วันพุธที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2558

ฟ้าผ่าทรรายช์ในผ้าเหลืองและพวก!

ฟ้าผ่าธรรมกาย !

ดีเอสไอออกหมายเรียกธัมมชโย
หากเรียกแล้วไม่มาก็จะออก..หมายจับ

อา..ถือว่าเป็นข่าวใหญ่ รับกับเทศกาล "มาฆบูชา" ของปีนี้เลยเชียวล่ะ และต้องถือว่าเป็นคดีที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึก เมื่อบุคคลระดับ "ผู้นำพุทธโลก" นัมเบอร์วัน นาม "ธัมมชโย"ต้องเฉียดคุกเฉียดตะราง เพราะเรื่องเงินๆ ทองๆ ของอนามาส รับเช็คเงินสดร่วมๆ พันล้าน สั่งจ่ายในนามของตนเอง แต่กลับตะแบงว่า "ไม่รู้จักศุภชัยคนจ่าย" มันเป็นเรื่องที่ถ้าไม่อัจฉริยะก็ต้องเอ๋อ หลอกเด็กอนุบาลในฝันน่ะคงได้ แต่หลอกดีเอสไอคงยาก หากคดีมีมูลให้เชื่อได้ว่า "ท่านธัมมชโยมีส่วนรู้เห็นในการฉ้อโกงเงินสหกรณ์คลองจั่น" เมื่อนั้นก็กลายเป็นคดีอาญา ยอมความมิได้ แถมคดีนี้มิเหมือนคราวก่อนที่ญาติโยมของท่านยินยอมถวายที่ดินในนามส่วนตัว จะโอนหรือมิโอนก็ไม่ติดใจ คืนเงินแล้วก็ไม่เอาความ แต่ครั้งนี้สมาชิกคลองจั่นเขามิใช่กัลยาณมิตรวัดธรรมกาย ประวัติศาสตร์จึงไม่ยอมหมุนซ้ำกับรอยเดิม ถึงคืนเงินแล้วก็ไม่สามารถยอมความได้ อาจารย์ของสตีฟ จ็อปส์ จะเข้าคุกเข้าตะรางก็ไม่มีใครรู้ สาธุ ขอให้รัฐธรรมนูญเสร็จไวๆ เถิด จะได้เลือกตั้งโดยเร็ว !

 

 

‘DSI’ หมายเรียก ‘ธัมมชโย’ แจงเงินบริจาคเครดิตยูเนี่ยน

ดีเอสไอออกหมายเรียก“ธัมมชโย”พร้อมเครือข่ายพระวัดธรรมกายเข้าให้ปากคำปมรับเช็คเงินบริจาคจากการยักยอกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯเริ่มสอบปากแรก 10 มี.ค.นี้

วันที่ 4 มี.ค. 58 พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนในคดี นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตผู้บริหารสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น กับพวก 8 คน ยักยอกทรัพย์ สหกรณ์ฯมูลค่าความเสียหายกว่า 16,000 ล้านบาท เปิดเผยว่า คดีนี้พนักงานอัยการสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมในประเด็นรายละเอียดของการสั่งจ่ายเช็คเป็นรายฉบับ รวม 878 ฉบับ ซึ่งดีเอสไอตรวจพบเส้นทางการเงินมีการโอนเช็คกว่า 800 ล้านบาท บริจาคให้กับวัดพระธรรมกาย ล่าสุด เมื่อเย็นวันที่ 3 มี.ค. ที่ผ่านมา ตนได้ออกหมายเรียก "พระธัมมชโย" และกลุ่มพระในวัดพระธรรมกาย ที่มีรายชื่อปรากฎรับเช็คจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน โดยมีการจัดลำดับการเข้าให้ปากคำ เริ่มจากวันที่ 10 มี.ค. นี้ เป็นต้นไป นอกจากนี้ยังออกหมายเรียกนิติบุคคล บริษัท ห้างร้าน ที่มีชื่อรับเช็คจากสหกรณ์ฯ ในช่วงปี 52-55 ที่นายศุภชัยเป็นประธานกรรมการบริหารสหกรณ์ฯและเป็นผู้สั่งจ่ายให้ เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนดีเอสไอด้วย

ด้าน พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล หัวหน้าพนักงานสอบสวนชุดตรวจสอบความเชื่อมโยงทางการเงินระหว่างสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯกับวัดพระธรรมกาย กล่าวว่า ในการเรียกสอบพระธัมมชโย ของพนักงานสอบสวนดีเอสไอชุดเก่า ยังไม่ได้สอบในส่วนที่พระธัมมชโยมีชื่อรับเช็คด้วยตนเอง พระธัมมชโยจึงไม่ได้มาด้วยตนเอง แต่ส่งทนายมาแทน แต่ครั้งนี้ ต้องการสอบในส่วนที่พระธัมมชโยมีชื่อรับเช็คเอง จึงเรียกพระธัมมชโยเข้าให้ปากคำด้วยตนเอง

สำหรับเช็คที่ตรวจสอบพบ นายศุภชัยอ้างว่าบริจาคให้วัดพระธรรมกาย มี 15 ฉบับ มูลค่ากว่า 800 ล้านบาท โดยพนักงานสอบสวนดีเอสไอชุดเดิมสรุปไว้ว่า พระธัมมชโยยอมรับว่ารับเช็ค 13 ฉบับ จากการตรวจสอบพบเช็คบางฉบับ มีการสลักหลังและโอนเงินหลักร้อยล้านบาทกลับไปยังบัญชีบุคคลอื่นแทน ทั้งนี้ รายชื่อกลุ่มพระที่มีชื่อเป็นผู้รับโอนเงินจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ อาทิ พระวิรัช 100 ล้านบาท พระมนตรี 100 ล้านบาท พระครูปลัดวิจารณ์ฯ 119 ล้านบาท

พระพุทธะอิสระ แถลงจุดยืนต่อพุทธศาสนิกชน มาทำบุญวันมาฆะ ที่วัดอ้อน้อย เดินหน้าต้านธัมมชโยผ่านไปรษณียบัตร ประกาศจะตามไปทุกที่จี้ทุกหน่วยงาน ลั่นถ้าไม่สามารถบังคับให้สึกได้ จะลาสิกขาทันที...

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ มี.ค.58 ที่ศาลาปฏิบัติธรรม วัดอ้อน้อย อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ในงานวันมาฆบูชา มีพุทธศาสนิกชนเดินทางมาร่วมทำบุญในวันมาฆบูชากันอย่างคับคั่ง โอกาสนี้พระพุทธะอิสระ ได้แถลงจุดยืน พร้อมเดินหน้าต่อวอนพุทธศาสนิกชน ร่วมระดมช่วยกระจายความผิดของพวกวัดธรรมกายที่เข้ามาเกาะกินพระธรรมวินัย ระดมเขียนไปรษณียบัตร เขียนต่อต้าน เราไม่เอา ธรรมกาย เราไม่เอา ธัมมชโย เราไม่เอา มหาเถรสมาคม เราเอา พระธรรมวินัยเพื่อส่งไปยังสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมยื่นข้อเสนอชี้ทิศทางของพระสงฆ์ไทย อย่าให้พระสงฆ์ที่ไม่ดี มาอาศัยกินข้าววัดชาวบ้าน ในมหาวิทยาลัยสงฆ์ ควรสอนแต่เรื่องพระธรรมวินัย

นอกจากนี้ พระพุทธะอิสระ ยังได้กล่าวถึงกรณีการให้ยกเลิกคณะกรรมการปฏิรูปฯ พระพุทธศาสนา ในวันที่ 12 มี.ค.นี้ พระพุทธะอิสระยังได้ประกาศอีกว่า จะตามไปทุกที่ ไม่ได้ไปก่อกวนแต่จะไปเพื่อให้ความรู้ชี้แนะ และจะตามจี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถ้ายังไม่สามารถบังคับให้พระธัมมชโย วัดธรรมกาย สึกได้ ตนจะลาสิกขาเพราะละอายตนเองที่ไม่สามารถช่วยรักษาพระธรรมวินัยได้ ชีวิตนี้ทุ่มทั้งชีวิต เพื่อรักษาพระธรรมวินัย เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แต่ไม่ฝักใฝ่การเมือง ไม่เคยเป็นหมาเชื่องๆ ให้ใครมาจูงจมูก ทั้งนี้ พระพุทธะอิสระ ยังทิ้งท้ายว่า ที่ผ่านมาไม่เคยพูดเรื่องไม่จริง รวมถึงฝากถึงสาธุชน ว่า อย่าปล่อยให้ฉัน ตายคนเดียว

 

 

 

ที่มา : ไทยรัฐ
5 มีนาคม 2558


 

 

ภายในสัปดาห์นี้ !

อสส. เริ่มรื้อคดีธัมมชโย

กรณีคืนทรัพย์สินโดยไม่ต้องปาราชิก ปี 49

สมัยแม้วเยือนสภาธรรมกายสากล

 





 


 

เมื่อท่านเล่นการเมือง การเมืองก็จะเล่นท่าน

 

"ธัมมชโยต้องคดี ปี 42" ล่วงมาจนถึงมือของนักการบริหารการจัดการนัมเบอร์วันของประเทศไทย "ทักษิณ ชินวัตร" ต้องตัดสินใจว่า "จะปล่อยให้ธัมมชโยตายหรือให้รอด"เพราะเหลือสอบพยานอีก 2 ปากเท่านั้นก็ฟันธงได้แล้ว โดยรวมพยานหลักฐานมัดแน่นว่า"ธัมมชโยผิด" มองในมุมแรก ถ้าปล่อยให้ตายก็เสียดายความคิด รวมทั้งเสียดายฝีมือหรือสิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่ยิ่งใหญ่ระดับอาณาจักร ถ้าทำลายก็กลายเป็นศูนย์ มุมมองที่สอง ถ้าไว้ชีวิตก็อาจจะใช้ "ธัมมชโยและธรรมกาย" ในทางสร้างสรรค์ได้มากกว่านี้ (สร้างอย่างไรค่อยเอาไว้ทีหลัง) ทักษิณคิดไม่เหมือนใคร นั่นจึงเป็นที่มาของการ "ถอนฟ้องธัมมชโย" ในเดือนสิงหาคม 2549 และก็ได้ผลดียิ่ง เมื่อธัมมชโย (ราชสีห์) ที่ถูกจองจำมานานปี ได้รับการกัดเชือกปล่อยโดยอัยการ (หนู) ซึ่งมีคำสั่งอย่างไม่เป็นทางการกำกับ นั่นคือคาถา"สมานฉันท์" ไม่ต้องการเห็นบ้านเมืองแตกแยกรุนแรงอีกต่อไป (เหมือนนโยบายของรัฐบาลแม้วช่วงถูกพันธมิตรรุมสกรัม) ราชสีห์ที่ชื่อธัมมชโยเมื่อเป็นอิสระแล้ว ก็ช่วยแม้วเต็มที่ หนุนหนำในการเลือกตั้งจนพรรคเพื่อไทยชนะถล่มทลาย ถึงแม้วจะกลับไทยไม่ได้ แต่น้องสาวยิ่งลักษณ์ได้ขึ้นครองอำนาจสูงสุดในประเทศไทย เกมพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสของทักษิณในครั้งนั้นจึงถือว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ ที่คนทั่วไปคิดไม่ถึง ความเกี่ยวพันระหว่าง"ธรรมกาย" กับ "เพื่อไทย" นั้น การันตีโดย นพ.แหวง โตจิราการ ได้เขียนระบุลงในเฟสบุ๊คว่า "การมุ่งมั่นลายวัดพระธรรมกายนั้น ถือว่าเป็นการทำลายฐานที่มั่นของ นปช. ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อย่างชัดเจน" ก็คงชัดเจนยิ่งกว่ากลางวันแสกๆ แล้ว ไม่ต้องพึ่งพาพระอรรถกถาจารย์ช่วยอธิบายอะไรต่อไป

สรุปได้ว่า คดีธรรมกาย-ธัมมชโยนั้น เริ่มต้นก็เป็นเพียงอธิกรณ์ หรือคดีทางสงฆ์ คือทางศาสนา ต่อมาได้พัฒนาขึ้นเป็น คดีการเมือง จนทุกวันนี้ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ หากธรรมกาย-ธัมมชโยจะโวยวายว่า "ถูกการเมืองกระทำ" ก็จะมีเสียงตอบโต้ว่า "ก็คุณเล่นการเมืองก่อนมิใช่หรือ อยู่ในผ้าเหลืองแต่เล่นการเมือง พอถูกการเมืองเล่นเอาบ้าง โวยวายทำไม" นั่นนะสิ จะโวยวายทำไม ?

 

ไม่อยากเป็นใหญ่ ไม่เล่นการเมือง

 

คาด อสส. สั่งคดีธรรมกายภายในสัปดาห์นี้

เมื่อวันที่ 4 มี.ค.นี้ นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยความคืบหน้ากรณี พระพุทธอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีอัยการถอนฟ้องคดีและขอให้รื้อฟื้นคดีพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายฐานยักยอกทรัพย์วัดพระธรรมกาย ขึ้นมาพิจารณาใหม่อีกครั้ง ว่า ภายหลังที่พระพุทธอิสระได้ยื่นหนังสือต่อ อสส.เมื่อวันที่ 3มี.ค.แล้วนั้น เบื้องต้นพนักงานอัยการได้ทำบันทึกรับเรื่องร้องเรียนไว้เป็นหลักฐานก่อนจะนำเอกสารเสนอไปยัง อสส.เพื่อให้พิจารณาสั่งการต่อไป ซึ่งคงจะต้องรอดูก่อนว่า อสส.จะมีคำสั่งให้ดำเนินการอย่างไรบ้างและให้ใครเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนจะมีการตั้งเป็นคณะทำงานอัยการขึ้นพิจารณาเรื่องนี้หรือไม่นั้นขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ โดยคงจะต้องรอคำสั่งจาก อสส.ก่อน ซึ่งคงจะต้องใช้เวลาระยะหนึ่งอย่างไรก็ตามปกติแล้วการพิจารณาเรื่องต่าง ๆ ของ อสส.เป็นไปด้วยความรวดเร็ว คาดว่าน่าจะพิจารณา และมีคำสั่งภายในสัปดาห์นี้

 

ที่มา : เดลินิวส์
4 มีนาคม 2558


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ