วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ตรวจสอบผู้มาบวชเป็นอาชีพ ประวัติศาสตร์ไทย

ฟื้นคดี ! ประวัติศาสตร์

ปลด 7 ผช.จอ.วัดโสธร

เฟสบุ๊คแฟนพันธุ์แท้ป๋าเหนาะขอความเป็นธรรม ระบุ 7 ผู้ช่วย ถูกเจ้าคุณเหนาะหลอกและปลดออก เพื่อแผ้วถางเส้นทางธุรกิจกล้วยไม้ในวัดโสธร อา..เรื่องส้มแป้นและน้องชายยังไม่ทันเคลียร์ เรื่องใหม่ก็แดงทันใจอีกแล้ว แจ๋วจริงๆ ป๋าเหนาะนี่

จากกรณีที่มหาเถรสมาคม ได้ประชุมเมื่อวันที่ 20 เมษายน พ.ศ.2553 และลงมติให้ "พักตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง" วัดโสธรวราราม อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน 7 รูปด้วยกัน มีเจ้าคุณพระปริยัติกิจวิธาน (อมรภิรักษ์) เป็นต้น ทั้งนี้โดยการเสนอของ พระราชมงคลรังษี (พระพิพิธกิจจาภิวัฒน์-ประยงค์ ปิยวณฺโณ) เจ้าอาวาสรูปใหม่ที่ย้ายข้ามห้วยมากินตำแหน่งจากวัดท่าสะอ้าน อำเภอบางประกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เนื่องเพราะปัญหาภายในวัดโสธรไม่สามารถตกลงกันได้

คณะกรรมการซึ่งแต่งตั้งโดยพระพรหมสุธี (เจ้าคุณเสนาะ) นั้น ประกอบด้วย

พระธรรมสิทธิเวที วัดสังเวชวิศยาราม รองเจ้าคณะภาค 12

พระสิทธินิติธาดา วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ เลขานุการเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร

 พระเทพคุณาภรณ์ วัดเทวราชกุญชร รองเจ้าคณะภาค 13

 พระเทพรัตนสุธี วัดปทุมคงคา รองเจ้าคณะภาค 7

 พระเทพสิทธิเวที วัดนางนอง เจ้าคณะเขตจอมทอง กรุงเทพฯ

 พระราชวรนายก เจ้าคณะจังหวัดนครนายก และ

พระราชภัทรธาดา เจ้าคณะจังหวัดปราจีนบุรี

ซึ่งจนบัดนี้ ยังไม่มีการสรุปผลการสอบสวนออกมาอย่างเป็นทางการ เนิ่นนานถึง 4 ปีแล้ว ผู้ช่วยเจ้าอาวาสทั้ง 7 รูป ต้องถูกแขวนอย่างไม่มีวี่แววว่าจะได้คืนสู่ตำแหน่ง

อย่างไรก็ตาม เฟสบุ๊คแฟนพันธุ์แท้เจ้าคุณเสนาะ ได้ระบุสาเหตุว่า มาจากความต้องการเข้าไปขายกล้วยไม้ ให้แก่พุทธศาสนิกชนที่มานมัสการหลวงพ่อโสธร ของเจ้าคุณเสนาะ แทนการใช้ดอกบัวซึ่งนิยมมานาน โดยบริษัทที่ได้รับการอนุญาตให้ส่งกล้วยไม้เข้าไปขายในวัดโสธรแต่เพียงเจ้าเดียวนั้น ถูกระบุว่าเป็น บริษัทสวนกล้วยไม้ร่มวรีส์ และเฟสบุ๊คยังเผยด้วยว่า สวนกล้วยไม้ร่มวรีส์เป็นธุรกิจในครอบครัวของพระพรหมสุธี หรือเจ้าคุณเหนาะ เจ้าคณะภาค 12 และอดีตรักษาการเจ้าอาวาสวัดโสธร ผู้มีอิทธิพลต่อการแต่งตั้งเจ้าอาวาสรูปใหม่นั่นเอง จะจริงหรือไม่อย่างไรก็ต้องให้กระบวนการยุติธรรมทั้งทางโลกและทางธรรมได้ทำการพิสูจน์

กรณีนี้จึงเป็นการ "ฟื้นคดี-ขอความเป็นธรรม" ของผู้ถูกกระทำทั้ง 7 รูปดังกล่าว ซึ่งถูกกระทำผ่าน "มติมหาเถรสมาคม" จึงต้องร้องเรียนไปยังมหาเถรสมาคม ให้รีบฟื้นคดี เพื่อคืนความเป็นธรรมให้แก่ผู้ช่วยเจ้าอาวาสทั้ง 7 โดยด่วน

แร้งวัดสระเกศลงกินวัดโสธร จงคืนความเป็นธรรมมา "พระพรหมสุธี"

นับแต่พระพรหมสุธีเข้ามารักษาการเจ้าอาวาสวัดโสธร ความสงบสุขที่อยู่กันอย่างพี่น้องของพระเณรภายในวัดก็เริ่มหมดไป บางรูปอยู่มาตั้งแต่หลวงปู่เจียม ช่วยกันสร้างวัดตามแต่ท่านจะใช้ ทุกอง...ค์ทุ่มเททำงาน สิ่งที่เข้ามาแทนที่ความสุขสงบ คือ ความแตกแยกเป็นฝักเป็นฝ่าย แบ่งแยกพวกเราพวกเขา พวกใครพวกมัน จนแทบมองหน้ากันไม่ติด

เมื่อพระพรหมสุธีเข้ารับตำแหน่งเจ้าคณะภาค 12 วัดโสธรกำลังก่อสร้างพระอุโบสถหลังใหม่และในขณะเดียวกันก็ทำเขื่ิิอนกั้นตลิ่งพังไปด้วย ได้เกิดความขัดแย้งขึ้นภายในระหว่างหลวงพ่อเจ้าอาวาสกับเจ้าคุณสุดใจ เจ้าคุณสุดใจเข้าหาพระพรหมสุธี โดยมีพระขี้เมารูปหนึ่ง ซึ่งเป็นเด็กอันธพาลหน้าวัดเป็นมือจ่าย จนเจ้าอาวาสถูกใส่ความว่าไม่โปร่งใสด้านการเงิน รู้เห็นเป็นใจร่วมกับพวกยักยอกเงินวัด พระพรหมสุธีปลดพระราชมงคลวุฒาจารย์จากเจ้าอาวาสฐานยักยอกเงินวัด ท่านบวชมานานจนแก่ขนาดนั้น ทุ่มเทกับวัดมาขนาดนั้น จะโกงเงินวัดได้อย่างไร

นี่คือสิ่งที่เราเจ็บปวดข่มขื่นใจกับความไร้คุณธรรมที่ผู้ปกครองทำกับพระผู้เฒ่า แต่พวกเราก็ได้แต่เจ็บปวดอยู่ในใจ ทำอะไรไม่ได้ ลางร้ายและเงามืดเริ่มคืบคลานเข้ามาปกคลุมวัดโสธร เมื่อพระพรหมสุธีแนะนำเจ้าคุณสุดใจ ไม่ให้รับตำแหน่งเจ้าอาวาส เพราะเป็นคู่กรณีเกรงจะเกิดข้อครหา โดยพระพรหมสุธีจะมาเป็นรักษาการเจ้าอาวาสเองไปก่อน

เมื่อพระพรหมสุธีมาเป็นรักษาการเจ้าอาวาส ได้ร่วมกับพระขี้เมาซึ่งเป็นลูกน้องของเจ้าคุณสุดใจเอง หันไปร่วมกับพระพรหมสุธีแสดงพฤติกรรมน่ารังเกลียดทางการเงินรูปแบบต่างๆ จากที่ท่านคิดว่าเป็นหงส์ทองบินมาจากวัดสระเกศ มาช่วยประดับวัดให้มีสง่าราศรีกลับกลายเป็นอีแร้งคอปลอกทองมารุมทึ้งผลประโยชน์ของวัดไปมหาศาล ต่อมา เจ้าคุณสุดใจเสียใจทุกข์ตรอมตรมข่มขื่นใจ ที่ตัดสินใจผิดพลาดถึงกลับอาพาธหนัก จนกระอักเลือด และมรณภาพลงอย่างปัจจุบันทันด่วน

พวกเราตั้งข้อสงสัยและวิพากษ์วิจารณ์ไปทั้งแปดริ้วว่า ท่านถูกวางยาหรือไม่ พระพรหมสุธี ไม่ยอมให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบทรัพย์สินของเจ้าคุณสุดใจ แม้ผู้ช่วยเจ้าอาวาสจะขอให้มีการตรวจสอบ แต่พระพรหมสุธีกลับแสดงอาการไม่พอใจ บอกว่า " ไม่ต้องๆๆ ไม่มีอะไรๆๆ " โดยให้พระขี้เมาองค์หนึ่งเป็นผู้เข้าออกกุฏิได้ ทั้งๆ ที่พวกเรารู้ว่าเจ้าคุณสุดใจมาจากตระกูลมีเงินมาแต่เดิม ชอบสะสมพระเครื่องและพระทองคำไว้มาก พระพรหมสุธีกลับบอกพวกเราว่า ท่านตายแล้วไม่มีอะไรเลย จึงสงสัยว่า เงิน พระเครืี่อง และพระทองคำของเจ้าคุณสุดใจไปอยู่ในครอบครองของใคร

หลวงพ่อเจ้าอาวาสซึ่งท่านแก่มากแล้ว เสียใจที่ถูกดจ้าคณะผู้ปกครองปลดโดยไม่เป็นธรรมถึงกับเข้าโรงพยาบาล และมรณภาพในที่สุด เรียกว่า "ต้องตรอมใจตาย" ขณะนั้น พระพรหมสุธีเริ่มทำธุรกิจกล้วยไม้ มีความคิดที่จะนำดอกกล้วยไม้จากสวนของท่านเข้ามาขายในวัดโสธรแทนดอกบัว ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรแสดงความไม่เห็นด้วย การคัดค้านธุรกิจของพระพรหมสุธี ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นแห่งความเลวร้ายของพวกเราในสายตาของท่าน โดยที่ผู้ช่วยเจ้าอาวาสไม่รู้ตัว ลางร้ายของพวกเราใกล้เข้ามา

เมื่อพระพรหมสุธีเข้าควบคุมการเงินของวัดโสธรจากผู้ช่วยเจ้าอาวาสไว้ทั้งหมด โดยได้สั่งให้ผู้ช่วยเจ้าอาวาสเบิกเงินสดในบัญชีของแต่ละองค์ที่รับผิดชอบมาให้ แล้วปลดผู้ช่วยเจ้าอาวาสออกจากหน่วยที่รับผิดชอบ ในข้อหายักยอกทรัพย์ ตลอดชีวิตพวกเราทุ่มเททำงานเพื่อวัดตามหลวงพ่อเจ้าอาวาสสั่ง รับผิดชอบในส่วนที่ทุกองค์ดูแลให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุดท้ายกลายเป็นพระโกงเงินวัด เพราะขัดขวางผลประโยชน์ทางการเงินของพระผู้ใหญ่ในปกครอง การปลดผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรออกจากตำแหน่งรับผิดชอบภายในวัด นำมาซึ่งความเจ็บปวดข่มขื่นใจของพระเณรภายในวัด

ต่อมา พระพรหมสุธีอาศัยอำนาจเสนอถอดท่านเกล่านั้นซึ่งมีบทบาทหน้าที่สำคัญในการบริหารออกจากตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาส อันเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวมาจากสาเหตุเพียงเพราะขัดขวางเส้นทางการนำกล้วยไม้เข้าขายในวัดโสธร ตลอด 7 ปีที่ถูกปลดจากตำแหน่ง จนป่านนี้ก็ยังไม่มีผลคำตัดสินว่า "ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรถูกหรือผิด ยักยอกหรือไม่ยักยอก" นอกจากคำกล่าวอ้างลอยๆ ของพระพรหมสุธี เพ่่ิอให้ออกจากเส้นทางผลประโยขน์ทางการเงินของท่าน หลวงพ่อเจ้าอาวาสผู้ชราภาพ เจ้าคุณสุดใจ และฝันร้ายที่เกิดขึ้นกับพวกเรา กลายเป็นตราบาปที่พระพรหมสุธีสร้างไว้กับวัดโสธร ที่จะเป็นบทเรียนให้กับผู้ปกครองมีสำนึกในคุณธรรมแห่งผู้ปกครอง และพวกเราจะไม่มีวันลืมความข่มขื่นเจ็บปวดนี้
ข้อมูล
http://www.alittlebuddha.com
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ