ประวัติศาสตร์ ตำรวจไทยทำไมต้องค้ายาและวิ่งเต้น ?


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนความคืบหน้ากรณีตำรวจ ปส.นำกำลังจับกุมตำรวจภาค 5 ประกอบด้วย พ.ต.ท.ธรรมนูญ นาคบัว สวญ.สภ.อวน อ.ปัว จ.น่าน ร.ต.ต.จิตติพงษ์ โสไชย รอง สวป., ด.ต.อรรถพล คำแสน ผบ.หมู่ ป., ด.ต.สักกพงษ์ เชียงหนุ้น และด.ต.นลธวัช พรรษา ผบ.หมู่ ป. ขณะขนยาบ้า 1 ล้านเม็ด ซุกซ่อนในรถยนต์ตราโล่ สภ.อวน ทะเบียน ญภ 8987 กทม. จากภาคเหนือมุ่งหน้าเข้ากทม. โดยจับกุมได้ที่หน้าโรงแรมริเวอร์วิว จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.ที่ผ่านมานั้น

วันเดียวกันนี้ พล.ต.ต.ชำนาญ รวดเร็ว รอง ผบช.ภ.5 กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า อยู่ระหว่างสอบปากคำผู้ต้องหา โดยได้สั่งการให้พล.ต.ต.ณรงค์ชัย วงษ์สามี ผบก.ภ.จว.น่าน ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้ และสั่งให้นายตำรวจทั้ง 5 นายออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว รอผลการพิจารณาโทษทางวินัยเพิ่มเติม เบื้องต้นยืนยันว่าตำรวจทั้ง 5 นายมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดดังกล่าวจริง

ด้านพล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. กล่าวว่า รายละเอียดอยู่ระหว่างการสอบสวน เบื้องต้นสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว ส่วนกรณีการใช้รถตราโล่ขนยาเสพติดนั้นจะต้องตรวจสอบกันต่อไป หากมีตำรวจคนไหนเข้าไปเกี่ยวข้องจะต้องถูกดำเนินการทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายละเอียดการจับกุมดังกล่าวเริ่มจากพล.ต.ต.ไชยยา รุจจนเวท ผบก.ปส.1 ได้รับการประสานจากพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ที่ปรึกษา บช.ปส. ว่า รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือ ไปส่งให้ลูกค้าในเขตกรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียง โดยใช้รถของทางราชการเป็นยานพาหนะ จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน นปส.นิลพัทธ์ กก.2 บก.ปส.1 ตรวจสอบ กระทั่งทราบเส้นทางการลำเลียงยาเสพติดดังกล่าว ก่อนส่งเจ้าหน้าที่ไปเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณถนนสายเอเชียขาเข้าในพื้นที่ระหว่าง จ.อ่างทอง และ จ.พระนครศรีอยุธยา

ต่อมาพบรถยนต์กระบะตำรวจ สภ.อวน จ.น่าน ตรงตามสายรายงาน จึงสะกดรอยตามไป กระทั่งพบว่ารถดังกล่าวแล่นแซงรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีดำทะเบียน บน 8666 แพร่ จากนั้นแล่นตีคู่กันไป ต่อมารถกระบะโตโยต้าเลี้ยวเข้าไปจอดภายในร้านอาหารแม่ลาปลาเผา ส่วนรถตราโล่มุ่งหน้าเข้า จ.พระนครศรีอยุธยา จึงเข้าสกัดจับได้ที่หน้าโรงแรมริเวอร์วิว เพลส

จากการตรวจสอบพบร.ต.ต.จิตติพงษ์ โสไชย และด.ต.อรรถพล คำแสน นั่งมาคู่กัน ตรวจค้นภายในรถพบยาบ้า 1 ล้านเม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกระสอบบริเวณแค็บหลัง จึงควบคุมตัวทั้งคู่พร้อมของกลางไว้ ก่อนประสานให้เจ้าหน้าที่อีกชุดเข้าจับกุมพ.ต.ท.ธรรมนูญ นาคบัว ด.ต.สักกพงษ์ เชียงหนุ้น และด.ต.นลธวัช พรรษา ได้ในร้านแม่ลาปลาเผา

จากนั้นเจ้าหน้าที่ซ้อนแผนให้ร.ต.ต.จิตติพงษ์โทรศัพท์ไปแจ้งนัดส่งมอบยาบ้าให้ลูกค้าที่ปั๊มน้ำมันในพื้นที่ ม.8 ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรี อยุธยา ซึ่งต่อมามีนายวิชาญ ลาวมี่ อยู่บ้านเลขที่ 377/5 ถ.ประชาอุทิศ ซ.90 บ้านคลองสวน อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ และน.ส.เบญจพร เที่ยงกินรี อยู่บ้านเลขที่ 99/27 ถ.เทียนทะเล แขวงบางบอน เขตบางขุนเทียน ขับรถโตโยต้า อัลติส สีเทา ทะเบียน สล 9138 กทม. มาตามนัดจึงแสดงตัวเข้าจับกุม

จากการสอบสวนร.ต.ต.จิตติพงษ์ยอมรับสารภาพว่า รับจ้างจากนายอุดมศักดิ์ แซ่เติ๋น ให้ขนยาบ้าไปส่งให้ลูกค้าที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ส่วนด.ต.อรรถพลสารภาพว่า เป็นผู้ขับรถไปรับยาเสพติดจากเอเยนต์ในพื้นที่ อ.ดอยตุง ขณะที่พ.ต.ท.ธรรมนูญ ให้การว่า ร่วมขบวนการดังกล่าวด้วย เนื่องจากต้องการสนิทสนมกับคนกลางที่ติดต่อค้ายาเสพติด เพื่อขยายผลสำหรับการจับกุมในการขนส่งยาเสพติดครั้งต่อไป

ส่วนด.ต.สักกพงษ์ให้การว่า ทำตามคำสั่งของพ.ต.ท.ธรรมนูญ ที่ให้ขับรถเพียงอย่างเดียว สำหรับด.ต.นลธวัชให้การว่า รับคำสั่งจากร.ต.ต. จิตติพงษ์ให้ขับรถตราโล่ไปบริเวณร้านอาหารทางเข้า สภ.แม่ฟ้าหลวง จากนั้นร.ต.ต.จิตติพงษ์และด.ต.อรรถพล นำกระสอบ 3-4 ใบ ซึ่งไม่ทราบว่ามีอะไรข้างในใส่รถไว้ จากนั้นตนเปลี่ยนไปนั่งรถกระบะโตโยต้าที่มีพ.ต.ท.ธรรมนูญ ด.ต.สักกพงษ์ ด.ต.นลธวัช นั่งอยู่ก่อนหน้า และขับรถตามกันมาจนกระทั่งถูกจับกุม

เดี๋ยวนี้มีทั้ง พ.ต.ท. พ.ต.อ. อีกหน่อยคงถึงระกับนายพล วงการตำรวจ เงินเท่านั้นที่อยู่ได้และได้ดี เป็นประเพณีของ สตช.ไปแล้ว จึงมีข่าวนายตำรวจหลายๆ นายต้องหาเงินทุกวิธีเพื่อให้ตัวเองได้ดิบได้ดี เจริญเติบโตในหน้าที่การงาน แย่จริงๆ

ลิงก์ผู้สนับสนุน Sponsored Links


http://www.sobsuan.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&p=154338

ไร้ตั๋ว-ไร้นาย=ไร้ตำแหน่ง คอลัมน์ เดินหน้าชน โดย ชาญชัย กายพันธ์


การแต่งตั้งโยกย้ายระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.)-สารวัตร (สว.) เสร็จตามกำหนดที่ผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติวางไว้

แต่ละคำสั่งทั้งระดับนายพลและนายพันในแวดวงสีกากีต่างวิพากษ์วิจารณ์กันอื้ออึงถึงการวิ่งเต้นกันฝุ่นตลบ

เพราะทุกตำแหน่งที่เลื่อนขึ้นหรือย้ายไปตำแหน่งที่มีผลประโยชน์ ผู้บังคับบัญชาที่มีอำนาจพิจารณาจะยึดตามตั๋วที่ฝากกำกับมาเกือบทั้งสิ้น

โดยจะนำตั๋วมาเรียงลำดับความสำคัญว่าตั๋วใบไหนที่มีอำนาจสูงสุดถ้าไม่สนองจะกระทบกับตำแหน่งตัวเอง ก็จะได้รับการพิจารณาให้ก่อน

ถัดมาจะพิจารณาตั๋วที่มีผลต่อเก้าอี้ตัวเองน้อยลงไป ทั้งด้านชื่อเสียงการทำงาน การประสานงาน ผู้มีพระคุณและเพื่อน

จนมีเสียงนินทากันว่าผู้บัญชาการบางคนประกาศว่า ใครอยากได้ตำแหน่งต้องตั๋วนายกฯเท่านั้น
ขณะที่ผู้บัญชาการบางคนถึงกับสารภาพกับผู้ใต้บังคับบัญชาว่าหากใครถูกย้ายออกนอกหน่วยต้องขอโทษด้วย เพราะต้องทำตามนโยบาย

สุดท้ายนายตำรวจที่ย้ายเข้ามาล้วนแต่มีตั๋วแข็งกำกับมา พวกที่ถูกย้ายออกส่วนใหญ่ก็ไร้ตั๋วค้ำยัน

นี่คือส่วนหนึ่งของการวิ่งเต้นให้ได้มาซึ่งตำแหน่งที่สูงขึ้นและตำแหน่งที่มากด้วยผลประโยชน์

แต่เทคนิคการวิ่งเต้นของตำรวจมีอีกหลายรูปแบบ ปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์และกฎกติกาในการแต่งตั้ง

เช่น ถ้าอยู่ในสถานการณ์ที่ผู้มีอำนาจหิวโซ เงินและผลประโยชน์อื่นจะเป็นปัจจัยสำคัญหนุนช่วย

หรือถ้าอยู่ในสถานการณ์ที่ผู้มีอำนาจยึดพวกพ้อง ปูนบำเหน็จให้กับตำรวจเลือกข้างตัวเองตั๋วจะสำคัญ

หรือถ้านายคนใดกำลังภายในน้อย แต่อยากดันลูกน้องขยับตำแหน่งให้สูงขึ้น จะอาศัยช่องว่างกฎระเบียบการแต่งตั้ง

ซึ่งแนวทางนี้ต้องวางแผนระยะยาว ด้วยการย้ายลูกน้องไปนั่งบริหารโรงพักแล้วล็อกสเปกให้คณะกรรมการตัดสินให้ชนะเลิศโรงพักเพื่อประชาชน

เมื่อถึงวาระแต่งตั้ง จะได้เลื่อนตำแหน่งโดยอัตโนมัติ

อีกวิธีหนึ่งที่อาศัยช่องว่างของกฎกติกาและเริ่มฮิตในกองบัญชาการ (บช.) ที่สามารถเอื้อประโยชน์ให้กับตัวเองและนายได้

เรียกกันในหมู่นักวิ่งเต้นว่าเปิดหลุม

ตำรวจที่ใช้วิธีนี้จะตรวจบัญชีว่าตำรวจที่ตำแหน่งสูงกว่านายใดที่เหลืออายุราชการเพียง 1 ปี

เมื่อได้ชื่อแล้วก็จะไปติดต่อขอให้ลาออกหรือขอให้ย้ายไปอยู่ บช.อื่น พร้อมตอบแทนด้วยการคำนวณเป็นตัวเงินออกมา ว่าถ้านั่งต่อในระยะ 10 เดือน จะได้ผลตอบแทนใต้โต๊ะเท่าใดก็จะควักเงินจ่ายให้ด้วยจำนวนที่เท่าเดิมหรือมากกว่าขึ้นอยู่กับการต่อรอง

ตำแหน่งจะว่างหรือหลุมเปิด

วิธีนี้ผู้บัญชาการต้องให้ความร่วมมือด้วย เพราะผลประโยชน์เอื้อกัน

ซึ่งผลพวงจากการวิ่งเต้นสำหรับตำรวจที่มีตั๋วกำกับ มีนายที่มีอำนาจตัดสินใจโยกย้ายได้

เมื่อไปรับตำแหน่งกับหน่วยที่มากด้วยผลประโยชน์

ถ้าเหลืออายุราชการเพียงปีเดียว ผู้ใต้บังคับบัญชามักได้ยินวาจาบอกกล่าวว่า "ปีสุดท้ายนายให้มาตั้งตัว"
หรือบางคนที่เหลืออายุราชการอีกหลายปี จะบอกว่าลงทุนไปเยอะ ต้องถอนทุนและต้องนำปัจจัยไปดูแลนายด้วย

ครั้นมามองถึงตำรวจที่ไร้ตั๋ว ไร้นายดูแล แต่มีผลงานที่ชาวบ้านสัมผัสได้แต่ไม่เข้าตานายเพราะอยู่แล้วเสียของ

หรือตำรวจที่อาวุโส 33% ที่กฎหมายตำรวจกำหนดให้แต่งตั้ง

ถ้าไม่วิ่งเต้นมักจะถูกนายแต่งตั้งให้อยู่ในตำแหน่งที่ไร้บทบาทหรือเก็บกรุ ทั้งที่บางคนผ่านงานสืบสวนสอบสวนมาอย่างโชกโชน

บริบทเหล่านี้เกิดขึ้นแทบทุกยุคทุกสมัยกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้นธารของกระบวนการยุติธรรม

เพราะทุกครั้งที่คำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายออกมาแทบจะไม่ได้ยินนายตำรวจคนใดพูดเลยว่าได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น นั่งหัวหน้าหน่วยมากด้วยผลประโยชน์ โดยไม่รู้ตัวหรือไม่ต้องวิ่งเต้น

ดังนั้น บทสรุป "ไร้ตั๋ว-ไร้นาย=ไร้ตำแหน่ง" น่าจะตรงเป้าที่สุดสำหรับยุทธจักรสีกากี !!
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1355300652&grpid=03&catid=03

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

หน้าที่ของพระสงฆ์

พระพรหมเมธีเปลี่ยนไป๋ !

เปิดตำนาน...เทพเจ้าองค์แรก พระศิวะ...มหาเทพแห่งจักรวาล