วันอาทิตย์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2555

สุดยอด เมื่อคณะสงฆ์หลายวัด สมรู้ร่วมคิดกับนักการเมือง









สุดยอด เมื่อคณะสงฆ์หลายวัด สมรู้ร่วมคิดกับนักการเมืองจัดตั้งโครงการอบรมบ่มนิสัยให้หลงเชื่อว่าจานบินกำลังลงมาจอด จะเอาคนไปอยู่บนสรวงสวรรค์ โดยแลกกับเงินทองของประชาชน ให้ตายสิ มันมีอยู่จริงไหมนะ ไอ้จานบินพาคนไปขึ้นสวรรค์ อยู่บนนั้นไปตลอดไม่กลับมา ไปละทีเนี้ย ไปสวรรค์ไม่กลับมา
------------------------
ผมว่าหากติดตามข่าวอ้างอิงแล้ว คุณจะตกใจว่า เขาทำการฟอกเงิน หรือโกงเงิน หรือฮั่วประมูลโครงการพุทธพาณิชย์กันแน่
-----------------------
แต่ผมขอบอกเลยว่า มันเป็นโครงการฟอกเงิน โดยทำกันมานานแล้ว ไม่ใช่แค่วัดย่านปทุมฯ แต่มันเป็นกันทั่วทุ่ง เป็นกันจนผู้รับเหมาก็อยากสร้างวัดหรู่ๆ แล้วบอกว่ามหาเถรสมาคมต้องการให้เป็นเช่นนั้น แต่ความจริง มันก็แค่เครือข่ายคณะสงฆ์ที่ใช้ตำแหน่งหน้าที่ไปสู่การเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มนายทุนที่ต้องการฟอกเงินบ้าง ฮั่วประมูลการก่อสร้าง หรือฮั่วโครงการจัดซื้อจัดจ้างต่างๆ โดยถือเป็นการบริจาคให้วัด แล้วก็ให้นายทุนไปรับประมูลงาน แล้วก็ฮั่วกัน เพราะเขาเอาเงินไปบริจาคเยอะๆ มันไม่ออกดอกออกผล ต้องมีการใช้จ่ายของวัด วัดก็ให้นายทุนหรือพ่อค้าหน้าเดิมๆ จัดซื้อจัดจ้างบ้าง ก่อสร้างศาสนสถานบ้าง เงินมันมาจากไหน มันมาจากการบริจาคแบบไม่ลืมหูลืมตาไหม ความจริงมันมีคนเอาเงินก้อนไปฟอก ทำทีไปบริจาค แล้วก็มีโครงการนั้นโครงการนี้กัน แต่คราวนี้เล่นกันแบบนี้เลย ให้รัฐส่งเงินภาษีมาจัด เรียกว่า จะหาทางระบายเงินเช่น วัดครึ่งหนึ่งกรรมการครึ่งหนึ่ง ไอ้ครึ่งหนึ่งของวัดก็คือการระบายเงิน เพราะเขามีเงินที่จะต้องไปฟอก ไปซื้อของที่รอฮั่วประมูลกัน ซึ่งวันนี้ไม่รู้ทำไมจึงอยากพูดเรื่องนี้เหมือนกัน
.
และเดียวนี้นะ พระสงฆ์ไปรับบริจาคเงินที่รอฟอก เหมือนกับบิณฑบาตรับของเหลือเดน หรือของที่ไปเบียดเบียนหรือฉ้อโกงคนอื่นมาจากโจร แล้วโจรก็เอาไปบริจาค เพื่อให้โจรได้ระบายเงินที่ผิดกฏหมายอย่างถูกกฏหมาย แล้วทำไมนะในหลักพุทธศาสนาเขาก็สอนให้เราบูชาคนที่ควรบูชา สงเคราะห์คนที่ควรสงเคราะห์ แต่ทำไมพระจึงไม่ทำนะ ออกไปบิณฑบาตกับโจรบ้าง ไปขอเงินนักการเมืองฉ้อฉลบ้าง แล้วไง มันก็ไม่จบ กลายเป็นวงล้อของกรรมชั่วไปตามๆ กัน
-----------------------
สงสารพระที่ประพฤติปฏิบัติดีปฏิบัติชอบจริงๆ ที่ต้องทนดูพระชั่วพระเลวบางคณะจับมือกับนักการเมืองชั่วๆ นายทุนขี้ฉ้อทำให้พุทธศาสนาเสื่อมจริงๆ นักการเมืองที่มีในแผ่นดินมันรู้สึกว่าจะชั่วกันหมดจริงๆ วงการสงฆ์เลยเสื่อมไปด้วยเพราะไปรับของโจร ทั้งรู้ตัวและไม่รู้ตัว งานนี้เมื่อไรสังคมจะปฏิรูปกันให้รู้ว่าใครคือใคร ใครเลวใครชั่ว โอ้ย ปวดหัว วงการสงฆ์ วงการพระ รู้สึก วงการคนอย่างเราๆ จะด้อยโอกาสในการโกงกินเสียจริง ก็ขอให้วงการคนอย่างเราๆ โกงกินกันได้บ้างนะ ถ้าจะดี คิดแบบนอกกรอบสุดๆ เลยนะเนี้ย ประชดให้มันรู้กันไปเลยดีไหมนะ
Last edited by chanbaan on Thu May 13, 2010 8:05 am, edited 1 time in total.
สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) (นามเดิม: เกี่ยว โชคชัย) เป็นพระสงฆ์มหานิกาย ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม และเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ...

สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ ป.ธ.9) วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ (เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ, กรรมการมหาเถรสมาคม)
  1. สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวโร ป.ธ.9) วัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร (ธรรมยุต-กรรมการมหาเถรสมาคม)
  2. สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (วีระ ภทฺทจารี ป.ธ.9) วัดสุทัศนเทพวราราม (กรรมการมหาเถรสมาคม)
  3. สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม ป.ธ.9) วัดพิชยญาติการาม  (เจ้าคณะใหญ่หนกลาง, กรรมการมหาเถรสมาคม)
  4. พระพรหมเวที (สนิท ชวนปญฺโญ ป.ธ.9) วัดไตรมิตรวิทยาราม  (เจ้าคณะภาค 8, กรรมการมหาเถรสมาคม)
  5. พระพรหมวชิรญาณ (ประสิทธิ์ เขมงฺกโร ป.ธ.3) วัดยานนาวา (กรรมการมหาเถรสมาคม)
  6. พระพรหมสุธี (เสนาะ ปญฺญาวชิโร ป.ธ.6) วัดสระเกศ (เจ้าคณะภาค 12, กรรมการมหาเถรสมาคม)
  7. พระวิสุทธิวงศาจารย์ (วิเชียร อโนมคุโณ ป.ธ.9) วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ (เจ้าคณะภาค 7, กรรมการมหาเถรสมาคม)
  8. พระพรหมจริยาจารย์ (สงัด ปญฺญาวุโธ ป.ธ.7) วัดกะพังสุรินทร์ จังหวัดตรัง (เจ้าคณะใหญ่หนใต้)
  9. พระพุทธวรญาณ (ทอง สุวณฺณสาโร ป.ธ.6) วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม (เจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตร)
  10. พระธรรมวโรดม (สมเกียรติ กิตฺติวฑฺฒโน ป.ธ.9) วัดทินกรนิมิต จังหวัดนนทบุรี (เจ้าคณะภาค 9)
  11. พระพรหมเมธี (จำนง ธมฺมจารี) วัดสัมพันธวงศาราม (ธรรมยุต-เจ้าคณะภาค 4-5-6-7, กรรมการมหาเถรสมาคม)
  12. พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม ป.ธ.9) วัดสามพระยา  (เจ้าคณะภาค 14, กรรมการมหาเถรสมาคม)
  13. พระพรหมโมลี (สุชาติ ธมฺมรตโน ป.ธ.9) วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ (เจ้าคณะภาค 5)
  14. พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) วัดสระเกศ (เจ้าคณะภาค 10)
  15. พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.9) วัดราชโอรสาราม (ราชบัณฑิต)
  16. พระธรรมราชานุวัตร (สุทัศน์ สุทสฺสโน ป.ธ.6) วัดพระแก้ว จังหวัดเชียงราย (เจ้าคณะภาค 6)
  17. พระธรรมเจดีย์ (ประกอบ ธมฺมเสฏฺโฐ ป.ธ.9) วัดกัลยาณมิตร  (เจ้าคณะภาค 13)
  18. พระธรรมปริยัติเวที (สุเทพ ผุสสฺธมฺโม ป.ธ.9) วัดพระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม  (เจ้าคณะภาค 15)
  19. พระธรรมปิฎก (ชวลิต อภิวฑฺฒโน ป.ธ.9) วัดพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี (เจ้าคณะจังหวัดสระบุรี)
  20. พระธรรมรัตนดิลก (เชิด จิตฺตคุตฺโต ป.ธ.9) วัดสุทัศนเทพวราราม (เจ้าคณะภาค 4)
  21. พระธรรมโกศาจารย์ (ประยูร ธมฺมจิตฺโต ป.ธ.9) วัดประยูรวงศาวาส (เจ้าคณะภาค 2, กรรมการมหาเถรสมาคม)
  22. พระธรรมธีรราชมหามุนี (เที่ยง อคฺคธมฺโม ป.ธ.9) วัดระฆังโฆสิตาราม (เจ้าคณะภาค 11)
  23. พระธรรมวิมลโมลี (รุ่น ธีรปญฺโญ ป.ธ.9) วัดชลประทานรังสฤษฎ์ จังหวัดนนทบุรี (เจ้าคณะภาค 17)
  24. พระธรรมปริยัติโมลี (อาทร อินฺทปญฺโญ ป.ธ.9) วัดบพิตรพิมุข  (เจ้าคณะภาค 3)
  25. พระธรรมวงศาจารย์ (นิมิต ทนฺตจิตฺโต ป.ธ.4) วัดโคกสมานคุณ จังหวัดสงขลา (เจ้าคณะภาค 18)
  26. พระเทพสุธี (สงคราม อสิญาโณ ป.ธ.9) วัดไตรธรรมาราม จังหวัดสุราษฎร์ธานี (เจ้าคณะภาค 16)
  27. พระเทพรัตนสุธี (สมศักดิ์ โชตินฺธโร ป.ธ.5) วัดเขียนเขต จังหวัดปทุมธานี (เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี)
  28. พระราชวิสุทธิเวที (สายชล ฐานวุฑฺโฒ ป.ธ.9) วัดชนะสงคราม (เจ้าคณะภาค 1)
  29. คณะสงฆ์จังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ
ผู้รับผิดชอบโครงการ
  1. คณะสงฆ์ทั้งแผ่นดิน
  2. คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร
  3. วัดพระธรรมกาย และมูลนิธิธรรมกาย
  4. สมาคมกำนัน ผู้ใหญ่บ้านแห่งประเทศไทย
  5. ชมรมพุทธศาสตร์สากล ในอุปถัมภ์สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์
ผู้อุปถัมภ์โครงการ
พระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ประธานมูลนิธิธรรมกาย
 ข้อมูล http://forum.serithai.net/viewtopic.php?f=2&t=22611

ข้อมูลความมั่นคงสถาบันพระศาสนา ที่ต้องศึกษาด่วน ที่ http://picasawebcothssomkiert.blogspot.com/2012/03/blog-post_06.html


12 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ12 มีนาคม 2555 07:40

    เมือพุทธ ???

    ตอบลบ
  2. เป็นเรื่องน่าเศร้าใจกับเรื่องแบบนี้ โดยส่วนตัวยึดถือธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็นหลักปฏิบัติโดยไม่ยึดติดกับพระภิกษุสงฆ์รูปหนึ่งรูปใด และเลือกทำบุญตามควรแก่โอกาสและฐานะ และจะไม่ทำบุญกับพระหรือวัดที่เรี่ยไรเงินเพื่อสร้างศาสนวัตถุราคาแพงๆเกินความจำเป็น

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ขออนุโมทนาครับ ที่เข้าศึกษาข้อมูล โดยมีมหาสติและมหาปัญญา โดยแท้ ผมคิดว่าเป็นหน้าที่ที่ ชาวพุทธทุกท่านควรหาทางแก้ไข อย่าเศร้าครับ เพราะผมเศร้ามามากแล้วครับ

      ลบ
  3. ขอบคุณมากครับ ที่ชี้แนะทำให้ดวงตาเห็นธรรมที่ถูกต้องสมบูรณ์ เข้าถึงแก่นธรรมโดยแท้

    ตอบลบ
  4. -ขอขอบพระคุณอย่างยิ่งที่ช่วยชี้แนะ ทำให้ดวงตาเห็นธรรม ได้องค์ความรู้เกิดปัญญา คิดอยู่เหมือนกันแต่ไม่มีข้อมูลความเชื่อมโยงและโครงสร้างในรายละเอียด ชัดเจนมากครับ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ขออนุโมทนาครับ ช่วยพระศาสนา ด้วยการแบ่งปันข้อมูลเพื่อการศึกษา ครับ

      ลบ
  5. มีแต่คนห่มผ้าเหลือง....ทำมาหากินกับศรัทธาของผู้เลื่อมใส
    ดังนั้น ตามที่ท่านกล่าว "ตนแลเป็นที่พึ่งแห๋งตน" น่ะดีที่สุดแล้ว
    แต่ก็ต้อง มี"ผู้ชี้แนะ"ด้วยสิคะถึงจะเดินไปในทางที่ถูกได้
    ...
    ขอบคุณในคำแนะนำค่ะ

    ตอบลบ
  6. -___-.....แย่จัง..
    พอรู้ข้อมูลในเรื่องนี้บ้างค่ะ..แค่ไม่รู้รายละเอียดบุคคล..
    อาศัยว่า "เหลี่ยม" และ พรรคพวก ไปหา "คนห่มผ้าเหลือง" คนไหนบ่อยๆ ก็จะเข้าใจได้..
    ดังคำท่านว่า "ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน"....แต่ก็ยังต้องการ "คนชี้แนะ"
    ในการให้ความรู้เกี่ยวกับธรรมมะน่ะค่ะ

    ตอบลบ
  7. ในความเห็นส่วนตัว ควรไปกราบ สมเด็จพระวันรัต และ พระเทพสารเวที่ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ณ.วัดบวรนิเวศ ครับ

    ตอบลบ
  8. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  9. พระอักษรและพระวรธรรมคติ สมเด็จพระสังฆราช กฎแห่งกรรม ผู้เป็นภัยสถาบันพระศาสนา ? ธรรมะไชโย ประกาศเป็นลายลักษณ์อักษรก็เพื่อเตือนให้รู้ทั่วกันว่า ผู้ต้องอาบัติปาราชิกนั้นไม่ใช่พระในพุทธศาสนา เป็นเพียงผู้นำผ้ากาสาวพัตร์ไปครอง เป็นพระปลอม ต่อจากนั้นย่อมเป็นหน้าที่โดยตรงของผู้รักษากฎหมาย หรือของผู้มีหน้าที่ในการพุทธศาสนา จะต้องรักษาพระพุทธศาสนาไม่ให้มีพระปลอมมาทำลาย ทำให้เสื่อมเสีย เช่นที่ผู้รักษากฎหมายเคยทำมาแล้ว เคยบังคับให้เป็นผู้ปลอมเป็นพระ ถอดผ้ากาสาวพัตร์ออกจากตัว การปฏิบัติต่อพระปลอมต้องไม่มีแตกต่างกัน ต้องไม่มียกเว้นว่า คนนั้นปลอมได้คนนี้ปลอมไม่ได้ เป็นพระปลอมมีอยู่ในพุทธศาสนาไม่ได้ทั้งนั้น ประกาศนั้นเป็นคำบอกเล่าเป็นคำเตือนให้รู้ เป็นเรื่องส่วนตัวไม่เกี่ยวข้องกับมหาเถรฯไม่บังคับให้เชื่อ ไม่บังคับใครให้ทำอะไร แสดงความถูกผิดให้ปรากฏอยู่เท่านั้น ในฐานะที่เป็นประมุขแห่งสงฆ์ในพระพุทธศาสนา จึงต้องทำหน้าที่ส่วนตนให้เรียบร้อยถูกต้อง บอกความจริงด้วยความหวังดีมิได้บังคับ จงเข้าใจทั่วกัน" ข้อมูลผู้ทำลายพระศาสนา ที่ http://picasawebcothssomkiert.blogspot.com/2011/11/blog-post_21.html

    ตอบลบ
  10. ไม่ระบุชื่อ19 มิถุนายน 2555 18:50

    กาลามสูตร คือ พระสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ชาวกาลามะ หมู่บ้านเกสปุตติยนิคม แคว้นโกศล (เรียกอีกอย่างว่า เกสปุตติยสูตร หรือเกสปุตตสูตร ก็มี[1]) กาลามสูตรเป็นหลักแห่งความเชื่อที่พระพุทธองค์ทรงวางไว้ให้แก่พุทธศาสนิกชน ไม่ให้เชื่อสิ่งใด ๆ อย่างงมงายโดยไม่ใช้ปัญญาพิจารณาให้เห็นจริงถึงคุณโทษหรือดีไม่ดีก่อนเชื่อ มีอยู่ 10 ประการ ได้แก่

    อย่าเพิ่งเชื่อตามที่ฟังๆ กันมา
    อย่าเพิ่งเชื่อตามที่ทำต่อๆ กันมา
    อย่าเพิ่งเชื่อตามคำเล่าลือ
    อย่าเพิ่งเชื่อโดยอ้างตำรา
    อย่าเพิ่งเชื่อโดยนึกเดา
    อย่าเพิ่งเชื่อโดยคาดคะเนเอา
    อย่าเพิ่งเชื่อโดยนึกคิดตามแนวเหตุผล
    อย่าเพิ่งเชื่อเพราะถูกกับทฤษฎีของตน
    อย่าเพิ่งเชื่อเพราะมีรูปลักษณ์ที่ควรเชื่อได้
    อย่าเพิ่งเชื่อเพราะผู้พูดเป็นครูบาอาจารย์ของตน

    ตอบลบ

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ