วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ไม่มีใครลุกขึ้นมาปกป้องพระเกียรติคุณของสมเด็จพระสังฆราชเลย ปล่อยให้มีการแอบอ้างอย่างเสรี ทำให้พระเกียรติคุณที่ทรงสั่งสมมานานถึง 100 ปี

ไม่มีใครลุกขึ้นมาปกป้องพระเกียรติคุณของสมเด็จพระสังฆราชเลย ปล่อยให้มีการแอบอ้างอย่างเสรี ทำให้พระเกียรติคุณที่ทรงสั่งสมมานานถึง 100 ปี

สังฆราชประทานทอง !
หุ้มยอดพระเจดีย์พุทธคยา

ระดมทุนระดมทอง 250 กิโล 500 ล้านบาท
เอาบุญระดับโลก


อา..ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกแล้ว 10 ปีก่อนก็เกิดกรณี "ห้องกระจก" เข้าครอบงำสมเด็จพระสังฆราช ออกพระลิขิต-พระบัญชาเป็นว่าเล่น สุดท้ายสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ถูกรัฐบาลทักษิณ "ยกขึ้นหิ้ง-ตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน" จนกลายเป็นปัญหาทางการเมือง รุนแรงและเรื้อรังจนกระทั่งบัดนี้ แต่พวกพระวัดบวรนั้นก็ยัง "เจ็บไม่จำ" วันนี้ก็เอาอีกแล้ว มีภาพและข่าวยืนยันชัดเจนว่า "มีกระบวนการครอบงำสมเด็จพระสังฆราช" ขนาดว่าเสด็จไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาฯ ไม่สามารถจะรับรู้รับทราบอะไรได้เลย แต่ก็มีเหตุการณ์ประหลาด ทั้งทรงออกพระโอวาทในวันสำคัญต่างๆ ทางศาสนา หรือแม้กระทั่งวันเด็กแห่งชาติ การทรงรับสังฆราชานุเคราะห์โครงการต่างๆ ทั้งการสร้างโบสถ์พอเพียง และโครงการหุ้มทองคำบนยอดพระเจดีย์พุทธคยา มูลค่า 500 ล้านในวันนี้

เรา-อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ขอเตือนว่า หายนะกำลังจะมาเยือนวัดบวรอีกรอบแล้ว เพราะชัดเจนแล้วว่า สมเด็จพระสังฆราชไม่สามารถรับรู้อะไรได้แล้ว เพราะมีพระชนมายุเกิน 100 ปีแล้ว เสด็จไประทับที่โรงพยาบาลนานหลายปี แค่จะกลับวัดบวรหมอยังไม่อนุญาตเลย แต่ทุกอย่างที่ดำเนินการในวันนี้ ล้วนแต่เป็นการแอบอ้างทำของ "กองงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช" นำโดย"พระเทพสารเวที" นี่เอง


วันก่อน บวรศักดิ์ ไปขอสมเด็จพระวันรัต วัดบวร เป็นประธาน แต่เครดิตยังไม่เพียงพอ วันนี้ก็เลยยกระดับการชุมนุม เอ๊ย การทำงาน โดยเข้าไปขอให้สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช "แอบอ้าง" ว่าสมเด็จพระสังฆราชทรงประทานทองคำถึง 119 บาท เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ถามว่าเป็นจริงหรือ ?






โบสถ์ดิน VS พระเจดีย์ทองคำ
"ในพระนามสมเด็จพระสังฆราช"
อันไหนจริง - อันไหนปลอม


ระหว่าง "โครงการสร้างโบสถ์พอเพียง" สร้างเพียง 9 หลัง หลังละ 2 ล้านบาท รวมเงินทั้งสิ้น 18 ล้านบาทเท่านั้นเอง กับโครงการ "หุ้มทองคำยอดพระเจดีย์พุทธคยา" ซึ่งใช้เงินมหาศาลถึง 500 ล้านบาท ย่อมสร้างความสับสนให้แก่พุทธศาสนิกชนชาวไทยทั่วประเทศ ซึ่งนับถือพระพุทธศาสนา อันมีสมเด็จพระญาณสังวร ดำรงตำแหน่งองค์พระประมุขแห่งคณะสงฆ์ไทยในเวลานี้ ว่าสองโครงการในพระนามสมเด็จพระสังฆราชนั้น เหตุใดจึงสวนทางกันสุดกู่

 ถ้าเป็นโครงการที่มีเจ้าของต่างกันก็คงไม่น่าแปลกใจ แต่สองโครงการนี้ "ถูกอ้างว่า" เป็นโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับ "สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช" ก็เลยแปลกใจว่า ทำไมแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน อยู่ในเขตประเทศไทยนั้น ก็มีพระนโยบายว่า "ต้องพอเพียง" แต่พอออกนอกประเทศแล้ว กลับทุ่มเงินทุ่มทองเพื่อชื่อเสียงเกียรติยศและบุญกุศลแบบไม่อั้น สงสารก็แต่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช เท่านั้น ที่วันนี้ ทรงไร้แล้วซึ่งพระอำนาจทั้งปวง แม้กระทั่งจะปลดกองงานเลขาออกจากตำแหน่งก็ทรงไม่สามารถแล้ว







สร้างโบสถ์พอเพียงเป็นเรื่องใหญ่ เพราะต้องใช้เงินถึง 18 ล้านบาท สมเด็จพระสังฆราชทรงไม่มีปัจจัยพอเพียง จึงมีพระเมตตาให้ออกเหรียญเพื่อระดมทุน เชิญคุณแพนเค๊กดาราเอกมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ วันนี้คงหมดยุคพอเพียงแล้ว จึงทรงประทานทองคำไปอินเดียร้อยกว่าบาท และยังมีโครงการระดมทองคำมูลค่าเกือบ 500 ล้านบาทไปอินเดีย แล้วเมื่อไหร่พระเจดีย์เมืองไทยจะได้ยอดเป็นทองคำเหมือนอินเดีย เพราะขนเงินทองออกนอกประเทศหมด เมืองไทยจะเหลืออะไร เอาบุญเอากุศลท่ามกลางวิถีของประชาชนคนไทย ซึ่งยากจนค่นแค้นถึงกับต้อง "จำนำข้าว" เพื่อประทังชีวิต แต่ผู้นำสงฆ์ของไทยกลับทุ่มเงินทองเพื่อซื้อบุญในต่างประเทศ ดูดเงินคนจนเมืองไทยไปสร้างความยิ่งใหญ่ในเมืองนอก หวังจะให้คนต่างชาติเขายกย่องเรางั้นหรือว่า "เป็นผู้ใจบุญมากกว่าใครในโลก"





แนวพระสังฆราชดำริ 2 แบบ
แบบแรก "อยู่เมืองไทยให้ใช้ดินสร้างโบสถ์"
แบบที่สอง "ไปอินเดียให้ใช้ทองคำสร้างพระเจดีย์"






เดือนมีนาคม พ.ศ.2555 ที่ผ่านมา มีข่าวว่า รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้นำเอาปัจจัยจำนวน 23 ล้าน ไปถวายสมเด็จพระสังฆราชถึงในโรงพยาบาล ทางอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ก็ติติงว่าไม่เหมาะสมแล้ว แต่แล้ววันนี้กลับมีข่าวว่า สมเด็จพระสังฆราชทรงประทานทองคำตั้ง 119 บาท ให้แก่นายบวรศักดิ์ อุวรรโณ เพื่อนำไปหุ้มยอดพระเจดีย์พุทธคยา ก็เลยกลายเป็นว่า สมเด็จพระสังฆราชทรงรับเงินและทรงประทานทองคำ ซึ่งสองสิ่งนี้ ถ้าพิจารณาให้ดีด้วยสติและปัญญา ก็จะเห็นว่า "เป็นการทำลายพระเกียรติ" ของสมเด็จพระสังฆราชทั้งสิ้น

เรา-อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ เชื่อว่า สมเด็จพระสังฆราชนั้น ทรงพ้นแล้วจากสิ่งเหล่านี้แต่บุคคลใกล้ชิดในสำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชนั้นยังไม่หลุดพ้น ยังเอาสมเด็จพระสังฆราชมาเป็นตราประทับหากินอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แรกๆ นั้นก็ทำเพียงแต่ในรูปแบบเอกสาร แต่นานวันเข้าก็ย่ามใจ จนกลายเป็นโครงการที่เกียวกับเงินๆ ทองๆ ในวันนี้

ที่น่าเศร้าสลดใจก็คือว่า บรรดาพระสงฆ์สามเณรวัดบวรนิเวศวิหารนั้น ไม่มีใครลุกขึ้นมาปกป้องพระเกียรติคุณของสมเด็จพระสังฆราชเลย ปล่อยให้มีการแอบอ้างอย่างเสรี ทำให้พระเกียรติคุณที่ทรงสั่งสมมานานถึง 100 ปีนั้น ต้องมัวหมอง ทั้งนี้ก็มิใช่อื่นใด เพราะศิษย์ไม่รักอาจารย์  นั่นเอง






เมื่อทรงถูกยกขึ้นมิให้บริหารกิจการคณะสงฆ์ไทยในปี พ.ศ.2547 นั้น ตอนนั้นผู้คนก็เห็นเป็นเพียงการแบ่งเบาพระภารกิจของสมเด็จพระสังฆราช ถึงแม้พระองค์จะทรงไร้พระอำนาจในการบริหารคณะสงฆ์ไทย แต่ชาวพุทธทั่วไปก็ยังคงเคารพเลื่อมใสในองค์สมเด็จพระญาณสังวร นั่นเพราะศีลาธิคุณของพระองค์ยังคงอยู่อย่างพร้อมมูล แต่วันนี้ กลุ่มเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช กระทำการอุกอาจสร้างโครงการเกี่ยวกับเงินๆ ทองๆ จนเกิดความหวั่นไหวในศรัทธาของพุทธศาสนิกชน นั่นก็เท่ากับว่ากลุ่มลูกศิษย์ของพระองค์ได้เข้าไปดึงเอาศีลาธิคุณออกจากพระองค์ท่าน สร้างความมัวหมองให้เกิดแก่องค์สมเด็จพระญาณสังวรแบบถึงเนื้อถึงตัว นับเป็นเรื่องอันตรายกว่าสิ่งอื่นใด เพราะในบั้นปลายพระชนมชีพของสมเด็จพระญาณสังวรนั้น สิ่งสำคัญสูงสุดก็คือ "พระเกียรติยศ" อันได้แก่ความบริสุทธิ์ผุดผ่องทั้งด้านศีล สมาธิ และปัญญา วันนี้ สมเด็จพระสังฆราชทรงเจริญชนมายุยืนนานถึง 100 ปี น่าที่จะมีข่าวที่เป็นอภิมหามงคลกับพระองค์ท่าน แต่กลับเกิดข่าวเสียหายร้ายแรงดังที่เห็น ถ้าทางกลุ่มเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชและคณะสงฆ์วัดบวรนิเวศวิหาร ไม่ทบทวนบทบาทที่กำลังทำกันอยู่ในปัจจุบัน นั่นก็เท่ากับว่า คณะสงฆ์วัดบวรนิเวศวิหารนั่นเองที่เป็นผู้ปล้นคุณงามความดีไปจากองค์สมเด็จพระสังฆราช หาใช่ใครอื่นไกลไหนเลย




"พอ" เป็นสิ่งที่หายากในหมู่คน "โลภ"
"นิ่ง" เป็นสิ่งที่หายากในหมู่คน "โกรธ"
"หยุด" เป็นสิ่งหายากในหมู่คน "หลง"

พระนิพนธ์เรื่อง"คิดให้รู้จักพอ และการทำดีต้องไม่มีพอ"สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช
 


เมื่อวันที่ 28 พ.ค. ที่ตึกวชิรญาณสามัคคีพยาบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานทองคำ จำนวน 119 บาท ในการสมทบทุนโครงการหุ้มทองคำยอดฉัตร พระมหาโพธิเจดีย์พุทธคยา ประเทศอินเดีย โดยมี ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ในฐานะประธานอำนวยการโครงการหุ้มทองคำฯ เป็นผู้แทนรับประทานจากสมเด็จพระสังฆราช
 
ดร.บวรศักดิ์ กล่าวว่า เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเจริญพระชันษา 100 ปี ทรงมีพระกรุณาธิคุณในการประทานทองคำจำนวน 119 บาท เพื่อสมทบทุนในโครงการหุ้มทองคำยอดฉัตร พระมหาโพธิเจดีย์พุทธคยา ถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในโอกาสฉลอง 2600 ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวได้เริ่มมาตั้งแต่ 2554 โดยขอรับบริจาคจากพุทธศาสนิกชนที่มีจิตศรัทธา โดยขณะนี้ มียอดบริจาคเข้ามาแล้ว มากกว่า 60 กิโลกรัม ตนจึงชวนชวนพุทธศาสนิกชนมาร่วมบุญใหญ่ ที่รัฐบาลอินเดียและรัฐบาลไทย ให้การสนับสนุน ซึ่งสามารถบริจาคเป็นทองคำหรือเงินสดก็ได้ ผ่านธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารธนชาติ ภายใต้โครงการดังกล่าว อย่างไรก็ตามในวันที่ 29 พ.ค.เวลา 14.00 น. จะมีพิธีถวายทองคำพร้อมแถลงข่าวโครงการนี้ ที่วัดบวรนิเวศวิหาร
 
นายเผ่า สุวรรณศักดิ์ศรี ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ สาขาสถาปัตยกรรมไทย ในฐานะผู้กำกับการดำเนินงานด้านช่าง กล่าวว่า โครงการนี้จะใช้ทองคำหุ้มยอดฉัตรทั้งหมด 250 กิโลกรัม จะใช้เวลาดำเนินการจัดสร้างตั้งแต่เดือนมิถุนายน – ตุลาคม 2556 โดยความสูงของฉัตรทั้งหมด 4.49 เมตร ซึ่งการจัดสร้างแผ่นทองจะดำเนินการในประเทศไทย โดยตีเป็นแผ่นกว้าง 30 เซนติเมตร แล้วม้วนส่งไปยังอินเดีย เพื่อให้ช่างดำเนินการนำไปหุ้มบนยอดเจดีย์พุทธคยา ทดแทนของเดิมที่เป็นทองเหลือง ทั้งนี้การหุ้มทองคำ จะทำให้ยอดเจดีย์มีความงดงาม และคงทนต่อสภาพอากาศ อย่างไรก็ตาม การดำเนินการครั้งนี้ คาดว่า จะใช้งบประมาณ จำนวน 450 ล้านบาท
ข่าว : เดลินิวส์30 พฤษภาคม 2556

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ