วันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2556

"อย่ายึดติดผ้าเหลือง ผ้าเหลืองไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่ใจ" เป็นความ "ล้มละลายทางศาสนา" ของมิตซูโอะ

"อย่ายึดติดผ้าเหลือง ผ้าเหลืองไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่ใจ" เป็นความ "ล้มละลายทางศาสนา" ของมิตซูโอะ ผู้เกิดมิจฉาทิฐิ  คนไทยนั้นเขาเคารพและกราบไหว้ผ้าเหลือง ให้ความสำคัญกว่าตัวผู้ครองผ้าเหลือง

เจ้าคุณเหนาะออกเสียงเรื่องมิตซูโอะ !

"อะอะ อาตมาว่า ว่า..น่าจะไม่เหมาะ"





ขึ้นปกมติชนสุดสัปดาห์


แบบว่าดังสมใจ เพราะวาทะสำคัญ "อย่ายึดติดผ้าเหลือง ผ้าเหลืองไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่ใจ" เป็นความ "ล้มละลายทางศาสนา" ของมิตซูโอะ ผู้เกิดมิจฉาทิฐิ เห็นผิดเป็นชอบ เห็นว่าการอยู่กินกับ "นางแอน" เป็นเรื่องประเสริฐกว่าการครองเพศพรหมจรรย์ แล้วพูดดูถูกเหยียดหยาม "ผ้ากาสาวพัสตร์"ของพระบรมศาสดา ว่าไม่สำคัญเท่ากับใจ โดยหารู้ไม่ว่า คนไทยนั้นเขาเคารพและกราบไหว้ผ้าเหลือง ให้ความสำคัญกว่าตัวผู้ครองผ้าเหลือง เมื่อไม่ลึกซึ้งถึงวัฒนธรรมไทย แต่อาจหาญออกมาแสดงความเห็นโง่ๆ แบบนี้ ก็เห็นทีว่า "จะอยู่เมืองไทยไม่ได้แล้ว" กลับไปอยู่ญี่ปุ่นเสียเถิดมิตซูโอะเอ๋ย ไปพิสูจน์ทฤษฎี "ใจสำคัญกว่าผ้าเหลือง" ของนาย






"พระเมธีธรรมาจารย์" เผยสังคมไทยรับการแสดงออก "มิตซูโอะ" ได้ยาก ชี้ควรหยุดพูด
เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวกรณีอดีตพระมิตซูโอะ คเวสโก (ชิบาฮาชิ) พร้อมนางสุทธิรัตน์ มุตตามระ ภรรยา ออกหนังสือและเปิดเผยเรื่องราวชีวิตรักหลังลาสิกขาว่า ไม่ขอแสดงความคิดเห็น เพราะอดีตพระมิตซูโอะไม่ได้เป็นพระแล้ว เรื่องที่ออกหนังสือและมีการพูดเรื่องบนเตียง ก็เป็นสิทธิส่วนบุคคล ต้องปล่อยให้ทุกคนพิจารณาและตัดสินเองว่าเหมาะสมหรือไม่ ส่วนที่กลัวว่าจะมีการลอกเลียนแบบ หรือมีพระรูปอื่นทำเป็นแบบอย่างนั้น มองว่าคงไม่มีใครอยากทำแบบนี้

พระเทพวิสุทธิกวี เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เรื่องของอดีตพระมิตซูโอะควรจะจบได้แล้ว การที่อดีตพระมิตซูโอะออกมาพูดเรื่องต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องเสียตัวเมื่อไหร่ ไปทำอะไรที่ไหนมาบ้างนั้น ถือว่าไม่เหมาะสม ควรจะหยุดพูด และไม่ควรออกมาพูดอะไรอีก เพราะยิ่งพูดจะยิ่งมีแต่เสีย คนเสื่อมศรัทธาเข้าไปอีก ที่สำคัญสื่อก็ไม่ควรจะไปสัมภาษณ์อีก เพราะถ้ายังให้ความสนใจ ก็จะเป็นการส่งเสริมให้การโปรโมตหนังสือประสบความสำเร็จ จึงเห็นว่าไม่ควรช่วยกันส่งเสริมเรื่องนี้อีก อยากฝากให้ทุกคนใช้วิจารณญาณเรื่องนี้ให้ดีด้วยว่าควรจะคิดเห็นอย่างไร

พระพรหมสุธี (เสนาะ ปญฺญาวชิโร) รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ เจ้าคณะภาค 12 กล่าวว่า เรื่องที่อดีตพระมิตซูโอะออกมาให้ข่าวว่าลาสิกขาออกมาแล้วถึงเสียความบริสุทธิ์นั้น เรื่องแบบนี้ไม่สมควรพูด แม้แต่ชาวบ้านธรรมดาก็ไม่พูดกัน เพราะเป็นเรื่องส่วนตัวมากๆ ส่วนเรื่องการลาสิกขาของอดีตพระมิตซูโอะนั้นคงไม่เป็นแบบอย่างให้พระรูปอื่นลาสิกขาไปทำแบบพระมิตซูโอะแน่นอน อย่างอาตมาฟังแล้วก็ไม่มีผลอะไร แต่อย่างไรก็ตามขอเตือนสติของคนที่ฟังข่าวรับข่าวสาร การออกมาให้ข่าวแบบนี้ เพื่ออะไร ที่เคยพูดไว้ก็คืออย่านับถือตัวบุคคล ให้นับถือคำสอนของพระพุทธเจ้า

พระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร) จนฺทสาโร รองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) กล่าวว่า ท่านเป็นคนต่างประเทศและมาบวชเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อชา เป็นนักบวชที่มีชื่อเสียง สังคมไทยรู้สึกช็อก พระที่บวชมาขนาดนี้แล้วทำไมวันหนึ่งตัดสินใจสึก และสาเหตุมาจากสตรีเพศ เป็นการช็อกความรู้สึกของคนไทยอยู่แล้ว วันนี้กลับมาพูดถึงเรื่องของคนสองคนของสามี-ภรรยา แม้แต่คนทั่วไปยังไม่เปิดเผยในที่สาธารณะ อย่างไม่เก้อเขิน ทำให้คนช็อก ในสองเพศของท่าน ทั้งเพศบรรพชิตและเพศฆราวาส แม้แต่ฆราวาสที่ไม่เคยบวชเรียนเขียนอ่านมาอย่างลึกซึ้ง ก็ยังมีความระมัดระวังในเรื่องนี้

"นอกจากนี้ท่านยังเขียนหนังสือ 2 เล่มสุดท้ายนั้น เล่มหนึ่งยังออกจำหน่าย อาตมาคิดว่ารายละเอียดในหนังสือที่ท่านเขียน เรื่องอย่างนี้ในสังคมไทยต้องระมัดระวัง ฐานะต่อชื่อเสียง อย่าให้มีอะไรรู้สึกมันเกินเลยไป อาตมาคิดว่าสังคมไทยรับในการแสดงออกของท่านได้ยาก" พระเมธีธรรมาจารย์กล่าว

พระอาจารย์หนูพรม สุชาโต เจ้าอาวาสวัดสุนันทวนาราม สาขาวัดหนองป่าพง อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี กล่าวถึงกรณีที่อดีตพระมิตซูโอะและนางสุทธิรัตน์ ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ทางวัดสุนันทวนารามไม่อนุญาตให้ทั้งสองคนมาที่วัดแห่งนี้ว่า การที่พูดอย่างนั้นก็อยู่ในใจคนพูด ไม่เป็นไร ไม่ขอตอบดีกว่า เพราะตอบไปก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้น ที่ผ่านมาอาตมาเคยให้สัมภาษณ์ไปแล้วว่าหากจะกลับมาเยี่ยมเยียนที่วัดแห่งนี้ ทางวัดยินดีต้อนรับ

ส่วนกรณีอดีตพระมิตซูโอะและภรรยาออกมาพูดถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่นั้น พระอาจารย์หนูพรมกล่าวว่า ปล่อยให้เป็นเรื่องของสามีภรรยาเป็นเรื่องของบุคคล เมื่อถามว่าทั้งคู่ให้สัมภาษณ์สื่อต่างๆ จะมีผลกระทบต่อวัดหรือไม่ พระอาจารย์หนูพรมกล่าวว่า เป็นเรื่องของอนาคต อาตมาไม่รู้ เพราะเรื่องยังไม่เกิดขึ้น ทุกวันนี้ยังคงมีคณะเข้ามาปฏิบัติธรรมเดือนละประมาณ 3-4 คณะ และมาเป็นส่วนบุคคลก็มี แต่โดยรวมถือว่าผู้มาปฏิบัติธรรมน้อยลง ซึ่งทางวัดก็ดำเนินการตามปกติ และยังคงสอนทางธรรมตามปกติเช่นกัน

"สำหรับทรัพย์สินทางวัดก็ลดลงไปบ้าง เนื่องจากช่วงที่ท่าน (อดีตพระมิตซูโอะ) เป็นเจ้าอาวาสอยู่ จะมีญาติโยมมาที่วัดกันเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเมื่อผู้มาปฏิบัติธรรมลดลง ทรัพย์สินของทางวัดก็ต้องลดลงตามไปด้วย เป็นเรื่องธรรมดา" พระอาจารย์หนูพรมกล่าว และว่า วัดแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ขึ้นทะเบียนวัด วัดเป็นธรณีสงฆ์ ไม่ใช่เป็นทรัพย์สินของใครคนใดคนหนึ่ง

ข่าว : มติชน

12 ตุลาคม 2556

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ