วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ถ้าผิดจะให้สึกก็สึก?

คดีเจ้าคุณเหนาะเริ่มออกฤทธิ์ !

สมเด็จวัดปากน้ำออกคำสั่ง

คืนหน้าที่ผู้ดูแลภูเขาทองแก่พระพรหมสิทธิ

คืนตำแหน่ง 7 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธร

ขีดเส้นตาย 30 ต.ค. นี้

หาไม่แล้ว พระพรหมสุธีจะมีอันเป็นไป

 

 

เสือลำบาก-พระพรหมสุธี
ผู้ต้องคดีประวัติศาสตร์ของคณะสงฆ์ไทย

ความคืบหน้าเกียวกับคดี พระพรหมสุธี (เสนาะ ปญฺญาวชิโร) เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ถูกฟ้องร้องมากมายหลายคดี ทั้งผ่านคณะสงฆ์ (มส.) ผ่าน ปปท. ปปช. และดีเอสไอ ซึ่งล่วงเลยเวลามานานพอสมควรแล้ว ควรที่ทางมหาเถรสมาคมจะได้แถลงผลให้พุทธศาสนิกชนคนไทยทั่วประเทศได้รับทราบเสียที ทั้งนี้เพราะเป็นคดีสำคัญเกี่ยวกับพระมหาเถระระดับรองสมเด็จพระราชาคณะ ผู้มีตำแหน่งระดับสูงถึงเจ้าอาวาสวัดพระอารามหลวง ซึ่งเคยเป็นที่สถิตของสมเด็จพระสังฆราช เป็นเจ้าคณะภาค และกรรมการมหาเถรสมาคม เทียบเท่ากับตำแหน่งรัฐมนตรีในทางบ้านเมือง ดังนั้น เรื่องนี้จะทำเงียบๆ เหมือนคดีพระสงฆ์ในอดีตนั้นหาได้ไม่ ทั้งนี้เพราะสมัยนี้มีสื่อทั้งสื่อหลักสื่อรองและสื่ออิสระ คอยตรวจสอบการทำงานของมหาเถรสมาคมและเจ้าคณะผู้ปกครองอยู่เต็มไปหมด คดีเจ้าคุณเสนาะนั้นได้กลายเป็น "คดีสาธารณะ" ไปแล้ว จะสอบแบบเงียบๆ เหมือนสมเด็จพระพุทธชินวงศ์กระซิบเจ้าคุณเสนาะนั้นหาได้ไม่

สายข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2557 ที่ผ่านมา ได้มีบัญชาจากสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำภาษีเจริญ ในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ให้ดำเนินการดังนี้

1. ให้ พระพรหมสุธี (เสนาะ ปญฺญาวชิโร)คืนตำแหน่งหน้าที่การงานในการดูแลบรมบรรพต (ภูเขาทอง) ให้แก่ พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาส พร้อมด้วยทีมงานตามที่เคยปฏิบัติมา ด้วยเหตุผลว่า พระพรหมสิทธิปฏิบัติหน้าที่ตามบัญชาของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ซึ่งแต่งตั้งให้พระพรหมสิทธิเป็นผู้ดูแลบรมบรรพตมาแต่เดิม การที่พระพรหมสุธีสั่งปลดพระพรหมสิทธินั้น จึงถือว่าเป็นการฝ่าฝืนบัญชาสมเด็จพระพุฒาจารย์ อดีตเจ้าอาวาสและอดีตพระอุปัชฌาย์ของพระพรหมสุธี เป็นการแสดงความอกตัญญูต่อบูรพาจารย์อดีตเจ้าอาวาส ส่งผลให้เกิดปัญหาแก่วัดสระเกศอย่างแรงที่สุดในประวัติศาสตร์

2. ให้คืนตำแหน่ง "ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม" แก่อดีต 7 ผู้ช่วย ที่ถูกพักตำแหน่ง ไปตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน พ.ศ.2533 ถึงปัจจุบันก็เป็นเวลากว่า 4 ปี ที่คดีไม่คืบหน้า แสดงว่าเอาผิดผู้ช่วยเจ้าอาวาสทั้ง 7 ไม่ได้ เมื่อเป็นเช่นนั้นก็ต้อง"คืนความเป็นธรรม" ให้แก่ทุกรูป ทั้งนี้ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ มีบัญชาให้นำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมมหาเถรสมาคม ในวันที่ 30 ตุลาคม ศกนี้ ที่พุทธมณฑล ทั้งนี้ ตอนปลด 7 ผู้ช่วยวัดโสธรนั้น เจ้าคุณเสนาะอาศัย "มติมหาเถรสมาคม" เป็นดาบอาญาสิทธิ์ การจะคืนตำแหน่งให้ก็ต้องใช้ "มติมหาเถรสมาคม" จึงจะสามารถลบล้างคำสั่งเดิมได้  ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรวราราทั้ง 7 รูป ประกอบด้วย

     1. พระปริยัติกิจวิธาน (อมรภิรักษ์)

     2. พระครูโสภณสรกิจ (วิรัตน์)

     3. พระครูภาวนากิจพิลาส (บุญยิ่ง)

     4. พระครูปริยัติปัญญาธร (ปรีดี)

     5. พระครูศรีปริยัติวิมล (เอื้อ)

     6. พระมหาปรีชา เตชวณฺโณ

     7. พระครูสุตภาวนาพิธาน (สันติภัทร) 
 

3. ตั้งกรรมการสอบการเงินวัดโสธรวราราม ย้อนหลังเป็นเวลา 5 ปี เพื่อสางบัญชีการเงินวัดโสธรว่ามีปัญหาดังที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ ในการนี้ ทางพระพรหมเวที(สนิท ชวนปญฺโญ) เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม ได้สั่งตั้งกรรมการขึ้นมา มีพระธรรมคุณาภรณ์ (พิมพ์ ญาณวีโร ป.ธ.7) เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคา รองเจ้าคณะภาค 7 เป็นหัวหน้า

 

ในการคืนตำแหน่ง "ผู้ดูแลบรมบรรพต"แก่พระพรหมสิทธินั้น สายข่าวรายงานว่า ทางเจ้าคุณเสนาะ ได้ทำเป็นบันทึกสั้นๆ มีข้อความว่า "สมเด็จวัดปากน้ำ มีบัญชาให้พระพรหมสิทธิกลับไปปฏิบัติหน้าที่ดูแลบรมบรรพตตามเดิม" และให้เจ้าคุณเด็กรูปหนึ่งนำคำสั่งนี้ไปแจ้งแก่พระพรหมสิทธิ แต่พระพรหมสิทธิเห็นว่าเป็นการง่ายไป เพราะเวลาปลดนั้นเจ้าคุณเสนาะสั่งปลดต่อหน้าหมู่สงฆ์กลางโบสถ์ แต่เวลาจะคืนนั้นกลับให้พระเด็กๆ มาแจ้งแค่คำสองคำ จึงคืนคำสั่งไป เจ้าคุณธงชัยจะรับทราบคำสั่ง ก็ต่อเมื่อมีประกาศอย่างเป็นทางการเหมือนตอนสั่งปลดเท่านั้น จึงต้องดูต่อไปว่า ทางเจ้าคุณเสนาะจะทำอย่างไร ทั้งนี้มีกำชับจากทางวัดปากน้ำว่า หากเจ้าคุณเสนาะยังดื้อแพ่ง ไม่ยอมปฏิบัติตามที่สั่ง ก็จะมีการสั่งพักตำแหน่งของเจ้าคุณเสนาะทุกตำแหน่งในทันที เพราะถือว่าขัดบัญชาผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

อย่างไรก็ตาม ตามรูปการณ์ที่ปรากฏออกมาเช่นนี้ ชี้ชัดว่า "คดีมีมูล" ทั้งในส่วนของวัดสระเกศและวัดโสธร สมเด็จวัดปากน้ำจึงเริ่มดำเนินการ "คืนความชอบธรรม" ให้แก่ผู้ถูกกระทำเป็นเบื้องต้น ส่วนการลงโทษเจ้าคุณเสนาะนั้นยังต้องรอความพร้อมอีกระยะหนึ่ง ซึ่งคาดว่าก่อนวันที่ 5 ธันวาคม ศกนี้ คดีเจ้าคุณเสนาะก็น่าจะสิ้นสุด

สำหรับผลการสอบสวนของคณะสงฆ์ส่วนกลาง มีสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม) วัดพิชยญาติการาม เป็นประธาน ซึ่งสรุปสำนวนเสร็จตั้งแต่ก่อนสิ้นเดือนตุลาคม และส่งถวายรายงานถึงสมเด็จวัดปากน้ำไปแล้วนั้น สายข่าวรายงานว่า "อุ้มเสนาะเกินร้อย" ทางสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ จึงไม่ยอมนำเอาผลการสอบสวนนั้นเข้ามหาเถรสมาคม แต่ได้ดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมด้วยตนเอง โดยเรียกผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรให้เข้าปากคำ ก่อนจะมีความเห็นให้คืนตำแหน่งแก่ทุกรูป

ส่วนกรณีพระพรหมสิทธินั้น ก็เป็นเหตุเป็นผลที่ทราบกันทั่วไปในกลุ่มลูกศิษย์วัดสระเกศ ว่าก่อนมรณภาพ สมเด็จพระพุฒาจารย์ ได้ออกคำสั่งสำคัญ 2 ประการ คือ

1. ให้พระพรหมสุธี เป็นเจ้าอาวาสวัดสระเกศรูปต่อไป

2. ให้พระพรหมสิทธิ ดูแลบรมบรรพตภูเขาทอง

ทั้งสองประการนี้ เป็นเสมือน "พินัยกรรม"ของสมเด็จเกี่ยวก่อนมรณภาพ ถึงไม่ได้เขียน แต่คนที่รับทราบก็มีอยู่เต็มวัด ดังนั้น เมื่อมีพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช ให้พระพรหมสุธีขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศ แบบสายฟ้าแล่บ จึงไม่มีการต่อต้านจากทางฝั่งเจ้าคุณธงชัย (พรหมสิทธิ) ทั้งนี้เพราะยึดมั่นในคำสั่งของสมเด็จพระพุฒาจารย์นั่นเอง 

แต่เมื่อเจ้าคุณเสนาะสั่งปลดพระพรหมสิทธิ ก็เท่ากับว่า "ลบล้างคำสั่งสมเด็จพระพุฒาจารย์" ซึ่งส่งผลให้ตนเอง (เจ้าคุณเสนาะ) ได้เป็นเจ้าอาวาสอีกด้วย ดังนั้น การที่เจ้าคุณเสนาะสั่งปลดเจ้าคุณธงชัย จึงถือว่าไม่กตัญญูต่อครูบาอาจารย์อดีตเจ้าอาวาส ส่งผลให้เกิดความเสียหายร้ายแรงแก่วัดสระเกศ พระสงฆ์สามเณรค่อนวัดจึงไม่ยอมรับเจ้าคุณเสนาะในฐานะเจ้าอาวาส

ขั้นตอนต่อไป ทางมหาเถรสมาคม ก็คงจะพิจารณาโทษของเจ้าคุณเสนาะในส่วนนี้ (ทางการปกครอง-ไม่เกี่ยวกับรูปคดีอื่นๆ) ส่วนจะพิจารณาหาใครมาดำรงตำแหน่งแทนนั้น คาดว่า ทางมหาเถรสมาคมคงจะยกตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศถวายแก่หลวงปู่พระธรรมกิตติโสภณ (หนู อโนมปญฺโญ ป.ธ.8) พระมหาเถระอาวุโสภายในวัด รุ่นราวคราวเดียวกับสมเด็จพระพุฒาจารย์ อดีตเจ้าอาวาส และเป็นพระกรรมวาจาจารย์ของเจ้าคุณเสนาะด้วย หากเป็นไปตามนี้ ทางฝ่ายเจ้าคุณเสนาะและเจ้าคุณธงชัย ก็คงจะทำใจยอมรับได้ แบบว่าเป็นการถอยกันคนละก้าว

ในส่วนของวัดโสธรจังหวัดฉะเชิงเทรานั้น หากผลการสอบสวนทวนความได้ว่า มีความผิดปกติในการบริหารวัด ภายใต้การบริหารของ "พระราชมงคลรังษี" เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน ก็เชื่อว่า จะมีการเปลี่ยนตัวเจ้าอาวาสใหม่ แต่จะเป็นใครนั้นก็ยังไม่ทราบ ส่วนพระราชมงคลรังษีนั้น เดิมเป็นเจ้าอาวาสวัดท่าสะอ้าน อำเภอบางปะกง และเข้ามาดำรงตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ.2553 ตามการเสนอของพระพรหมสุธี (เสนาะ) ซึ่งปัจจุบัน พระราชมงคลรังษีมีอายุมากถึง 85 ปี ทางมหาเถรสมาคมจึงอาจจะสั่งเปลี่ยนตัวเจ้าอาวาสวัดโสธร โดยอ้าง "ความชราภาพ" เหมือนที่พระพรหมสุธีอ้าง จึงสั่งปลด "พระราชมงคลวุฒาจารย์" อดีตเจ้าอาวาสวัดโสธร ออกจากตำแหน่ง (จนตรอมใจตาย) แล้วตั้งพระราชมงคลรังษี จากวัดท่าสะอ้านเข้ามาเป็นแทน

ซึ่งถ้าหากเป็นไปตามนี้ ก็ต้องถือว่าเป็น"กงกรรมกงเกวียน" พระราชมงคลรังษีมาทางไหนก็ต้องไปทางนั้น มาด้วยวิธีไหน ก็ต้องไปด้วยวิธีนั้น มหาเถรสมาคมคงเป็นได้เพียง "ผู้อนุวัตรตามกรรม" เท่านั้น หาไม่แล้ว มหาเถรสมาคมนั่นเองจะต้องถูกแรงกรรมกระทำร้ายด้วย การที่พระพรหมสุธี "ชวด" เป็นองค์ครองกฐินไปในปีนี้ ซึ่งเป็นปีแรกของการดำรำตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า"ผลกรรมมีจริง" ไม่เหลือก็อย่าลบหลู่

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน
21 ตุลาคม 2557

http://www.alittlebuddha.com/


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ