วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2558

กรรมของทรราชย์ในผ้าเหลือง พศ.2558

ยึดทรัพย์ !

ธัมมชโย-บริวาร และสหกรณ์มงคลเศรษฐี

ดีเอสไอระบุอีกไม่กี่วันรู้ผล

 

อา..ถ้าเป็นจริงก็เจ็บปวดรวดร้าวยิ่งนัก ในชีวิตของท่านธัมมชโย ซึ่งถือว่าเป็นนักบวช "นัมเบอร์วัน" ของเมืองไทยในเวลานี้ ขณะที่กำลังแสดงบทบาท"เซ๊นต์-เซียน" หรือ "ผู้วิเศษ" สวมบทบาทศาสดาพยากรณ์ มองทะลุโลกที่ละสามมิติโชว์เด็กๆ อนุบาลในฝันอยู่นั้น ก็ถูกกระชากหน้ากากออก กลายเป็นคนแก่ตาฝ้าฟาง มองไม่เห็นแม้กระทั่งชื่อ "ศุภชัย" ว่าเป็นใคร ทั้งๆ ที่รับเงินส่วนตัวโดยตรงมาร่วมพันล้าน เป็นเรื่องเหลือเชื่อ ยิ่งกว่าชีวิตในปรโลกของ..สตีฟ จ็อปส์

 

 

จาก..ไปตามเจ้าของบุญ เจ้าของบ้าน มาอยู่ใกล้หลวงพ่อ

สู่..หลวงพ่อกำลังจะตามไปอยู่กับเจ้าของบุญ เจ้าของบ้าน

แต่อยู่ที่ไหนก็ยังไม่รู้ อิอิ !

 

 

 

กดทีเดียวได้สองเด้ง ทั้งแพ่งและอาญา

 

 

จ่อยึดทรัพย์คนเอี่ยวรับเช็ค "ศุภชัย" โยงธรรมกาย

เมื่อวันที่ 6 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะทำงานคดียักยอกทรัพย์กรมสอบสวนคดี นำโดยพ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 3 พร้อมด้วยพ.ต.ท.ปกรณ์สุชีวกุลหัวหน้าชุดติดตามร่องรอยทางการเงินวัดพระธรรมกาย ร่วมกันแถลงความคืบหน้าภายหลังการประชุมคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น ครั้งที่ 4/2558 ว่า จากการตรวจสอบเส้นทางเงิน ตั้งแต่ปี 2552-2555 พบว่ามีการสั่งจ่ายเช็คในนามสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นไปยังบุคคลและนิติบุคคลต่าง ๆ จำนวน 878 ฉบับ เป็นเงินกว่า 1 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น 6 กลุ่ม คือกลุ่มวัดพระธรรมกาย 43 ฉบับ มูลค่า 932 ล้านบาท กลุ่มญาติธรรมและบุคคลใกล้ชิดนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น 27 ฉบับ มูลค่า 348 ล้านบาท กลุ่มบริษัทเอสดับบลิวโฮลดิ้ง จำกัด และนายสถาพร วัฒนาศิริกุล 12 ฉบับ มูลค่า 272 ล้านบาท กลุ่มสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน มงคลเศรษฐี 3 ฉบับ มูลค่า 46 ล้านบาท กลุ่มนายวัฒน์ชานนท์ นวอิสรารักษ์ นายจีรเดช วรเพียรกุล และสหกรณ์เครดิตยูเนียนรัฐประชา 135 ฉบับ มูลค่า 2,566 ล้านบาท และกลุ่มนิติบุคคลเงินโอนภายในประเทศและต่างประเทศ เงินสด แคชเชียร์เช็ค โอนผ่านอินเตอร์เน็ต ถอนระบบ ECS จำนวน 658 ฉบับมูลค่า 7,203 ล้านบาท

พ.ต.ท.ปกรณ์ กล่าวว่า จะมีการยึดทรัพย์ผู้ที่เกี่ยวข้องอีกเพิ่มเติมในเร็ว ๆ นี้ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ส่วนกรณีที่นายศุภชัย แถลงข่าวเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ไม่มีผลเกี่ยวโยงกับการสอบสวนของดีเอสไอ ถือเป็นแค่พยานหลักฐานอย่างหนึ่งเท่านั้น โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษได้จัดชุดติดตามเส้นทางการเงินของนายศุภชัย ภายหลังจากที่มีการเซ็นเช็คไปว่า มีเงินกลับคืนนายศุภชัยมากน้อยเพียงใด ซึ่งเบื้องต้นพบว่า มีเงินกลับเข้ามาที่นายศุภชัยจริง ทั้งนี้ในสัปดาห์หน้าดีเอสไอกำหนดเรียกบุคคลรายสำคัญที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มวัดพระธรรมกายเข้าให้ปากคำเป็นกลุ่มแรก คือ พระครูปลัดวิจารย์ ธีรังกุโร เข้าให้ปากคำวันที่ 9 มี.ค. เวลา 10.00 น. พระธัมมชโย วันที่ 10 มี.ค.เวลา 10.00 น. พระมนตรีสุตาภาโส วันที่ 11 มี.ค.เวลา 10.00 น. และนายสถาพร (อดีตพระ) วันที่ 13 มี.ค.เวลา 14.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการแถลงข่าวนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ได้นำผู้เสียหายสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ นับร้อยคน ยื่นหนังสือถึงนางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีดีเอสไอเพื่อขอให้ดำเนินคดีข้อหาฟอกเงินกับนายศุภชัยและผู้เกี่ยวข้องที่มีชื่อรับโอนเงิน ที่ได้จากการยักยอกทรัพย์สหกรณ์ฯ พร้อมขอให้ดีเอสไอยื่นคำร้องขอถอนประกันนายศุภชัย เนื่องจากคดีมีผู้เสียหายและมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก

 

ที่มา : เดลินิวส์
7 มีนาคม 2558

 

 

เนชั่นชี้ !

มีเช็คลับ ! พันวัดธรรมกาย

สาธยายต้นธาตุต้นธรรมที่นำปัญหามาสู่ธัมมชโย

 

 

กดที่ภาพเพื่อชม

 

ที่มา : เนชั่น
7 มีนาคม 2558

 

 

สตง.กระแอม !

คดีเจ้าคุณเหนาะยังไม่ทันจบ

ดังนั้น อย่าเพิ่งนับศพทหาร

 

เออแหม..นึกว่าลืมพี่ไปแล้วสิน้อง กำลังดีใจแทบแย่อยู่ ที่จู่ๆ ธรรมกายก็โหมโรงลิเกเสียงดังกว่าวัดสระเกศ ผู้คนพากันหันไปมองธัมมชโยกันหมด พี่เหนาะก็เลยยิ้มว่า "กูรอดแล้ว" ว่าจะใช้วิชาตีนแมวเลี่ยงตัวเองออกจากกระแสซักกะหน่อย แต่หนอย ที่ไหนได้ สตง.ดันออกมาดักคอว่า "อย่าไปไหน ยังไม่เคลียร์" แหมแบบนี้ก็เก๊กซิมสิฮะ

 

ยังรั้งตำแหน่งคู่กับธัมมชโย

 

สตง.ยืนยัน เจ้าคุณเสนาะใช้เงินหลวงผิดวัตถุประสงค์ชัดเจน

ด้านนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวว่า กรณีเงินอุดหนุนวัดสระเกศ จำนวน 67 ล้านบาทนั้น ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนสรุปรวบรวมพยานหลักฐาน ว่านำไปใช้จ่ายในลักษณะใด ซึ่งในขั้นต้นพบว่าการใช้จ่ายไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ เพราะยังมีความเคลือบแคลงใจในหลักฐานประกอบการใช้จ่าย เพราะเงินของวัดมีที่มาจากหลายส่วน คำชี้แจงยังมีข้อพิรุธ โดยเฉพาะเรื่องโต๊ะหมู่บูชาที่ความเป็นจริงแล้วมีเจ้าภาพในการจัดหา ซึ่งจะขอให้ผู้รับผิดชอบส่งเงินคืนจำนวนดังกล่าวคืน เนื่องจากหากมีผู้เป็นเจ้าภาพจัดหา ก็ไม่ควรที่จะใช้เงินงบประมาณในส่วนของเงินแผ่นดิน

 

ที่มา : มติชน
7 มีนาคม 2558

 

ถอนฟืนออกจากกองไฟ !

ไพบูลย์ประกาศ

ยุบกรรมการปฏิรูปพระพุทธศาสนา

ถอนตัวออกมา ดีกว่าเดินหน้า แล้วพากันพัง

 

เออ..แบบนี้สิ สติต้องมา ปัญญาจึงเกิด จะทำงานเพื่อบ้านเมือง อย่าเอาอัตตาอนัตตามาเป็นที่ตั้ง ต้องขอชื่นชมด้วยใจจริงเลย ไม่ว่าฝ่ายไหน แต่ขอให้มีธรรมะเถิด มองเห็นประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติศาสนาเป็นที่ตั้ง สุดท้ายแล้วมันต้องมีทางออกจนได้ นักปราชญ์ท่านกล่าวว่า "ยอมไม่เป็น เย็นไม่ได้" วันนี้  เมื่อคุณไพบูลย์และกรรมการยอมยุบตัวเอง บ้านเมืองก็เย็นลงทันตาเห็น เป็นเรื่องที่ควรแก่การชื่นชม

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ