บันทึกบุคคลประวัติศาสตร์ คุณ เฉลียว อยู่วิทยา




 "ดูกรภิกษุทั้งหลาย! ความตระหนี่ลาภเป็นความโง่เขลาเหมือนชาวนาที่ตระหนี่ไม่ยอมหว่านพันธุ์ข้าวลงในนา เขาเก็บพันธุ์ข้าวเปลือกไว้จนเน่าและเสีย ไม่สามารถจะปลูกได้อีก ข้าวเปลือกที่หว่านลงแล้วหนึ่งเมล็ด ย่อมให้ผลหนึ่งรวงฉันใด ทานที่บุคคลทำแล้วก็ฉันนั้น ย่อมมีผลมากผลไพศาลการรวบรวมทรัพย์ไว้โดยมิได้ใช้สอยให้เป็นประโยชน์ ทรัพย์นั้นจะมีคุณค่าแก่ตนอย่างไร เหมือนผู้มีเครื่องประดับอันวิจิตรตระการตาแต่หาได้ประดับไม่ เครื่องประดับนั้นจะมีประโยชน์อะไร รังแต่จะก่อความหนักใจในการเก็บรักษา"  จากหนังสือ พุืทธโอวาทก่อนปรินิพพาน  ในงานสวดอธิธรรม คุณ เฉลียว อยู่วิทยา

เฉลียว อยู่วิทยา
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

 คุณ เฉลียว อยู่วิทยา เกิด วันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2466จังหวัดพิจิตร ประเทศไทย เสียชีวิต วันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2555 (88 ปี, 213 วัน)โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย อาชีพนักธุรกิจ มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ150,000 ล้านบาท (พ.ศ. 2552) บุตร11 คน

คุณ เฉลียว อยู่วิทยา (17 สิงหาคม พ.ศ. 2466 — 17 มีนาคม พ.ศ. 2555  เป็นนักธุรกิจชาวไทย มีชื่อเพราะเป็นเจ้าของบริษัทเครื่องดื่มชูกำลัง กระทิงแดง มีบุตร 11 คน และในปีพ.ศ. 2551 ได้รับการจัดอันดับโดยนิตยสารฟอร์บส์ให้เป็นเศรษฐีอันดับ 260 ของโลก และอันดับ 1 ของไทย มีสินทรัพย์ประมาณ 4,000 ล้านดอลลาร์ โดยรวมมูลค่าของหุ้นส่วน อุตสาหกรรมยา (T.C. Pharmaceuticals) และหุ้นส่วนโรงพยาบาล

เนื้อหา
  • 1 ประวัติ
  • 2 ลำดับเศรษฐีของนายเฉลียว
  • 3 อ้างอิง
  • 4 แหล่งข้อมูลอื่น
ประวัติ

เฉลียวมีชื่อจีนคือ "โกเหลียว" มีเชื้อสายจีนไหหลำ โดยปู่มาจากเมืองจีน และย่าเป็นชาวไทย เฉลียวเกิดที่จังหวัดพิจิตรในครอบครัวที่มีฐานะยากจน โดยประกอบอาชีพเลี้ยงเป็ด และค้าขายผลไม้ จากนั้นได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อช่วยพี่ชายทำงานร้านขายยา โดยเป็นเซลส์ขายยา "ออริโอมัยซิน" ของบริษัทเอฟ.อี.ซิลลิคฯ แล้วลาออกมาเป็นตัวแทนนำเข้ายามาจำหน่ายเอง ต่อมา ตั้งโรงงานผสมยาอยู่หลังโรงแรมรัตนโกสินทร์ ราชดำเนิน และ ตั้งบริษัท ทีซีมัยซิน ในช่วงแรก ผลิตแป้ง "แทตทู", ยาเด็ก "เบบี้ดอล" ก่อนจะมาถึงเครื่องดื่ม "กระทิงแดง"ด้วยการทำตลาดแบบถึงลูกถึงคน ทำให้กระทิงแดงตีตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง ขึ้นมาอยู่ในอันดับต้น ๆ ของตลาด
เฉลียวสมรสกับนกเล็ก สดสี และมีบุตร ด้วยกัน 5 คน ต่อมา ได้สมรสใหม่กับภาวนา หลั่งธารา ก่อนจะร่วมกันบุกเบิกเครื่องชูกำลัง "กระทิงแดง" และมีบุตรด้วยกัน 6 คน ได้แก่ สุทธิรัตน์ อยู่วิทยา, จิราวัฒน์ อยู่วิทยา, ปนัดดา อยู่วิทยา, สุปรียา อยู่วิทยา, สราวุฒิ อยู่วิทยา และนุชรี อยู่วิทยา
ในปี พ.ศ. 2527 เฉลียวขยายธุรกิจกระทิงแดงไปต่างประเทศ โดยลงทุนร่วมกับดีทริช เมเทสซิทซ์ (Dietrich Mateschitz) นักธุรกิจชาวออสเตรีย ก่อตั้งบริษัท Red Bull GmbH. ในประเทศออสเตรีย โดยเฉลียวและเมเทสซิทซ์ถือหุ้นคนละ 49% และเฉลิม อยู่วิทยา บุตรชายของเฉลียว ถือหุ้นอีก 2% ผลิตและวางจำหน่ายกระทิงแดงในยุโรปภายใต้ชื่อการค้าเรดบูล และส่งไปขายในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก เรดบูลมีการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ด้วยการเข้าสู่วงการกีฬา โดยเป็นผู้สนับสนุนทีมแข่งรถ เรดบูลเรซซิง ที่ได้รับตำแหน่งแชมเปียนโลกรถสูตรหนึ่งประจำปี 2010 และสโมสรกีฬาฟุตบอลเรดบูลรวม 5 แห่ง เป็นผู้สนับสนุนรายการแข่งขันกีฬาประเภทเอ็กซทรีมมากมาย ทรัพย์สินด้านสื่อของบริษัท มีทั้งนิตยสารเรดบูล เลทิน และเรดบูล เวอร์ซัส ทีวี ช่องเอชดีทีวีแบบไม่เก็บค่าชมที่แพร่ภาพอยู่ในยุโรป
เฉลียว อยู่วิทยา ยังเคยเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ในปี พ.ศ. 2526 และเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีเมื่อปี พ.ศ. 2531 และเคยเป็นกรรมาธิการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม รวมถึงเป็นสมาชิกวุฒิสภาในปี พ.ศ. 2532
เฉลียวเสียชีวิตช่วงเช้าของวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2555 ด้วยโรคชรา ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โดยมีพิธีฌาปนกิจศพ ในวันที่ 24 มีนาคม 2555 ณ ฌาปนสถานกองทัพเรือ วัดเครือวัลย์วรวิหาร ศาลา 1 เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร

ลำดับเศรษฐีของนายเฉลียว
  • พ.ศ. 2553 ติดอันดับเศรษฐีโลก ในลำดับที่ 208 [8]
  • พ.ศ. 2551 ติดอันดับเศรษฐีโลก ในลำดับที่ 260 [8]
  • พ.ศ. 2551 ติดอันดับเศรษฐีประเทศไทย ในลำดับที่ 1 [8]
  • พ.ศ. 2550 ติดอันดับเศรษฐีโลก ในลำดับที่ 279 [8]
  • พ.ศ. 2550 ติดอันดับเศรษฐีประเทศไทย ในลำดับที่ 2 [8]
  • พ.ศ. 2548 ติดอันดับเศรษฐีโลก ในลำดับที่ 292 [9]
  • พ.ศ. 2548 ติดอันดับเศรษฐีประเทศไทย ในลำดับที่ 2 [8]
  • พ.ศ. 2547 ติดอันดับเศรษฐีโลก ในลำดับที่ 356 [8]
  • พ.ศ. 2547 ติดอันดับเศรษฐีเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในลำดับที่ 12 [8]
  • พ.ศ. 2546 ติดอันดับเศรษฐีโลก ในลำดับที่ 386 [8]
 หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน พูดถึง คุณเฉลียว อยู่วิทยา-กระทิงแดง

"คุณเฉลียว-คุณภาวนากระทิงแดงของเล่นเมื่อไร ทำคุณงามความดีแบกชาติบ้านเมืองศาสนาพระมหากษัตริย์อยู่ในทั้งสองท่านนี่ กระทิงแดงเป็นของเล่นเมื่อไร ทำเงียบๆ นะ ทุกสิ่งทุกอย่างทำแบบเงียบๆ ไม่ได้บอกใคร โกยออกตลอดนะนั่น สมบัติเงินทองมีมากขนาดไหนโกยออกแบบ เดียวกันนั้นแหละ ไปที่ไหนๆ แจกทำบุญให้ทาน วัดป่าบ้านตาด ๓๐๐ ไร่เป็นใครถ้าไม่ใช่กระทิงแดง คุณเฉลียวกับคุณภาวนา ซื้อที่ให้หมดเลย ซื้อที่ให้หมดแล้วถมดินให้หมด แล้วทำกำแพงให้อีก ทุกสิ่งทุกอย่างตกแต่งให้เสร็จ

เสร็จแล้วทำศาลาใหญ่ให้ เห็นไหมตั้งตระหง่านอยู่กลางวัดนั่น นั่นก็เป็นคุณเฉลียว-คุณภาวนา สร้างศาลาใหญ่ประชาชนทั้งหลายเข้ามาอาศัยความร่มเย็น ตอนนั้นมันเกี่ยวกับการช่วยชาติบ้านเมือง เวลาเข้ามาผู้คนเปียกปอนไปหมด ท่านทั้งสองนี้ดูอยู่ตลอดเวลา สุดท้ายสั่งไม้จากเวียงจันทน์เข้ามาก็มาขอสร้าง จึงได้เป็นศาลาใหญ่ขึ้นมาที่เราทั้งหลายได้อาศัย ในบริเวณวัด ๓๐๐ ไร่ เราอยากจะว่ามีแต่ท่านเหล่านี้แหละ ถมดินของง่ายเมื่อไรเป็นเมตรๆ ที่มันต่ำเท่าไรถมขึ้นๆ จนเป็นที่ราบเรียบ เสร็จแล้วตั้งถานตรงไหนๆ ควรจะปลูกกุฏิที่ไหนๆ ทั่ววัด ที่นอกจากกำแพงในออกมาแล้ว อยู่ข้างนอกเป็นกุฏิ เป็นสถานที่ต่างๆ สำหรับบำเพ็ญของพระ

ท่านให้ความสะดวกแก่พระเจ้าพระสงฆ์มากมายมาเป็นเวลานาน สำหรับวัดป่าบ้านตาดกำแพงนอกนี้มีแต่กระทิงแดงทั้งนั้นเป็นผู้สร้างไว้อย่าง เงียบๆ ไม่ค่อยมีใครทราบละ ท่านเหล่านี้ไม่ค่อยพูด ว่าอะไรถึงไหนถึงกันไปเลย ว่าอะไรๆ ปุ๊บเอาเลยๆๆ ศาลาใหญ่เห็นไหมนี่ๆ เป็นใคร เราเปิดเสียบ้างซิ ผู้ทำก็ทำด้วยความบริสุทธิ์ใจผู้เปิดด้วยความเป็นธรรมผิดไปไหน นี่เห็นไหมล่ะก็มาทำให้ อย่างนี้ละความใจบุญกว้างขวางไปไหนได้อาศัยหมด พวกเรานั่งเต็มศาลานี้ก็อาศัยอันนี้ นี่ละความใจบุญกว้างขวางเป็นอย่างนี้ หลังนั้นก็ว่าใหญ่ ฟาดหลังนี้ขึ้นมาใหญ่กว่านั้นอีก คนเลยยกมาทั้งประเทศมาอยู่เต็มไปหมด มีเท่านั้นละวันนี้ ต่อจากนี้จะให้พร"

องค์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน เทศน์อบรมฆราวาส กัณฑ์เทศน์"ความใจบุญกว้างขวาง ไปไหนได้อาศัยหมด" 17 เมษายน ๒๕๕๐

(17มี.ค.2555) มีรายงานข่าวว่านายเฉลียว อยู่วิทยา อายุ 90 ปี เจ้าพ่อกระทิงแดง ได้เสียชีวิตด้วยโรคชราที่รพ.จุฬาฯเวลาประมาณ05.00น.

การเสียชีวิตของนายเฉลียว อยู่วิทยาผู้ก่อตั้งเครื่องดื่มกระทิงแดงเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทำให้ตลอดทั้งวัน สื่อมวลชนพยายามนำเสนอแง่มุมชีวิตของเศรษฐีแสนล้านคนนี้ ซึ่งแทบจะนับครั้งได้ ที่เขาจะปรากฎตัวในแวดวงสังคม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย สมถะและจริงจังในการทำงาน
นิตยสารฟอร์บส์เพิ่งจัดอันดับเศรษฐีระดับโลกประจำปี 2554 ไปเมื่อไม่นานที่ผ่านมา และชื่อนายเฉลียว อยู่วิทยา เจ้าของแบรนด์ดังกระทิงแดงหรือเรดบูล ก็อยู่ในอันดับ 205 และรวยเป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย หรือมีมูลค่าทรัพย์สิน 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.5 แสนล้านบาท
นายเฉลียว รวยติดอันดับโลกมาตั้งแต่ปี 2546 โดยขณะนั้นเขาอยู่ในอันดับ 386  และไต่อันดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนถึงอันดับ 205
กระทิงแดง ยังเป็นสินค้าของคนไทย เพียงไม่กี่แบรนด์ที่คนค่อนโลกรู้จักและให้ความนิยม จนแบรนด์กระทิงแดงหรือเรดบูล  แตกแขนงไปหลายช่องทาง
แต่สำหรับตัวตนของเฉลียว อยู่วิทยา เจ้าพ่อกระทิงแดงแทบไม่เป็นที่รู้จักมากนักของผู้คนในสังคม
ฝ่ายประชาสัมพันธ์บริษัทเครื่องดื่มกระทิงแดง จำกัด เปิดเผยประวัติของนายเฉลียว อยู่วิทยาหลังการสูญเสียครั้งนี้ว่า นายเฉลียว อยู่วิทยา หรือ โกเหลียว นั้นเกิดเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2466 ที่ จังหวัดพิจิตร จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษา ที่โรงเรียนพิจิตรวิทยาคม จากนั้นเดินทางเข้าสู่กรุงเทพ ไปช่วยพี่ชายทำงานร้านขายยา เป็นเซลส์แมนขายยา"ออริโอมัยซิน"ก่อนลาออกมาเป็นตัวแทนนำเข้ายามาจำหน่ายเองและตั้งโรงงานผสมยา
ต่อมาตั้งบริษัททีซีมัยซินโดยช่วงแรกผลิตแห้วแทตทู,ยาเด็กเบบี้ดอล ก่อนจะมาเครื่องดื่มกระทิงแดง
ส่วนประวัติทางการเมืองนั้น นายเฉลียว เคยเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีเมื่อปี 2531,เป็นกรรมาธิการการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม และสมาชิกวุฒิสภา ปี2532เป็น และเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการอาหารและยาของกระทรวงสาธารณสุขในปี 2526
และอีก 1 ปีต่อมา คือในปี  2527 นายเฉลียว ขยายธุรกิจกระทิงแดงสู่ต่างประเทศ โดยลงทุนร่วมกับนายดีทริช เมเทสซิทซ์ (Dietrich Mateschitz) นักธุรกิจชาวออสเตรีย ก่อตั้งบริษัท Red Bull GmbH. ในประเทศออสเตรียโดยนายเฉลียวถือหุ้น 49% และนายเฉลิม ลูกชายถือหุ้นอีก 2% ผลิตและวางจำหน่ายกระทิงแดงในยุโรป ภายใต้ยี่ห้อ เรดบูล และส่งไปขายในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก
ขณะที่นางสาวสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา ลูกสาวคนโตของเฉลียวอยู่วิทยา เคยให้สัมภาษณ์กับมติชนสุดสัปดาห์ถึงธุรกิจของกระทิงแดงและเรดบูล โดยเธอได้ชื่อว่าเป็นทายาทที่ถอดแบบของ เฉลียว อยู่วิทยามาเกือบทั้งหมดทั้งการใช้ชีวิตและแนวคิดทางธุรกิจ
เธอพูดถึงป๋าหรือพ่อว่าเป็นผู้บุกเบิกและก่อตั้งบริษัทเครื่องดื่มกระทิงแดง จากบริษัทเล็กๆที่มีพนักงานไม่ถึง 10 คนจนกลายเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีพนักงานนับพันคน
โดยนายเฉลียว เป็นผู้ออกแบบโลโก้ของสินค้าเอง เพราะเห็นว่าแปลกไม่ซ้ำกับแบบของใครและให้ความหมายที่ดีในแง่ของพลังงานเขาจึงยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ากับกระทรวงพาณิชย์ในปี 2516 ซึ่งขณะนั้นเขามีอายุ 50 ปี
ส่วนวิธีการทำการตลาดในช่วงแรกของกระทิงแดงเฉลียว ใช้วิธีแจกฟรีให้กับคนขับรถบรรทุกได้ชิม การตลาดแบบถึงลูกถึงคนและใจถึงใจทำให้กระทิงแดง เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เธอพูดถึงพ่อว่าทั้งเนื้อทั้งตัวของป๋าไม่มีเครื่องประดับอื่น นอกจากนาฬิกาเรือนเดียว ยี่ห้อราโด้ เสื้อผ้าก็ไม่ยอมซื้อไม่พกเงิน โดยชีวิตประจำวันจะเริ่มจากการขี่จักรยานตอนเช้า ใส่เสื้อตัวเดียวนุ่งกางเกงแพร ใส่หมวกงอบแล้วขี่จักรยานวนไปรอบโรงงานเจออะไรไม่เรียบร้อยก็จะแวะเข้าไปตรวจดู
จนมีเรื่องตลกครั้งหนึ่งว่า มียามหน้าใหม่ที่ไม่รู้จัก เฉลียว อยู่วิทยา เมื่อเห็นลุงแก่ๆขี่จักรยานเข้ามาในโรงงานซึ่งเป็นเขตคนนอกห้ามเข้า เขาจึงตะโกนห้ามแต่มียามเก่าแก่สะกิดบอก จึงทำให้ยามใหม่ถึงกับหน้าถอดสี
นอกจากนี้ยังเคยมีมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เสนอมอบปริญญากิตติมศักดิ์ให้แก่เขา เจ้าสัวเฉลียวปฏิเสธโดยกล่าวว่าเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรม เพราะเขาไม่ได้ร่ำเรียนมา การรับปริญญาจึงเป็นการเอาเปรียบคนที่ร่ำเรียนมา ซึ่งปรัชญาในการทำงานที่เรียบง่าย แต่จริงจังเหล่านี้ เป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่ถ่ายทอดมาจนถึงทายาทในรุ่นปัจจุบัน

ทำความรู้จัก "เฉลียว อยู่วิทยา" เจ้าพ่อกระทิงแดง ผ่านลูกชาย "สราวุฒิ อยู่วิทยา"

"สราวุฒิ อยู่วิทยา" กรรมการผู้จัดการ บริษัท เครื่องดื่มกระทิงแดง จำกัด และเป็นลูกชายของคุณ“เฉลียว อยู่วิทยา” เจ้าพ่อกระทิงแดง ตนเล่าถึงความเรียบง่ายของพ่อใน State of The Nation (วาระประเทศไทย) (Saravudh for Chaleo's Red Bull) ซึ่งโพสวิดีโอโดยคุณCharnchai8797 โดยมีข้อความที่น่าสนใจว่า "คุณพ่อเป็นคนที่ใช้ชีวิตการกินการอยู่การนอนง่ายหมด เวลาพูดเรื่องงานเขาจะสดชื่นและชอบมันมาก เรื่องที่เขาเน้นมากๆจะเป็นเรื่องของสัจจะเครดิต คุณพ่อเขาไม่ได้ร่ำรวยมาก่อน เขาทำมาหลายอาชีพ ทั้งพายเรือขายผลไม้ กระเป๋ารถเมล์ เขาผ่านมาเยอะมาก แต่สิ่งหนึ่งที่เขาไม่เคยเปลี่ยน คือคำพูดของเขา คำไหนคำนั้น  คือถ้าเราจะทำอะไรสักอย่างมันต้องมีความเป็นตัวตน ท่านจะคิดใหม่เลย เบรนเก่าเขาจะโฟกัสในเมือง แต่คุณเฉลียวก็คิดกลับทาง เจ้าเก่าเขาทำในเมือง แต่ฉันจะออกต่างจังหวัด ก็จะเป็นที่มาของกลยุทธป่าล้อมเมืองและด้วยรสชาติที่ไม่เหมือนใคร แบรนก็ไม่เหมือนใคร คนเขาชอบคนเขารัก มันก็เหมือนรักเรา เราก็ไม่ได้ไปก็อปปี้ใคร"

    “เฉลียว อยู่วิทยา” เจ้าของบริษัทเครื่องดื่มชูกำลัง กระทิงแดง ปัจจุบันมีบุตร 11 คน โดยในปี พ.ศ. 2551 ได้รับการจัดอันดับโดยนิตยสารฟอร์บส์ให้เป็นเศรษฐีอันดับ 260 ของโลก และอันดับ 1 ของไทย (รองลงมาคือนายเจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าของธุรกิจเบียร์ช้าง) ซึ่งมูลค่าสินทรัพย์ของนายเฉลียวมีมูลค่าประมาณ 4,000 ล้านดอลลาร์ โดยรวมมูลค่าของหุ้นส่วน อุตสาหกรรมยา (T.C. Pharmaceuticals) และหุ้นส่วนโรงพยาบาล

“เฉลียว อยู่วิทยา” มีชื่อจีนว่า "โกเหลียว" มีเชื้อสายจีนไหหลำ ปู่มาจากเมืองจีน ย่าเป็นคนไทย เป็นคนจังหวัดพิจิตรโดยกำเนิด เกิดในครอบครัวยากจน มีอาชีพเลี้ยงเป็ด และค้าขายผลไม้ จากนั้นเข้ามาในกรุงเทพฯ ช่วยพี่ชายทำงานร้านขายยา เป็นเซลส์แมนขายยา "ออริโอมัยซิน" ของบริษัทเอฟ.อี.ซิลลิคฯ จากนั้นได้ลาออกมาเป็นตัวแทนนำเข้ายามาจำหน่ายเอง และต่อมาตั้งโรงงานผสมยาอยู่หลังโรงแรมรัตนโกสินทร์ ราชดำเนิน จากนั้นตั้งบริษัท ทีซีมัยซิน ในช่วงแรก ผลิตแป้ง"แทตทู" ยาเด็ก "เบบี้ดอล" ก่อนจะมาถึงเครื่องดื่ม"กระทิงแดง" ด้วยการทำตลาดแบบถึงลูกถึงคน ทำให้กระทิงแดงตีตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง ขึ้นมาอยู่ในอันดับต้นๆ ของตลาด



แม้คุณเฉลียว อยู่วิทยา จะมีชื่อติดอันดับเศรษฐีโลก แต่ความเป็นอยู่ของเขายังคงความสมถะ เรียบง่าย

เช่นที่ผ่านมา ยังขยันทำงานทุกวันอยู่ในบริเวณโรงงาน ไม่นิยมเครื่องประดับหรูหราฟุ่มเฟือย ไม่ไปไหนมาไหนด้วยรถโก้หรูราคาแพงๆ และไม่นิยมสูทราคาแพง
ชื่อของเฉลียว ผู้บริหารสูงสุดของบริษัทเครื่องดื่มกระทิงแดง อาจถูกรับรู้อยู่ในวงแคบ เพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมา น้อยครั้งมากที่เขาจะปรากฏตัวต่อสาธารณะและให้สัมภาษณ์ นั่นเพราะเขาเลือกที่จะทำงานมากกว่าพูด เลือกที่จะปฏิบัติมากกว่าคิด บุรุษผู้ซ่อนกายผู้นี้ คือ บุคคลหนึ่งที่เขียนประวัติศาสตร์ธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังจนเป็นที่ประจักษ์ทั่วโลก ทั้งๆ ที่เขาจบเพียง ป. 4 เท่านั้นเอง
เจริญ สิริวัฒนภักดี ฉายภาพความเป็นตัวตนของ เฉลียว อยู่วิทยา ผู้สร้างตำนานอันยิ่งใหญ่ กระทิงแดง ในอัตชีวประวัติของเฉลียวที่มีผู้จัดทำขึ้น และนำมาถ่ายทอดให้คนรุ่นหลังอ่านผ่านในเฟซบุ๊คกระทิงแดง และบนยูทูบ ที่มีผู้สนใจคลิกเข้าไปอ่านบันทึกเรื่องราวของผู้สร้างตำนานอันยิ่งใหญ่ มากกว่า 4,500 คน
คุณเฉลียว หรือบุรุษผู้ซ่อนกาย มักยึดหลักการดำเนินชีวิตที่เรียบง่าย มุ่งมั่นทำงานหนัก ไม่ออกสื่อ หรือให้สัมภาษณ์ใดๆ มองความสำเร็จในเบื้องหน้า ปลุกปั้น กระทิงแดง สู่แบรนด์ระดับโลก
สโลแกน เป้าหมายมีไว้พุ่งชน ยิ่งใหญ่นัก
ปณิธานที่คุณเฉลียวตั้งมั่น และยึดเป็นเป้าหมายสูงสุดในการผลิตสินค้าทุกชิ้น คือ การคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบ อุปกรณ์ในการผลิตรวมทั้งมาตรฐานการผลิตระดับสูงในทุกขั้นตอน หลังจากชื่อ กระทิงแดง เป็นที่รู้จักและยอมรับกันไปทั่วโลก ในฐานะเครื่องดื่มให้พลังงาน กระทิงแดงยังคงพุ่งเข้าชนเป้าหมายอย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมคอยผลักดันและสนับสนุนทุกคนที่มีความฝัน และมีเป้าหมายเป็นของตัวเอง เพื่อให้ไปถึงจุดหมายที่ทุกคนฝันไว้ เพราะเป้าหมายมีไว้พุ่งชน กระทิงแดง นี่คือ อีกความมุ่งมั่นของเจ้าพ่อกระทิงแดง ที่ได้ถูกนำมาถ่ายทอดไว้ให้กับผู้อ่านที่เป็นแฟนคลับของเครื่องดื่มกระทิงแดง
ปณิธานอันมุ่งมั่น ของ เฉลียว สะท้อนได้จาก การทุ่มเทตั้งมั่น เน้นทำมากกว่าพูดและคิด วางรากฐานธุรกิจ เริ่มจากหนึ่ง ขยายเป็นสอง และขยายเพิ่มเป็น 3 ตั้งบริษัทผลิตเครื่องดื่ม จำหน่ายสร้างอาณาจักรธุรกิจให้เติบใหญ่
ในประเทศไทย เฉลียว วางรากฐานธุรกิจด้วยการตั้ง 3 บริษัท ได้แก่ บริษัท ที.ซี.ฟามาร์ซูติคอล โรงงานผลิตยา และเครื่องดื่ม โรงงานผลิตจังหวัดปราจีนบุรี บริษัท เครื่องดื่มกระทิงแดง จำกัด ผลิตเครื่องดื่มบำรุงกำลัง กระทิงแดง ทีโอเปล็กซ์ ลูกทุ่ง เรดดี่ และเรดบูลเอ็กซ์ตร้า เครื่องดื่มเกลือแร่ สปอนเซอร์ ชาพร้อมดื่ม เพียวริคุ ขนมซันสแน็ก และ บริษัท เดอเบล จำกัด บริษัทดำเนินธุรกิจด้านจัดจำหน่าย เป็นบริษัทน้องใหม่ ที่เพิ่งเปิดดำเนินธุรกิจเมื่อปี 2545 เน้นการจัดจำหน่าย กระจายสินค้าและการทำการตลาดให้กับสินค้าในเครือและขยายสู่นอกเครือในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นอีกขาธุรกิจหนึ่งที่กลุ่มกระทิงแดงให้ความสำคัญ (ซึ่งจะพูดถึงในตอนต่อไป)
จุดพลิกผันของกระทิงแดง ยังเป็นความพลิกผันที่มาจากความเรียบง่าย จุดกำเนิดเกิด ณ ริมสระน้ำในประเทศไทย เมื่อราว 33 ปีก่อน ระหว่าง เฉลียว และ ดีทริช มาเตสชิสซ์ ประธานกรรมการบริษัท เรดบูล จีเอ็มบีเอช ออสเตรีย
คำพูดของ ดีทริช ในการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ในงานเปิดตัวความยิ่งใหญ่ของเรดบูล การเปิดตัว The Hangar-7 เปิดพิพิธภัณฑ์เก็บเครื่องบินในคอลเลคชั่น The Flying Bulls บอกว่า มันเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่ผมได้พบกับครอบครัวนี้ พอๆ กับที่ผมได้รู้จักกับกระทิงแดง ผมคุ้นเคยกับครอบครัวนี้ดี ผมกับคุณเฉลียวสนิทกันมาก คุยกันได้ทุกเรื่อง ทั้งการงานไปจนถึงเรื่องครอบครัว
ก่อกำเนิด เรดบูล คือ การลงสนามแข่งที่ต้องเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง โดยมีนักขับฝีมือระดับโลกนั่งหลังพวงมาลัย เป็นการนำการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่มาสู่แบรนด์ใหม่ของกระทิงแดง เครื่องดื่มรสชาติและส่วนผสมเดียวกัน แต่ใช้ชื่อ เรด บูล ดีทริช มาเตสชิสซ์ ประธานกรรมการบริษัท เรดบูล จีเอ็มบีเอช ออสเตรีย คือ บุคคลสำคัญที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยนั้น และเป็นเพื่อนแท้ที่ยืนอยู่เคียงข้างเฉลียว และลูกๆ ของเฉลียว ร่วมกันส่งผ่านความสำเร็จในตลาดเครื่องดื่มเอนเนอร์จี้ ดริ๊งค์ สร้าง เรดบูล สู่ตลาดโลกในที่สุด
ครอบครัวกระทิงแดง เริ่มใหม่อีกครั้งในตลาดนอกบ้าน สโลแกน เป้าหมายมีไว้พุ่งชน กลับมามีพลังอีกครั้ง กับการสร้างแบรนด์เรดบูล ในออสเตรีย และทั่วโลก ด้วยกลยุทธ์การตลาด คิดต่างเพื่อสร้างแบรนด์ มองเป้าให้นิ่ง ติดพลังอาวุธชั้นดี พุ่งชน อย่างไม่ลดละ ด้วยกลยุทธ์การตลาดเหนือระดับ แตกต่าง รุกเร็ว แรง เต็มพลัง
เฉลียว ยังคงเป็นพลังหลักที่ช่วยผลักดัน ส่วน ดีทริช มาเตสชิสซ์ คือ แม่ทัพในอีกซีกโลกหนึ่งทำหน้าที่เป็นแม่ทัพขับเคลื่อน แบรนด์ เรดบูล สู่ตลาดในโลกตะวันตก
ด้วยมุมมองแบบคิดต่าง ในทุกรายละเอียด ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ยันผู้บริโภค เรดบูล ก้าวสู่แบรนด์ระดับโลกทันที เป้าหมายนี้มีไว้พุ่งชน จริงๆ
เรด บูล กล้าคิดกล้าทำในสิ่งที่แตกต่างในตลาดโลก ....ขับเคลื่อนกลยุทธ์ที่ไม่เหมือนใคร
ความสำเร็จของเรดบูล มาจาก การที่ ดีทริช เป็นผู้วางทิศทางสินค้าโดยสร้างภาพให้กระทิงแดงเป็นเครื่องดื่มของคนรุ่นใหม่ที่ชอบความ แรง โดยมุ่งเป้าไปสู่กลุ่มนักเรียนมหาวิทยาลัย หนุ่มๆ วัยทำงาน ใช้การเป็นสปอนเซอร์ กีฬาโลดโผน และกีฬาที่อาศัยความเร็ว ได้รับการตั้งฉายาให้เป็น ปอร์เช่ ในบรรดาเครื่องดื่มซอฟท์ดริ้ง
เป้าหมายของเรดบูล ยังไม่สิ้นสุด ขณะที่ กระทิงแดงในเมืองไทย ก็ยิ่งเข้มแข็งและแข็งแกร่ง เรด บูล คือ กลายเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ 

เรื่องนี้ "สุทธิรัตน์ อยู่วิทยา" ลูกสาวคนโต ปัจจุบันนั่งตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัท เครื่องดื่มกระทิงแดง จำกัด เคยให้สัมภาษณ์คอลัมน์เปิดอก ในนิตยสารดิฉันว่า…

"ทุกวันนี้ ป๋าจะขี่จักรยานตอนเช้า ใส่เสื้อตัวเดียว นุ่งกางเกงแพร ใส่หมวกงอบ แล้วขี่จักรยานวนไปรอบๆ โรงงาน เจออะไรไม่เรียบร้อย ก็จะแวะเข้าไปดู"

" จนมีเรื่องตลกเล่าว่า ครั้งหนึ่งมียามหน้าใหม่ไม่รู้จักเฉลียว อยู่วิทยา เมื่อเขาเห็นลุงแก่ๆ ขี่จักรยานเข้ามาในโรงงาน ซึ่งเป็นเขตที่คนนอกห้ามเข้า เขาจึงตะโกนห้ามว่า…ลุง…ลุง…ห้ามเข้า เผอิญยามอีก 2 คน ซึ่งเป็นยามเก่าเห็นพอดี จึงเดินมาสะกิด และบอกยามหนุ่มว่านี่คือผู้จัดการโรงงาน งานนั้นก็เลยเล่นเอายามหนุ่มถึงกับหน้าถอดสี"

นอกจากเรื่องดังกล่าว "สุทธิรัตน์" ยังเล่าถึง "ป๋า" หรือ "เฉลียว" ตอนที่บุกเบิกธุรกิจในนิตยสารเล่มเดียวกันว่า…

" ป๋าคือผู้บุกเบิก และก่อตั้งบริษัท เครื่องดื่มกระทิงแดง และจากบริษัทเล็กๆ ที่มีพนักงานไม่ถึง 10 คน จนกลายเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีพนักงานเป็นพันคน และจากเครื่องดื่มที่ป๋าต้องเอาไปเทสต์ตลาด โดยการเปิดให้คนขับรถสิบล้อชิมฟรี"

"จนกลายเป็นเครื่องดื่มเรดบูล ที่จำหน่ายในประเทศต่างๆ กว่า 50 ประเทศทั่วโลก ทั้งในยุโรป อเมริกา แอฟริกา และเอเชีย มันไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลย แต่ที่เป็นเช่นนั้น เพราะป๋าทำงานหนักมาตลอด"

เป็นการทำงานหนักตั้งแต่เด็กๆ เพราะหลังจากที่ "เฉลียว" จบชั้นประถม 4 เขาทำงานทุกอย่างที่ขวางหน้า ไม่ว่าจะเป็นขึ้นล่องส่งผลไม้จากเหนือลงใต้

หรือขาไปนำทุเรียนลงเรือแจวเต็มลำ แต่ขากลับนำส้มโอลงมาขาย

เขาก็ทำมาแล้ว !

กระทั่ง เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 และขณะนั้นเมืองไทยกำลังขาดแคลนเครื่องยาเวชภัณฑ์ เขาจึงเกิดไอเดียว่า ถ้าสั่งยาจากต่างประเทศเข้ามาขายในเมืองไทย เห็นทีต้องขายได้แน่ๆ

โดยเฉพาะยาประเภทแก้ปวดหัว ตัวร้อน และยาแก้ไข้เด็ก

ซึ่ง ก็เป็นจริง แล้วหลังจากนั้น เขาก็เกิดความคิดที่อยากจะตั้งโรงงานผลิตยาเสียเอง ซึ่งมียาแก้ไข ที.ซี.มัยซิน,ยาน้ำเบบี้ดอล,ยาเม็ดลาย และอื่นๆ อีกมาก

กล่าวกันว่า ธุรกิจยาทำให้ "เฉลียว" มีเงินเข้ากระเป๋าอยู่พอสมควร จนทำให้เขาเริ่มมองไปที่ธุรกิจอื่นๆ บ้าง โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มชูกำลัง

เพราะขณะนั้นเครื่องดื่มชูกำลังอย่างลิโพวิตันดี ของประเทศญี่ปุ่นค่อนข้างจะเป็นผู้นำตลาด จนทิ้ง "ป๊อปปิ้นดี" ซึ่งเป็นแบรนด์ของไทย

"เฉลียว"เกิดความคิดว่า เมื่อช่องว่างทางการตลาดห่างชั้นกันอย่างไม่เห็นฝุ่น เขาก็น่าที่จะสร้างแบรนด์ใหม่เข้ามาแทรกตลาดได้

ที่ สุดจึงลอนซ์โปรดัคต์ "กระทิงแดง" ออกสู่ตลาดเมื่อหลายสิบปีผ่านมา บนเนื้อที่ไม่กี่ไร่ บริเวณถนนเอกชัย และเริ่มต้นจากพนักงานไม่ถึง 10 คน

ที่ สำคัญ โลโก้กระทิงแดง "เฉลียว" เป็นคนออกแบบเองด้วย เพราะเห็นว่ากระทิงเป็นสัญลักษณ์ของพลัง ดังนั้น ถ้าใครดื่มเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อ "กระทิงแดง" คนคนนั้นก็จะมีพลังทำงานอย่างมหาศาล

ซึ่งเหมือนทุกอย่างจะเป็นไปด้วย ดี แต่แล้วจู่ๆ "พล.ต.สุตสาย หัสดิน ณ อยุธยา" ผู้นำกลุ่มการเมืองกระทิงแดงสมัย 14 ตุลาคม 2516-6 ตุลาคม 2519 ก็ออกมาประกาศว่า "เฉลียว" มีนัยยะอะไรซ่อนเร้นหรือเปล่า

เพราะชื่อเครื่องดื่มชูกำลังไปพ้องกับชื่อกลุ่มการเมือง

ผล เช่นนี้เอง จึงทำให้ "เฉลียว" ต้องนำเอกสารจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า จากกระทรวงพาณิชย์ออกมายืนยันว่าเครื่องหมายการค้ายี่ห้อกระทิงแดง จดทะเบียนมาตั้งแต่ปี 2516

ที่สุดทุกอย่างจึงจบลงด้วยดี !

แล้ว จากนั้น "กระทิงแดง" ก็โลดแล่นไปตามเกมธุรกิจ ที่ไม่เพียงจะทำให้ยอดขายทวีเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ หากในปี 2531 "เฉลียว" ยังได้ร่วมทุนกับ "มร.ดีทริช มาเดอชิทช์" ด้วยการนำ "Red Bull" ออกสู่ตลาดโลกซึ่งเรื่องนี้ "สุทธิรัตน์" ให้สัมภาษณ์นิตยสารฉบับเดียวกันว่า…

" ตอนแรกที่เรดบูลเข้าไปในตลาดยุโรป ซึ่งถือว่าเป็นตลาดที่หินที่สุด เพราะคนยุโรปไม่คุ้นเคยกับคำว่า energy drink ดังนั้น เมื่อกระทิงแดงคือสินค้าตัวแรกที่คนยุโรปรู้จัก เขาจึงรู้สึกงงๆ อยู่บ้าง ยิ่งเมื่อเขาเห็นคำว่า Produce of Thailand เขาก็ยิ่งงงเข้าไปอีก"

" อีกอย่างกระทิงแดงที่ขายในยุโรป และอเมริกามีรูปร่าง และรูปแบบแตกต่างไปจากที่ขายในเมืองไทย เพราะเมืองไทยจะคุ้นเคยกับเครื่องดื่มที่บรรจุในขวดทรงเหลี่ยมสีน้ำตาล แต่ในตลาดยุโรป และอเมริกา บรรจุภัณฑ์จะเป็นกระป๋องสีฟ้า ส่วนแถบเอเชียจะเป็นกระป๋องสีทอง กับสีแดง แต่ใช้ยี่ห้อเดียวกันคือเรดบูลทั้งหมด"

นอกจากมุมมองในเรื่องธุรกิจ "สุทธิรัตน์" ยังให้สัมภาษณ์พูดถึง "ป๋า" ของเธออีกว่า…

" ทั้งเนื้อทั้วตัวของป๋า ไม่มีเครื่องประดับอื่นเลย นอกจากนาฬิกาเรือนเดียวยี่ห้อราโด้ เสื้อผ้าก็ไม่ยอมซื้อ ไม่พกเงิน ป๋าชอบใช้ชีวิตเรียบง่ายๆ สมถะ แต่สิ่งที่ป๋าสอนลูกๆแบบไม่สอนเลยคือป๋าจะทำงานตลอดเวลา คือทำให้ลูกๆ เห็น"

" ซึ่งดิฉัน ก็เชื่อว่าลูกๆ ก็ได้รับอิทธิพลจากป๋ามาบ้าง และครั้งหนึ่ง มีมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเสนอชื่อที่จะมอบปริญญากิตติมศักดิ์ให้แก่ป๋า แต่ป๋ากลับปฏิเสธ และบอกเขาไปว่า ผมว่าไม่เป็นการยุติธรรมเลย เพราะผมไม่ได้เรียนมา จะไปเอาเปรียบกับคนที่เรียนมาได้อย่างไร"

นั่น เป็นตัวตนของ "เฉลียว" อย่างหนึ่ง ที่คนใกล้ชิดรู้จักเป็นอย่างดี ดังนั้น ไม่ว่าวันนี้ และวันหน้า ที่ชายปัจฉิมวัยจะมีอายุ 80 กว่าปีแล้วก็ตาม

แต่ ก็เชื่อได้ว่า "เฉลียว" คือบุคคลหนึ่ง ที่เขียนประวัติศาสตร์ธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังจนเป็นที่ประจักษ์ไปทั่วโลก ทั้งๆ ที่เขาจบเพียงชั้นประถม 4 เท่านั้นเอง

แต่สามารถสร้างตัว จนกลายเป็นมหาเศรษฐีอันดับที่ 292 ของโลก และมหาเศรษฐีอันดับ 2 ของประเทศไทย ด้วยการจัดอันดับจากนิตยสารฟอร์บส์ ในปี 2548

เป็น 2548 ที่เชื่อมโยงไปถึงปี 2549 ก็เชื่อได้ว่า "เฉลียว" คงมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นอีกมากมาย มากมายจนใครก็คาดไม่ถึงว่า ทำไมเขาถึงเป็นบุรุษผู้ซ่อนกายมาจนวันนี้

จนวันที่แทบไม่มีใครเคยเห็นร่างเงาของเขาเลย


บันทึกประวัติศาสตร์ โดย สมเกียรติ กาญจนชาติ วันที่ 25 มีนาคม 2555
http://www.facebook.com/note.php?note_id=329009330491219

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7_%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2



ความคิดเห็น

  1. ไม่ระบุชื่อ4 กันยายน 2555 10:48

    อาลัยรักป๋าเหลียว จากลูกของพ่อฉลวย. เพื่อนเก่าจากจังหวัดพิจิตร

    ตอบลบ

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

หน้าที่ของพระสงฆ์

พระพรหมเมธีเปลี่ยนไป๋ !

เปิดตำนาน...เทพเจ้าองค์แรก พระศิวะ...มหาเทพแห่งจักรวาล