วันอังคารที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2557

ด่วนความมั่นคงพระศาสนา ทรราชทักษิณและพวกได้ทำไว้กับสถาบันพระศาสนา และสมเด็จพระสังฆราช

ด่วนเรื่องที่ชาวพุทธทั่วโลก ต้องศึกษาขบวนการทำลายสถาบันพระศาสนา ประจักษ์แจ้งที่ ศึกษาข้อมูล วิทยานิพนธ์ด้านความมั่นคงสถาบันพระศาสนา ข้อมูลที่ https://docs.google.com/file/d/0B_nOh0gPsWNSUkVWRG9aQ3pkbmc/edit

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชประวัติศาสตร์ความมั่นคงพระศาสนา


พระวิปัสสนาไทยในคราบพม่า

มจร. ประกาศเป็นเมืองขึ้นของพม่า





สองผู้ยิ่งใหญ่แห่ง มจร.

ซ้าย : ศาสตราจารย์ สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม ป.ธ.9 Ph.D.) เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม รองอธิการบดี มจร.  เจ้าคณะใหญ่หนกลาง และกรรมการมหาเถรสมาคม

ขวา : ศาสตราจารย์ พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺมจิตฺโต ป.ธ.9 Ph.D.) เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส อธิการบดี มจร. เจ้าคณะภาค 2 และกรรมการมหาเถรสมาคม


สมเด็จ "สมศักดิ์" นำรองสมเด็จ "ประยูร" ไปรับการย้อมแมวถึงย่างกุ้ง ฝันเฟื่อง "เมืองไทยจะเต็มไปด้วยการเรียนการสอนกรรมฐาน ตามแนวมหาสติปัฏฐาน" แต่หารู้ไม่ว่า พม่าก็กระหยิ่มในใจเช่นกันว่า ปัจจุบันคณะสงฆ์ไทย โดยพระผู้ใหญ่ในมหาเถรสมาคม ได้ตกเป็น "ทาสทางปัญญา" ของพม่า ไปเรียบร้อยแล้ว ดูไปก็น่าอาย พระนเรศวรประกาศเอกราชจากพม่ามาช้านาน ร่วมๆ 500 ปีเข้าไปแล้ว แต่ปัจจุบัน ผู้นำคณะสงฆ์ไทยกลับมีพฤติกรรม "เป็นขี้ข้าพม่า" อย่างไม่ลืมหูลืมตาเพราะว่าไม่มีสติปัญญาที่จะสอนกรรมฐานเองได้ เก่งก็แต่ยึดตำแหน่งแย่งอำนาจกัน ครั้นจะสอนกรรมฐานก็สอนไม่เป็น ต้องกระเตงเอาพระไทยไป "เรียนกรรมฐาน" ถึงประเทศพม่า ให้เป็นที่ขายขี้หน้าประเทศชาติพระศาสนา แค่นี้ก็เห็นแล้วว่า วิสัยทัศน์ของ "สองผู้นำแห่ง มจร."นั้นสับสนปนเป เป็นไม้หลักปักขี้เลน ไม่มีหลักการใดๆ ให้ยึดถือเป็นแบบอย่างได้เลย ประเดี๋ยวก็จะเป็น "ผู้นำพุทธโลก" ประเดี๋ยวก็เป็น "ลูกศิษย์พม่า" ต่อไปน่าจะพาพระนิสิต มจร. ทุกรุ่น ไปทำการบวชแปลงเป็น"นิกายผ้าแดง" ที่พม่าเสียก่อน จึงค่อยให้เข้าเรียนที่ มจร. ได้นะครับ จะได้เป็นพม่าตั้งแต่เกิด ไม่ต้องกลัวหรอกฮะ จะมีใครเขาว่า "พระนักศึกษาไทยโง่กว่าพระพม่า" เพราะว่าผู้นำของเรามันด้อยกว่าเขาเห็นๆ ก็ขนาดว่า "กรรมฐาน" ซึ่งเป็น "เรื่องปากเรื่องท้อง" ของพระที่ต้องเรียนกันมาตั้งแต่เริ่มปลงผมบวชหรือก่อนนุ่งผ้าเหลืองด้วยซ้ำ พวกท่านก็ยังไม่มีปัญญาสอน แล้วจะสะเออะไปสอนชาวโลกในเรื่องอะไร ในเมื่อเรื่องของตัวเองแท้ๆ ก็ยังไม่รู้ ก็ไม่รู้ว่า พระไตรปิฎก ฉบับ มจร. ที่สังคายนา ตีพิมพ์ออกขายไปทั้งบ้านทั้งเมืองน่ะ มันมีสาระอะไร เพราะสุดท้ายก็ไปตายที่พม่าหมด ตอบคำถามให้ชัดๆ ซักทีสิครับ ท่านสมเด็จพระพุทธชินวงศ์และรองสมเด็จพระพรหมบัณฑิต ที่เคารพ ว่าพวกท่านจะนำพาพระศาสนาของไทยไปทางไหน ? ประทานโทษเถิดครับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสถาปนา มจร. ขึ้นมา ได้ 100 กว่าปี อายุอานามปานนี้ ก็น่าจะมี "หลักการ-วิธีการ-วิชาการ" ที่เป็นเอกลักษณ์ของมหาวิทยาลัยที่สามารถแข่งขันกับนานาชาติได้แล้ว แต่วันนี้ อธิการบดี-รองอธิการบดี กลับพาพระไทยไปขึ้นครูกับพระพม่า ถามว่าไม่อายต่อองค์ผู้สถาปนาบ้างหรือไร ถ้าไม่มีปัญญาจะสอนพระเณรไทยได้ ก็ขอนิมนต์ "ยุบ มจร." ทิ้งเสียเถิดครับ มีไว้ทำไมกะอีแค่มหาวิทยาลัย "เมืองขึ้น" ของพม่า ที่ชื่อว่า มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ?





ดีแต่พูด !



คติธรรมที่ท่านเจ้าคุณพระพรหมบัณฑิตชอบอ้างถึงบ่อยๆ


ยากอะไรไม่เท่ายากปฏิสังขรณ์
ถอนอะไรไม่เท่าถอนมานะ
ละอะไรไม่เท่าละกามคุณ
บุญอะไรไม่เท่าบุญบรรพชา
หาอะไรไม่ยากเท่าหาตน
จนอะไรไม่เท่าจนปัญญา



วันนี้ มจร. จนปัญญาเข้าแล้ว ถึงต้องไปขอใช้ปัญญาจาก "พม่า" มาผลิตบัณฑิตให้แก่มหาวิทยาลัยสงฆ์ไทย รู้ที่ไหนก็อายไปถึงที่นั่น จะเปลี่ยนคติธรรมประจำใจหรือไม่ครับ ท่านเจ้าคุณประยูร ?






ปิดการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน ป.โท 'มจร' ที่เมียนม่าร์


สมเด็จพระพุทธชินวงศ์พร้อมพระพรหมบัณฑิต อธิการบดี มจร. ร่วมในพิธีมอบวุฒิบัตรและปิดการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน หลักสูตร ป.โท รุ่น 8 มจร. จำนวน 65 รูป/คน ที่พม่า


1 มี.ค. 2557 สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคม รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร)  วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส จังหวัดนครปฐม พระพรหมบัณฑิต อธิการบดี มจร กรรมการมหาเถรสมาคม พร้อมด้วยคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนชาวไทยและเมียนม่าร์ ได้ประกอบพิธีมอบวุฒิบัตรและปิดการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน หลักสูตรวิปัสสนาภาวนา รุ่น 8 ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส จำนวน 57 รูปและนิสิตฝ่ายคฤหัสถ์ 8 คน  ณ สำนักวิปัสสนามหาสีศาสนเยกต้า กรุงย่างกุ้ง ประเทศเมียนม่าร์ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2557 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส นครปฐม เป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์ไทยที่เน้นการเรียนการสอนภาษาบาลี พระพุทธศาสนา และวิปัสสนาภาวนา โดยเปิดการเรียนการสอนหลักสูตรวิปัสสนาภาวนาระดับมหาบัณฑิต ตั้งแต่ปีการศึกษา 2548  เป็นต้นมา กำหนดให้นิสิตที่เข้าศึกษาในหลักสูตรนี้ เมื่อศึกษาครบหน่วยกิตรายวิชาแล้ว จะต้องปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาเป็นเวลา 7 เดือนติดต่อกัน จึงจะมีสิทธิ์เสนอสอบวิทยานิพนธ์ขอจบการศึกษาการจัดโครงการปฏิบัติวิปัสสนาภาวนา สำหรับนิสิตหลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิปัสสนาภาวนา รุ่นที่ 8 ประจำปีการศึกษา 2556 โดยแบ่งเป็น 3 ช่วง คือ

ช่วงที่ 1 ปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานระยะเวลา 4 เดือน ระหว่างวันที่ 27 กรกฎาคม – 27 พฤศจิกายน 2556 ณ สำนักปฏิบัติธรรมธรรมโมลี จังหวัดนครราชสีมา

ช่วงที่ 2 ปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานระยะเวลา 1 เดือน ระหว่างวันที่ 27 พฤศจิกายน – 25 ธันวาคม 2556 โดยออกธุดงควัตร ณ สำนักอภิญญาเทสิตธรรม วัดนาหลวง อ.บ้านผือ จังหวัดอุดรธานี

ช่วงที่ 3 ปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานระยะเวลา 2 เดือน ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2556 – 27 กุมภาพันธ์ 2557 ณ สำนักวิปัสสนามหาสีสาสนยิกต่า กรุงย่างกุ้ง ประเทศสหภาพเมียนมาร์

ในโอกาสนี้ พระพรหมบัณฑิต ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่องความสัมพันธ์ด้านพระพุทธศาสนาไทย-เมียนม่าร์ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ด้านพระพุทธศาสนาระหว่างประเทศไทยและประเทศเมียนม่าร์ด้วย



http://www.alittlebuddha.com/ที่มา : คมชัดลึก
1 มีนาคม 2557


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ