วันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2556

แฉกลางจอ ! แอนระบุ "มิตซูโอะ" สึกวัดชนะ ส.ศิวรักษ์ถวายฎีกาขอเลื่อนสมณศักดิ์ "ป.อ.ปยุตโต"


แฉกลางจอ !

แอนระบุ "มิตซูโอะ" สึกวัดชนะ


"พระครูอายุ 70 พรรษา 56 เป็นคนสึกให้ พร้อมกับพระมหาอีก 2 รูป" รวมเป็น 3 สึกกันกลางดึก แต่ "มหาสายชล" เจ้าคณะภาค 1 ได้ออกมาปฏิเสธว่า "ไม่รู้ไม่เห็น" และยืนยันพันเปอร์เซ็นต์ว่า "ไม่จริง"

อา..งานนี้ ระหว่างมหาสายชลหรือพระลูกวัดชนะอีก 3 รูป  ไม่ใครก็ใครคงต้องอาบัติข้อหาโกหกตอแหลแน่ๆ เลย แต่นั่นยังไม่สำคัญเท่ากับว่า แค่เรื่องที่เกิดในวัดชนะสงคราม มหาสายชลยังไม่รู้เลย แล้วจะมีปัญญาอะไรไปปกครองคณะสงฆ์ทั้ง 4 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ จริงไหมครับ สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ที่เคารพ นี่เห็นว่าเพิ่งเซ็นต่ออายุมหาสายชลบนตำแหน่งเจ้าคณะภาค 1 เป็นสมัยที่ 2 แต่ปิดข่าวเงียบเชียบ กลัวโดนด่า จริงหรือเปล่าครับท่าน ?



การข่าวไม่แม่น หรือไร้บารมี ?



พระราชวิสุทธิเวที
(สายชล ฐานวุฑฺโฒ ป.ธ.9)
เจ้าคณะภาค 1 วัดชนะสงคราม บางลำพู


กรณีการตัดสินใจลาสิกขา (สึก) ไปอย่างกะทันหัน ของอดีตพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก พระนักเทศน์ พระนักเขียน ชื่อดังชาวญี่ปุ่น ที่บวชอยู่ในประเทศไทยมานานถึง 38 ปี ทั้งยังเป็นเจ้าอาวาสวัดสุนันทวนาราม ต.ไทรโยค อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี และเป็นลูกศิษย์รุ่นแรกของหลวงปู่ชา สุภัทโท พระสายวิปัสสนากรรมฐานชื่อดัง แห่งวัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับบรรดาลูกศิษย์เป็นอย่างมาก และยังทิ้งปมปริศนาถึงสาเหตุในการลาสิกขา และสถานที่ของการลาสิกขาไว้ด้วยนั้น

ล่าสุด 12 มิ.ย. 56 พระราชวิสุทธิเวที (สายชล ฐานวุฑฺโฒ ป.ธ.9) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม และเจ้าคณะภาค 1 กล่าวภายหลังร่วมพิธีฉลองเปรียญธรรมและมอบทุนการศึกษาประจำปี 2556 สำนักเรียนวัดพรหมวงศาราม ว่า ตามที่สื่อต่างๆ ระบุว่า อดีตพระอาจารย์มิตซูโอะ มาลาสิกขาที่วัดชนะสงคราม และตนเป็นผู้ทำพิธีลาสิกขาให้นั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และจากการสอบถามเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม และพระภายในวัดก็ยืนยันเช่นกันว่า อดีตพระอาจารย์มิตซูโอะไม่ได้มาลาสิกขาที่วัดชนะสงครามแน่นอน

ซึ่งเรื่องนี้ สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม ป.ธ.9) เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม เจ้าคณะใหญ่หนกลางก็สอบถามมาเช่นกัน และตนได้ยืนยันไปว่า เรื่องการลาสิกขาของอดีตพระอาจารย์มิตซูโอะที่วัดชนะสงครามนั้นไม่เป็นความจริง และโดยส่วนตัวก็ไม่เคยรู้จักอดีตพระอาจารย์มิตซูโอะด้วย อย่างไรก็ตาม อาจจะเป็นไปได้ว่าอดีตพระอาจารย์มิตซูโอะไปลาสิกขาในวัดที่มีชื่อคล้ายกับวัดชนะสงคราม จึงทำให้เกิดการสื่อสารที่ผิดพลาดกันไปได้
ที่มา : คมชัดลึก
14 มิถุนายน 2556







"สึกคืนนี้เลย..เลยไปที่วัดชนะ ฯลฯ"


กดที่ภาพเพื่อชมแอนเล่าเหตุการณ์สึกพระ
นาทีที่ 21 เป็นต้นไป




อ่านข่าวและชมคลิปแล้ว ท่านจะเชื่อใคร
ใครพูดจริง ใครพูดไม่จริง ?





อ่านข่าวเก่า


ข่าว : รายการตีสิบ
11 ตุลาคม 2556





เปล่าห้ามเข้าวัด !

"เข้าได้-แต่อย่ามาทำเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ
เพราะวัดเป็นของศาสนา มิใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง"


เจ้าอาวาสวัดสุนันทารูปใหม่ให้ความเห็น กรณีแอน-มิตซูโอะทวงบุญคุณสร้างวัดมากับมือ แต่ไม่ได้บอกว่า สร้างด้วยมือ แต่ใช้...ลบด้วยฮ่ะ แรกก็บอกว่า "ชาตินี้ไม่แต่งงาน" และ "ชีวิตนี้ไม่ขอสึก" พอแอบสลัดผ้าเหลืองก็ตระบัดสัตย์ว่า "อย่าไปยึดติดผ้าเหลือง ผ้าเหลืองไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่ใจ" และ "อยู่ในผ้าลายก็ปฏิบัติธรรมได้ ไม่ต่างกับพระ" แหมพูดแบบนี้มันดูหมิ่นพระพุทธศาสนานี่นา ถ้าผ้าเหลืองไม่มีค่า แล้วมึงมาบวชทำไม ? เพราะพระพุทธเจ้านั้นทรงออกบวชนะ ไม่ได้บรรลุธรรมตอนเป็นฆราวาส โง่แล้วยังอวดฉลาดอีก "มิตซูโอะ" นี่ คงคิดว่าคนไทยโง่กระมัง เขาไม่ให้เข้าวัดน่ะถูกแล้ว เพราะคุณหลอกเขาก่อนมิใช่หรือว่า "สละเพศเพื่อจะเผยแผ่พระพุทธศาสนาในรูปแบบใหม่ในประเทศญี่ปุ่น" แต่วันนี้กลับมาทวงโน่นทวงนี่ที่เมืองไทย สับปรับแบบนี้ใครไหนจะรับได้ ถามตัวเองสิว่า กลับมาทำไม หรือว่าไปไม่รอด คนอย่างมิตซูโอะนี่ไปเป็นนักการเมือง จะเหมาะกว่าเป็นนักการศาสนา เพราะว่าตอแหลจนเป็นสันดาน




มิตซูโอะ บักเซียงเมี่ยงยุคไอโฟน





สวรรค์-นิพพาน
ทางเดียวกันของมิตซูโอะ







อยู่ในคอนโดก็ปฏิบัติธรรมเหมือนอยู่ในวัดป่า
แต่..คิสทุกคืนก่อนเข้านอน
โดโด้ได้ฟังก็..คันหู !




พระอาจารย์หนูพรมปฎิเสธห้ามมิตซูโอะ-แอนเข้าวัด ยืนยันทางวัดยินดีต้อนรับเสมอจะกลับมาเยี่ยมตอนไหนก็ได้


พระอาจารย์หนูพรม สุชาโต เจ้าอาวาสวัดสุนันทวนาราม สาขาวัดหนองป่าพง ที่ 117 หมู่ 8 ต.ไทรโยค อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี กล่าวว่า ไม่เคยสั่งห้ามนายมิตซูโอะ ชิบาฮาชิ หรือ อดีตพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก พร้อม นางสุทธิรัตน์ มุตตามระ ภรรยา เข้าวัดตามที่ทั้ง 2 คนให้สัมภาษณ์กับสื่อแต่อย่างใดหากมีเวลาว่างมาเยี่ยมเยือนวัดก็ยินดีเสมอ

"การที่เขาพูดอย่างนั้นก็อยู่ในใจคนพูด ไม่เป็นไร ไม่ขอตอบดีกว่า เพราะตอบโต้ไปก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาอาตมาเคยให้สัมภาษณ์ไปแล้วว่า หากท่านจะกลับมาเยี่ยมเยียนที่วัดแห่งนี้ ทางวัดก็ยินดีต้อนรับเสมอ"พระอาจารย์หนูกล่าว

พระอาจารย์หนู กล่าวอีกว่า นายมิตซูโอะ ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ไม่จำเป็นต้องอยู่ในผ้าเหลือง ก็สามารถเผยแพร่พุทธศาสนาได้ก็เป็นเรื่องของบุคคล เป็นเรื่องของทางโลก พระสงฆ์ก็ปฏิบัติกิจของสงฆ์  ทุกวันนี้ยังคงมีคณะเข้ามาปฏิบัติธรรมเดือนละประมาณ 3-4 คณะ และมาเป็นส่วนบุคคลก็มี แต่โดยรวมถือว่าผู้มาปฏิบัติธรรมน้อยลง ซึ่งทางวัดก็ดำเนินการตามปกติ และยังคงสอนทางธรรมตามปกติเช่นกัน

อย่างไรก็ตามต่อข้อถามที่ว่า นางสุทธิรัตน์ ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า นายมิตซูโอะ เป็นผู้สร้างวัด และมูลนิธิมายาโคตมี ขึ้นก็ควรจะต้องมีสิทธิ์ในส่วนนี้ พระอาจารย์หนูพรม กล่าวว่า วัดแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ขึ้นทะเบียนวัด วัดเป็นธรณีสงฆ์ ไม่ใช่เป็นทรัพย์สินของใครคนใดคนหนึ่ง


ข่าว : โพสต์ทูเดย์
11 ตุลาคม 2556





เจ้าคุณเก็งขึ้นภาค 8 !

ส่วนสมณศักดิ์บัญชีใหม่ยังอุบไต๋ไม่ยอมเปิด
นพรัตน์ใบ้หวย งวดนี้เลขออก 71

บอกแต่เพียงว่า "อาทิตย์หน้า" หวยออก





พระเทพมุนี
(เก็ง อาสโภ ป.ธ.9)
วัดไตรมิตรวิทยาราม เจ้าคณะภาค 8


ศ.ทูลเกล้าฯสัปดาห์หน้าสมณศักดิ์ 71 รูป ปี 56


เมื่อวันที่ 10 ต.ค.นายนพรัตน์  เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมมหาเถรสมาคม(มส.) ณ หอประชุมสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐมว่า การประชุมมส.ในครั้งนี้  ได้มีการรับรองมติเรื่องขอพระราชทานสถาปนา เลื่อน และตั้งสมณศักดิ์ พระราชาคณะ ประจำปี 2556 ตามที่คณะอนุกรรมการพิจารณาสมณศักดิ์ของคณะธรรมยุตและมหานิกายเสนอ จำนวน 71 รูป ดังนี้   พระราชาคณะเจ้าคณะรอง ชั้นหิรัญบัฏ หรือรองสมเด็จพระราชาคณะ พร้อมราชทินนามและนามสร้อย จำนวน 2 รูป แบ่งเป็น ธรรมยุต 1 รูป และมหานิกาย 1 รูป พระราชาคณะชั้นธรรม จำนวน 4 รูป แบ่งเป็น ธรรมยุต 1 รูป มหานิกาย 3 รูป พระราชาคณะชั้นเทพ จำนวน 6 รูป แบ่งเป็น ธรรมยุต 2 รูป มหานิกาย 4 รูป

นายนพรัตน์ กล่าวต่อไปว่า  พระราชาคณะชั้นราช จำนวน  13 รูป แบ่งเป็น ธรรมยุต 3 รูป มหานิกาย10 รูป พระราชาคณะชั้นสามัญ จำนวน 38 รูป แบ่งเป็น ธรรมยุต 12 รูป มหานิกาย 26 รูป  นอกจากนี้ ยังเสนอขอพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ พระสงฆ์ฝ่ายธรรมยุต ที่ปฏิบัติศาสนกิจในออสเตรเลีย เป็นพระราชาคณะชั้นราช จำนวน 1 รูป และชั้นสามัญ จำนวน 1 รูป ส่วนพระสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ที่ปฏิบัติศาสนกิจในสาธารณรัฐอินเดีย เป็นพระราชาคณะชั้น เทพ จำนวน 1 รูป  ในประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ จำนวน 3 รูป และในนิวซีแลนด์ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ จำนวน 2 รูป อย่างไรก็ตาม พศ.จะนำรายชื่อ เพื่อเสนอทูลเกล้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คาดว่าภายในสัปดาห์หน้า

“ที่ประชุม มส. ยังมีมติเห็นชอบแต่งตั้งพระเทพมุนี (เก็ง อาสโภ) อายุ 72 ปี พรรษา 52 วิทยาฐานะป.ธ.9 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม รองเจ้าคณะภาค 8 ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค 8 แทนพระพรหมเวที กรรมการ มส. เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม ซึ่งได้รับพระบัญชาให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก เนื่องจาก พระเทพมุนี มีคุณสมบัติพร้อมตามกฎมส. ฉบับที่ 24 ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการ กำหนดไว้” ผอ.พศ.กล่าว


ข่าว : คมชัดลึก
11 ตุลาคม 2556





ประหลาด !

ส.ศิวลักษณ์ถวายฎีกา

ขอสถาปนา "พระพรหมคุณาภรณ์" เป็นสมเด็จฯ


ระบุ ไม่มีพระเถระที่เหมาะสมไปกว่านี้






ส.ศิวลักษณ์
 ปัญญาชนนอกระบบ ที่กำลังเข้ามายุ่งในระบบ

ความจริงเรื่องแบบนี้ ควรยกไว้เหนือเกล้าฯ ให้เป็นพระราชดำริจะดีกว่า เพราะถ้าได้มาโดยวิธีการแบบนี้ มันมีผลกระทบไปถึงพระสงฆ์ทั้งประเทศ เหมือนจะเอาหลวงพ่อประยุทธมาเกทับกับพระทั่วไป ทั้งๆ ที่ท่านอยู่ในสถานะ "ปูชนียบุคคล" อยู่แล้ว การได้มาซึ่งสมณศักดิ์ชั้น "สมเด็จ" ก็มิได้ทำให้หลวงพ่อประยุทธบริสุทธิ์ขึ้นกว่าเดิมเลย ยิ่งถ้าท่านได้เป็น แต่ไม่มีงานอะไรรองรับกับยศศักดิ์ที่สูงสุด ก็จะเกิดคำถามตามมาอีกมากมาย เหมือนเอาท่านไปขังไว้ในมหาเถรสมาคม ดูแต่กรรมการมหาเถรสมาคมบางรูปสิฮะ ได้ยศมา แต่เขาไม่ให้ตำแหน่ง ก็ทำอะไรไม่ได้ ตัวอย่างมีอยู่ไม่ไกล

และถ้าจะเทียบให้เห็น ก็กรณีทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดฯ ตั้งพระราชาคณะใหม่ ในวโรกาสฉลอง 100 ปี สมเด็จพระสังฆราช นั่นก็แสดงให้เห็นว่า "ทรงมีพระวินิจฉัยกว้างไกล"มิใช่ไม่รับรู้เรื่องกิจการคณะสงฆ์ เหมือนดังที่อาจารย์ ส.ศิวลักษณ์คิดและทำอยู่


ดังนั้น เรื่องนี้ก็ สู้อยู่เฉยๆ จะดีกว่า บัวจะไม่ช้ำ น้ำจะไม่ขุ่น ได้หรือไม่ได้ หลวงพ่อประยุทธท่านก็บริสุทธิ์และสง่างามอยู่แล้ว จะร้อนรนไปทำไม ถ้าหวังดีต่อท่านจริง ?




ส.ศิวรักษ์ถวายฎีกาขอเลื่อนสมณศักดิ์ "ป.อ.ปยุตโต"




เนื่องในวโรกาส ฉลองพระชันษาครบศตวรรษของสมเด็จพระญาณสังวร องค์สกลมหาสังฆปริณายกนั้น ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาพระราชาคณะขึ้นใหม่ ๒ รูป เพื่อทรงบูชาเจ้าพระคุณสมเด็จ ซึ่งเคยเป็นพระอภิบาลพระองค์ท่านมาแต่สมัยทรงผนวช และทรงเป็นกัลยาณมิตรของพระองค์ท่านตลอดมา โดยทรงเคารพสักการะเจ้าพระคุณสมเด็จเป็นอย่างยิ่ง

รูปหนึ่งที่วัดบวรนิเวศวิหาร ได้รับราชทินนามว่าพระศากยวงศ์วิสุทธิ์ โดยที่พระคุณเจ้ารูปนี้เป็นพระภิกษุชาวเนปาล ซึ่งสืบเชื้อสายศากยวงศ์มาแต่พระบรมศาสดา ซึ่งมีพระ...
ประสูติกาลที่ประเทศนั้น และท่านองค์นี้เป็นสัทธิวิหาริกของเจ้าพระคุณสมเด็จ โดยได้รับใช้ใกล้ชิดพระองค์ท่านมาตลอด และเมื่อโปรดให้ไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ในประเทศอังกฤษนั้นเล่า ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รับไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์

อีกรูปที่วัดเทวสังฆารามอันเป็นวัดมหานิกายต้นสังกัดเดิมของเจ้าพระคุณสมเด็จ ที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยเจ้าอาวาสวัดนั้นได้รับราชทินนามว่า พระกิติสุวัฒนาภรณ์ เพื่อเฉลิมพระสมณฉายาของเจ้าพระคุณสมเด็จ

หากเจ้าพระคุณทรงทราบได้โดยญาณวิถีใด ก็ย่อมจะต้องทรงอนุโมทนา และถวายพระราชกุศลด้วยพระปิติสุข โดยที่กุศลกิจครั้งนี้จะเกิดขึ้นจากความดำริริเริ่มของกรรมการมหาเถรสมาคมก็หาไม่ บัดนี้ มส. ปราศจากทัศนวิสัยที่กว้างไกลในทางทำนุบำรุงพระศาสนา หรือเพื่อเอื้ออาทรต่อพระบรมวงศานุวงศ์และพสกนิกรเสียแล้ว อะไรๆที่ปรากฏออกมาจาก มส.ดูจะเป็นเรื่องที่แสดงความเห็นแก่ตัว มัวเมาในยศศักดิ์อัครฐาน ทั้งยังเกลือกกลั้วไปด้วยอลัชชีไว้อย่างน่าสังเวช แล้วจะให้ไปชำระอธิกรณ์ของพระเณรได้อย่างไร การตั้งและเลื่อนสมณศักดิ์ก็เป็นเรื่องของพวกตัว หาไม่ก็ต้องใช้การติดสินบนกันอย่างเลวร้ายไปกว่าข้าราชการในบางแวดวงเสียอีกด้วย

โดยที่บัดนี้ ตำแหน่งสมเด็จพระราชาคณะว่างลง จากการมรณภาพของสมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดสระเกศ กรรมการ มส. บางรูปได้วิ่งเต้นวางแผนกันชิงตำแหน่งดังกล่าวอย่างปราศจากหิริโอตตัปปะใดๆสิ้น มิไยต้องเอ่ยถึงว่าผิดสมณสารูปอย่างไร

ก็การตั้งและเลื่อนสมณศักดิ์นั้น วรมุ่งที่ผู้ซึ่งทรงศีลาจารวัตรและคุณวิเศษ ในทางสุตมยปัญญา ยิ่งกว่าการยกย่องเชิดชูผู้ที่มีแต่ความกึ่งดิบกึ่งดี ที่ตีโวหารอวดอำนาจวาสนาในทางไสยเวทวิทยาหรือสยบยอมอยู่กับทุนนิยมและบริโภคนิยม

ว่าไปทำไมมี ในบรรดาพระมหาเถระชั้นหิรัณยบัตร ในบัดนี้ ที่ทรงคุณวิเศษยิ่งกว่าใครๆ แม้จะอาพาธและห่างไกลแวดวงแห่งอำนาจ ก็มีอยู่รูปเดียวคือ พระพรหมคุณาภรณ์ ซึ่งเป็นสามเณรเปรียญเอกอุรูปแรก ที่พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์โปรดให้อุปสมบทในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และดำรงพรหมจรรย์อยู่ตราบจนปัจจุบัน โดยที่พระคุณท่านมั่นคงในพระธรรมวินัย ทั้งยังเปรื่องปราดสามารถในทางวิชาความรู้อย่างเป็นที่ประจักษ์แก่นานาประเทศ อย่างหาผู้เสมอมิได้ ทั้งองค์พระสังฆบิดรก็ทรงยกย่องเชิดชูพระคุณท่านมาแต่ก่อนได้รับสมณศักดิ์และก็ทรงประกาศคุณงามความสามารถของท่านรูปนี้ให้ปรากฏในโอกาสต่างๆตลอดมา ถ้าทรงแสดงออกได้ทางพระวจีกรรม ย่อมต้องทรงเสนอให้พระคุณเจ้ารูปนี้ได้เป็นสมเด็จพระราชาคณะอย่างแน่นอน แต่ มส. หาสนใจในแนวทางอันเป็นอุปายโกศลดังกล่าวไม่

ราชเลขาธิการหรือองคมนตรีที่มีความกล้าหาญทางจริยธรรม น่าจะกราบบังคมทูลพระกรุณา ให้โปรดสถาปนาพระคุณเจ้ารูปนี้เป็นสมเด็จพระราชาคณะในวโรกาส วันเฉลิมพระชนมพรรษาที่จะถึงนี้ โดยไม่ต้องรอคอยการปลงศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ก็ยังได้ โดยจะโปรดให้ได้รับราชทินนามใหม่ก็ยังได้ด้วยซ้ำไป เช่นให้เป็นสมเด็จพระสุวัฒนานุคุณ ตามพระสมณสัญญาของเจ้าพระคุณสมเด็จ หรือสมเด็จพระญาณวโรดม แทนท่านที่เพิ่งมรณภาพไป หาไม่ก็เป็นเสมเด็จพระสิริมังคลาจารย์ เพื่อเชิดชูพระมหาเถระไทยที่ยอดเยี่ยมในทางพระบาลีมาแต่สมัยเชียงใหม่โน้น ยังราชทินนามพิมลธรรมเล่า ก็เก่าแก่มาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ไม่น่าจะให้ปลาสนาการไป ขยับให้ราชทินนามนี้เป็นชั้นสมเด็จพระราชาคณะก็ยังได้

พระคุณเจ้ารูปนี้ไม่ไยดีกับลาภยศ แต่การสถาปนาพระผู้มีศีลาจรวัตร และไม่หวั่นไหวไปกับโลกธรรม ย่อมเป็นพระราชสิริและเป็นศรีกับพระศาสนา ซึ่งกำลังเสื่อมถอยและคลอนแคลน ทั้งยังเป็นกำลังใจให้พสกนิกรมีความหวังในทางคุณงามความดี ซึ่งย่อมจะพากันจงรักภักดีในใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทยิ่งๆขึ้นสืบต่อไป

ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด
ส.ศิวรักษ์



ป.ล. การถวายฎีกาฉบับนี้ ใช้สื่อสารอย่างนี้ ก็น่าจะได้ ใครมีปฏิกิริยาอย่างไร ขอให้ออกความเห็นออกมา เชื่อว่าถึงพระเนตรพระกรรณ เราต้องเข้าใจว่าในหลวงทรงรับฟังทัศนคติของพสกนิกร และทรงมีพระหทัยกว้างขวาง ทั้งยังทรงกล้าตัดสินพระทัย ในขณะที่คนที่อ้างตัวว่าเป็นชนชั้นบนมักไม่กล้าเสี่ยงในทางใดๆกันเอาเลย ดังการเสด็จฯไปประทับที่พระราชวังไกลกังวล ก็ทรงตัดสินพระหฤทัยเอง หากรอหมอหลวงแล้ว คงยังต้องประทับที่ศิริราชต่อไปอยู่นั่นเอง



ข่าว : ไทยโพสต์
10 ตุลาคม 2556

1 ความคิดเห็น:

  1. ยืดติดกับ ลาภ ยศ สรรเสริญ นี่หรือพระผู้ใหญ่เมืองไทย

    ตอบลบ

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ