การศึกษาในวันพระ

พระราชปัญญารังษีส่งข้อมูลให้หนังสือพิมพ์ ประจานพระสงฆ์ว่ามีพฤติกรรมเสียหายอย่างไรบ้าง โถ..ด๊อกเตอร์ควายเอ๊ย ! พระราชปัญญารังษี (พระมหาวีระเวส สุวีโร ป.ธ.7 Ph.D) เจ้าอาวาสวัดชิโนรสาราม และเจ้าคณะเขตคลองสาน ศิษย์เอกวัดพิชัยญาติ เด็กปั้นของพระพรหมโมลี อึ้งและทึ่ง กับบทบาทมันสมองของวัดพิชัยญาติ ดร.พระราชปัญญารังษี ผู้เพิ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดชิโนรสารามไปหยกๆ แค่ 5 วันที่ผ่านมา วันนี้ พระราชปัญญารังษีก็ไม่ทำให้พระพรหมโมลีท่านผิดหวัง เมื่อออกมาแฉข้อมูลเน่าๆ ในวงการสงฆ์ให้แก่หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ "ไทยรัฐ" นำไปลงหน้าหนึ่ง พาดหัวข่าวเสียสวยงามเลยว่า "แฉพระชอบหนังโป๊ 7 พฤติกรรมที่คนเอือม" ดร.พระราชปัญญารังษี หรือพระมหาวีระเวส นั้น มีกิตติศัพท์ที่กำลังจะดีและมาแรง ว่าเป็นพระหนุ่มมีอนาคตที่น่าจับตามองรูปหนึ่ง วันที่มหาเถรสมาคมแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดชิโนรสารามจึงไม่มีใครทักท้วง มีแต่เห็นดีเห็นชอบตามกันหมด ต่างจากกรณีพระโสภณปริยัติเวที แต่วันนี้ก็เผยไต๋ออกมาแล้วว่ามีกึ๋นเพียงใด ถามว่า การนำเอาข้อมูลเสียหายในวงการสงฆ์ไปให้หนังสือพิมพ์นั้น เป็นการทำถูกต้องตามหลักการปกครองคณะสงฆ์ตรงไหน ในฐานะที่มหาวีระเวสเองเป็นพระสังฆาธิการระดับเจ้าอาวาสและเจ้าคณะเขต แถมยังมีผู้ใหญ่คือพระพรหมโมลีเป็นถึงเจ้าคณะใหญ่หนกลางและกรรมการมหาเถรสมาคมอีกด้วย แต่ไหนแต่ไรมา ข้อมูลพวกนี้ใช่ว่ามีมหาประเวสรู้คนเดียว แต่คนที่มีมารยาทเขาไม่พูด เพราะเป็นข้อมูลภายใน จะเก็บไว้ใช้ในการทำงาน เช่นพระวินยาธิการทั่วกรุงเทพฯนั้น เขารู้มากกว่ามหาประเวศเสียอีก แต่ทำไมเขาไม่เล่าให้หนังสือพิมพ์ฟัง หรือถ้าจะเล่าก็ต้องเล่าให้แก่บุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทำงานฟังเป็นการภายใน เช่นรายงานผู้ใหญ่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง จะได้นำไปใช้แก้ไขให้ถูกทาง ไม่มีใครเขาเอาไปให้สื่อมวลชนลงในแนวนี้ มหาประเวสรูปนี้ มีดีกรีเป็นถึงเปรียญเอกและปริญญาเอก แถมเป็นพระราชาคณะชั้นราชซึ่งถือว่าสูงมากอีกด้วย มิน่าเชื่อว่าจะมีวิจารณญาณต่ำต้อยเพียงนี้ พูดออกไปเหมือนไม่มีสมอง มองไม่ออกหรือไงว่าดีหรือเลว นี่คือตัวอย่างของการทำลายวงการสงฆ์ เสียดายเรียนสูงเสียเปล่า เอาปริญญาไปคืนเสียไป๊ ตัวเองอยากได้หน้า แต่ว่าพระสงฆ์ทั่วประเทศเสียหาย อัปรีย์เสียจนไม่รู้จะว่าอย่างไร น่าเศร้าใจเหลือเกินที่วงการสงฆ์ไทยมีพระสังฆาธิการเลวๆ แบบนี้ เห็นแล้วก็ชื่นใจแทนคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนวัดชิโนรสารามเหลือเกิน ที่ได้เจ้าอาวาสผู้มีสติปัญญาเป็นเลิศ มีเจ้าอาวาสแบบนี้เหมือนมีตัวเงินตัวทองประจำวัดเชียวล่ะ และขอแสดงความดีใจกับพระพรหมโมลีด้วย ที่มีลูกศิษย์ดีเด่นประจำสำนักวัดพิชัยญาติชื่อว่า พระมหาประเวส ปลายปีนี้ขอ "ชั้นเทพ" ให้เลยสิฮะ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม และเจ้าคณะเขตคลองสาน กทม. เปิดผลวิจัย แฉ 7 พฤติกรรมพระสงฆ์ที่พุทธศาสนิกชนสุดเอือมระอา ทั้งไม่ปฏิบัติตามวินัยสงฆ์ ปฏิบัติผิดทางเพศ เข้าไปในสถานที่อโคจร แสวงหาทรัพย์ ไม่สำรวมกิริยาวาจา ทำตัวไม่ต่างนักเลง ดื่มเหล้า เคล้านารี เล่นพนัน ออกเงินกู้ ค้ายา เลือกคบคนรวย ไม่ช่วยคนทุกข์ยาก หนำซ้ำที่เห็นจนชินตาย่านคลองถม พระเดินหาซื้อหนังโป๊ ขณะที่พระประพฤติดีมีคนชอบ ได้แก่ พวกเผยแผ่ธรรมและเทศนาอบรมสั่งสอนประชาชน แต่แม้จะมีพระสงฆ์ทำผิดมาก แต่กลับไม่กระทบกับศรัทธาในพระพุทธศาสนา เตรียมเสนอองค์กรปกครองสงฆ์เข้มงวด... สงฆ์ไทยนับวันมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม สร้างความเอือมระอา ให้พุทธศาสนิกชน ในครั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ว่า ได้รับการเปิดเผย จาก พระราชปัญญารังษี (วีระเวส พาเจริญ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม และ เจ้าคณะเขตคลองสาน กทม. นักศึกษาปริญญาเอกโครงการปรัชญา ดุษฎีบัณฑิต การพัฒนาการบริหาร มหาวิทยาลัยปทุมธานี ว่า ได้ทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกดุษฎีบัณฑิตเรื่อง “บทบาทที่คาดหวังและที่เป็นจริงของพระสงฆ์ไทย” เพื่อศึกษาความพึง​พอใจของพุทธศาสนิกชนต่อการปฏิบัติตนของพระสงฆ์ และ ความยึดมั่นในศาสนาของ พุทธศาสนิกชน โดยสำรวจวัดใน กทม. จำนวน 10 แห่ง แบ่งเป็นวัดที่มี ปัญหาการร้องเรียนถึงพฤติกรรมของพระสงฆ์ จำนวนมาก 5 แห่ง และวัดที่มีพุทธศาสนิกชนให้ความศรัทธามากที่สุด 5 แห่ง สำรวจ จากกลุ่มตัวอย่าง 1,000 ราย อายุ ตั้งแต่ 35-60 ปี จากหลากหลายอาชีพพบ ว่าพฤติกรรมของพระสงฆ์ที่พุทธศาสนิกชนรับไม่ได้ หรือ เอือมระอามากที่สุดมี 7 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.การไม่ปฏิบัติตามวินัยสงฆ์ 2.การปฏิบัติผิดทางเพศ 3.การเข้าไปในสถานที่ที่ไม่เหมาะสม 4.การแสวงหา ลาภอย่างไม่ถูกต้อง 5.การ ไม่สำรวมกิริยาวาจา 6.การ ปฏิบัติตนอย่างไม่เหมาะสม และ 7.การไม่ปฏิบัติกิจของสงฆ์ พระราชปัญญารังษี กล่าวต่อว่า พฤติกรรมของพระสงฆ์ ที่รับไม่ได้ อาทิ การไม่ปฏิบัติตามวินัยสงฆ์พบว่าส่วน ใหญ่ คือพระสงฆ์ดื่มสุรา แล้วก็เมา แล้ว อาละวาด ฉันอาหารเย็น เล่นการพนัน ออกเงินกู้ ค้ายาเสพติด เสพยา เสพเมถุน เป็นต้น การปฏิบัติผิดทางเพศ พบว่าพระมั่วสีกา ประพฤติตนนอกรีต มี ความสัมพันธ์กับผู้หญิงล่วงเกินหญิง และ เด็กด้วยการหลอกลวงทำอนาจารนำภรรยามาพักด้วยในกุฏิ เช่น มีพระสงฆ์ ระดับเจ้าอาวาสรายหนึ่งอยู่วัด ย่านบางนา นอกจากค้ายาบ้า เงินกู้แล้ว ก็มีเมียมีทุกอย่างนอนอยู่กับเมีย เป็นต้น การเข้าไปในสถานที่ไม่เหมาะสมพบ ทั้งในห้างสรรพสินค้า สถานที่ท่องเที่ยว สถานเริงรมย์ มีพบเห็นเป็นประจำ กลางวันเป็นพระกลางคืนเป็นฆราวาสออกเที่ยวราตรี การแสวงหาลาภสักการะอย่างไม่ถูกต้องพบว่าพระสะสม เงินจากการบริจาคไว้ในธนาคารเป็นจำนวนมาก เรี่ยไรเงินจากญาติโยมเพื่อส่วนตัว ยักยอกเงินบริจาคของวัด เรี่ยไรเงินเกินจำเป็น วัดที่สำรวจแห่งหนึ่ง ระบุว่าเงินวัดหายไปถึง 16 ล้าน เพราะถูกพระในวัดยักยอกไป เป็นต้น พระราชปัญญารังษี กล่าวอีกว่า การไม่สำรวมกิริยาวาจา พุทธศาสนิกชนเคยพบเห็นพระสงฆ์แสดงอารมณ์ฉุนเฉียว อารมณ์โหดร้าย น่ากลัว พูดจาแซวผู้หญิง พระบางรายไม่รับบาตรญาติโยม โดยไม่ทราบสาเหตุมารู้ทีหลัง เพราะว่าของที่ใส่บาตร เป็นแกงถุงละ 20 บาท เป็นการแบ่งชั้นวรรณะ ส่วนการ ประพฤติตน ไม่เหมาะสมพบว่าพระทำตัวเป็นนักเลงขับรถยนต์ ทะเลาะกันจัดงานวัด ให้มีการเต้นรำให้ความสำคัญกับคนรวยเลือกปฏิบัติต่อญาติโยม ซื้อ หาซีดีโป๊ซีดีเถื่อนมาดูซื้อหวย เล่นการ พนัน “การซื้อหนังโป๊ที่คลองถม พระยืนเปิดเลือกอย่างเปิดเผย เวลาพระเลือกซื้อสินค้าจะพูดว่าไทย ฝรั่ง จีน ญี่ปุ่น และ จะมีศัพท์เรียกเป็นการเฉพาะ รับรู้กัน แทนหนังโป๊ว่า นอต เช่นบอก ว่าวันนี้มีนอตใหม่มาไทย ญี่ปุ่น จีน ฝรั่ง คนขายก็จะตะโกนถาม พร้อมตบมือไปด้วย แล้วพระก็จะ ตอบว่ามาใหม่ อย่างละ 2 แผ่น แล้วพระ ก็จะทำทีไปยืนดูร้านข้างๆ ทางร้านขายหนังโป๊ก็จะเอาซีดีใส่ย่ามแล้วก็จ่ายเงินกัน ส่วนแทงหวยก็ให้คนไปแทงให้ ซึ่งผู้ขายเห็นว่าพระเป็น ลูกค้าชั้นดี เนื่องจากมีสภาพคล่องด้านการเงิน” พระราชปัญญารังษีกล่าว สำหรับพระสงฆ์ที่ประชาชนรับได้มากที่สุดในขณะนี้ พระราชปัญญารังษี กล่าวว่า คือการเผยแผ่ธรรมทั้งผ่านสื่อต่างๆ และ เทศนา อบรม สั่งสอน ประชาชน ต่อมาเป็นการช่วยเหลือสังคม คนตกทุกข์ได้ยาก โดยไม่แบ่งชั้นวรรณะ ต่อมาเป็นการปฏิบัติกิจ โน้มน้าวให้ประชาชนปฏิบัติธรรม สวดมนต์ ไหว้พระ นักรักษาศีล ปฏิบัติธรรม กรรมฐาน และ ต่อมาคือ พระสงฆ์ที่ใช้กิริยาวาจาสุภาพ พูดสิ่งที่เป็นสาระ แต่อย่างไรก็ตาม ผลวิจัยชี้ว่าแม้พระจะทำผิด ถึงขนาดที่พุทธศาสนิกชนรับไม่ได้ แต่กลับไม่กระทบต่อความศรัทธาในพระ พุทธศาสนา เพราะพุทธศาสนิกชนเชื่อในหลักธรรม คำสอนทางศาสนา มาก กว่ายึดติดกับตัวพระสงฆ์และการทำวิจัยเพื่อให้องค์กรปกครองสงฆ์กำกับดูแลเข้มงวดกับพระสงฆ์ ให้มากกว่าที่เป็นอยู่เพื่อให้เกิดการพัฒนาตามที่ พุทธศาสนิกชนคาดหวังให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ข่าว : ไทยรัฐ 6 มิถุนายน 2554 อ่านต่อที่ http://www.alittlebuddha.com/

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

หน้าที่ของพระสงฆ์

พระพรหมเมธีเปลี่ยนไป๋ !

เปิดตำนาน...เทพเจ้าองค์แรก พระศิวะ...มหาเทพแห่งจักรวาล