วันจันทร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2556

ปฏิรูปวาติกันก่อนเสื่อมใหญ่ สู้พระสงฆ์ไทยเราไม่ได้เลยนะเรื่องวิสัยทัศน์ ?



ปฏิรูปวาติกันก่อนเสื่อมใหญ่

โป๊ปฟรานซิสสั่งตั้ง คาดินัล-บิชอป เป็นคณะทำงาน


อา..สู้พระสงฆ์ไทยเราไม่ได้เลยนะเรื่องวิสัยทัศน์นี่ พระพุทธศาสนาจะเป็นอันดับที่เท่าไหร่ของโลกนั้นอย่าไปสนใจ สนใจแต่ว่า กูจะต้องเป็นผู้ยิ่งใหญ่ไปจนตาย เพราะโคตรเหง้าของกูเป็นไพร่ เป็นคนบ้านนอก ดังนั้น เมื่อมีอำนาจก็ต้องกอบโกย ดังคำพังเพย "น้ำขึ้นให้รีบตัก" รีบยัดคนของตนเองเข้าไปกินตำแหน่ง ทั้งข้ามหัวข้ามห้วย ขอยศศักดิ์มาประดับกิเลสตัณหาจนล้นวัด เป้าหมายก็เพียงเพื่อให้มีไฟพระราชทานเพลิงศพตอนตายก็เท่านั้นเอง ความยิ่งใหญ่ของกูสำคัญกว่าความยิ่งใหญ่ของพระพุทธศาสนา เพราะพระศาสนามิใช่ของข้าคนเดียว แต่ตำแหน่งต้องเป็นของกู จริงไหมครับท่านเจ้าคุณเอื้อน

เล่นเป็นทีม VS เล่นพรรคเล่นพวก ยังไงก็ไม่เหมือน










"โป๊ปฟรานซิส" แต่งตั้งคณะพระคาร์ดินัล เป็นที่ปรึกษาปฏิรูปสำนักวาติกันครั้งใหญ่

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส องค์พระประมุขแห่งคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก ทรงแต่งตั้งคณะพระคาร์ดินัลเป็นที่ปรึกษาในการบริหารและปฏิรูประบบการบริหารสำนักวาติกัน

โป๊ปฟรานซิส ทรงเลือกพระคาร์ดินัลและบิชอป 8 องค์ เป็นตัวแทนของชาวคริสต์ในทวีปต่างๆ โดยมีเพียงองค์เดียวเท่านั้นที่มาจากสำนักวาติกัน การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ มีขึ้นหลังสภาการปกครองโรมัน ถูกตำหนิว่าแสดงการตอบสนองต่อกรณีการคุกคามทางเพศและเรื่องอื้อฉาวอื่นล่าช้าเกินไป


การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ นับเป็นการปฏิรูปโครงสร้างของสำนักเลขาธิการแห่งรัฐสำนักวาติกัน ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบเกือบ 50 ปี นับตั้งแต่สมัยโป๊ปพอลที่ 6 เมื่อปี 1967


โดยพระคาร์ดินัล ที่ทำการเลือกโป๊ปฟรานซิสขึ้นเป็นผู้นำศาสนจักร แสดงการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักต่อความล้มเหลวของสภาการปกครองโรมัน ภายใต้การนำของโป๊ปองค์ก่อน


ทั้งนี้ คณะพระคาร์ดินัลทั้ง 8 องค์ ประกอบด้วยพระคาร์ดินัลชาวยุโรป 2 องค์ จากอิตาลีและเยอรมนี, 2 องค์จากลาตินอเมริกา (ชิลีและฮอนดูรัส), หนึ่งองค์จากสหรัฐฯ หนึ่งองค์จากเอเชีย (อินเดีย) หนึ่งองค์จากแอฟริกา และอีกหนึ่งองค์จากออสเตรเลีย โดยมีบิชอปจากอิตาลีทำหน้าที่เป็นเลขาธิการ


สำนักวาติกัน แถลงว่า โป๊ปฟรานซิสทรงมีแนวคิดการปฏิรูประบบการบริหารจากการประชุมก่อนหน้าที่พระองค์จะได้รับเลือกเป็นองค์สันตปาปา โดยการประชุมวาระแรกจะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 1-3 ตุลาคม


เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา องค์สันตะปาปา ทรงพบปะกับเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเลขาธิการแห่งรัฐ 300 คน เป็นการส่วนพระองค์ โดยหน่วยงานดังกล่าวทำหน้าที่ดำเนินนโยบายของศาสนจักร


ข่าว : มติชน14 เมษายน 2556

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ