วันอาทิตย์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2555

ตามโฆษณาของเจ้าคุณประยูร วิสาขบูชาโลกเพื่อฉลอง 2600 ปีแห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า


เยี่ยมสมคำคุย !
มจร.เปิดเว็บไซต์ใหม่ "พุทธชยันตี"
ดีเดย์วันที่ 15 มี.ค. ตามโฆษณาของเจ้าคุณประยูร






เปิดหน้าเดียว

"http://www.icundv.com/vesak2012" เว็บไซต์ใหม่ หรือเว็บไซต์เฉพาะกิจ ที่ทางมหาวิทยาลัยสงฆ์ มจร. กำหนดดีเดย์เปิดตัวในวันที่ 15 มีนาคม คือเมื่อวานที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีแต่หน้ากากตามภาพที่เห็น นอกนั้นยังไม่มีอะไรเลยแม้แต่ข้อมูลเบื้องต้นของงานพุทธชยันตี นี่แสดงว่าเป็นการทำงานเอาหน้า-เอาใจเจ้านาย ของเจ้าหน้าที่ มจร. เพราะต้องสนองงานเจ้านายให้เห็นว่า "มจร.ทำได้" ไม่ว่าจะสั่งซ้ายหันหรือขวาหันก็ตาม แต่งานที่ออกมาแบบนี้รู้สึกว่าจะเป็น "หมูหัน" มากกว่านะฮะ ท่านเจ้าคุณพระธรรมโกศาจารย์ เพราะแบบนี้เบบี้ที่ไหนก็ทำได้ คงไม่ต้องถึงระดับมหาวิทยาลัยสงฆ์ดอกกระมัง

หวังว่าพรุ่งนี้ คงมีโอกาสเห็นข้อความอะไรในเว็บไซต์ระดับโลกแห่งนี้บ้าง นะครับ ท่านอธิการบดี





ประเทศไทยพร้อมจัดงานวิสาขบูชาโลกเพื่อฉลอง 2600 ปีแห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา  คณะกรรมการวิสาขบูชาโลก นำโดยพระธรรมโกศาจารย์, ศ.ดร. ประธานกรรมการวิสาขบูชาโลกพร้อมด้วยคณะกรรมการนานาชาติจาก 13 ประเทศ กว่า 40 รูป/คน ได้จัดประชุมเตรียมการจัดงานวิสาขชูชาโลกครั้งที่ 9 ครั้งที่2  ณ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อร่วมวางแผน และเตรียมต้อนรับชาวพุทธจากทั่วโลกกว่า 5,000 รูป/คน ซึ่งประกอบด้วยผู้นำทางการเมือง ประมุขสงฆ์ ผู้นำองค์กรพุทธ และพุทธศาสนิกชนทั่วไปทั้งไทยและต่างประเทศ ซึ่งกำลังเดินทางมาร่วมงานเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชาโลกครั้งยิ่งใหญ่โดยมีประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน
 
การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) การเฉลิมฉลองพุทธชยันตี : 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า (2) เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และ 60 พรรษา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (3) สร้างความร่วมมืออันดีระหว่างชุมชนชาวพุทธและองค์กรชาวพุทธตั้งแต่ระดับประชาคมอาเซียนจนถึงนานาชาติตามนโยบายของรัฐบาล (4) ร่วมกันสร้างทางเลือกในการประยุกต์ใช้พระพุทธศาสนาเพื่อประโยชน์สุขของมวลมนุษยชาติ

ในขณะเดียวกัน หัวข้อหลักในการจัดงานปีนี้คือ “พระปัญญาตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าเพื่อประโยชน์สุขของมวลมนุษยชาติ” (The Buddha’s Enlightenment for the Well-Being of Humanity) สำหรับการสัมมนานั้น จะประกอบด้วยหัวข้อที่สำคัญดังนี้ (1) พุทธปัญญาและความปรองดอง (Buddhist Wisdom and Reconciliation) (2)  พุทธิปัญญาและสิ่งแวดล้อม (Buddhist Wisdom and Environment) (3) พุทธิปัญญาและการปรับเปลี่ยนชีวิตมนุษย์ (Buddhist Wisdom and Human Transformation)

การจัดงานเฉลิมฉลองในปีนี้ จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม ถึง 2 มิถุนายน 2555 โดยวันที่ 1-2 จะเป็นพิธีเปิด และการจัดสัมมนานานาชาติจะจัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ส่วนพิธีปิดคือวันที่ 2 นั้น จะจัดขึ้น ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ ราชดำเนิน กรุงเทพมหานคร และเดินทางไปร่วมพิธีเวียนเทียนร่วมกัน ณ พุทธมณฑลซึ่งเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาของโล

อนึ่ง มหาเถรสมาคมได้พิจารณาให้ความเห็นชอบให้มีการเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 2,600 ปีแห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยให้มหาจุฬาฯ เป็นแกนหลักในการจัดกิจกรรมนานาชาติ ภายใต้การสนับสนุนของมหาเถรสมาคม และรัฐบาลไทย สำหรับศูนย์ประสานงานในการจัดงานนั้น ตั้งอยู่ ณ สำนักงานสมาคมวิสาขบูชาโลก สถาบันภาษา อาคารเรียนรวม มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย โทร. 035-248 098 ในขณะเดียวกัน วันที่ 15 มีนาคม 2555 จะเป็นเปิดตัว "เวปไซต์" ในการจัดงานอย่างเป็นทางการภายใต้ชื่อ "http://www.icundv.com/vesak2012"
 

ที่มา มจร.
17 มีนาคม 2555

ผลงานที่ไม่น่าเอาอย่าง ทีี่่ชาวพุทธทั่วโลกทราบแล้ว ชาวไทยยังไม่ทราบ  ข้อมูลที่ http://www.alittlebuddha.com/html/The%20Vision%20of%20P.M.Narin/The%20Vision%20of%20Phramaha%20Narin%2040.html

http://www.alittlebuddha.com/News%202011/April%202011/19%20April%202011.html

http://picasawebcothssomkiert.blogspot.com/2011/09/blog-post_30.html

ศึกษาข้อมูลความมั่นคงของชาติ และ พระศาสนา ในประวัติศาสตร์ ที่ โครงการจารึกวัดบวรนิเวศ ที่
http://www.facebook.com/media/set/?set=a.258806637498779.62591.161446187234825&type=3

สมเด็จพระสังฆราชตรัส สะท้านศาสนา ประกาศเป็นลายลักษณ์อักษรก็เพื่อเตือนให้รู้ทั่วกันว่า ผู้ต้องอาบัติปาราชิกนั้นไม่ใช่พระในพุทธศาสนา เป็นเพียงผู้นาผ้ากาสาวพัตร์ไปครอง เป็นพระปลอม ต่อจากนั้นย่อมเป็นหน้าที่โดยตรงของผู้รักษากฎหมาย หรือของผู้มีหน้าที่ในการพุทธศาสนา จะต้องรักษาพระพุทธศาสนาไม่ให้มีพระปลอมมาทาลาย ทาให้เสื่อมเสีย เช่นที่ผู้รักษากฎหมายเคยทามาแล้ว เคยบังคับให้เป็นผู้ปลอมเป็นพระ ถอดผ้ากาสาวพัตร์ออกจากตัว การปฏิบัติต่อพระปลอมต้องไม่มีแตกต่างกัน ต้องไม่มียกเว้นว่า คนนั้นปลอมได้คนนี้ปลอมไม่ได้ เป็นพระปลอมมีอยู่ในพุทธศาสนาไม่ได้ทั้งนั้น ประกาศนั้นเป็นคาบอกเล่าเป็นคาเตือนให้รู้ เป็นเรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวข้องกับมหาเถรฯไม่บังคับให้เชื่อ ไม่บังคับใครให้ทาอะไร แสดงความถูกผิดให้ปรากฏอยู่เท่านั้น ในฐานะที่เป็นประมุขแห่งสงฆ์ในพระพุทธศาสนา จึงต้องทาหน้าที่ส่วนตนให้เรียบร้อยถูกต้อง บอกความจริงด้วยความหวังดีมิได้บังคับ จงเข้าใจทั่วกัน" ข้อมูลผู้ทาลายพระศาสนา ที่http://picasawebcothssomkiert.blogspot.com/2011/11/blog-post_21.html ศึกษา ข้อมูลความมั่นคงสถาบันพระศาสนาเพิ่มเติมที่http://picasawebcothssomkiert.blogspot.com/
www.facebook.com/ssomkiert www.facebook.com/thaihistory
http://www.facebook.com/thaihistory/notes
http://www.alittlebuddha.com/

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ