วันพุธที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2555

อำนาจรัฐอยู่ในมือของทักษิณ ชินวัตร เจ้าของพรรคเพื่อไทย ธรรมกายจึง "จัดใหญ่"


ปิดกรุงเทพฯตักบาตรล้านรูป !
ยุทธวิธีเชิงรุก "ทางสัญลักษณ์" ของธรรมกาย
ยึดครอง "กรุงเทพฯ" ได้ก็เท่ากับ "ยึดประเทศไทย" ได้


เพราะกรุงเทพฯเป็น "เมืองหลวง" ของประเทศไทย


สมเด็จฯเกี่ยวไม่มาไม่เป็นไร เพราะคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เขามา คุณนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักพุทธฯ เลขาธิการมหาเถรสมาคมก็มา พระลูกวัดทั่วกรุงเทพฯ เป็นหมื่นๆ รูป ก็มา เราไม่ได้ต้องการหัวหน้า แต่เราต้องการบริวาร เมื่อบริวารมาแล้ว หัวหน้าจะมาไม่มาก็ไม่เป็นไร ดีเสียอีกจะได้จัดคิวโชว์ให้เจ้าคุณทองดีอย่างเต็มซีน





ตั้งแต่ พ.ศ.2542 ถึง พ.ศ.2552 10 ปีที่ธรรมกาย "ซ้อมใหญ่" จัดกิจกรรมภายในวัด ระดมพลนับแสนๆ ช่วงนั้นนิมนต์พระสงฆ์เถรานุเถระ นับตั้งแต่สมเด็จพระราชาคณะ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล เจ้าอาวาส ทั่วราชอาณาจักร ไปรับสังฆทานที่วัดพระธรรมกาย ทางหนึ่งธรรมกายก็รุกเข้ารับเป็นธุระภาระในการช่วยงานพระมหาเถระทั่วประเทศ ทั้งการรับเป็นเจ้าภาพสังฆทาน ออกโรงทาน-น้ำปานะ พิมพ์หนังสืออนุสรณ์ถวาย ฯลฯ จากนั้นก็เริ่มออกโครงการช่วยชาติ บวชพระและตักบาตรทั่วราชอาณาจักร แต่ยังไม่กล้าเข้าสู่ใจกลางของราชอาณาจักรไทย คือกรุงเทพมหานคร อันเป็นเมืองหลวง

 จนกระทั่งวันนี้ วันที่อำนาจรัฐอยู่ในมือของทักษิณ ชินวัตร เจ้าของพรรคเพื่อไทย ธรรมกายจึง "จัดใหญ่" โครงการตักบาตรพระล้านรูป โดยอ้างว่าเป็นของคณะสงฆ์ไทย ภายใต้สโลแกน "ช่วยพระสามจังหวัดชายแดนใต้" และร่วมฉลองพุทธชยันตี 2600 ปีตรัสรู้ บนวลีอันสวยหรู "ทำดีเพื่อชาติ ใครๆ ก็ทำได้ ไม่จำกัดสีหรือนิกาย" ใครขัดขวางงานนี้ก็เท่ากับ "ไม่รักชาติ" เชียว อยากเป็นคนเลวก็ลองด่าดูซี





"ปิดถนนทั่วกรุงเทพฯ ตั้งแต่ 10-25 มีนาคม ตักบาตรพระล้านรูป" เป็นโครงการที่อลังการสุดๆ พอๆ กับพลพรรคจีนแดงของเหมาเจ๋อตงตบเท้าเข้ากรุงปักกิ่ง เพราะปรากฏว่าในงานตักบาตรนั้น ถูกดำเนินงานโดยคณะกรรมการวัดพระธรรมกายทั้งหมด แม้แต่นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งเป็นแขกกิตติมศักดิ์ ไปร่วมงาน ก็ยังถูกจับสวมเสื้อขาวของธรรมกาย ที่สำคัญก็คือว่า พระพุทธรูปที่นำมาเป็นพระประธานของงานนั้น เป็นพระที่นำมาจากวัดพระธรรมกายปทุมธานี จะว่าทั้งกรุงเทพฯไม่มีพระพุทธรูปซักองค์เลยก็ไม่ใช่





การนำเอา "พระพุทธรูปแบบธรรมกาย" มาตั้งกลางกรุงเทพมหานคร โดยมีทั้งพระทั้งโยมนับหมื่นนับแสนนั่งแวดล้อมเป็นบริวารนั้น มองไปก็คล้ายกับว่าเวลานี้วัดพระธรรมกายได้สยายอาณาจักรจากปทุมธานีเข้าครอบงำกรุงเทพมหานครได้อย่างเบ็ดเสร็จแล้ว อย่างถูกต้องและเป็นทางการ เพราะไม่มีเสียงท้วงติงจากองค์กรใดๆ ในประเทศไทยเลย ไม่ว่าจะเป็นพระสังฆาธิการระดับไหน ในมหาเถรสมาคมก็ไม่มีเสียงกระแอมกระไอให้ได้ยิน

มหาเถรสมาคม ซึ่งเป็นองค์กรปกครองคณะสงฆ์ไทย รวบอำนาจไว้ทั้งด้านการบริหารการปกครอง การนิติบัญญัติ และการตุลาการ กลับไม่รู้ไม่ชี้ในเรื่องราวที่เกิดขึ้น หนำซ้ำกรรมการมหาเถรสมาคมบางรูป ยังรับนิมนต์ไปเป็นประธานในงานนี้อย่างออกหน้าออกตา ขณะที่กรรมการมหาเถรสมาคมองค์อื่นๆ ไม่มีใครไปเลย แบบนี้ก็เท่ากับว่า มหาเถรสมาคมได้ยกเอากิจการพระศาสนามอบให้แก่วัดพระธรรมกายแล้ว กระนั้นหรือ ?

อืม..ไม่น่าเชื่อสินะ ว่าเมื่อสิบปีก่อน ตอนนั้น "ธัมชโย" ถูกรุกหนักจนแทบจะเข้าคุกเข้าตะราง มีชนักติดหนังเป็นคดีร้ายแรง แต่วันนี้ ธัมมชโยกลับสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาเป็น "ผู้รุก" รุกเข้าสู่ใจกลางประเทศไทย สามารถปิดกรุงเทพมหานครนำเอาพระธรรมกายไปตั้งไว้ตามจุดใหญ่ๆ หลายจุด โดยที่องค์กรสงฆ์ไม่สามารถจะทัดทานได้

มองอีกมุมหนึ่ง มหาเถรสมาคมวันนี้ ถูกบ่อนแซะเจาะไชจนไม่เหลือความเป็นเอกภาพแล้ว ระบบตีรวนจนไม่สามารถทำงานได้ตามปรกติ มีแต่โครงสร้างร่างกาย แต่ไร้จิตวิญญาณ แถมยังมีหนอนบ่อนไส้อยู่ข้างในอีก พูดอะไรก็ไม่ได้ เพราะพูดทีไรข่าวรั่วทุกที จนมหาเถรสมาคมกลายเป็น "สมาคมอมภูมิ"ไปแล้ว

ในทางการแพทย์นั้น เมื่อร่างกายไม่ทำงานก็หมายถึงว่าเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต ก็เท่ากับเป็นคนพิการ นอกจากจะทำงานไม่ได้แล้ว ก็ยังต้องพึ่งพาการดูแลรักษาจากคนอื่น แต่เหนือสิ่งอื่นใดนั้น เมื่อก่อนนึกว่าสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ทรงเจริญวัยถึง 90 กว่าพรรษา ไม่สามารถจะปฏิบัติศาสนกิจได้ ต้องเสด็จไปประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ แต่ว่าวันนี้มีเรื่องน่าตกใจกว่านั้น เพราะว่ามหาเถรสมาคมก็กลายเป็นอัมพาต ไม่สามารถทำงานได้เช่นกัน หลักฐานก็คือ "งานตักบาตรล้านรูป" ของวัดพระธรรมกายนั่นไง





25 มี.ค. นี้ปิดวงเวียนใหญ่ ตักบาตรพระ 3 หมื่นรูป


แจ้งปิดจราจรตักบาตรพระ 3 หมื่นรูปวงเวียนใหญ่

บช.น.แจ้งปิดการจราจรตักบาตรพระ 30,000 รูป วงเวียนใหญ่ 25 มี.ค. ระหว่างเวลา 24.00 - 09.00 น.

พล.ต.ต.วรศักดิ์ นพสิทธิพร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล รับผิดชอบงานด้านการจราจร กล่าวประชาสัมพันธ์ผู้ใช้รถใช้ถนนหลีกเลี่ยงเส้นทางปิดการจราจรวงเวียนใหญ่งานตักบาตรพระสงฆ์บิณฑบาต 30,000 รูปวันที่ 25 มี.ค. เวลา 24.00 - 09.00 น. เส้นทางถนนลาดหญ้า ขาเข้า-ขาออก ช่วงวงเวียนใหญ่ถึงแยกคลองสาน และถนนอิสรภาพ ขาเข้า-ขาออก ตั้งแต่สี่แยกบ้านแขกถึงแยกซุ้มประตูไทยซิกข์

ถนนอินทรพิทักษ์ปิดการจราจรตั้งแต่วงเวียนใหญ่ ถึงถนนเทอดไทและถนนท่าดินแดง ปิดการจราจรตั้งแต่ถนนอิสรภาพ ถึงแยกท่าดินแดง โดยประชาชนสามารถเลี่ยงเส้นทางไปใช้ถนนสมเด็จเจ้าพระยา ถนนประชาธิปก ถนนเจริญนครแทนได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรติดขัดพร้อมประชาสัมพันธ์ไปยังผู้มาร่วมงานให้ใช้รถสาธารณะจะสะดวกกว่า




ข่าว โพสต์ทูเดย์
2
1 มีนาคม 2555




ไม่เกี่ยว !
วัดพระธรรมกายปฏิเสธเรื่องเล่าเช้านี้





วัดพระธรรมกายปฏิเสธข่าวมีเจ้าหน้าที่วัดไปเกี่ยวข้องกับการลักลอบขโมยสารซูโดอีเฟดรีน



คำชี้แจง  :  วัดพระธรรมกายปฏิเสธข่าวมีเจ้าหน้าที่วัดไปเกี่ยวข้องกับการลักลอบขโมยสารซูโดอีเฟดรีน

เจริญพร ท่านผู้ดำเนินรายการเรื่องเล่าเช้านี้

การนำเสนอข่าวในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ วันอังคารที่ 20 มีนาคม พ.ศ.2555 เวลา 08.12 น. ระบุว่า "มีการลักลอบนำยาแก้หวัดซึ่งมีส่วนผสมของซูโดอีเฟดรีน สารตั้งต้นยาเสพติดออกจาก รพ.ศูนย์อุดร โดยมีผู้ต้องสงสัยคือ เภสัชกรสมชาย แซ่โค้ว" ข่าวระบุว่า "คุณรจนา หนึ่งในผู้ร่วมขบวนการฯ ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่วัดธรรมกาย" นั้น ทางวัดพระธรรมกายขอชี้แจงว่า

1) จังหวัดอุดรธานี มีบุคคล ชื่อรจนา ทองคำ ซ้ำกัน คน เมื่อมีการเรียกตัวไปสอบปากคำคุณพัสกร ทองคำ ซึ่งเป็นมารดาของคุณรจนา ทองคำ แจ้งว่าบุตรสาวของตนได้แสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยเดินทางไปให้ปากคำแก่ตำรวจเป็นคนแรก ในวันที่19 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยระบุว่าไม่รู้จักเภสัชกรสมชาย แซ่โค้ว แต่อย่างใด

2) คุณรจนา หรือ คุณรจนา ทองคำ ไม่ได้ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ของวัดพระธรรมกายแต่ประการใด คุณพัสกร ทองคำ ซึ่งเป็นคุณแม่ของคุณรจนา กล่าวว่า ในเดือนธันวาคม ปี พ.ศ.2554 ซึ่งเป็นเดือนเกิดเหตุ คุณพัสกรได้ชักชวนให้บุตรสาว คือคุณรจนา มาปฏิบัติธรรมที่วัดพระธรรมกาย ภายหลังสิ้นสุดการปฏิบัติธรรมก็เดินทางกลับจังหวัดอุดรธานี และเป็นอาสาสมัครช่วยงานบุญเป็นบางครั้ง ซึ่งหากท่านใดที่มาวัดพระธรรมกายเป็นประจำจะทราบว่า ทุกคนที่มาวัดปฏิบัติธรรมก็จะทำหน้าที่อาสาสมัครจิตอาสาช่วยงานวัดไปในตัวด้วย เช่น ปูเสื่อ กวาดพื้น ขัดห้องน้ำ เป็นต้น

จึงเจริญพรมาเพื่อทราบและโปรดชี้แจ้งข้อมูลดังกล่าวแก่สาธารณชนด้วย จักขอบคุณยิ่ง โดยท่านสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณรจนา โทร.081-153-5430

 
พระสนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ วัดพระธรรมกาย
20 มีนาคม 2555

ชาวไทยทั่งประเทศต้องศึกษา เพื่อความมั่นคงของประเทศชาติ หรือ จะไม่สนใจ? ข้อมูลที่หาศึกษายากมากที่ http://www.facebook.com/media/set/?set=a.258806637498779.62591.161446187234825&type=3


1 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ9 พฤษภาคม 2557 00:19

    มันเริ่มที่ศีลข้อ 1 ห้ามฆ่าสัตว์ ในพระไตรปิฎกระบุอาชีพต้องห้ามที่พระพุทธองค์ทรงบัญญัติไว้ว่า ห้ามอาชีพค้าขายสัตว์ และห้ามค้าขายเนื้อสัตว์ และในคัมภีร์ลังกาวตารสูตรระบุว่าพระพุทธองค์เสด็จไปเทศนาโปรดที่ลังกา ว่าไม่สมควรทานเนื้อสัตว์ เมื่อพิจารณาดูแล้วถึงพระพุทธองค์ไม่ทรงห้ามตรงๆแต่ได้ตีกรอบไว้รัดกุมขนาดนี้ก็น่าจะคิดได้กันว่าไม่ให้ทานเนื้อสัตว์ พระองค์เองทรงเป็นฮินดูวรรณะสูงย่อมไม่เสวยเนื้อสัตว์แน่นอน เมื่อสาวกผู้สืบทอดมาฉันเนื้อสัตว์กันโครมๆก็น่าอยู่หรอกที่จะทำให้ศาสนาเสื่อม เกิดเหตุอาเพทมากมาย อนิจจา.....

    ตอบลบ

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ