วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ประวัติศาสตร์ นักการเมืองในคราบผ้าเหลือง ภัยต่อความมั่นคงพระศาสนา?

ไม่มีใครลุกขึ้นมาปกป้องพระเกียรติคุณของสมเด็จพระสังฆราชเลย ปล่อยให้มีการแอบอ้างอย่างเสรี ทำให้พระเกียรติคุณที่ทรงสั่งสมมานานถึง 100 ปี ข้อมูลประวัติศาสตร์ 

เป็นเรื่อง !

พระกรรมฐานลั่น "ไม่เปลี่ยนสี" ตามสมเด็จวันรัต
อยากจะเปลี่ยนก็เปลี่ยนคนเดียว กรูไม่เปลี่ยน จะทำไม
หรือจะออกกฎแบบสมเด็จวัดปากน้ำห้ามพระขับรถ
ใครขับ-จับได้ ดองสมณศักดิ์ 3 ปี
เอาแบบนี้เลยสิครับท่าน !



นักวิชาการชี้ "คำสั่งเปลี่ยนสีของธรรมยุต เป็นแค่กลยุทธทางการเมือง ชิงพริบชิงเหลี่ยมกับมหานิกาย" โอ..เพิ่งรู้เหรอ เขารู้มาตั้งนานแล้วล่ะลุ๊ง ว่าพระธรรมยุตนั้นก็คือ "นักการเมืองในคราบผ้าเหลือง" ดีๆ นี่เอง ถึงบอกแล้วไงว่า ถ้ายังคิดแบบนักการเมืองอยู่ ไม่ว่าจะเปลี่ยนเป็นสีอะไร มันก็ไม่ใช่วิถีของพระภิกษุในพุทธศาสนา ยิ่งอ้าง "พระราชนิยม" เหนือพระธรรมวินัยนิยม ยิ่งไม่เหมาะสม แหมเสียดายหลวงตาบัวไม่อยู่ ไม่งั้นสมเด็จพระวันรัตโดนด่าเละ นักการเมืองในคราบผ้าเหลือง




พระป่าฮึ่ม !

ไม่เปลี่ยนสีจีวรขอยึดตามอาจารย์


พระป่ายันไม่เปลี่ยนสีจีวร ยึดตามหลักปฏิบัติครูบาอาจารย์แต่โบราณ ส่วนคณะสงฆ์หนเหนือชิงประกาศให้พระสงฆ์ในสังกัดนุ่งห่มจีวรสีเดียวกันก่อนหน้า


จากการที่สมเด็จพระวันรัต รักษาการเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ในฐานะรักษาการเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต ลงนามในคำสั่ง ประกาศคณะธรรมยุต เรื่อง การครองผ้าไตรจีวรสีพระราชนิยม สนองพระราชศรัทธาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเริ่มใช้ในวันวิสาขบูชา 13 พฤษภาคมนั้น

ต่อมาเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พระธรรมฐิติญาณ (ศรีจันทร์) วัดบึงพลาญชัย จ.ร้อยเอ็ด ในฐานะเจ้าคณะภาค 10 ธรรมยุต กล่าวว่า ได้รับทราบประกาศของคณะธรรมยุตแล้ว ซึ่พระสายวิปัสสนากรรมฐาน หรือสายพระป่า ยังคงยึดธรรมเนียมปฏิบัติครูบาอาจารย์ที่มีมาแต่โบราณ ไม่เปลี่ยนสีครองจีวร ในส่วนของวัดบึงพลาญชัยก็ต้องดูกาลเทศะ โดยจะครองจีวรก็ต่อเมื่อมีพระราชพิธีหรือความเหมาะสม

"พระสายวิปัสสนากรรมฐานจะยึดพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะใครบวชก่อนหลังจะเคารพกันที่พรรษา ถึงแม้จะมีสมณศักดิ์สูงก็ต้องไหว้พระที่พรรษามากกว่า ถึงแม้จะไม่มีสมณศักดิ์ก็ตาม ขณะที่การครองจีวรก็เช่นกัน จะยึดธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบทอดมาจากรุ่นครูบาอาจารย์ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ได้หารือกับสมเด็จพระวันรัต ก่อนที่จะมีประกาศนี้ ถึงข้อปฏิบัติดังกล่าว ซึ่งท่านก็ว่า ไม่ได้เป็นการบังคับ" พระธรรมฐิติญาณ (ศรีจันทร์) กล่าว

ดร.สวัสดิ์ อโณทัย คณบดีคณะปรัชญาและศาสนา มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น กล่าวว่า ในพระวินัยปิฎกระบุไว้ชัดเจนถึงสีจีวรว่า ใช้จากสีน้ำฝาดไม้แก่นขนุนย้อม แต่ในปัจจุบันจีวรทำในเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะทำให้สีไม่ตรงกับสีที่บัญญัติไว้ในพระวินัยแท้จริง แต่ถ้าแบ่งพระสงฆ์จะมี 2 ลักษณะ คือ อรัญวาสี กับคามวาสี ในส่วนคามวาสีจะอยู่ในชุมชนอยู่กับชาวบ้านนุ่งห่มจะสะอาด จะนุ่งห่มจีวรสีเหลืองหรือสีทอง ส่วนอรัญวาสีจะใช้สีกรัก เพราะต้องนั่งใต้ต้นไม้ และเข้ากับธรรมชาติ รวมทั้งเป็นการป้องกันอันตรายจากสัตว์ร้ายได้ด้วย เวลาไปนั่งวิปัสสนากรรมฐาน ส่วนการที่คณะสงฆ์ธรรมยุตเปลี่ยนสีจีวรเป็นสีพระราชนิยมนั้น ทำได้ และก็เคยมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมาช่วงหนึ่งสมัยสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชแห่งวัดบวรนิเวศวิหาร

คณบดีคณะปรัชญาฯ กล่าวต่อว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชประสงค์ให้คณะสงฆ์ที่จะเข้าพระราชพิธีครองจีวรสีเดียวกัน เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย และเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน จึงได้มีมติมหาเถรสมาคมออกมาว่า เวลาพระสงฆ์ทั้ง 2 นิกายเข้าวังก็จะต้องครองจีวรสีพระราชนิยม เพื่อเป็นการสร้างความประนีประนอมระหว่างธรรมยุตและมหานิกาย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประนีประนอมความต่างของสีจีวรแต่ละนิกาย ด้วยการสร้างความกลมกลืนในเวลาเข้าพระราชพิธีด้วยการครองจีวรสีเดียวกัน โดยพระองค์ไม่ได้ทรงมีการบังคับให้เปลี่ยน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดเฟซบุ๊กของศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ได้เผยแพร่ประกาศของคณะสงฆ์หนเหนือ เรื่อง การนุ่งห่มของพระภิกษุสามเณร โดยแจ้งให้เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะจังหวัดรับทราบ ลงวันที่ 10 มกราคม 2556 โดยมีใจความว่า ด้วยมติที่ประชุมพระสังฆาธิการหนเหนือเจ้าคณะใหญ่ เจ้าคณะภาค รองเจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด รองเจ้าคณะจังหวัด และเลขานุการ เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2556 ณ ห้องประชุมธรรมกายคุณารมณ์ ชั้น 2 พระมหาเจดีย์พระมหารัชมงคล วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ให้พระภิกษุสามเณรในปกครองคณะสงฆ์หนเหนือถือปฏิบัติตามกติกาสงฆ์หนเหนือ เรื่อง การนุ่งห่มเป็นแบบเดียวกัน โดยใช้ผ้าสีเหลืองทองทั้งภายในวัดและนอกวัดโดยสม่ำเสมอปรกติวิสัยเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย เป็นแบบอย่างสำหรับประพฤติปฏิบัติยุติ เป็นระเบียบเดียวกันทั่วทั้งหนเหนือ อย่างไรก็ตาม ประกาศดังกล่าวลงนามโดย พระเทพโกศล เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ ทำหนังสือแจ้งให้เจ้าคณะอำเภอทุกอำเภอรับทราบ

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ภายหลังจากมีประกาศคณะธรรมยุต เรื่อง การครองผ้าไตรจีวรสีพระราชนิยม สนองพระราชศรัทธาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้น มีการแสดงความคิดเห็นต่างๆ นานาในวงการสงฆ์ รวมไปถึงเว็บไซต์ชื่อดังลิตเติลบุดด้าได้นำประเด็นดังกล่าวมาวิพากษ์วิจารณ์ด้วย



ที่มา : คมชัดลึก
17 กุมภาพันธ์ 2557




เปลี่ยนสีจีวร !

พระธรรมยุตออกกฎใหม่ในรอบร้อยปี
จากสีพระป่า สีกรัก สีกรรมฐาน เป็น สีพระราชนิยม




สมเด็จพระวันรัต
(จุณฑ์ พฺรหฺมคุตฺโต ป.ธ.9)
รก.เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร รก.เจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต




อา..คณะธรรมยุตกลายเป็น "คณะจิ้งจก" ไปเสียแล้ว เพราะแต่เดิมนั้น ตอนที่ในหลวง ร.4 เสด็จออกผนวชใหม่ๆ ประทับอยู่ที่วัดมหาธาตุ ก็ทรงห่มจีวรแบบคณะนิกายเดิม คือใช้สีเหลืองและห่มพาดมังกร ต่อมาเมื่อเสด้จไปประทับ ณ วัดราชาธิวาส ทรงทำการอุปสมบทใหม่กับพระมอญวัดลิงขบ ก็ทรงหันไปนิยมการนุ่งห่มแบบมอญ ซึ่งก็คงจะหันไปใช้สีจีวรของมอญด้วย ซึ่งสีที่ว่านี้จึงกลายเป็นสีประจำคณะธรรมยุตมาจนถึงปัจจุบัน

เมื่อในหลวง ร.3 ทรงทราบ จึงทรงโปรดให้สมเด็จฯกรมพระยาเดชาดิศร ไปว่ากล่าวตักเตือน ว่าแต่เดิมมานั้น พระสงฆ์ไทยตั้งแต่สมัยอยุธยาเป็นต้นมานิยมห่มแบบพาดมังกร แต่บัดนี้ พระสงฆ์นำโดยพระภิกษุวชิรญาณ ซึ่งเป็นถึงเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงสุด แต่กลับหันไปนิยมการนุ่งห่มแบบมอญ ซึ่งเป็นข้าขอบขัณฑสีมา (มอญหนีพม่ามาพึ่งไทยในสมัยนั้นมาก) ไม่รักษาไว้ซึ่งเกียรติยศของบูรพมหากษัตริย์ หากเสด็จพ่อ (ร.2) ยังทรงพระชนม์อยู่ก็คงจะว่ากล่าวตักเตือนกันไปนานแล้ว ฯลฯ ทรงโปรดให้นำผ้าไตร "สีพระไทย" ไปถวายพระภิกวชิรญาณ 1 ไตร โดยทรงกำชับว่า "ถ้าเธอไม่รับก็ให้นำกลับมา" พระภิกษุวชิรญาณ ได้ทราบพระปรารภ จึงรีบทำหนังสือกราบบังคมทูล "ขอพระราชทานอภัยโทษ" โดยทรงอ้างว่า เห็นแก่ทางพระวินัยสิกขา มิได้คำนึงถึงพระเกียรติยศของบ้านเมือง ครั้นทราบแล้วก็ขอหันมานุ่งห่มแบบพระสงฆ์ไทยตามเดิม

ครั้นรัชกาลที่ 3 สิ้นพระชนม์ พระภิกษุวชิรญาณ เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ได้ลาสิกขาออกมาครองราชย์ เฉลิมพระนาม "พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" จากนั้นก็เกิดความอึดอัดกลัดกลุ้มในกลุ่มพระภิกษุธรรมยุตวัดบวรเรื่องการห่มผ้าแบบมหานิกาย จึงทำเรื่องไปกราบบังคมทูลในหลวง ร.4 เพื่อทรงมีพระบรมวินิจฉัย ปรากฏว่า ทรงวินิจฉัยว่า "เรื่องการห่มผ้าเป็นเรื่องของพระสงฆ์ โยมเป็นฆราวาสแล้ว ไม่มีอำนาจไปก้าวก่ายได้ ให้พระสงฆ์ตัดสินใจกันเอาเอง" นั่นเองที่เป็นเหตุให้พระธรรมยุต "ประกาศอิสรภาพ" หันไปห่มแบบมอญนับตั้งแต่บัดนั้นมาจนบัดนี้

แต่วันนี้ มีการอ้างเอา "พระราชนิยม" ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่าด้วยสีจีวร ซึ่งทรงพิจารณาว่า "ไม่เหลืองเกินไป ไม่ดำเข้มคล้ำจนเกินไป" เหมาะแก่คณะสงฆ์สองฝ่ายจะนุ่งห่มในงานพระราชพิธี จึงเป็นที่มาของชื่อจีวรสีนี้ว่า "สีพระราชนิยม"

สีพระราชนิยมจึงเป็น "สีกลาง" ระหว่างสงฆ์สองนิกาย ก่อน "สีเหลือง-สีแดง" จะระบาดเป็นดอกเห็ดอยู่ในปัจจุบัน พระสงฆ์ทั้งสองนิกาย เมื่อจะเข้าวังหรือไปในงานพระราชพิธีใดๆ ก็ต้องใช้สี "พระราชนิยม" เพื่อเป็นการแสดงความคารพต่อสถาบันพระมหากษัติย์ไทยในสมัยประชาธิปไตยว่าด้วยเรื่องสี

แต่วันนี้ คณะสงฆ์ธรรมยุต กลับประกาศ "ยึด" เอาสีพระราชนิยม ไปเป็นของธรรมยุต สั่งเปลี่ยนสีผ้ากันใหม่ทั้งประเทศ แล้วถามว่า มหานิกายจะห่มสีอะไรในเวลาเข้าวัง เพราะไม่มีสีพระราชนิยมแบบมหานิกายที่แตกต่างไปจากสีนี้แล้ว

ถ้าธรรมยุตประกาศยึดสีนี้เอาไว้ และถ้ามหานิกายไปห่มสีพระราชนิยม ก็จะกลายเป็นว่า มหานิกายห่มตามธรรมยุต แต่ถ้าไม่ห่มสีพระราชนิยม ก็อาจจะหมายถึงว่า ไม่เคารพราชสำนักปัญหาจะตามมาอีกหลายข้อ นอกจากทางราชสำนักจะต้องพิจารณาหา "สีพระราชนิยม"สำหรับมหานิกายเพิ่มขึ้นเท่านั้น จึงจะสามารถสมานฉันท์กันได้ เฮ้อ อยู่ดีๆ ก็หาเรื่องนะ สมเด็จพระวันรัตนี่ ว่างมากหรือไง ?

นี่ยังไม่นับพระธรรมยุต สายวัดป่า ซึ่งเคร่งครัดในพระธรรมวินัย และยึดมั่นในธรรมเนียมที่ครูบาอาจารย์ได้เคยปฏิบัติมาก่อน เมื่อได้รับคำสั่งของสมเด็จพระวันรัตในครั้งนี้แล้ว ก็คงมีมากมายหลายสำนักที่ไม่เห็นด้วย และไม่ยอมปฏิบัติตาม ก็จะเป็นการท้าท้ายอำนาจของคณะสงฆ์ส่วนกลาง ซึ่งนิยมในราชสำนักมากกว่าเรื่องพระธรรมวินัย ความจริงราชสำนักก็ไม่ได้บังคับ แต่เป็นเพราะคณะธรรมยุตอยากจะแสดงความจงรักภักดีจนออกหน้าเสียเอง ดังสำนวนที่อดีตนายกฯ สมัคร สุนทรเวช เคยกล่าวเอาไว้นั่นแหละว่า "กระเหี้ยนกระหือรือ"

จะเดินหน้าต่อไปหรือว่าทบทวน ก็สุดแต่จะพิจารณา เพราะสมเด็จพระวันรัตก็มิใช่ขี้ไก่ แต่เป็นถึง "แคนดิเดท" สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ต่อไป ทำอย่างไรก็ได้ผลอย่างนั้น


ผ้าไตรจีวรสีพระราชนิยม





คำสั่งเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุติกนิกาย
เรื่อง เปลี่ยนสีจีวรเป็นสีพระราชนิยม









ธรรมยุตประกาศเปลี่ยนสีจีวร เริ่ม 13 พ.ค. 57

สมเด็จพระวันรัต ประกาศคณะสงฆ์ธรรมยุต ให้พระสงฆ์-สามเณรทุกวัดสังกัดธรรมยุต เปลี่ยนสีจีวรเป็นสีพระราชนิยม เพื่ออนุโมทนาพระราชศรัทธาในหลวง เริ่มใช้วิสาขบูชา 13 พ.ค. 2557


เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมเด็จพระวันรัต รักษาการเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ในฐานะรักษาการเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต ได้ลงนามในคำสั่ง ประกาศคณะธรรมยุต เรื่อง การครองผ้าไตรจีวรสีพระราชนิยม ความว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชศรัทธามั่นคงในพระพุทธศาสนา ทรงมีพระราชดำริในการที่จะให้พระภิกษุสงฆ์ครองผ้าไตรจีวรที่มีสีเหมือนกัน เพื่อความเรียบร้อยงดงาม จึงได้ทรงนำผ้าสีต่างๆ มาถวาย และมีพระราชปุจฉากับพระมหาเถระ จนได้ผ้ามีสีที่ถูกต้องไม่ผิดพระวินัย เป็นที่พอพระราชหฤทัยแล้ว จึงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานในพระองค์จัดผ้าไตรจีวรสีตามพระราชดำริพระราชทานถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ในงานทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวาระต่างๆ ซึ่งพระภิกษุสงฆ์เมื่อรับพระราชทานถวายแล้ว ได้ครองจีวรสีดังกล่าวฉลองพระราชศรัทธามาโดยลำดับ ผ้าไตรจีวรที่พระราชทานถวายนั้น ทราบกันในนามว่า “จีวรสีพระราชนิยม”

อนึ่ง ในการประชุมเจ้าคณะภาคและเจ้าคณะจังหวัดคณะธรรมยุต เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2556 ณ วัดอาวุธวิกสิตาราม กรุงเทพมหานคร ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาเรื่องการครองผ้าไตรจีวรสีพระราชนิยม และมีมติอนุโมทนาในพระราชศรัทธาและเห็นชอบที่จะให้พระภิกษุสามเณรคณะธรรมยุตครองผ้าไตรจีวรสีพระราชนิยมเสมอกัน และให้นำเสนอคณะกรรมการบริหารคณะธรรมยุตพิจารณา

คณะกรรมการบริหารคณะธรรมยุต ประชุมครั้งที่ 5/2556 เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2556 ณ สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร ได้พิจารณาตามข้อเสนอของเจ้าคณะภาคและเจ้าคณะจังหวัดดังกล่าว มีมติเห็นชอบและให้มีประกาศคณะธรรมยุต เรื่อง ให้พระภิกษุสามเณรคณะธรรมยุตครองผ้าไตรจีวรสีพระราชนิยม ตั้งแต่วันวิสาขบูชา 2557 ซึ่งตรงกับวันที่ 13 พฤษภาคม 2557 เป็นต้นไป จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสีจีวรในปัจจุบันของคณะสงฆ์ธรรมยุตส่วนใหญ่จะใช้จีวรสีกรัก (สีแก่นขนุนเข้ม) ซึ่งจะมีลักษณะเป็นสีน้ำตาลเข้ม แต่สำหรับสีพระราชนิยม สีจะอ่อนกว่าสีกรัก ซึ่งเวลาพระสงฆ์รับนิมนต์เข้าพระราชพิธีในพระบรมมหาราชวังก็จะครองจีวรสีพระราชนิยม และจะเห็นได้ชัดอีกช่วงในพิธีพระราชทานสมณศักดิ์ของทุกปี

นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวทางคณะสงฆ์สามารถดำเนินการได้เลย โดยสีดังกล่าวเป็นสีจีวรที่พระสงฆ์จะใช้ในเวลามีงานพระราชพิธี แต่หากคณะสงฆ์คณะธรรมยุตจะนำมาใช้เป็นสีจีวรของพระภิกษุสามเณรคณะธรรมยุตก็สามารถทำได้ ไม่ต้องแจ้งทางสำนักพระราชวัง ส่วนจะมีการแจ้งต่อที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) หรือไม่นั้น อยู่ที่การพิจารณาของรักษาการเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต

ขณะเดียวกันสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ พระผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช  ในฐานะเจ้าคณะใหญ่หนเหนือ ประกาศกติกาสงฆ์หนเหนือ เมื่อวันที่  9 มกราคม พ.ศ.2556 ที่ผ่านมาให้ภิกษุ-สามเณรในภาคเหนือ นุ่งห่มไตรจีวรสีเหลืองทองเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย


ที่มา : คมชัดลึก
16 กุมภาพันธ์ 2557

เจ้าคุณเกษมเห็นด้วย !

กับคำสั่งให้พระธรรมยุตเปลี่ยนสีจีวรทั้งประเทศ
เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย

อ๋อ เดี๋ยวนี้ความเป็นระเบียบเรียบร้อยเขาวัดกันที่สีนี่เอง แสดงว่าหลายพันปีที่ผ่านมา มีพระสงฆ์นุ่งห่มหลายสี แบบนี้ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยใช่ไหมฮะ แต่ก็ธรรมดาล่ะนะ เพราะว่าเจ้าคุณเกษมท่านเป็นรองเจ้าคณะภาค 16-17-18 และผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงวัดราชา ถือว่าเป็นพระสังฆาธิการระดับสูง จึงต้อง "เห็นด้วย" กับมติดังกล่าว เพราะถ้าใครไม่เห็นด้วยก็แสดงว่า อยู่ด้วยกันไม่ได้ จะอยู่ด้วยก็ต้องร้องเพลงเดียวกันมันถึงจะถูก พูดหนับหนุนกันออกหน้าแบบนี้ "สมเด็จพระวันรัต" ชื่นใจเลย ออกบ่อยๆ หน่อย ตำแหน่งภาคว่างเมื่อไหร่ รับรองว่าเจ้าคุณเกษม "ได้เลื่อน" ชัวร์ !





พระอำมาตย์
พระเทพวิสุทธิกวี
(เกษม สญฺญโต ป.ธ.9 Ph.D.)
ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชาธิวาส
เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย
รองเจ้าคณะภาค 16-17-18 (ธรรมยุต)



ศูนยพิทักษ์พุทธศาสนา เชื่อสร้างความเป็นระเบียบพระภิกษุสายธรรมยุติ ปรับห่มจีวรสีพระราชนิยม

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พระเทพวิสุทธิกวี (เกษม สัญญโต) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชาธิวาส เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงกรณี สมเด็จพระวันรัต รักษาการเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุติ ลงนามในคำสั่งประกาศคณะธรรมยุติ ให้พระภิกษุสามเณรครองผ้าไตรจีวรสีพระราชนิยม ว่า อาตมาเห็นด้วยกับการออกประกาศคณะธรรมยุตเพราะจะเป็นการจัดระเบียบการครองผ้าไตรจีวรให้ดีขึ้น เพราะที่ผ่านมาคณะสงฆ์ธรรมยุตมีการห่มจีวรหลายสี ทั้งจีวรสีกรักอ่อน สีกรักเข้ม และสีพระราชนิยม แต่หากประกาศนี้มีผลบังคับใช้ก็จะเหมือนกันหมด และที่สำคัญจะดูเป็นระเบียบด้วย ทั้งนี้ที่ผ่านมา เวลาที่คณะสงฆ์ธรรมยุตไปร่วมงานพระราชพิธีต่างๆ ก็ต้องห่มจีวรสีพระราชนิยม ดังนั้น ไม่ใช่เรื่องยากที่จะเปลี่ยนให้เป็นสีพระราชนิยมทั้งหมด ส่วนจะมีพระสงฆ์ธรรมยุตออกมาคัดค้านหรือไม่ อาตมามองว่าเป็นพระไม่ควรยึดติดในรส กลิ่น และสี อย่างไรก็ตาม สำหรับพระสายวัดป่าที่ห่มสีกรักนั้นยังสามารถห่มได้เหมือนเดิม แต่ถ้าพระรูปดังกล่าวเข้ามาในเมืองหรือว่าเป็นพระในเมืองเพื่อให้เป็นระเบียบก็ควรปฏิบัติในแบบเดียวกัน


ที่มา : มติชน
17 กุมภาพันธ์ 2557

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ