2557 ที่ผ่านมา ที่ สภ.เชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ร.ต.ท.ธาม รังทะษี ร้อยเวร สภ.เชียงดาว พระอาจารย์ ดร.สิงห์ทน นราสโภ อายุ 79 ปี ประธานมูลนิธิเมตตาธรรมรักษ์ และเจ้าสำนักปฏิบัติธรรมพระนเรศเทพพรหมเนรมิต หมู่ 5 ดอยหัวนาค (ตรงข้ามดอยหลวงเชียงดาว) ต.เชียงดาว ได้เข้าแจ้งความ ว่าเกิดอัคคีภัยขึ้นที่กุฏิของท่านราว 20.00 น.เพลิงลุกไหม้ประมาณ 1 ชม.เผาผลาญทรัพย์สินสิ่งของภายในจนหมด โดยเฉพาะหนังสือธรรมใบลานโบราณ หนังสือธรรมมะ เทปธรรมะ พระพุทธรูป วัตถุมงคลต่าง ๆ คงเหลือแต่พระพุทธรูปประธาน และพระหินแกะสลัก นอกจากนั้นยังมีเครื่องเสียง และชุดคอมพิวเตอร์ใหม่เอี่ยม พร้อมอุปกรณ์ไอที.ที่เพิ่งมีลูกศิษย์นำมาถวายก็กลายเป็นเถ้าถ่านไปหมด
ร.ต.ท.ธาม รังทะษี และพวกได้รุดไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ พบว่ากุฏิดังกล่าวปลูกอยู่บนไหล่ดอยพื้นเป็นดินปูด้วยฟากและเสื่อชั้นเดียว รอบ ๆ กุฏิเป็นไม้ มีห้องน้ำ 2 ห้อง ถูกไฟไหม้หมดเหลือแต่หลังคาเมทัลซีทกับโครงเหล็กด้านบน ส่วนเสาไม้ถูกไฟไหม้เกรียม แต่ยังรองรับหลังคาไว้ได้อยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบถามรายละเอียดทราบว่าก่อนเกิดเหตุมีชาวต่างชาติมาขอ ปฏิบัติธรรม จากนั้นพระอาจารย์ ดร.สิงห์ทนได้พาขึ้นไปนั่งสมาธิและสวดมนต์ที่วิหารใหม่ด้านบน พอกลับลงมาอีกครั้งก็พบว่ากุฏิถูกไฟไหม้ลุกโซน จึงช่วยกันดับไฟโดยไม่ทันเก็บข้าวของออกมา จากสภาพที่ไฟไหม้อย่างรวดเร็วไปรอบกุฏิ สันนิษฐานว่าอาจมีการวางเพลิง
ตอนแรกสงสัยเรื่องข้อพิพากเรื่องที่ดิน ที่มีนายทุนในระแวกมาหลอกขายที่ดินให้กับ พระสิงห์ทนในราคา 5 ล้านบาท พระสิงห์ทน ได้ปฏิเสธ ต่อมา เจ้าของที่ดินดังกล่าวได้ลดราคาลงมา เหลือล้านกว่า พระสิงห์ทนก็ได้บอกว่าไม่มีเงิน และก็ได้ข้อยุติกันไป โดยพระสิงห์ทนรับซื้อที่ดินที่ติดกับสำนักสงฆ์ไว้ คิดว่าคงจบ และปรากฏว่าได้มีสำนักสงฆ์อีกแห่งหนึ่งเพิ่งสร้างมาใหม่ ได้มาเปิดบริเวณด้านล่างของสำนักสงฆ์ของพระสิงห์ทน แต่ปรากฏว่า ชาวบ้านในระแวก ไม่ได้สนใจ ทุกคนยังคงเดินขึ้นดอยมาทำบุญที่สำนักสงฆ์พระสิงห์ทน ที่อยู่สูงกว่า คาดว่าคงมีญาติพี่น้องของพระสงฆ์สำนักด้านล่างไม่พอใจ ส่งคนมาลอบเผากุฏิ ก็อาจจะเป็นได้ เรื่องนี้ ขอให้ทางตำรวจดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีกันต่อไป

ที่มาของข่าวนี้ http://www.chiangmainews.co.th/page/?p=248645
ขอขอบคุณ chiangmainews
พระอาจารย์ ดร.สิงห์ทน นราสโภ สำนักปฎิบัติธรรมพระนเรศเทพพรหมเนรมิต อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ โทร 081-8818070




รูปนี้เป็นภาพตอนก่อนโดนเผาครับ



และก็ขอเสริมคลิปวีดีโอของหลวงปู่ พระอาจารย์ ดร.สิงห์ทน นราสโภ

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอคลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอคลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ


28ก.พ.2557 ป๋าเปรม แนะนร.มหาวชิราวุธสงขลา

พลเอกเปรม กล่าวให้โอวาทกับนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาในครั้งนี้ว่า 

ชาติบ้านเมืองเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ทุกคนจะต้องทุ่มเทรักษา ความเป็นชาติบ้านเมืองของเรา ไม่มีใครที่จะเป็นเจ้าของหรือนำไปเป็นเจ้าของว่าชาตินั้นเป็นของตัวของตนนั้นไม่ได

วันนี้ที่เลือกนำเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาพูด ก็เพื่อที่จะให้นักเรียนได้เข้าใจว่า วันนี้ถือได้ว่าเป็นวันศักดิ์สิทธิ์ของนักเรียนที่จบการศึกษาชั้นม.6แล้วก็ไปเรียนต่อที่อื่น ต้องเข้าใจว่า เราจะต้องมีหน้าที่ดูแลชาติบ้านเมือง ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอให้จำที่พวกเราปฏิญาณไว้ สำหรับเรื่องความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณสิ่งที่มีพระคุณ เหมือนที่พูดไว้ในตอนแรกว่า

ชาติบ้านเมืองเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอให้ทุกคนทำตัวเป็นคนดี เพื่อชาติบ้านเมืองจะได้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่อไป ไม่มีวันสูญสลายขึ้นได้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ