วันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2557

สงครามปราบคอรัปชั่น ช่วยคสช.ต่องอ่าน

การขจัดการทุจริตคอร์รัปชั่นถือเป็นหนึ่งนโยบายสำคัญในการปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่ตามแนวทางแผนที่สู่ความสำเร็จหรือโรดแมปของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ที่ประกาศเป็นสัญญาประชาคมมาตลอด และเป็นไปตามเจตนารมณ์ของมวลมหาประชาชนและภาคีเครือข่ายต่อต้านการคอร์รัปชั่นที่อยากเห็นประเทศปลอดจากคอร์รัปชั่นที่เหมือนมะเร็งร้ายกัดกร่อนบ่อนทำลายประเทศอย่างรุนแรงและเป็นรากเหง้าต้อตอแห่งความชั่วร้ายทั้งปวงจนเป็นชนวนนำไปสู่วิกฤติของบ้านเมืองตลอดหลายปีที่ผ่านมา

        การประชุมผู้นำทางการเมืองและเศรษฐกิจของโลกประจำปีหรือเวิลด์อีโคโนมิคฟอรั่มที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้เผยแพร่รายงานการจัดอันดับความสามารถการแข่งขันและปัญหาของประเทศต่างๆ ทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย โดยชี้ว่าหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่บ่อนทำลายขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยก็คือปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างกว้างขวาง รวมทั้งปัจจัยความไว้วางในนักการเมืองไทยที่อยู่ในอันดับต่ำที่สุดประเทศหนึ่งของโลกคืออยู่ที่อันดับ 129

        ความไว้วางใจในนักการเมืองและปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นสัมพันธ์กันอย่างแยกไม่ออกและเป็นต้นตอของวิกฤตการณ์ความรุนแรงทางการเมืองของไทยตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยระบอบทักษิณซึ่งเป็นตัวแทนของธุรกิจการเมืองทุนสามานย์ในคราบประชาธิปไตยที่ใช้ผลประโยชน์และวิธีการฉ้อฉลทุกรูปแบบซื้อเสียงและซื้ออำนาจรัฐยึดครองประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อม จากนั้นทุจริตคอร์รัปชั่นถอนทุนบวกกำไรมหาศาล แล้วใช้อำนาจรัฐและผลประโยชน์ต่อยอดแผ่ขยายการผูกขาดอำนาจด้วยการซื้อข้าราชการเพื่อสถาปนาระบอบทักษิณยึดครองทุกองคาพยพของประเทศให้ได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดและถาวร

        ระบอบทักษิณทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างมโหฬารและเหิมเกริมที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการ
รับจำนำข้าวที่ทำให้ประเทศเสียหายเป็นมูลค่ากว่า 5 แสนล้านบาท ซึ่งในยุคระบอบทักษิณเรืองอำนาจองค์กรต่อต้านการคอร์รัปชั่นสากลจัดอันดับประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการทุจริตคอร์รัปชั่นรุนแรงมากที่สุดประเทศหนึ่งของโลก

         พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. และ นายกฯคนที่ 29 ของประเทศให้ความสำคัญและแสดงจุดยืนชัดเจนหลายครั้งที่จะกวาดล้างการทุจริตคอร์รัปชั่น พร้อมย้ำว่า คสช.และรัฐบาลเฉพาะกาลชุดนี้จะทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตโปร่งใสจะไม่ให้มีการฉ้อราษฎร์บังหลวงอย่างเด็ดขาด ถึงกับไปร่วมในพิธีวันต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นโลกที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ที่ห้างเซ็นทรัลเวิลด์โดยองค์กรเครือข่ายต่อต้านการคอร์รัปชั่นแห่งประเทศไทยที่มี นายประมนต์ สุธีวงศ์ เป็นประธานโดยมี
บุคคลสำคัญและตัวแทนภาคธุรกิจเอกชนและจากทุกภาคส่วนเข้าร่วมเป็นจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ผู้คนในบ้านเมืองส่งเสียงเรียกร้องให้มีการปฏิรูปประเทศด้วยการกำจัดกวาดล้างปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นโดยเฉพาะในหมู่นักการเมืองอย่างเด็ดขาดจริงจังเสียที

         ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยืนบนเวทีและจับมือกับรรดาตัวแทนองค์กรเครือข่ายต่อต้านการคอร์รัปชั่น พร้อมทั้งประกาศอย่างชัดเจนถือว่าปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นวาระแห่งชาติที่คสช.และรัฐบาลเฉพาะกาลประยุทธ์ 1 จะทำสงครามขจัดให้สำเร็จให้จงได้

        ท่าทีการทำสงครามกวาดล้างการทุจริตคอร์รัปชั่นของ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากประชาชนทุกภาคส่วนอย่างล้นหลามทำให้ระบอบทักษิณเกิดความหวั่นเกรงเพราะการทุจริตคอร์รัปชั่นคือชนักปักหลังที่เป็นจุดอ่อนทางการเมืองสำคัญที่สุดของตัวเอง ดังนั้นบรรดาเครือข่ายสาวกระบอบทักษิณทั้งภายในและภายนอกประเทศจึงพยายามเดินเกมการเมืองเพื่อบ่อนทำลายคสช.และรัฐบาลเฉพาะกาลประยุทธ์ 1 ด้วยการพยายามจ้องหาทางสร้างกระแสกระพือข่าวการทุจริตในคสช.หรือรัฐบาลเฉพาะกาลแม้แต่เรื่องเล็กน้อย อาทิ กรณีที่ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคเพื่อไทยยื่นเรื่องให้ คสช.ตรวจสอบกรณีการจัดซื้อไมโครโฟนติดตั้งในห้องประชุมคณะรัฐมนตรีในราคาแพงหูฉี่ถึงเครื่องละ 145,000 บาท ยังไม่รวมอุปกรณ์อื่นๆ ที่ราคาแพงผิดปกติเช่นกัน ซึ่งกรณีการจัดซื้อไมโครโฟนแพงมหาโหดนับเป็นรอยด่างสำหรับการเริ่มต้นบริหารประเทศของครม.ประยุทธ์ 1 ที่ดูไม่ดีนัก

         แต่ที่เป็นเกมแรงก็คือ การออกมาสร้างเรื่องจุดประเด็นบ่อนทำลายคสช.โดยบรรดาสาวกระบอบทักษิณทั้งในและนอกประเทศโดยเฉพาะ นายอรรถชัย อนันตเมฆ ดาราเสื้อแดง ซึ่งเป็นผู้ต้องหาหนีหมายจับของคสช.ไปใช้ชีวิตอย่างสบายในต่างแดนซึ่งเผยแพร่ข้อมูลสร้างเรื่องกล่าวหาว่า พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.ท.ปรีชา จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 3 ซึ่งเป็นน้องชายมีเงินฝากอยู่ในธนาคารพาณิชย์ 2 แห่งนับหมื่นล้านบาท พร้อมกับอ้างว่ามีเอกสารของคสช.แจ้งไปยังธนาคารพาณิชย์ทั้ง 2 แห่ง ห้ามเปิดเผยบัญชีเงินฝากของ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.ท.ประชา อย่างเด็ดขาด ซึ่งล่าสุดธนาคารพาณิชย์ทั้งสองแห่งที่ถูกอ้างต่างออกมาปฏิเสธข้อมูลดังกล่าว ขณะที่ พ.อ.วินธัย สุวารี หนึ่งในทีมโฆษกคสช. แถลงยืนยันว่าข้อกล่าวหาของขบวนการระบอบทักษิณดังกล่าวเป็นเรื่องเท็จอย่างสิ้นเชิง พร้อมทั้งเตือนจะดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดกับขบวนการบ่อนทำลายคสช.และรัฐบาลประยุทธ์ 1

         เพราะฉะนั้นปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นจึงเป็นเรื่องอ่อนไหวอันตรายและเป็นภารกิจใหญ่อันท้าทายสำหรับคสช.และรัฐบาลเฉพาะกาลประยุทธ์ 1 ที่ต้องไม่ทำให้มวลมหาประชาชนผิดหวัง และข้อสำคัญที่สุดก็คืออย่าให้เกิดความไม่ชอบมาพากลของคนในคสช.หรือรัฐบาลเฉพาะกาลเสียเองทั้งทางตรงและทางอ้อม ขณะเดียวกันต้องระวังบรรดาข้าราชการที่เคยเป็นทาสรับใช้ระบอบทักษิณซึ่งซุ่มฝังตัวอยู่โดยจ้องวางยาบ่อนทำลายคสช.และรัฐบาลประยุทธ์ 1 อยู่ตลอดเวลา

นสพ.แนวหน้า

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ