วันอังคารที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ประธานทำสังคายนาครั้งที่เท่าไหร่ ?

รู้ชะตากรรม !

 

คึกฤทธิ์ให้ศิษย์ขอความเป็นธรรม


ก่อนมหาเถรสมาคมจะลงดาบ

เห็นไหม เล่นเป็นนะ ตอนที่บวชนั้น มันบวชคนเดียว แต่พอตัวเองสร้างปัญหาขึ้นมา ก็เอา "ประชาชน" มาเป็นโล่ ก็ไม่ต่างไปจากปลุกม็อบการเมืองเท่าไหร่ ก็ดีนะ ประชาชนจะได้ตาสว่างว่า ที่อ้างว่า "อริยะๆ" นั้น เขาเล่นกันแบบไหนคำกล่าวอ้างของพระคึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล แห่งวัดนาป่าพง ในการตัดลัดพระปาติโมกข์ 227 ข้อ ให้เหลือเพียง 150 ข้อ ก็ดี การคัดเอาเนื้อหาในพระไตรปิฎกไปทำใหม่ ใช้ชื่อใหม่ โดยตัดพระอภิธรรมปิฎกทิ้งไป ก็ดี ด้วยอุบายวิธีหลอกพุทธศาสนิกชนให้เข้าใจว่า พระพุทธศาสนาในเมืองไทยไม่บริสุทธิ์ เพราะพระสงฆ์ไทยไม่เคยศึกษาพระธรรมวินัยที่เป็นพุทธวจนะ มีเพียงอาตมารูปเดียวที่ศึกษาพระพุทธวจนะ และนำพุทธวจนะมาสั่งสอนญาติโยมให้เข้าถึงพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริง

พุทธศาสนิกชนที่ไม่เคยได้ยินได้ฟังใครอุตริแบบนี้มาก่อนก็ทึ่งใจ มองเห็นเป็นพระเอกมาช่วยกอบกู้พระพุทธศาสนา แบบว่า พระภิกษุ-สามเณร อีกกว่า 300,000 รูป ไม่มีใครทำอะไรที่เป็นพระพุทธศาสนาเลย มีแต่พระคึกฤทธิ์เท่านั้นที่เป็นพระจริงๆ

คำถามแบบกำปั้นทุบดินก็คือ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ถามว่า พระพุทธศาสนาอยู่ได้อย่างไร มันมิฉิบหายไปนานแล้วหรือ

ในหลักสำคัญที่คุณคึกฤทธิ์ย้ำอยู่ตลอดเวลาก็คือว่า ตนเองเป็นผู้ค้นพบพระพุทธวจนะ และนำมาเผยแผ่แก่ชาวประชา ให้ได้รับทราบเป็นครั้งแรกของโลก เพราะแกพูดว่า ตลอด 2500 ปีที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีใครสอนพุทธวจนะในเมืองไทย ก็หมายถึงว่า พระสงฆ์ไทยตั้งแต่สมัยโบราณเป็นต้นมานั้น สอนสั่งนอกพระธรรมวินัย มิใช่พระพุทธศาสนา

ดังนั้น ก็จึงขอถามว่า แล้วพระปาติโมกข์ที่คุณคึกฤทธิ์นำมาตัดออก 77 ข้อ แล้วสวดเพียง 150 ข้อ และพระไตรปิฎกที่คุณคึกฤทธิ์นำมาคัดเป็นฉบับใหม่ ในชื่อว่า "ฉบับพุทธวจน" นั้น เป็นของใคร ใครเป็นคนทำสังคายนาและสร้างขึ้นไว้ ในชื่อว่า พระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐบ้าง พระไตรปิฎกฉบับหลวงบ้าง เพราะเมื่อคุณคึกฤทธิ้อ้างว่าตัวเองเป็นผู้ค้นพบพระพุทธวจนะ ก็จึงขอถามว่า

 

คุณเป็นประธานทำสังคายนาพระไตรปิฎก ครั้งที่เท่าไหร่ ?

 

หากมิใช่แล้ว ก็แสดงว่า นายคึกฤทธิ์เป็นมหาโจร ปล้นเอาพระไตรปิฎกอันเป็นภูมิปัญญาของคณะสงฆ์ไทย ไปทำหีบห่อใหม่ นำออกขายให้แก่ประชาชนที่ไม่รู้ความจริง แถมยังดูหมิ่นพระสงฆ์ไทยทั้งประเทศเสียอีก สันดานเดียวกับโพธิรักษ์เลย

ทำงานศาสนาด้วยวิธีการสกปรกแบบนี้ จะให้เรียกนายคึกฤทธิ์ว่าอย่างไร ?

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม
วัดไทยลาสเวกัส เปิดราชกิจจานุเบกษา


หาที่มาพระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ

พระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ

สังคายนาเป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ.2470

 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ

ผู้อำนวยการทำสังคายนาพระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ

กราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7

เพื่อทรงโปรดมีพระมหากรุณาธิคุณฯโปรดพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์

เป้าหมายสูงสุด

"ประเทศสยามจักเป็นคลังพระธรรมของโลก

รักษาไว้ซึ่งพระพุทธวจนะ สิ้นกาลหาที่สุดมิได้"

ถวายมหาเถรสมาคม มีสมเด็จพระสังฆราช ทรงเป็นประธานในการสังคายนา มีอำนาจในการวินิจฉัยทั้งด้านวิธีการและระเบียบการทำสังคายนา แต่งตั้งนักปราชญ์ราชบัณฑิต แบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบงาน สั่งการและสั่งพิมพ์ ..ตลอดไป หมายถึงว่า มหาเถรสมาคมเป็นองค์กรที่ดูแลพระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐมาตั้งแต่เริ่มต้น โดยมีสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยและรัฐบาลไทยในสมัยนั้น ถวายการอุปถัมภ์ พระไตรปิฎกของไทยจึงมิใช่ของใคร หากแต่เป็นสมบัติของ..แผ่นดิน

คึกฤทธิ์และบริวารศรีธนญชัยสมัยรัตนโกสินทร์

แต่เหลือเชื่อว่า พระคึกฤทธิ์ก็ดี กลุ่มพุทธวจนก็ดี ที่อ้างเอารายงานฉบับนี้มาเป็นแนวทางการศึกษาและปฏิบัติตามแบบ "พุทธวจน" ที่คิดขึ้นใหม่นั้น กลับทำการ "ฉีก" พระไตรปิฎกฉบับนี้ออกไปมากมายถึง 8 เล่ม รวมทั้งยังตัดสิกขาบทที่มาในพระปาติโมกข์ เหลือสวดเพียง 150 ข้อเท่านั้นศรีธนญชัย ได้รับคำสั่งมารดาสั่งให้อาบน้ำให้น้อง โดยกำชับว่า "จงล้างให้สะอาดทั้งข้างนอกข้างใน" ศรีธนญชัยครั้นอาบน้ำให้น้องจนด้านนอกหมดจดแล้ว ก็จัดการเอามีดกรีดท้องของน้อง ลากเอาไส้พุงออกมาล้างจนสะอาด ยัดเข้าไปให้เหมือนเดิม แล้วอุ้มศพน้องไปนอนไว้ในอู่เช่นเดิม ห่มผ้าให้เรียบร้อย จนน้องหลับไม่ตืน เป็นการ "ทำตามคำสั่ง" อย่างเถรตรงของศรีธนญชัยคึกฤทธิ์ อ้างเอาข้อความในพระไตรปิฎก (บางแห่ง) ว่าห้ามมิให้เชื่อฟังถ้อยคำของสาวก จึงคัดพระอภิธรรมปิฎกทิ้ง และตัดพระปาติโมกข์เหลือเพียง 150 ข้อ ฉีกทำลายพระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐเสียพิกลพิการ ก็ทำนอง..ศรีธนญชัย อ่านที่ http://www.alittlebuddha.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ