ความจริงที่รัฐบาลต้องรับ


วันศุกร์ ที่ 14 ตุลาคม 2554
Posted by Anonym , ผู้อ่าน : 1147 , 11:21:11 น.
หมวด : การเมือง 

 พิมพ์หน้านี้ 
  โหวต 1 คน

สาเหตุที่น้ำท่วมรุนแรงมาก
  เคยคิดกันไหมครับ ทำไมปีนี้ น้ำท่วมถึงรุนแรงขนาดนี้ ทำไมท่วมกันถึง 2 - 3 ม. ทำไมน้ำแรงจน คันกั้นน้ำ ประตูน้ำ พังกันเป็นแถบๆ ผมไปหาข้อมูล มาวิเคราะห์ให้รับทราบกันครับ โดยผมใช้ข้อมูลจากเฉพาะเขื่อนภูมิพลเพราะ เป็นเขื่อนที่ส่งผลกระทบที่สุดตอนนี้ เริ่มจาก
ปริมาณน้ำฝนของปี 2009 - 2011 จาก มกราคม ถึง กันยายน หน่วย มม.
ภาค/ปี200920102011
เหนือ1048.4010821541.4
อีสาน13741249.61502.5
กลาง1256.41120.81331.6
ตะวันออก1744.91491.31804.5
ใต้ฝั่งตะวันออก954763.71486
ใต้ฝั่งตะวันตก2278.61787.72394.8
รวม8656.37495.110060.8

  สังเกตนะครับ ปริมาณน้ำฝนในเดือน มกราคม ถึง กันยายน จะเห็นว่า ปีนี้มากกว่า ปี 2009-2010 อยู่พอสมควรเลยครับ ต่อมาผมบีบช่วงให้แคบเข้านะครับ มาดูปริมาณน้ำช่วงหน้าฝนกันครับ
ปริมาณน้ำฝนของปี 2009 - 2011 จาก มิถุนายน ถึง กันยายน หน่วย มม.
ภาค/ปี200920102011
เหนือ744.7906.51057.5
อีสาน930990.21184
กลาง792.1908.8849.5
ตะวันออก1161.41130.21335.3
ใต้ฝั่งตะวันออก419.1514.8542.7
ใต้ฝั่งตะวันตก14511327.11501.7
รวม5498.35777.66470.7

   สังเกตนะครับ ช่วงหน้าฝน เดือน มิถุนายน ถึง กันยายน ก็ยังเห็นได้ว่า ปริมาณน้ำฝน มากกว่า ปี 2009-2010 อยู่ครับ แต่ใจเย็นๆนะครับ อย่าเพิ่งสรุปว่ามันมาจากปริมาณฝน มาดูข้อมูลต่อไปครับ
  ปล. ข้อมูลปริมาณน้ำฝนจาก กรม อุตุนิยมวิทยา
ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนภูมิพล ปี 2009 - 2011
   ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อน ถ้าเทียบง่ายๆก็คือปริมาณฝนก็ได้ครับ ถ้าน้ำเข้าเยอะส่วนใหญ่ก็มาจากฝนครับ ลองเทียบจากปริมาณน้ำฝน ก็ใกล้เคียงครับ แนวโน้มเดียวกัน
ปริมาณน้ำไหลออกจากเขื่อนภูมิพล ปี 2009 - 2011
    อันนี้ตัวแปรสำคัญครับ ปริมาณน้ำไหลออก หรือ การระบายน้ำออกจากเขื่อนครับ ดูไปพลางนะครับ เดี๋ยวจะมาสรุปให้
ปริมาณกักเก็บน้ำในเขื่อนภูมิพล ปี 2009-2011
  เช่นกันครับ ตัวแปรสำคัญ ปริมาณการกักเก็บน้ำปีนี้ เทียบกับปีก่อนๆครับ
    ปล. ข้อมูลน้ำในเขื่อนภูมิพล จาก เวป thaiwater
แผนภาพปริมาณน้ำฝนต่อเดือนของประเทศไทย
   จะเห็นช่วงที่เข้มๆอ่ะครับ คือเดือนที่ฝนตกมากสุด จากภาพก็จะอยู่ในช่วง กันยายนถึงตุลาคมครับ
   เอาละทีนี้ข้อมูลได้ครบแล้ว มาดูวิเคราะห์กันครับ ว่าสาเหตุของน้ำท่วมรุนแรงนั้นเกิดจาก
  1. ปริมาณน้ำฝน แน่นอนจะปฎิเสธไม่ได้เลย เพราะปริมาณน้ำฝนปีนี้ สูงกว่าปีก่อนๆอยู่ ดังที่เห็น แต่มันมากจนควรจะทำให้ น้ำท่วมรุนแรงแบบที่เป็นอยู่รึเปล่า แรงถึงขนาดที่คันกั้นน้ำ ประตูน้ำพังทลายกันเยอะแยะมากมาย ลองดูต่อครับ
  2. ทีนี้ เรารู้แล้วว่าปริมาณน้ำฝนปีนี้ สูงกว่าปีก่อน กรมชลประทานปฎิเสธไม่ได้นะครับ ว่าไม่รู้ ข้อมูลฝน ถามกรมอุตุก็ได้ครับ น่าจะพอทำนายได้ แต่ลองมาดู กราฟปริมาณกักเก็บน้ำ ดูตามกราฟนะครับ จะเห็นว่า ปีนี้ 2011 กักเก็บน้ำไว้เยอะกว่าปีก่อนๆ ทั้งที่ปริมาณน้ำฝนมากกว่า เอาล่ะสิครับ เดี๋ยวจะมาว่ากันนะครับ ว่าใครเกี่ยวข้องบ้างเรื่องนี้
  3. ลองดูปริมาณ กราฟน้ำไหลเข้าเขื่อนตามกราฟจะเห็นว่า ช่วงแรกๆ ไม่ต่างกันมาก จะมาต่างเอาตอนช่วงเดือน กรกฏาคม ที่ปริมาณน้ำเข้าเขื่อนนั้นเยอะกว่าปีก่อนอย่าง เห็นชัด นั่นแปลว่าเขื่อนภูมิพล รับน้ำมากกว่าปีก่อน ในช่วงเดือน กรกฏาคม เป็นต้นไป เทียบกับข้อ 2 ปริมาณกักน้ำก็เพิ่มขึ้นตาม ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อน ดูเผินๆ ก็ปกติครับ กราฟแปรผันตรงกัน แต่ลองมาดูข้อต่อไปครับ
  4. มาดู ปริมาณ กราฟระบายน้ำออก ตามกราฟจะเห็นว่า สังเกตดีๆนะครับ ทั้งที่ปริมาณน้ำฝนปีนี้มากกว่าปีก่อนๆ แต่ปริมาณการระบายน้ำกลับน้อยกว่าปีก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัด บางคนอาจแก้ตัวว่าต้องกักเก็บน้ำ ไว้เพราะกลัวน้ำแล้ง ดังที่เคยเกิดเมื่อปีที่แล้ว แต่ลองดูข้อ 3 น้ำไหลเข้าเขื่อนมากในช่วง กรกฏาคม แต่กลับระบายน้ำออกมากจริงๆ ในเดือน กันยายนแล้ว และดันไปกักเก็บน้ำมากขึ้นๆ จนเกือบเต็มความจุตอนเดือน ตุลาคม ทำให้ต้องระบายน้ำออกตอนเดือนตุลาคม เป็นจำนวนที่น่าตกใจมาก
           ดูจากกราฟระบายน้ำจะเห็นว่า เขื่อนได้กักเก็บน้ำจนเต็มและระบายออกเปรี้ยงเดียว ตอนตุลาคม และเหตุนี้ล่ะครับ ทำให้ น้ำก้อนมหึมาไหลแรงมาก จนคันกั้นน้ำ ประตูน้ำเอาไม่ไหว ท่วมกันทั้งเมือง ลึก 2-3 ม. นิคมอุตสาหกรรมไปหมด เสียหายเป็นแสนล้าน
  เอาภาพเขื่อนมาให้ดู เพื่อความเห็นชัดว่า ปล่อยให้น้ำเต็มเขื่อนแบบนี้เพื่ออะไร
ทีนี้ ลองมาดูว่าใครจะต้องตอบคำถามนี้บ้าง เริ่มจาก ช่วงต้นปี รัฐบาล อภิสิทธิ์ และ กรมชลประทาน ของ นาย ธีระ วงศ์สมุทร รมว. เกษตรและสหกรณ์ ของคุณ เติ้ง แห่งพรรคปลาไหล ต้องตอบคำถามก่อนว่า ทำไมถึงกักเก็บน้ำไว้เยอะกว่าปีก่อนพอสมควร ทั้งที่ปริมาณน้ำฝนมีแนวโน้มมากขึ้นกว่าปีก่อนๆ
จากนั้น ที่สำคัญ ช่วงเดือน ก.ค. ที่น้ำไหลเข้าเขื่อนเยอะมาก จนไปถึงเดือนตุลาคม รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ และคนเดิม นาย ธีระ วงสมุทร รมว. เกษตรและสหกรณ์ ของคุณ เติ้ง ที่มีข่าวว่าไม่ปล่อยน้ำไปท่วมสุพรรณนั่นแหละครับ ต้องตอบคำถามว่า เมื่อน้ำมาเยอะมากตั้งแต่ช่วง  ก.ค. ไปแล้ว ทำไมต้องเก็บกักน้ำมากขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบเต็มความจุของเขื่อน แล้วพอเต็มความจุก็ปล่อยน้ำเปรี้ยงออกมาทีเดียว ตอนเดือนตุลาคม แทนที่รู้ว่น้ำฝนมาก จะปล่อยระบายน้ำออกมา ในปริมาณเฉลี่ย ซึ่งจะทำให้ น้ำไม่ไหลบ่าแรงและเข้าท่วมหนักขนาดนี้ สิ่งนี้คือสิ่งที่ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ รมต.เกษตร และ กรมชลประทาน และ นายปลอดประสพ จะต้องตอบคำถามให้ได้ เพราะมีข่าวออกมาหนาหูเหลือเกินว่า
  1. มี รัฐมนตรีบางคน ไปกดดัน บังคับ ผอ. เขื่อนต่างๆ ให้กักเก็บน้ำเอาไว้ ส่วนหนึ่งเพื่อให้ ชาวนามีข้าว ไปสนองนโยบายจำนำ
  2. มี นักการเมืองบางคน ไปกดดัน ให้กักน้ำไว้ไม่ปล่อยน้ำ เข้าบางจังหวัด เพื่อให้จังหวัดตัวเอง ทำนาได้ น้ำไม่ท่วม จนพวกเดียวกันเองยังออกมาโวย
  3. รัฐมนตรีบางคน ออกมายอมรับว่า ประเมินสถานการณ์น้ำผิด นั่นหมายถึงเรื่องกักเก็บน้ำที่เขื่อนหรือไม่
    ล่าสุด ท่านชาย ผู้ว่าฯกรุงเทพฯ ยังทนไม่ไหวต้องออกเตือน นาย ปลอดประสพ อย่างไม่ไว้หน้า กับการทำงาน แบบเอาหน้า วางอำนาจ และไม่เป็นระบบ จนยุ่งเหยิงกันไปหมด มีที่ไหนสั่งอพยพ ทั้งที่เหตุการณ์ ไม่ได้รุนแรง และ ออกมาแก้ตัวหน้าตาเฉย แบบโกหกหน้าด้านๆ ลองไปฟังที่คุณชาย พูดครับ
    “ขอให้คนกรุงฯฟังผม ถ้าเกิดความผิดพลาด...ผมรับผิดชอบ เพราะนี่คือภารกิจที่ผมได้รับมอบหมาย เชื่อผมดีกว่าครับ ถ้าจะอพยพเมื่อไร ผมจะเป็นคนแรกที่บอกพี่น้อง เพราะพี่น้องประชาชนเลือกผมเกือบ 1 ล้านคะแนน ผมจะไม่ปล่อยให้จมน้ำเด็ดขาด ขอให้ฟังผมในสถานการณ์นี้ ดังนั้นไม่เป็นไร ใครจะหวังดีอะไร ผมรับในสถานการณ์เช่นนี้ ผมจะไม่เอาการเมืองมาเกี่ยวข้อง ผมพร้อมยินดีกับทุกฝ่าย แต่เมื่อขีดเส้นใต้แล้ว ผมคือผู้รับผิดชอบกรุงเทพ จะเป็นอื่นไม่ได้ อยากให้ประชาชนเข้าใจ ถ้าผมผิดพลาด บิดเบือน ผมอยู่ไม่ได้ ดังนั้นเดิมพันของผม สูงกว่าคนอื่นในแง่การเมือง คนอื่นผิดพลาด ยังอยู่ได้”
     สิ่งที่คุณชาย พูดนั้น มันชัดเจนเลยครับ ว่าต้องการบอก นาย ปลอดประสพนี่แหละครับ ว่าอย่ามายุ่งเพราะ เมื่อเกิดปัญหาก็ลอยตัวไม่ได้รับผิดชอบอะไร แต่ด้นมาสั่งนั่นสั่งนี่จนเป็นเรื่อง
     ถ้าสิ่งที่ผมวิเคราะห์นั้นเป็นจริงจะต้องมีคนรับผิดชอบครับ เพราะความเสียหายมันเกินกว่า ที่ใครคนหนึ่งจะมาบอกว่า ประเมินสถานการณ์ผิดพลาด เพราะมันเสียหายเป็นแสนล้าน 200 กว่าชีวิต ที่ต้องสูญเสีย ไม่ใช่เรื่องที่จะมาลอยตัว แล้วบอกว่าประเมินสถานการณ์ผิดครับ
รัฐบาลตอบทีครับ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.oknation.net/blog/anonym/2011/10/14/entry-1



ความคิดเห็น

  1. ถ้าจะโทษเรื่องการที่ไม่ยอมพร่องน้ำในเขื่อนไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ก็ต้องโทษตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้วด้วย ที่ทำงานไม่เป็น สั่งรมต.ไม่ได้ ขาดการวางแผนล่วงหน้าที่จะรองรับหน้าฝนตั้งแต่3 - 4 เดือนก่อนรัฐบาลชุดใหม่จะเข้ามา
    การบอกความจริงเป็นความจำเป็นและถูกต้องตามหลักพุทธศาสนา แต่ทั้งผู้สื่อและผู้รับข่าวต้องใช้สติด้วย โดยเฉพาะสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน ที่ผู้คนที่ไม่เคยเจอมาก่อนว่ารุนแรงแค่ไหน อาจนึกภาพไม่ออก ยังมัวเย็นใจเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นคงไม่ถูกต้อง หากเกิดเหตุผิดพลาดขึ้นมาอย่างกระทันหัน แค่ผู้ว่าฯกทม.คนเดียวจะรับผิดชอบไหวหรือ

    ตอบลบ

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

หน้าที่ของพระสงฆ์

พระพรหมเมธีเปลี่ยนไป๋ !

เปิดตำนาน...เทพเจ้าองค์แรก พระศิวะ...มหาเทพแห่งจักรวาล