วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2557

มหาเถระสมคบพม่า ภัยต่อความมั่นคง

เน่าทั้งวัด ! ภัยต่อความมั่นคงสถาบันพระศาสนาที่ คสช.ต้องจัดการ

ใต้ร่มภูเขาทองเขียนนิราศภูเขาทอง

ลากไส้ในวัดสระเกศมาตั้งแต่สมัยสมเด็จเกี่ยวยังไม่ตาย

แก่งแย่งแข่งดีทั้งงาน-เงิน-ยศถาบรรดาศักดิ์ แบ่งกันเป็นก๊กเป็นเหล่า ทุจริตสอบบาลีก็ทำ ไร้สมณสารูปถึงขั้นวางมวยกันต่อหน้าสมเด็จเกี่ยว แต่เหลือเชื่อแฮะ พระผู้ใหญ่ระดับเจ้าคุณรองทั้ง 2 รูป กลับปล่อยปละละเลย กลบปัญหาไว้ใต้ภูเขาทอง จนสมเด็จเกี่ยวสิ้นไป จึงปะทุและระเบิดเถิดเทิงออกมาในวันนี้ วันที่ เสี่ยเหนาะหมดสภาพ ทำอะไรพรหมสิทธิไม่ได้ แค่เอาตัวรอดก็ยอดคนแล้ว

เชื่อเถิดว่า นับจากวันนี้เป็นต้นไป เมื่อพระผู้ใหญ่ไม่ยอมพิจารณาปัญหาวัดสระเกศ ก็เท่ากับว่า "สองพรหมต่างคนต่างอยู่" แบ่งก๊กกันอย่างชัดเจน เพราะแต่ละคนก็มีพรรคพวกบริวารระดับเจ้าพ่อ เหนาะก็ใหญ่ ธงชัยก็ไม่เบา ที่เยี้ยวๆ กันอยู่ตามหน้าเมรุนั้นพวกลิ่วล้อทั้งสิ้น

นั่นก็เท่ากับว่า เกิดสังฆเภทในวัดสระเกศแล้ว และคงจะเหมือน "วัดมกุฏกษัตริยาราม" ที่พระสงฆ์สองก๊กไม่สามารถทำสังฆกรรมร่วมกันได้ ขนาด "สมเด็จพระวันรัต-เจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต" ไปนั่งเป็นประธานอยู่กลางโบสถ์ พระฝ่ายหนึ่งยังลุกเดินหนีไปต่อหน่าต่อตาเลย ใครอยากรู้ก็ไปดูเอาเถิดว่า วันที่ 8 กันยายน 2557 นี้ (ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10) พระสงฆ์วัดสระเกศจะลงอุโบสถร่วมกันหรือไม่ ถ้าไม่, นั่นก็แสดงว่าสังฆเภทแล้วชัดเจน

สงสารก็แต่พระสงฆ์ในภาคอีสาน (ภาค 10-12) ที่มีเจ้าคณะภาคชื่อ "เสนาะ-ธงชัย" เพราะต้องอยู่ใต้การปกครองของสองรูปนี้ไปอีกหลายร้อยปี (โดยการสืบทอดอำนาจภายในกุฏิ) เห็นๆ ว่า แค่วัดสระเกศของตัวเอง สองรูปนี้ยังปกครองไม่ได้ แล้วจะเอาอะไรไปปกครองพระสงฆ์ทั้งภาค แต่ก็ดังว่านั่นแหละ พระสงฆ์ต่างจังหวัดนั้นมันพวกไพร่ เขาตั้งใครมาเป็นเจ้านายก็ต้องยอมรับ จึงทั้งจนทั้งโง่ดักดานดังที่เห็น นี่รวมพระธรรมทูตสายต่างประเทศด้วยนะ เห็นเสี่ยเหนาะมา ก็พากันไปถือป้ายยืนต้อนรับเต็มสนามบินแอลเอ เลียก้นเฮียเหนาะจนไม่ได้ใช้กระดาษทิชชู่เช็ดเลย ประหยัดสุดๆ

ภาพเฮียเหนาะอินยูเอสเอ

ที่คนวิพากษ์วิจารณ์ว่า ทำตัวเวอร์

ออกคำสั่งให้พระเจ้าอาวาสวัดไทยในแอลเอทุกวัดไปต้อนรับที่สนามบิน และทำพิธีต้อนรับอย่างหรูหรา ขนาดว่าสมเด็จพระสังฆราชเสด็จก็ยังไม่ใหญ่เท่า แต่เสี่ยเหนาะก็กล้าทำและทำมาแล้ว

ศึกชั้นพรหม

พรหมสุธี VS พรหมสิทธิ

ชำแระพม่า 3 สหาย เนื้อร้ายของพรหมสุธีตัวปัญหาภายในวัด

บทความฉบับนี้ถูกเขียนขึ้นมาอีก ไม่ใช่เพื่อใส่ร้ายพระพรมสุธี (ไม่สมควรใช้คำว่า "พรหม") แต่อยากเขียนเพื่อที่จะบอกว่า การที่พระพรมสุธี เดินทางมาถึงจุดที่ต้องฆ่าพระพรหมสิทธิ เพราะใครเป็นตัวบงการอยู่เบื้องหลัง

ตัวละครที่สามารถเป่าหูจนพระพรหมสุธีหน้ามืดตาลายมีอยู่ 3 คน คือ วิโรจน์,เก่ง,ฆ้อง สามสหายที่หอบผ้าหอบผ่อนข้ามฝั่งมาจากท่าขี้เหล็ก พม่า ซึ่งปัจจุบันสวมสิทธิเป็นคนไทยโดยบริบูรณ์เรียบร้อยแล้ว (อาศัยความเมตตาต่อครอบครัวผู้ถูกสวมสิทธิเป็นฐาน จึงไม่สืบและเสนอหลักฐานการสวมสิทธิในครั้งนี้)          

ปัจจัยที่ทำให้สามสหายสามารถเป่าหูพระพรหมสุธีได้ก็อาศัยจุดอ่อนของพระพรหมสุธีนั่นละ จุดอ่อนที่ว่านี้ก็คือ เงิน และการจะเป่าหูจนพระพรหมสุธีให้อ่อนระทวย หลงเชื่อ จนหน้ามืดตามัวได้   รับรองว่า ไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆ แน่นอน เอกสาร 19 หน้าถูกระบุไว้ว่า วิโรจน์หากินกับพระพรหมสุธี ตั้งนานแล้ว ทั้งเรื่องการทำเหรียญที่ระลึก และเงินรับบริจาค ในช่วงที่หลวงพ่อสมเด็จไม่สบาย ว่ากันว่า การปลดพระพรหมสิทธิลงจากภูเขาทอง และมอบหน้าที่ให้วิโรจน์ขึ้นไปแทนถูกวางแผนไว้ล่วงหน้าตั้งแต่การแต่งตั้งวิโรจน์เป็นเจ้าคุณพิทักษ์บรมบรรพต

เก่ง (พระครูประหลาดเก่ง ป.ธ.6 ถามหน่อยครับ ประโยค 6 ท่านได้แต่ใดมา ใครกันหนาเขียนคำตอบให้ท่าน) ทำหน้าที่คอยถือย่ามตามหลังและเป็นหูเป็นตาให้ คอยรายงานว่า วันไหนใครมาเยี่ยมหลวงพ่อบ้าง และถูกตบรางวัลให้ด้วยการเป็นหัวหน้ารับสังฆทานที่ศาลาการเปรียญ

ฆ้อง (ฉายา ฆ้องปากหมา นินทาแม้กระทั่งหลวงพ่อสมเด็จ ผู้ชุบเลี้ยงตนมา) ซึ่งเป็นคนที่ลาสิกขาไปก่อนเพื่อน เป็นคนใกล้ชิดที่คอยทำหน้าที่วิ่งไปให้หลวงพ่อวัดจองคำดูดวงให้พรมสุธี และจัดการในเรื่องของเทวกรรม แก้กรรม ขมากรรม ให้พระพรหมสุธี (เป็น มส. ผู้นำทางศาสนาแท้ๆ กับมีพฤติกรรมเยื่องพาหมณ์) คนนี้ถูกตบรางวัลด้วยเงินหลักล้าน

ทำไม 3 สหาย จึงเป่าหูพระพรมสุธี และทำสังฆเภท ในวัดสระเกศ

ปัญหาหนองใน ที่เกิดขึ้นภายใน คณะ 5 เองเป็นเหตุ ในบรรดาคนรอบตัวหลวงพ่อสมเด็จ มีทั้งหมดอยู่ 4 คน สองท่าน คือเจ้าคุณบุญทวี และ พระครูปรีชา ผู้ที่ดูแลอุปัฏฐากใกล้ชิดหลวงพ่อเสมอ คอยอยู่ข้างเตียงเวลาเจ็บไข้ เช็ดขี้ เช็ดเยี่ยวตลอดเวลา จึงนับว่า สองท่านนี้คือ คิลานุปัฏฐาก อย่างแท้จริง

อีกสองคน คือ วิโรจน์ และ เก่ง 2 เมื่อคราวที่หลวงพ่อสมเด็จพักฟื้นที่ รพ. และ พระตำหนัก สองคนนี้จะมาเฉพาะเวลา 8.30 น. และ 12.00 น. อันเป็นเวลาที่หลวงพ่อฉันข้าวเสร็จให้พระและญาติโยมเข้าเยี่ยม และสองคนนี้จะทำหน้าที่เก็บเฉพาะซองปัจจัยที่คนนำมาถวาย ส่วนอัฏฐะบริขารอันอื่นจะถูกยกส่งไปให้พระที่ดูแลหลวงพ่อสมเด็จในวันนั้น ๆ  และรีบวิ่งเข้าไปอยู่หลังหลวงพ่อเมื่อมีการถ่ายรูป หลักฐานก็คือ รูปถ่าย หลาย ๆ รูปที่ปรากฏตามสื่อต่าง ๆ ตลอดระยะเวลาที่หลวงพ่อสมเด็จไม่สบาย นักข่าวหลาย ๆ สำนักที่มาทำข่าวที่วัดสระเกศถึงกับบอกว่า ท่านรูปนี้รู้จังหวะและมุมกล้องเป็นอย่างดี ท่านสามารถเบียดพระอุปัฏฐากของหลวงพ่อสมเด็จได้โดยที่ไม่อายเลย

ปัญหาทั้งหมด เริ่มเกิดร้ายแรงเป็นสังฆเภทขึ้นเมื่อ วันที่วิโรจน์ตื่นไม่ทัน 8.30 น. หลวงพ่อฉันเสร็จ โยมเข้าเยี่ยม และซองปัจจัยถูกเก็บโดยเจ้าคุณบุญทวี จนเป็นเหตุให้เจ้าคุณบุญทวีโดนวิโรจน์ต่อยจนตาเขียว (ความจริงทั้งหมดถูกบรรยายไว้ที่เอกสาร 19 หน้า) นับแต่นั้นมาเมื่อหลวงพ่ออาพาธลงเรื่อยๆ พระพรหมสิทธิและพระผู้ดูแลหลวงพ่อ เริ่มจัดเตรียมการเพื่อรอรับวันที่หลวงพ่อจากไป วิโรจน์และพวก ๆ เริ่มเตรียมการเพื่อความมั่นคงของตัวเองด้วยการเข้าหาพระพรหมสุธี เริ่มมีการจัดทำเหรียญเพื่อหาเงิน เริ่มมีการเก็บกวาดทรัพย์สินภายในคณะ 5 โดยให้เหตุผลว่า เตรียมกุฏิเพื่อรอรับหลวงพ่อสมเด็จกลับวัด ญาติโยมพากันหลั่งไหลบริจาคเงินเพื่อปรับปรุงคณะ 5 ด้วยอาศัยความศรัทธาต่อองค์หลวงพ่อสมเด็จเป็นฐาน ว่ากันว่าการรวบรวมเงินบริจาคครั้งนี้นับได้เกินกว่า 20 ล้านบาทเพราะทุกคนก็อยากมีส่วนร่วมในการปรับปรุงคณะเพื่อรอรับหลวงพ่อสมเด็จ แต่เงินทั้งหมดก็ไม่ได้รับการชี้แจงอะไรเลยจากวิโรจน์ แต่สาระความจริงในเรื่องนี้ก็คือ มีผู้ศรัทธาในหลวงพ่อสมเด็จเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เป็นคนจ่ายเงินให้กับ ปวช.โดยตรงไม่ได้ผ่านวัดหรือผ่านวิโรจน์ แล้วคนที่ทำบุญผ่านวิโรจน์ละเงินไปไหน ในหนนี้วิโรจน์จัดโซนคณะ 5 ใหม่อย่างชัดเจนโดยการกั้นคณะ 5 ออกเป็นสองฝั่ง ไม่ให้เจ้าคุณบุญทวี และ พระครูปรีชา ขึ้นลงคณะทางประตูหน้าได้

ประกอบกับช่วงเวลาที่หลวงพ่อสมเด็จอาพาธ กิจนิมนต์ต่าง ๆ ของหลวงพ่อสมเด็จตามตรารางที่คนนิมนต์ไว้ล่วงหน้าเป็นปี ๆ วิโรจน์กับเก่งก็เป็นคนจัดการโดยการนิมนต์ให้พระพรหมสุธี ว่าที่เจ้าอาวาสองค์ใหม่เป็นประธาน นับตั้งแต่นั้นมาท่าทีของพระพรหมสุธีก็เปลี่ยนโอนเอียงไปข้างฝ่ายวิโรจน์อย่างชัดเจน

หากวัดสระเกศจะกลับมาร่มเย็นดังเดิมได้ โดยมีผลกระทบน้อยที่สุด พระพรมสุธี หรือใครต้องขจัด 3 สหายนี้ออกให้ไกลตัวพระพรหมสุธีให้ได้ ไม่ให้เป่าหู ไม่ให้ล่อพระพรหมสุธีด้วยเงินได้ เช่นทุกวันนี้ได้ดุจนายพานล่อสุนัขด้วยเนื้อฉะนั้น ที่สำคัญ 3 สหายนี้เป็นคนคอยจัดการให้ชายชุดดำ ให้สามชุมชนรอบวัดสระเกศและให้คนอยุธยามาวัดสระเกศหลายร้อยคน ด้วยอาศัยการเฉพาะที่เป็นไปในปัจจุบันนี้ว่า มาอารักขาเจ้าอาวาส  

   
ผู้คนต่างเฝ้าถามว่า ใครกันแน่ที่สมควรจะอารักขามากกว่ากัน เพราะพระพรหมสิทธิเป็นผู้ถูกกระทำ และนั่นจึงเป็นเหตุผลว่า พระเณรทั้งหมดในวัดสระเกศ ตรงดิ่งไปที่คณะ 12 เพื่อที่จะอารักขาพระพรหมสิทธิ ในขณะที่ชายชุดดำต่างล้อมเต็มศาลาการเปรียญที่เจ้าอาวาสพำนักอยู่ จึงเป็นปรากฏการณ์สังฆเภท ที่ 3 สหายเป็นผู้ก่อขึ้น อย่างชัดเจนที่สุด

ฉะนั้น ประมวลรวมความทั้งหมด ผู้เขียน จึงขอกล่าวโทษ 3 สหาย (วิโรจน์,เก่ง,ฆ้อง) ด้วยข้อหา ร่วมกันทำ สังฆเภท ให้วัดสระเกศแตกออกเป็นสองพักสองฝ่าย

ขอขอบคุณ
ใต้ร่มภูเขาทอง

ที่มา : พันทิป

http://www.alittlebuddha.com/

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ