วันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2557

'บูรพาพยัคฆ์’พาเหรดคุมหน่วยรบ

‘บูรพาพยัคฆ์’พาเหรดคุมหน่วยรบ ป.ป.ช.โยนสนช.ฟน‘ขุนค้อน-นิคม’

ป.ป.ช.ตีกลับสำนวนถอดถอน “ขุนค้อน-นิคม” ยื่นปังตอให้ สนช.สอย “เพื่อไทย” ลั่นไม่สนกฎอัยการศึก ขู่ขืนดึงดัน โหวตเจอปลุกม็อบต้าน บี้ “บิ๊กตู่” เบรกก่อนไฟขัดแย้งปะทุ “บิ๊กโด่ง” ปรับทัพ 371 ผู้การใหม่ สาย “บูรพาพยัคฆ์” ขยับยกแผง ลูกน้องสายตรง “บิ๊กป้อม-บิ๊กตู่-บิ๊กโด่ง” พาเหรดพรึ่บ เด็กปั้น ผบ.ทบ.คุมโซนราบ 11 ทส.“ประยุทธ์” ซิวรอง ผบ.พล 2 รอ. “เสธ.อ๊อฟ” ลูก “บิ๊กตุ๋ย” นั่งรอง ผบ.พล 1 รอ. “หลานป๋าเปรม” ไปเป็นรอง ผบ.จปร. “วินธัย” ขึ้นชั้นฝ่าย เสธ.สลก.ทบ.

คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ส่งสำนวนคดีถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภาและนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว.โดยมิชอบ กลับไปให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ดำเนินการถอดถอนแล้ว

สำนวนสอย “ขุนค้อน–นิคม” ถึง สนช.

วันที่ 4 ต.ค.นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงการส่งสำนวนคดีถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว.โดยมิชอบ กลับไปให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ดำเนินการถอดถอนว่า ได้ส่งสำนวนดังกล่าวให้นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช.ลงนามรับรองมติ ป.ป.ช.ที่ให้ส่งกลับสำนวนคดีนี้กลับไปให้ สนช.พิจารณาเหมือนเดิม คาดว่าจะส่งกลับไปยัง สนช.ได้ประมาณวันที่ 6 ต.ค. โดยสำนวนที่ ป.ป.ช.ส่งกลับไปยัง สนช.ยังยืนยันตามฐานความผิดรัฐธรรมนูญปี 50 ไม่มีความผิดตามกฎหมายอื่นประกอบ ป.ป.ช.ไม่สามารถนำความผิดตามกฎหมายอื่นมาเพิ่มเติมเข้าไปในสำนวนได้ เพราะคำร้องขอถอดถอนนายสมศักดิ์และนายนิคมที่ส่งมาให้ ป.ป.ช.นั้น เป็นการร้องให้ถอดถอนออกจากตำแหน่งตามมาตรา 271 ของรัฐธรรมนูญปี 50 ในกรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องที่มาของ ส.ว.โดยมิชอบ ส่วนจะเอาผิดนายสมศักดิ์และนายนิคมได้หรือไม่ เพราะรัฐธรรมนูญปี 50 ไม่มีผลบังคับใช้แล้ว ขึ้นอยู่กับสนช.ว่าจะพิจารณาอย่างไรต่อไป เพราะหมดหน้าที่ของ ป.ป.ช.แล้ว

39 อดีต ส.ว.ส่อเค้าเดี้ยงตามกัน

นายสรรเสริญกล่าวว่า ส่วนสำนวนการถอดถอนอดีต ส.ว. 39 คน กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องที่มา ส.ว.โดยมิชอบ ที่ ป.ป.ช.กำลังพิจารณาทบทวนสำนวนอยู่นั้น ก็คงเป็นลักษณะเดียวกับกรณีการถอดถอนนายสมศักดิ์และนายนิคมคือ เป็นการกระทำ ความผิดตามรัฐธรรมนูญปี 50 เพียงอย่างเดียว ไม่มีฐานความผิดอื่นประกอบ ยกเว้นกรณีผู้ที่มีพฤติกรรมเสียบบัตรแทนกันจะเข้าข่ายความผิดทางอาญา ที่สามารถเอาผิดเพิ่มเติมได้ คาดว่าในสัปดาห์หน้าเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.จะสรุปเรื่องทั้งหมดรายงานให้ที่ประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่ทราบ เพื่อพิจารณาว่า จะส่งเรื่องให้ สนช.ดำเนินการต่อไปหรือไม่

พท.ลั่นปลุกม็อบต้านโจ๊ก ปชต.

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย แกนนำ นปช. กล่าวว่า กรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กำลังบัญญัติอำนาจถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทั้งที่ไม่มีเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว ถือเป็นการลุอำนาจอย่างยิ่ง สนช.บางคนจุดยืนแจ่มชัดมาตลอดว่าเป็นคู่ขัดแย้งกับฝ่ายประชาธิปไตย จ้องไล่ล้างพรรคเพื่อไทยที่มาจากการเลือกตั้ง วันนี้พวกคุณมีที่มาอย่างไรทุกคนทราบดี ไม่รู้สมคบคิดกับใครหรือไม่ พวกมาจากการแต่งตั้งจะมาถอดถอนคนที่มาจากการเลือกตั้ง เป็นเรื่องตลกของประชาธิปไตย เราไม่ยอมแน่ เพราะเรามั่นใจว่าไม่ได้ทำอะไรผิด แก้รัฐธรรมนูญไปตามอำนาจหน้าที่ ถ้ามีการยื่นเรื่องถอดถอนเมื่อใด ได้คุยกันแล้วว่าพวกเราอดีต ส.ส. และอดีต ส.ว. 300 กว่าคน พร้อมทั้งประชาชนอีกมากมาย จะออกมา ต่อต้านคัดค้านอย่างแน่นอน แม้รู้ดีว่ายังมีกฎอัยการศึกอยู่ รู้ดีว่ารัฐบาลต้องการความสงบ แต่เรื่องนี้เป็นเพราะองค์กรอิสระ และ สนช.บางคนจุดประเด็นขึ้นมาขยายความขัดแย้ง จึงมีความชอบธรรมที่จะออกมา

บี้ “บิ๊กตู่” เบรก ป.ป.ช.ใช้อำนาจเว่อร์

“ขอบอกเลยว่าการยึดอำนาจจะเสียของถ้าทำกันแบบนี้ พวกเรายอมสงบ ไม่เคลื่อนไหวอะไร ปล่อยให้ คสช.เดินหน้าแก้ปัญหาประเทศไป แต่พวกคุณกลับเป็นคนหาเรื่องจุดชนวนขัดแย้งขึ้นมา ป.ป.ช.แทนที่จะไปทำเรื่องที่คั่งค้างจนสำนวนขึ้นรา อย่างเรื่องประกันราคาข้าว แต่กลับมุ่งสอบสวนโครงการรับจำนำข้าว คนเดินดินกินข้าวแกงก็รู้ว่าทำแบบนี้ มาตรฐานคืออะไร วันนี้ยังหารือร่วมกับอัยการไม่เสร็จ ป.ป.ช.ก็ออกมาพูดแล้วว่าจะฟ้องแล้ว จะถอดถอนแล้ว เจตนาต้องการโหมไฟขัดแย้งขึ้นมาอีกใช่หรือไม่ วันนี้ผมว่า พล.อ.ประยุทธ์เดิน มาถูกทางแล้ว แต่อย่าให้ใครใช้อำนาจเกินขอบเขต ไม่ว่าจะองค์กรอิสระ หรือ สนช. จนทำให้เรามีความรู้สึกว่าถูกกระทำอีกแล้ว” นายวรชัยกล่าว

ไม่เอาหรอกยื่นศาล รธน.ตีความ

นายวรชัยกล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี บอกว่าถ้ามีปัญหาเกี่ยวกับการบัญญัติอำนาจถอดถอนของ สนช.ให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ คิดว่าเรารู้ๆกันอยู่แล้วว่าศาลรัฐธรรมนูญเป็นอย่างไร การวินิจฉัยคดีความต่างๆในอดีตล้วนสวนทางกับความเห็นของพรรคเพื่อไทย ถ้าจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ก็ขอแนะนำให้ยื่น คสช. ยื่นให้ พล.อ.ประยุทธ์ ชี้ขาดจะดีกว่า วันนี้มีรัฏฐาธิปัตย์อยู่ในมือ ก็ให้ท่านตัดสินเลยว่าอย่างไร จะให้ถอดถอนได้หรือไม่ได้

อึ้งขุมทรัพย์ก้อนมหึมาของ สนช.

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่หลายคนมีทรัพย์สินจำนวนมากว่า ขณะนี้กำลังเก็บข้อมูลบัญชีทรัพย์สินของ สนช.อยู่ เพื่อตรวจสอบว่า ใครมีทรัพย์สินผิดปกติอะไรบ้าง จะตรวจสอบความผิดปกติของทุกคน โดยเฉพาะคนที่เป็นข้าราชการประจำ แต่มีทรัพย์สินมากถึง 200-300 ล้านบาท ถ้าไม่มีอาชีพอื่นประกอบหรือมีมรดกเก่าอยู่ก่อนแล้ว มีแต่เงินเดือนข้าราชการอย่างเดียว ยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะมีทรัพย์สินมากมายขนาดนี้ เช่น พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ที่มีทรัพย์สิน 355 ล้านบาท พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. ที่มีทรัพย์สิน 100 กว่าล้านบาท ก็จะไปเก็บข้อมูลตรวจสอบว่า มีอะไรผิดปกติหรือไม่

ขอแงะกรุ “นพดล” กับเงิน 21 ล.

นายเรืองไกรกล่าวว่า ส่วน พล.อ.นพดล อินทปัญญา ที่คนยื่นเรื่องต่อศาลปกครองไม่ให้ ป.ป.ช.เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินต่อสาธารณชน ก็จะไปตรวจสอบดูว่า เหตุใดจึงไม่อยากให้เปิดเผยและทรัพย์สินจำนวน 21 ล้านบาท มีอะไรผิดปกติหรือไม่ หรือกรณี สนช.ที่เป็นอดีต ส.ว.หลายคนก็จะไป เปรียบเทียบบัญชีทรัพย์สินในสมัยเป็น ส.ว.ว่า มีการเปลี่ยนแปลงผิดปกติหรือไม่ ยืนยันว่า ให้ความสนใจและจะเดินหน้าตรวจสอบแน่นอน

สนช.มีคิวถกร่าง ก.ม.อีก 8 ฉบับ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้มีคำสั่งให้นัดประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ครั้งที่ 14/2557 ในวันพฤหัสบดีที่ 9 ต.ค. และครั้งที่ 15/2557 ในวันศุกร์ที่ 10 ต.ค. เวลา 10.00 น. โดยมีวาระการประชุมที่สำคัญ คือ การพิจารณาร่างกฎหมายที่คณะรัฐมนตรีเสนอ ได้แก่ 1. ร่าง พ.ร.บ.กำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการทหาร (ฉบับที่.....) พ.ศ.... 2.ร่าง พ.ร.บ.ควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ 3.ร่าง พ.ร.บ.จัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม 4.ร่าง พ.ร.บ. สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ 5.ร่าง พ.ร.บ.ยกเลิก พ.ร.บ.การชลประทานราษฎร์ พ.ศ.2482 6.ร่าง พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ 7.ร่าง พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ และ 8.ร่าง พ.ร.บ.สถานพยาบาลสัตว์ (ฉบับที่...)

“ไพบูลย์” ไล่เช็ก ก.ม.เร่งส่ง สนช.

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คสช.กล่าวถึงการเรียกประชุมปลัดกระทรวงทั้งหมด ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา ว่า เพื่อติดตามความคืบหน้าร่างกฎหมายต่างๆที่ผ่านการพิจารณาของ คสช.และ ครม.ไปแล้วว่าขั้นตอนไปถึงไหนแล้ว ทั้งที่อยู่ระหว่างการจัดทำร่างของกระทรวงและที่อยู่ระหว่างคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบแก้ไข รวมถึงเพื่อรับฟังปัญหาอุปสรรค และเพื่อจัดลำดับเสนอ สนช. นายกรัฐมนตรีสั่งให้ตนรวบรวมกฎหมาย เพื่อวางระบบการติดตามได้ง่ายขึ้น มีกี่ฉบับ ขั้นตอนถึงไหนแล้ว กำหนดร่างกฎหมายเร่งด่วน จัดช่องทางประสานงาน ส่วนอุปสรรคที่พบเป็นเรื่องเทคนิคส่วนใหญ่ เนื่องจากกฎหมายบางตัวเกี่ยวข้องหลายกระทรวง ซึ่งกฎหมายที่เร่งเสนอ สนช.แบ่งเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพันธสัญญาระหว่างประเทศ กฎหมายเกี่ยวกับการปฏิรูปองค์กร กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับประชาชน ศีลธรรมอันดี และกฎหมายเกี่ยวข้องนโยบาย คสช.และรัฐบาล อย่างกฎหมายการชุมนุมในที่สาธารณะที่กำลังปรับแก้ให้เข้ากับสถานการณ์

งานล้น—คนน้อย สนช.ขอตัวช่วย

พล.อ.ไพบูลย์กล่าวว่า การทำงานฝ่ายบริหารกับ สนช.ก่อนหน้านี้ ได้หารือกับนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ร่วมกับคณะกรรมการกฤษฎีกาถึงการพิจารณาร่างกฎหมาย โดยพบว่าการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการสามัญชุดต่างๆมีปัญหา เนื่องจาก สนช.มีอยู่เพียง 220 คน ต่างกับสภาปกติที่มีถึง 500 คน ทำให้คณะกรรมาธิการแต่ละชุดทำงานกันหนัก การพิจารณาล่าช้า กระทบการพิจารณาร่างกฎหมายที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก ประธาน สนช.จึงเสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้น โดยนำคนนอกเข้าร่วมเป็นกรรมาธิการ ดึงผู้ทรงคุณวุฒิที่ไม่เกี่ยวข้อง สนช.เข้าไปช่วยดูความจำเป็นแต่ละตัวกฎหมายไป รวมถึงประธาน สนช.อยากให้รัฐบาลส่งผู้ทรงคุณของแต่ละกระทรวงเข้าไปเป็น กมธ.ผู้ทรงคุณวุฒิ และขอให้กฤษฎีกาเข้าไปช่วยอธิบายความแต่ละมาตรา เพราะถ้า สนช.ดูกันเองอาจไม่เข้าใจความมุ่งหมาย เพื่อความรวดเร็วในการพิจารณากฎหมาย

อ้อนดูฝีมือก่อนค่อยวิจารณ์ สปช.

พล.อ.ไพบูลย์กล่าวถึงการคัดเลือกสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่บางฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่มีความหลากหลายว่า เรื่องไม่ตรงใจใครตนก็เข้าใจ แต่ คสช.เลือกจากผู้ที่สมัครเข้ามาและสรรหามาจากคณะกรรมการสรรหาทั้ง 11 ด้าน เมื่อมีมาแค่นี้ก็ต้องเลือกแค่นี้ และด้วยจำนวนที่ล็อกไว้ 250 คน ถ้ามองว่า คสช.คัดเลือกมีความเหมาะสมหรือไม่ ก็ต้องให้คนเหล่านี้ได้ทำงานก่อนจะเป็นตัวบอก เมื่อทำงานไม่ได้ คนสมัครมาก็ต้องรับผิดชอบด้วย ตกลงเก่งจริงไหม คนคัดสรรเข้ามาก็ต้องรับผิดชอบด้วยว่า ทำไมเอาคนนี้มา ไม่เอาคนนี้เข้ามา ทั้งที่ในสายตามองว่าดีกว่า ส่วนผู้ที่ไม่ได้รับการคัดเลือก เราเห็นว่าคนเหล่านี้มีประโยชน์ อย่างที่นายกรัฐมนตรีบอก กำลังจัดระบบหาเวทีให้ แต่ต้องรอแต่งตั้ง สปช.อย่างเป็นทางการก่อน

ร้อง “จับเข่าคุยทักษิณ” ผิด ม.112

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ เข้าพบ ร.ต.ท.ชนะ ขำทอง พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ให้สัมภาษณ์ลงพ็อกเกตบุ๊ก “จับเข่าคุย ทักษิณ ชินวัตร” นายทอม เพลท (Tom Plate) ผู้เขียน นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ ผู้แปล สำนักพิมพ์ มติชน ผู้จัดพิมพ์ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ในข้อหาหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112 โดยนำพ็อกเกตบุ๊กดังกล่าวมาเป็นหลักฐาน นายวัชระกล่าวว่า สืบเนื่องจากมีการจัดพิมพ์บทสัมภาษณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ในหนังสือ ชื่อ “จับเข่าคุย ทักษิณ ชินวัตร” ในเนื้อหามีข้อความในลักษณะหมิ่นเบื้องสูง จึงต้องเดินทางมาแจ้งความดำเนินคดีในวันนี้

จี้ คสช.แก้กฎหมายหมิ่นสถาบัน

นายวัชระกล่าวอีกว่า ตนอยากให้ คสช.แก้ไขกฎหมายหมิ่นเบื้องสูง โดยให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ หรือฝ่ายปกครอง ที่พบเห็นการกระทำผิดดังกล่าว มีอำนาจดำเนินคดีได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้ประชาชนเป็นผู้มาร้องทุกข์ แจ้งความด้วยตัวเอง สำหรับกรณีที่ก่อนหน้านี้เคยมีการขอให้ถอดถอนยศ พ.ต.ท.ทักษิณนั้น ขณะนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ทำหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อแนะนำช่องทางที่จะสามารถถอดถอนยศ พ.ต.ท.ทักษิณได้ตามกฎระเบียบเเล้ว ดังนั้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สามารถดำเนินการถอดถอนยศ พ.ต.ท.ทักษิณได้ถูกต้องตามระเบียบทันที

ปชป.ไม่เอาคนร่าง รธน.พันธุ์มโน

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงคุณสมบัติของผู้ที่จะมาเป็นประธาน สปช.ว่า ตนไม่ให้ความสำคัญกับตัวบุคคล เพราะไม่สำคัญเท่ากับคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญที่จะตั้งขึ้นว่าจะวางกรอบอะไรไว้ จึงสนใจในตัวคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญมากกว่า ซึ่งไม่ว่าใครจะเป็นกรรมาธิการนี้ ขอให้ตระหนักว่าการเมืองมี 2 ด้านคือ 1.การเมืองในอุดมคติ และ 2.การเมืองในความเป็นจริง ดังนั้น ผู้ที่จะมาเป็นกรรมาธิการยกร่างฯจึงต้องรู้ความเป็นจริงของสภาพการเมืองไทย เช่น ยังมีการซื้อสิทธิขายเสียงในการเลือกตั้งอยู่หรือไม่ เมื่อเข้าสู่อำนาจแล้ว ใช้อำนาจนั้นถูกต้องหรือไม่ อย่างไร เมื่อรู้โจทย์หลักของข้อเท็จจริงแล้วก็นำทฤษฎีในอุดมคติมาปรับใช้ให้เหมาะสม จึงอยากได้คนที่รู้เช่นเห็นชาติการเมืองไทยจริงๆมาเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่นำรัฐธรรมนูญของชาติชั้นนำมาบังคับใช้กับไทยที่มีบริบทของสังคม วัฒนธรรมที่ต่างกัน

“บิ๊กโด่ง” เซ็นโผ 371 ผู้การใหม่

อีกด้านหนึ่ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ในฐานะ ผบ.ทบ.ได้ลงนามในคำสั่งกองทัพบกที่ 325/2557 ลงวันที่ 3 ต.ค.2557 เรื่องให้นายทหารรับราชการและปรับระดับเงินเดือน จำนวน 371 นาย ซึ่งเป็นนายทหารระดับพันเอกพิเศษ โดยการปรับย้ายครั้งนี้ พล.อ.อุดมเดชได้ปรับนายทหารระดับผู้บังคับการกรม เพื่อต้องการให้ผู้บังคับการกรมคนใหม่สามารถปฏิบัติภารกิจได้ทันที ในการประชุมหน่วยขึ้นตรงของกองทัพบก (นขต.ทบ.) วาระพิเศษในวันที่ 6 ต.ค. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน

เด็ก “บูรพาพยัคฆ์” ขยับเป็นแผง

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าการปรับย้ายครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นหน่วยคุมกำลังหลักของกองทัพบก ทั้งหน่วยรบและหน่วยที่ได้ขยับเข้ามาเป็นกำลังหลักในการดูแลพื้นที่ช่วงที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาควบคุมการบริหารประเทศเมื่อวันที่ 22 พ.ค. เพื่อเป็นการตอบแทนที่ช่วยดูแลความสงบเรียบร้อยในช่วงที่ผ่านมา เป็นนายทหารในสายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม และ พล.อ.อุดมเดชแทบทั้งสิ้น

ลูก “บิ๊กตุ๋ย” ขึ้นรอง ผบ.พล.1รอ.

สำหรับตำแหน่งที่น่าสนใจ อาทิ “เสธ.ช้าง” พ.อ.เอกรัตน์ ช้างแก้ว ผบ.ร.1รอ. (ตท.23) ขยับเป็นรอง ผบ.พล.1รอ. โดยเอา พ.อ.อาสาศึก ขันติรัตน์ (ตท.28) นายทหารฝ่ายเสนาธิการของ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้ช่วย ผบ.ทบ. มาเป็น ผบ.ร.1รอ. แทน โดยมี “เสธ.อ๊อฟ” พ.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี (ตท.24) ผบ.ร.11รอ. ลูกชาย “บิ๊กตุ๋ย” พล.อ.อิสระพงษ์ หนุนภักดี อดีต ผบ.ทบ. ได้ขึ้นเป็นรอง ผบ.พล.1รอ. เนื่องจากมีผลงานในการรักษาความสงบเรียบร้อยที่ ม.รามคำแหง และบริเวณสี่แยกหลักสี่ในช่วงการชุมนุมที่ผ่านมา

เด็กปั้น ผบ.ทบ.ขึ้นคุมราบ 11

นอกจากนี้ “เสธ.โต”พ.อ.สุชาติ พรมใหม่ (ตท.27) นายทหารฝ่ายเสนาธิการของ พล.อ.อุดมเดช ได้เป็น ผบ.ร.11 รอ. แทนเพื่อคุมกำลังและสร้างความมั่นใจให้ พล.อ.อุดมเดช เนื่องจากเป็นนายทหารคนสนิทที่ไว้ใจได้มากที่สุดขณะที่ พ.อ.อิทธิพล สุวรรณรัฐ ผบ.กรม สน.พล.ร.9 เป็น ผบ.ร.29 พ.อ.นฤดล ท้าวฤทธิ์ (ตท.24) ผบ.ป.1 รอ. เป็นรอง จทบ.กาญจนบุรี พ.อ.คชาชาต บุญดี (ตท.27) ผบ.กรม ทพ.36 เป็น ผบ.ป.1 รอ.โดยที่ผ่านมา พ.อ.คชาชาต เคยอยู่ ป. พัน. 31 รอ. จ.ลพบุรี ถือเป็นลูกหม้อ พล.1 รอ. ก่อนที่จะไปใช้ชีวิตนักรบที่เติบโตมาจากชายแดนภาคเหนือ ทั้งที่เป็นคน กทม. แต่ไม่เคยได้อยู่หน่วยใน กทม. แต่ที่ผ่านมามีผลงานสำคัญต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะการดูแลปัญหาลักลอบตัดไม้จึงได้ชื่อว่าเป็น “นักรบแห่งลุ่มน้ำสาละวิน” ทำให้ พล.อ.อุดมเดชนำมาทำงานสำคัญ

“บิ๊กตู่” ดันลูกน้องนั่งรอง ผบ.พล.2 รอ.

ส่วนตำแหน่งต่างๆนั้น อาทิ พ.อ.ศักดิ์ศรี งอยปัดพันธ์ เสธ.มทบ.13 เป็นรอง ผบ.มทบ.13 พ.อ.กัณฑ์ชัย ประจวบอารีย์ ผบ.ร.31 รอ. เป็น เสธ.มทบ.13 พ.อ.พงษ์ศักดิ์ เอี่ยมพญา รอง ผบ.ร.21 รอ. เป็น ผบ.ร.31 รอ. พ.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผบ.ร.21 รอ. ซึ่งเป็นนายทหารคนสนิทกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เป็นรอง ผบ.พล.ร.2 รอ. พ.อ.วรยุทธ แก้ววิบูลย์พันธุ์ เสธ.พล.ร.2 รอ. เป็น ผบ.ร.21 รอ. พ.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ผบ.ร.19 เป็นรอง ผบ.พล.ร. 9 พ.อ.วุฒิชัย นาควานิช ผบ.ร.29 เป็นรอง ผบ.พล.ร.9 พ.อ.พงษ์สวัสดิ์ ภาชนะทิพย์ ผบ.กรม ทพ.14 เป็น ผบ.ร.19

หลาน “ป๋า” เป็นรอง ผบ.จปร.

พ.อ.สุรินทร์ นิลเหลือง ผบ.ร.9 เป็นรอง ผบ.จทบ.ส.บ. พ.อ.ยุทธพงศ์ คงนิล รอง ผบ.ร.9 เป็น ผบ.ร.9 พ.อ.ณรงค์ กลั่นวารี รอง ผบ.ป.6 เป็น ผบ.ป.6 พ.อ.สวราชย์ แสงผล รอง ผบ.ร.8 เป็น ผบ.ร.8 พ.อ.ธานินทร์ สนิทชน ผบ.ร.13 เป็น รอง ผบ.พล.ร.3 พ.อ.สัญชัย รุ่งศรีทอง ผบ.ร.3 เป็น ผบ.ร.13 พ.อ.ปราโมทย์ นาคจันทึก เสธ.พล.ร.3 เป็น ผบ.ร.3 พ.อ.ยุวัต ขันธปรีชา รอง ผบ.ป.3 เป็น ผบ.ป.3 พ.อ.จรัส ปัญญาดี ผอ.กยก.ทภ.3 เป็น ผบ.ร.7 พ.อ.โสภณ นันทสุวรรณ ผบ.ร.14 เป็น ผบ.ร.4 พ.อ.เกรียงชัย อนันตศานต์ ผอ.กขว.ทน.3 เป็น ผบ.ร.14 พ.อ.ทะเบียน เมืองพระฝาง รอง ผบ.ร.15 เป็น ผบ.ร.153 พ.อ.เสนีย์ ศรีหิรัญ รอง เสธ.พล.ร.5 เป็น ผบ.ร.15 พ.อ.ประเสริฐ กิตติรัต รอง ผบ.ป.5 เป็น ผบ.ป.5 พ.อ.นวกร สงวนศักดิ์โยธิน ผอ.กยก.นปอ. เป็น ผบ.ปตอ.1 พ.อ.วีระพงษ์ ศรีรัตน์ รอง ผบ.ป.1 รอ. เป็น ผบ.ป.71 พ.อ.นิติ ติณสูลานนท์ รอง เสธ.มทบ.42 ซึ่งเป็นหลานชายของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ได้เป็นรอง ผบ.กรม นนร.รอ.รร.จปร. ด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี รอง ผอ.กอง สลก.ทบ. ได้ขยับเป็นฝ่ายเสนาธิการประจำสำนักงานเลขานุการกองทัพบก

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ