ความมั่นคงของสถาบัน ควรศึกษา



คึกคัก !
กรรมการมหาเถรร่วมงานธรรมกาย
ปิดเยาวราชตักบาตรล้านรูป



เพื่อชาติ ดังนั้นทุกคนควรเสียสละ
และไม่ควรแบ่งแยกนิกายหรือว่าวัดอะไร
เวลานี้ประเทศชาติต้องการความสมานฉันท์และความสามัคคี ตามพระบรมราโชวาท
ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
แม้ว่าจะไม่เห็นด้วย ก็ไม่ควรคัดค้าน
ไม่งั้นประเทศไทยจะไม่เดินหน้า
ฯลฯ

ปล มือไม่พาย อย่าเอาเท้าราน้ำ



เหล่านี้คือเหตุผลของพระมหาเถระ ผู้ยอมรับเชิญไปร่วมงานของธรรมกาย แต่ประทานโทษเถอะครับ ถ้าจะสมานฉันท์กันจริงๆ ก็ทำไมไม่รวมนิกายสงฆ์ไทยที่แตกออกเป็นก๊กๆ ให้เข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเสียเลยล่ะ ทำให้เป็นตัวอย่างเสียทีสิครับ ปากก็บอกว่า "เพื่อความสามัคคีของคนในชาติ" ก็สามัคคีแค่ชั่วครู่ชั่วยาม แบบว่าตอนที่ผลประโยชน์ลงตัวกันเท่านั้น พอจะให้รวมตัวกันจริงๆ ก็เอาตีนถีบกันทุกที จำได้ไหมเอ่ย สมเด็จพระสังฆราชในสมัย พ.ศ.2484 เคยตรัสว่าอย่างไร ทรงตรัสว่า "พระพุทธองค์ทรงส่งเสริมให้พระสงฆ์อยู่ต่างนิกายกัน ดังนั้นจึงไม่ควรยุบรวมธรรมยุตกับมหานิกายเข้าด้วยกัน" พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ 2484 ที่คณะราษฎรมุ่งมั่นให้พระสงฆ์ไทยรวมใจเป็นหนึ่งเดียวจึงเป็นหมัน แล้วสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก็ฉีกฉบับนั้นทิ้ง ออก พรบ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 มาบังคับใช้จนถึงปัจจุบัน ให้มหาเถรสมาคมเป็นรัฐบาลปกครองคณะสงฆ์ ประกอบด้วย 2 นิกาย นิกายละครึ่ง มีสมเด็จพระราชาคณะนิกายละ 4 รูป ทั้งๆ ที่พระสงฆ์มหานิกายมีถึง 300,000 รูป ขณะที่ธรรมยุตมีแค่ 30,000 รูป ก็ดันทุรังอยู่กันมาจนครบ 50 ปีมานี่แล้ว ทำไมเพิ่งจะมาคิดถึงคำว่า "เสียสละเพื่อส่วนรวม" กันในวันนี้




สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวโร ป.ธ.9)
เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ (วัดเกาะ) เยาวราช
อายุ 95 ปี ไม่เคยปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชเลย แม้ว่าจะเป็นโดยตำแหน่งก็ตาม แต่วันนี้ถูกพระพรหมเมธีเข็นออกมาไกลถึงเยาวราช เพื่อนั่งหัตถบาตรให้ธัมมชโยจัดงานตักบาตรพระล้านรูป



ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี
ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี




พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี)
ตำแหน่งโฆษกมหาเถรสมาคม




วันนี้ ทำหน้าที่ให้ศีลให้พร แทนสมเด็จพระมหาวีรวงศ์




หลวงปู่อยู่นิ่งๆ ไม่ต้องทำอะไร แค่ไปนั่งเฉยๆ เท่านั้นนะครับ



รัฐบาลและวัดพระธรรมกาย รู้สึกซาบซึ้งที่พระเถรานุเถระให้ความร่วมมือในโครงการเพื่อชาติครั้งนี้




พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ เจ้าคณะภาค 10) (ที่ 2 จากขวา) ตัวแทนสมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดสระเกศ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช รับเชิญร่วมงานนี้ด้วย ทั้งๆ ที่งานพุทธชยันตี เมื่อวันมาฆบูชาที่ผ่านมานั้น นายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้ไปร่วมงานของคณะสงฆ์ที่วัดสระเกศ รองนายกรัฐมนตรีก็ไม่ไป ได้แต่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไป ก็ไม่เป็นไร เพราะพระเถระท่านไม่มีอัตตา มีแต่เมตตา จึงไม่ถือสาหาความ ขอเพียงมีฎีกานิมนต์ท่านจะปฏิเสธได้อย่างไร จริงไหมครับท่านเจ้าคุณธงชัย (เอ..ว่าแต่ท่านเจ้าคุณเสนาะนั่งตรงไหนเอ่ย)




เจ้าคุณธงชัย ท่านคงจะมาดูงาน เห็นเขาว่าธรรมกายจัดได้ยิ่งใหญ่ระดับโลก วันนั้นคณะสงฆ์จัดพุทธชยันตีที่วัดสระเกศ มีคนกะหรอมกะแหรมแค่ 5-6 คน ให้นับอีกห้าพันรอบก็ไม่ถึงครึ่งของธรรมกาย



งานนี้ยิ่งใหญ่มาก ดูสิ ขนาดรองนายกรัฐมนตรี ประธานในพิธีแท้ๆ ก็ยังต้องนั่งเบียดนั่งแทรก จนแทบจะไหว้ไม่ได้ รู้สึกอิ่มอกอิ่มใจในเกียรติยศและศักดิ์ศรีของรองนายกรัฐมนตรีเหลือเกิน ต่อไปถ้าจัดใหญ่กว่านี้ เขาอาจจะให้รองนายกรัฐมนตรีนั่งกับพื้นก็ได้ จะได้กราบพระสะดวกหน่อย จริงไหมครับท่านธัมมชโย




รอง ผอ.สำนักพุทธฯ ไปทุกที่ที่ได้รับคำสั่งให้ไป
ไม่เกี่ยงว่าจะเป็นนิกายไหนหรือวัดอะไร




แฟนพันธุ์แท้
แหมลืมได้ไง ตำแหน่งโฆษกธรรมกายตัวจริง
พระเดชพระคุณพระพรหมดิลก วัดสามพระยา
งานอื่นใดนั้นขาดได้ แต่งานหลวงพ่อธัมมชโยแล้วขาดไม่ได้
เพราะถ้าขาดแล้ว อาจจะขาดใจ


ที่มา : สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
2
7 มีนาคม 2555



เพราะประชาชนเรียกร้อง !
บิ๊กบังอ้าง "เหตุผลปฏิวัติ" ปี 49

บอก "ถ้ากลับไปได้ใหม่" ก็ต้องทำอีก




อืม ! จริงสินะ เพราะตอนนั้น เห็นมีประชาชนเอาดอกไม้มามอบให้ทหารเต็มบ้านเต็มเมือง เลยทำให้ทหารเข้าใจว่า ประชาชนคนไทยชอบปฏิวัติ หรือคิดว่าการปฏิวัติคือส่วนหนึ่งของประชาธิปไตย เพราะขนาดทักษิณยังเชื่อเลยว่าถ้าประชาชนนิยมเสียอย่าง ก็ถือว่าถูกต้องชอบธรรม ส่วนเรื่อง "เจตนารมณ์ของกฎหมายและจริยธรรมของผู้นำ" นั้นยังเป็นรอง ดังนั้น ไม่ว่าจะปฏิวัติหรือเลือกตั้ง ถ้ามีประชาชนนิยม มันก็ต้องเกิดขึ้นอยู่วันยังค่ำ และใครเป็นบิ๊กบังก็คงต้องทำเช่นกัน เพราะใครๆ ก็อยากสร้างประวัติศาสตร์ด้วยกันทั้งนั้น ดูอย่าง "ท่านเจ้าคุณเอื้อน" วัดสามพระยาสิ ยังประกาศต่อหน้ากัลยาณมิตรวัดพระธรรมกายเลยว่า "ถึงตายก็ภูมิใจ หากได้พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ" แฟนเพลงได้ฟังแล้วกรี๊ดสนั่นพอๆ กับสาวกคาราบาวเลยฮ่ะ !







16 ล้านเลือกผมมา ใครจะกล้าขวางคนชื่อทักษิณ





อาจสามารถโมเดล โชว์ !

"เนกาสี ลภเต สุขํ   กินคนเดียวไม่อร่อย"
พุทธพจน์



ผ่านการเลือกตั้งแล้ว
ไม่สวมหมวกกันน็อกก็ไม่ผิดกฎหมาย


คำเตือน"เป็นความสามารถเฉพาะตัว"
ห้ามลอกเลียน !




19 กันยายน 2549
บทสรุปของทฤษฎี "เสียงข้างมาก ลากไปไหนก็ได้"
กดที่ภาพเพื่อฟังเพลง "น้ำตาไอ้หนุ่ม" ของศรเพชร ศรสุพรรณ





ประเทศไทยกว้างใหญ่ถึง 513,115 ตารางกิโลเมตร แต่ไม่น่าเชื่อว่า นับจากปี 49 จนถึงบัดนี้ บุรุษอัจฉริยะที่ชื่อ "ทักษิณ ชินวัตร" ยังหาทางเข้าประเทศไทยไม่ได้





ภาพที่บิ๊กบัง "เชื่อ" ว่า "ประชาชนศรัทธา" การรัฐประหาร





เพราะประชาธิปไตยแบบไทยๆ มันไม่มีเหตุผลไง
ทำให้ต้องมีการปฏิวัติ ซึ่งก็พอๆ กับการบำบัดความใคร่ในทางการเมือง




The Hero
กดที่ภาพเพื่อฟังเพลง "Hero" ของ Mariah Carey





Funny Revolution





นี่มิใช่วลีที่ว่า "ถ้าไม่เล่นการเมือง การเมืองก็จะเล่นคุณ"

แต่เป็นทฤษฎีใหม่ว่า "ถ้าเล่นการเมืองแบบไม่มีกติกามารยาท คนนอกก็สามารถจะเล่นการเมืองแบบไม่มีกติกาและมารยาทต่อคุณเช่นกัน"

เพราะในความเป็นจริงแล้ว คนที่เปิดประตูให้ทหารทำการปฏิวัติก็คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และผู้สนับสนุนแบบไม่บันยะบันยังนั่นเอง โทษใครไหนเล่า ในเมื่อคุณมีอำนาจอยู่ในมือ แต่ใช้อำนาจจนมือเติบ สุดท้ายก็ถูกยึดอำนาจไป เหตุและปัจจัยก็มีอยู่แค่นี้




บิ๊กบังปี 49
พล.อ.สนธิ บุณยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก
คนที่ 
"ทักษิณ" ตั้งเองกับมือ แล้วเอาปืนจี้ "ทักษิณ" กับมือเช่นกัน




นี่ก็ "น้องรักทักษิณ" อีกเช่นกันที่หักหลัง

สรุปว่า ทักษิณเสียคนเพราะคนใกล้ชิดทั้งนั้น
ดังนั้น ที่มีคนทำนายว่า "ทักษิณอาจถูกคนใกล้ชิดลอบสังหาร"
ก็อาจจะเป็นจริง !






บิ๊กบังวันนี้ วันที่กลายสภาพเป็น ส.ส.ในระบอบประชาธิปไตย



บิ๊กบังรับ "หาย้อนเวลากลับไปได้" ก็คงต้องปฏิวัติอีก


"บิ๊กบัง" ยันไม่ได้รีบส่ง "รายงานปรองดอง" ต่อรัฐสภา อ้างต้องทำเพราะทุกเรื่องเสร็จแล้ว รับหากย้อนกลับไปก็รัฐประหารอีกเหมือนเดิม โยน "ประชาชนต่างหากอยากให้เราทำ" "วุฒิสาร" แนะหากอยากปรองดองทุกคนต้องรับผิดชอบ สอนให้เล่นการเมืองเพื่อบ้านเมือง

26 มี.ค.2555 รายการ "คม ชัด ลึก" ทางสถานีโทรทัศน์เนชั่นชาแนล ได้จัดรายการในตอน "ปรองดอง...ที่ไม่ปรองดอง?"โดย มีผู้ร่วมรายการประกอบด้วย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ  และนายวุฒิสาร ตันไชย รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะหัวหน้าคณะผู้วิจัยการสร้างความปรองดองแห่งชาติ

พล.อ.สนธิ กล่าวถึงกรณีคำถามเรื่องการรัฐประหารว่า คำถามแบบนี้ได้รับมามาก แต่บรรยากาศการปรองดองวันนั้นไม่ควรมีคำถามนี้โดยเฉพาะจาก พล.ต.สนั่น  ขจรประศาสน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา  ที่มีประสบการณ์ด้านทหารมา พล.ต.สนั่นเป็นทหารมาก่อนน่าจะเข้าใจว่าธรรมชาติคนเป็นทหารจะเป็นอย่างไร การจะพูดจะตอบอะไรก็ตรงไปตรงมา

"ท่านจะถามคงมีนัยยะอะไรที่เราอ่านไม่ออก ผมอยากจะถามท่านมากกว่าทำไมท่านถึงถามผมอย่างนั้น การเมืองก็มีเป้าหมายหลายอย่างที่ซ่อนอยู่เป็นเรื่องที่เราต้องวิเคราะห์กันต่อไป  ส่วนเรื่องเบื้องหลังท่านก็คงทราบอะไรดี โดยเฉพาะท่านก็อยู่ในพรรครัฐบาลอย่างพรรคชาติไทยพัฒนาด้วย" พล.อ.สนธิกล่าวและว่า

เมื่อเริ่มทำงานก็ต้องตั้งประธาน ซึ่งตนเป็นพรรคที่ยังไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน ฝ่ายค้านหรือรัฐบาล แต่ตนอยู่ฝั่งที่เป็นประโยชน์กับประชาชน  ซึ่งเขาก็เลยมาขอให้ตนเป็นประธาน เพราะดูเป็นกลางที่สุดในห้อง 

เมื่อถามถึงเหตุผลในการรีบเสนอต่อสภา พล.อ.สนธิกล่าวว่า "เรามีเหตุผล ตอนที่เราขออนุมัติสภา เราขอ 30 วัน แต่สถาบันพระปกเกล้าบอกไม่ทัน เราก็ต่อมาแล้ว 120 วัน เขาก็ทำส่งมาแล้ว ทุกอย่างเสร็จแล้ว หรือเรื่องผลการเชิญสถาบันต่างๆมาให้เหตุผลก็เรียบร้อย เรื่องของภาคใต้ก็เรียบร้อย ในห้องประชุมก็บอกว่าจบแล้ว  ภารกิจก็ถือว่าต้องส่งเรื่องให้สภา ขณะที่สภาก็เหลือเวลาน้อย ไม่เช่นนั้นก็ต้องต่อถึงกลางเดือนสิงหาคม เมื่อส่งแล้วหากจะทำอย่างไรก็เป็นเรื่องขอสภา" 

ส่วนกรณีที่ระบุว่ามีการลงมติ  พล.อ.สนธิ กล่าวว่า มี กมธ.บางคน บอกว่าผลการวิจัยที่ได้มา กรรมาธิการไม่ใช่บุรุษไปรษณีย์ดังนั้นต้องมาวิเคราะห์ แต่หลายคนบอกว่าเป็นผลวิชาการเรามาเปลี่ยนแปลงไม่ได้ เพราะจะไม่เป็นกลาง เพราะฉะนั้น เอกสารที่ถึงรัฐบาลจะไม่แตะต้อง แต่เราก็จะมาศึกษา โดยเฉพาะข้อสองสามของแนวทางปรองดองระยะสั้น ซึ่งจริงๆไม่ใช่การลงมติ แต่เป็นแบบสอบถามว่าใครมีความต้องการออพชั่นไหน  ต่างคนต่างส่งความเห็นมา

ส่วนกรณีเมื่อถามว่า ตนเองเป็นคนรัฐประหาร แต่สุดท้ายจะรับได้ว่าหากมีการนิรโทษกรรมคนที่ทุจริตวันนั้น  พล.อ.สนธิกล่าวว่า  จริงๆ เป็นไปตามระบอบการทำงาน วันนั้นกับวันนี้มีเงื่อนไขที่เห็นอยู่   แต่ระบอบประชาธิปไตยมีหนทาง วันนั้นกับวันนี้เรารู้สึกไม่เหมือนกัน การจะบอกว่าเราไม่ถูกก็เป็นการที่เราไม่เปิดกว้าง

เมื่อถามว่าหากย้อนไปจะทำรัฐประหารหรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า "มันหนีไม่พ้น แต่เหตุการณ์วันนั้นและวันนี้มันเปลี่ยนไป"

เมื่อถามอีกว่าใครเป็นคนสั่ง บิ๊กบังกล่าวว่า "แล้วใครจะมาสั่งผมได้ เรื่องแบบนี้คิดหลายคนไม่ได้ ต้องคิดเองทำเอง"

"ตั้งแต่ 19 ก.ย.2549 มาคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  2 ครั้ง แต่ตั้งแต่เป็น ส.ส. ไม่เคยคุย"พล.อ.สนธิ กล่าว

เมื่อถามว่ามองอย่างไรกับรัฐประหาร พล.อ.สนธิกล่าวว่า ต้องดูว่าเรารัฐประหารเพื่ออะไร  ตนอ่านเรื่องการปฏิวัติมาตั้งแต่เด็ก แล้วตนก็ไปเรียนการปฏิวัติที่ฟิลิปปินส์ เราต้องถามว่าปฏิวัติเพื่ออะไร แต่ถ้าเพื่อประชาชนเพื่อประเทศชาติก็เกิดได้   หากการปกครองทำให้ประชาชนไม่พอใจก็เกิดขึ้นได้ วันนั้นประชาชนต่างหากอยากให้เราทำ

http://www.alittlebuddha.com/


ข่าว : คมชัดลึก
2
7 มีนาคม 2555

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

หน้าที่ของพระสงฆ์

พระพรหมเมธีเปลี่ยนไป๋ !

เปิดตำนาน...เทพเจ้าองค์แรก พระศิวะ...มหาเทพแห่งจักรวาล