วันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

อันซีนไทยแลนด์ ! "เลื่อนยศ-อัปยศ"


อันซีนไทยแลนด์ !


เจ้าคณะ กทม. รับจ็อบ มอบตราตั้งแทนเจ้าคณะภาค 1

เกิดมาก็เพิ่งเคยเห็น


จำอวดเรียกพี่


เผยภาพตลกของพระสังฆาธิการไทย "พระพรหมดิลก" หรือเจ้าคุณเอื้อน เจ้าคณะ กทม. ออกหน้าแทนพระราชวิสุทธิเวที หรือพระมหาสายชล เจ้าคณะภาค 1 เปิดโบสถ์วัดสามพระยา มอบตราตั้งเจ้าคณะเขตในกรุงเทพมหานคร ทั้งๆ ที่อำนาจหน้าที่นั้นเป็นของเจ้าคณะภาคหนึ่ง แต่ว่ามหาสายชลนั้นยังเด็กเมื่อวานซืน เป็นลูกศิษย์ของท่านเจ้าคุณเอื้อน แต่มีบุญวาสนามสูงส่งกว่า เพราะเป็นเพียงแค่ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม อายุพรรษาเพียง 45 ปี ก็ได้ดิบได้ดีเป็นถึงเจ้าคณะภาค 1 ขณะที่เจ้าคุณเอื้อนนั้นอายุพรรษาสูงส่งถึง 68 ปี มีสมณศักดิ์เป็นถึงรองสมเด็จพระราชาคณะ สูงกว่ามหาสายชลไปถึง 3 ขั้น แถมยังครองตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสามพระยาพระอารามหลวง และเป็นกรรมการมหาเถรสมาคมอีกต่างหาก เคยดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค 14 มาก่อนที่มหาสายชลจะเรียนจบด้วยซ้ำ แต่เพราะเส้นสายใหญ่โตเป็นถึง "หลานของสมเด็จพระมหาธีราจารย์ผู้ตงฉินแห่งยุค" ก็เลยได้รับมรดกโดยสายโลหิต เป็นตำแหน่งเจ้าคณะภาค 1 ซึ่งปกครองกรุงเทพมหานคร อันมีเจ้าคุณเอื้อนเป็นผู้ว่า เอ๊ย เป็นเจ้าคณะในเวลานี้ด้วย




มอบตราตั้ง รก.เจ้าคณะจังหวัดสมุทรปราการ


ในเดือนกันยายน พ.ศ.2554 ตอนนั้น มหาสายชลยังเป็นเพียง "พระราชาคณะชั้นสามัญ" แต่ก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะภาค 1 แล้ว ได้ออกงานใหญ่ มอบใบตราตั้งรักษาการเจ้าคณะจังหวัดสมุทรปราการให้แก่ "พระราชสมุทรเมธี"วัดพิชัยสงคราม โดยที่พระราชสมุทรเมธีนั้นมีดีกรีเป็นเปรียญ 9 เช่นกัน และมียศสูงกว่าพระโสภณปริยัติเวทีไปอีก 1 ขั้น ส่วนอายุพรรษานั้นก็มากมายถึง 59 ปี พระโสภณปริยัติเวทีจึงมิบังอาจจะขึ้นนั่งเก้าอี้เพื่อมอบตราตั้งให้แก่พระผู้อาวุโสกว่าตัวเองได้ จำใจต้องนั่งมอบกับพื้น โดยยอมก้มหัวลงต่ำกว่าพระราชสมุทรเมธีอีกต่างหาก มองดูแทบไม่รู้ว่าใครมอบให้ใคร เป็นภาพน่ารักน่าชังมาก




ภาพนี้ ท่านเจ้าคุณเอื้อน หลังได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะ กทม. แล้ว ก็เดินทางไปยังวัดจันทาราม เพื่อรับมอบงานจากพระธรรมสิทธินายก ซึ่งถูกยกขึ้นเป็นที่ปรึกษา เพราะว่าเกษียนอายุครบ 80 ปี ตามกฎมหาเถรสมาคมว่าด้วยการดำรงตำแหน่งของพระสังฆาธิการแล้ว และทั้งๆ ที่พระธรรมสิทธินายกมีอายุพรรษาสูงกว่าพระพรหมดิลกไปถึง 10 กว่าปี แถมยังเป็นอดีตเจ้าคณะ กทม. มาก่อน แต่พระพรหมดิลกก็มิได้อ่อนน้อมถึงขนาดว่านั่งคุกเข่าลงรับมอบงานเลย ทั้งนี้เพราะอาจจะถือว่าตัวเองมียศสูงส่งเป็นถึงรองสมเด็จฯ และเป็นกรรมการมหาเถรสมาคมด้วย



กราบเจ้านายใหม่


วัดสามพระยาทูเดย์



เจ้าคุณเอื้อนโชว์



รับบัญชาจากเจ้าคณะภาค 1 ให้ปฏิบัติหน้าที่แทน



ถามว่า ทำได้ไหม ?
ตอบว่า ได้สิ ทำไมจะทำไมได้ มันก็เหมือนปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชนั่นแหละ เมื่อทรงป่วย หรือไม่ว่าง ก็สามารถตั้งปฏิบัติหน้าที่แทนได้ ดังนั้นจงอย่าแปลกใจ




แล้วถามว่า มหาสายชลไปไหน ? ไม่สบาย ปวดหัว ตัวร้อน ไม่ว่าง หรือติดภารกิจอื่นใด จึงไม่สามารถจะมอบตราตั้งให้ที่วัดชนะสงครามได้ ?





คำตอบก็คือ ไม่ได้ไปไหนหรอก ก็นั่งหลับอยู่ข้างๆ เจ้าคุณเอื้อนนั่นไง หน้าตาสุดหล่อพ่อยอดชายแบบนี้มีคนเดียวในเมืองไทย ดูไว้ซะ เชื้อพะวงของสมเด็จพระมหาธีราจารย์ ว่าผู้มีบุญญาธิการสั่งสมมาแต่อดีตชาตินั้น โหงวเฮ้งระดับห้ามังกรเป็นอย่างไร เผื่อพวกพระที่อยากจะเป็นเจ้าคณะภาค 1 รุ่นต่อไป จะได้ไปผ่าตัดเสริมดวง


อ้อ ขอถามด้วยว่า พระราชโมลี หรือพระมหามีชัย รองเจ้าคณะภาค 1 ล่ะ ไปไหน ทำไมไม่มอบหมาย ?





ไม่ใช่แค่มอบตราตั้งเท่านั้นนะ แต่ยังมอบให้เจ้าคุณเอื้อนให้โอวาทอีกต่างหากด้วย ก็ไม่รู้ว่ามหาสายชลนั้นมาทำไม มาแล้วทำไมไม่ทำงาน ถ้าไม่ทำงานแล้วมาทำไม ?





ใครหญ่าย ?
ระหว่างเจ้าคณะภาค กับเจ้าคณะ กทม.


พอเสร็จพิธีแล้ว มหาสายชลก็คลานเข่าเข้าไปไหว้เจ้าคุณเอื้อนเจ้าคณะ กทม. ซึ่งนั่งเอ้เต้คุยกับมหาสายชลยังกะเจ้านายกับลูกน้อง เป็นภาพน่ารักที่หาดูไม่ได้หรอก ไม่ว่าชาติไหนๆ เพราะประเทศไทยไม่เคยมีระบบ "เลื่อนยศ-อัปยศ"เหมือนปัจจุบัน ขนาดว่าสมัย พ.ศ.2500 นั้น พระพิมลธรรม (อาจ) เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ ได้เป็นสังฆมนตรีว่าการองค์การปกครอง สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฟื้น) วัดสามพระยา ก็ถือว่า "เสียศักดิ์ศรี" จึงประกาศไม่รับตำแหน่งสังฆมนตรีช่วยว่าการองค์การศึกษา




แต่ว่าเดี๋ยวนี้เขาไม่ถือกันแล้ว  อดีตก็คืออดีต อย่านับแต่ประวัติศาสตร์ของชาติศาสนาเลย แค่ประวัติพ่อของตัวเอง ท่านเจ้าคุณเอื้อนก็จำไม่ได้แล้ว


เรื่องนี้ พระสงฆ์ไทยสายงมงาย ก็เชื่อกันว่าเป็นบุญญาวาสนาของมหาสายชล แต่ถ้ามองด้วยเหตุผลแล้ว มันก็คือความล้มเหลวในการบริหารการปกครองของคณะสงฆ์ไทย ภายใต้มหาเถรสมาคมชุดปัจจุบัน ที่นิยมเล่นเส้นเล่นสาย แบ่งพรรคแบ่งพวก ขนาดว่าเอาหลานมาเป็นเจ้าคณะภาค 1 ก็ยังทำกันได้ แล้วอย่างอื่นทำไมจะทำไม่ได้ จริงไหมครับท่านสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ?



โทษทีนะฮะ อย่าหาว่ารุนแรงเลย ทำไมตำแหน่งรับได้ แต่ทำไมไม่ยอมทำงาน ถ้าไม่ยอมทำแล้วจะเอาตำแหน่งไปทำไม ลาออกเสียเถิดฮะท่านมหาสายชลอย่าอยู่ให้มันเสียหายต่อคณะสงฆ์ไทยอีกต่อไปเลยดีกว่า







7 เดือนบรรลุธรรม หรือจะสู้ 7 เดือนได้เป็นเจ้าคณะภาค 1

กับผลงาน "ตั้งมหาสายชล ซึ่งเข้าดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะภาคได้แค่ 7 เดือน ให้ขึ้นเป็นเจ้าคณะภาค 1" รวมความว่า "มหาสายชลใช้เวลาไต่เต้าเข้าสู่ตำแหน่งสูงสุดในคณะสงฆ์ไทยเพียง 7 เดือน" ก็บรรลุกิเลสสมอยากแล้ว

นี่ไง เป็นผลงานอันน่าภูมิใจของ "พระเดชพระคุณสมเด็จพระพุทธชินวงศ์"เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ผู้มีอำนาจวาสนาบารมีล้นฟ้า สามารถเสกปั้น "กุมารทอง-มหาสายชล" ให้เป็น "เจ้าคณะภาคร่างทรง" หรือ "เจ้าคณะภาคนอมินี" ได้อย่างไม่มีใครกล้าขัดใจเพราะมีนิสัยเผด็จการ แต่ว่าผลงานที่ผ่านมาในรอบ 2 ปีนั้น พูดได้คำเดียวว่า "ห่วยแตก" อย่างไม่เป็นท่า แค่ว่าจะมอบตราตั้งก็ยังไม่กล้า ถามว่า มหาสายชลบนเก้าอี้เจ้าคณะภาค 1 นั้น เคยทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันมั่ง นอกจากงานแบกข้าวสารช่วยน้ำท่วม ?

แต่ก็อย่าถามถึงความรับผิดชอบเลย เพราะในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในทางสงฆ์นั้น ไม่เคยมีฝ่ายค้าน ไม่เคยมีการวิพากษ์วิจารณ์ จึงไม่มีบรรทัดฐานอะไรมาเป็นเครื่องวัดคุณงามความดีในระหว่างที่ดำรงตำแหน่ง นั่นจึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมพระเถระผู้ใหญ่จึงต้องรีบตั้งตัวแทนไว้สืบทอดอำนาจ ก็เพราะว่าถ้าไม่สืบทอดอำนาจไว้แล้ว ขืนตายไปก็ไม่มีใครเหลียวแลนะซี จริงไหมครับ พระเดชพระคุณฯสมเด็จฯสมศักดิ์ที่เคารพ ?




ฟรีสไตล์

สู้พระมหาสุขุม วัดสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ไม่ได้ เห็นไหมว่าสบายกว่ากันเยอะ นั่งแบบนี้ไม่ต้องพิธีรีตรองอะไร เพราะว่าไม่มีหัวโขนให้ใส่หลอกกันเหมือนพระบางกอก จะบอกให้

ภาพข่าว : สำนักงานเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร-วัดสุทธาวาส ริเวอร์ไซด์28 พฤษภาคม 2556

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ