วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ประจักษ์แจ้งนานแล้ว ธัมมชโยปาราชิก ใครละเว้นไม่ปฏิบัติหน้าที่?

รับของโจร...ศาลสั่งให้คืน...ไร้ผิดโว้ย??

วันนี้หลายคนยังคงสับสนกันต่อไปว่า“พระเทพญาณมหามุนี หรือ พระไชยบูลย์ธัมมชโย” เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และประธานมูลนิธิวัดพระธรรมกาย ตามคำยืนยันของมหาเถรสมาคม หรือ“นายไพบูลย์ สุทธิผล” ตามพระลิขิตสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ยังเป็น “พระภิกษุสงฆ์” หรือ “สมี-อลัชชี-เดียรถีย์” กันแน่

สับสนว่า สมณะที่โกงเงินวัด โดนจับได้...แล้วคืน ไม่ต้องปาราชิก ใช่หรือไม่

สับสนว่า 20 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่ “พระพรหมเมธี” แถลงใช่มติ มส.จริงหรือไม่

สับสนว่า มหาเถรสมาคม แตกฉานเรื่องพระธรรมวินัยหรือไม่

เอาล่ะ จะฉลาด แตกฉาน โง่ หรือ แกล้งโง่ เพื่อผลประโยชน์ส่วนตนก็ตามที สรุปว่า ตอนนี้ศาสนายังแปดเปื้อน รอชำระล้าง รอการปฏิรูปครั้งใหญ่ พระเทพญาณมหามุนี ยังครองผ้าเหลืองมี สมณศักดิ์ เป็นพระเถระ ยังลอยหน้าลอยตา สะตอเบอแหล “นะจ๊ะ นะจ๊ะ” ตามความเชื่อของกลุ่มผู้สนับสนุนอยู่ต่อไป ความจริงก็คือความจริง เดี๋ยวก็พบข้อเท็จจริงถ้าทุกฝ่ายยึด
มาตรฐาน ความไม่อคติ ยอมรับข้อเท็จจริง

!?!?!

ความที่เป็นวัดพระธรรมกาย ที่สร้างปรากฏการณ์ กิจกรรมอย่างต่อเนื่อง จึงกลายเป็นเรื่อง เป็น ทอล์ก ออฟ เดอะทาวน์
ในมวลหมู่พุทธศาสนิกชนโดยถ้วนทั่วย้อนกลับไปตั้งแต่ที่ผมเล่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้วภาพการใช้กำลังเข้าขับไล่ชาวบ้าน ที่ต่อมากลายเป็น ภาพพูลิตเซอร์/ภาพข่าวยอดเยี่ยมของนสพ.มติชน คือเรื่องที่ต้องศึกษาแต่ต้น

เรื่องพระมหาธรรมกายเจดีย์ เรื่องพระมหาสิริราชธาตุ เรื่องอัศจรรย์บนท้องฟ้า เรื่องร่างกายเป็นอัตตา เรื่องธุดงค์ธรรมชัย เรื่องค่าใช้จ่ายในการบวชภาคฤดูร้อน เรื่องบริจาคเงินมากได้บุญมาก เรื่องใช้เงินซื้อสวรรค์ได้ รวมถึงเรื่องของ “สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น” เป็นเรื่องราวที่ต้องติดตามและโยงใยวัดพระธรรมกายทั้งสิ้น

โดยเฉพาะ “สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น”

องค์กรที่ถูกศิษย์ธรรมกายฉ้อโกงกว่า 1.2 หมื่นล้าน

ผู้เสียหายหลายหมื่นคน และเป็นชาวบ้านเสียส่วนใหญ่

คดีฉ้อโกง “สหกรณ์ฯคลองจั่น”มีผู้ต้องหาจำนวนมาก แต่ตัวหลักที่อาจจะเรียกว่า “ตัวบงการ” ก็คือ อดีตไวยาวัจกรวัดพระธรรมกาย ชื่อ “ศุภชัย ศรีศุภอักษร” ศิษย์เอกของวัดพระธรรมกาย ซึ่งเส้นใหญ่ ขนาดคนระดับ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นาม “ธวัชชัยไทยเขียว” กล้าเอาตำแหน่งประกันตัวผู้ต้องหา ไม่ต้องนอนห้องขัง

คดีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการทยอยส่งฟ้องศาล หลายหนมีข้อมูลออกมาต่อสาธารณชนแล้ว อาทิ เช็ค 11 ใบ รวมวงเงิน 1,112,180,811 บาท ที่นายศุภชัย เซ็นจ่ายเช็คเงินให้กับ พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (ชื่อเดิมพระธัมมชโย) วัดพระธรรมกาย “วัฒน์ชานนท์ นวอิสรารักษ์” อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่มีฉายา รัฐมนตรีไวท์ไล“กิตติรัตน์ ณ ระนอง” จากสหกรณ์บริการชุมชนรัฐประชา จำกัดและเครือข่ายๆ

ปปง.ได้ติดตามเส้นทางการเงินของนายศุภชัยมาตลอด และมีคำสั่งยึดทรัพย์หลายต่อหลายครั้งทั้งยังพบว่า มีการโอนเงินบริจาคเข้าบัญชีโดยตรงของ “พระธัมมชโย”กว่า 800 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมที่ดินที่ จ.กาญจนบุรี โดยมีผู้รับบริจาคอย่างน้อย3 ส่วน คือ วัดพระธรรมกาย, พระธัมมชโย และพระปลัดคนที่ใกล้ชิดพระธัมมชโย

เรียกว่า รับเงินบริจาคจากโจรด้วยความมีสติสัมปชัญญะบริบูรณ์

จะอ้างว่าไม่รู้เหมือนที่ผ่านมาคงไม่ใช่

จะเบลอ จะแกล้งโง่ จะอะไรก็ตามแต่ไม่รู้ไม่ได้

เพราะชาวบ้านติดต่อเจรจากับวัดพระธรรมกาย ทั้ง “พระเทพญาณมุนี” หรือ “ไชยบูลย์ ธัมมชโย” และ “พระภาวนาวิริยคุณ” หรือ “พระเผด็จ ทัตตชีโว” เพื่อขอให้วัดคืนเงินที่ได้รับจาก “ศุภชัย” ซึ่งต้องถือว่าเป็นเงินร้อน เงินโจร จำนวนกว่า 900 ล้านบาท แต่ก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ที่ว่าประชาชนผู้เป็นเหยื่อคนชั่วเหล่านี้จะได้รับเงินคืน

เขาจึงไปฟ้องร้องศาล อันเป็นที่พึ่งสุดท้าย

จัดการคนชั่วทั้งหลาย ทั้งหัวดำ หัวขาว หัวโล้น ครับ

ครั้งนี้จึงต่างกับเมื่อครั้งปี 2549 ที่ “พระธัมมชโย” สำนึกคืนเงินและที่ดินซึ่งใส่ชื่อตนเอง ด้วยข้ออ้าง “รู้เท่าไม่ถึงการณ์” ตกเป็นสมบัติของวัดพระธรรมกาย ตามพระลิขิตของ สมเด็จพระญาณสังวรฯ “องค์สังฆบิดร”แต่เป็นสามัญสำนึกที่ช้ามาก 7 ปี หลังจาก
มีพระลิขิต เพิ่งสำนึกได้ว่า ผิดพระธรรมวินัย ต้องโทษ “ปาราชิก”

เพราะครั้งนี้พระไชยบูลย์รู้มาตลอด มานานกว่า 3 ปีแล้ว ที่เกิดคดีนี้ รู้ด้วยว่า ศิษย์เอกฉ้อโกงเงินประชาชนมาบริจาคให้แก่วัดที่ตนเองเป็น เจ้าอาวาส เป็นประมุข เป็นหัวหน้า เป็นผู้นำ

ผมเพิ่งเข้าใจคำสอนของ พระธัมมชโย ครับ

บริจาคมากได้บุญมาก บริจาคมากใช้เงินซื้อสวรรค์

เงิน 900 ล้าน ที่ได้รับบริจาคจะซื้อสวรรค์ให้ “พระธัมมชโย”

แต่สวรรค์ที่ว่าคืนเรือนจำลาดยาวมากกว่า สมกับที่เทศน์สั่งสอนครับ

จากนี้ต้องจับตาดูว่า มหาเถรสมาคม ที่มี “พระเถรานุเถระ” ชั้น สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ จำนวน 20 รูป ทำหน้าที่ปกครองพระสงฆ์ทั่วประเทศ ตามพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 และ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ฉบับที่ 2พ.ศ.2535 จะพินิจพิจารณาและพิเคราะห์เรื่องนี้เช่นไร

พิจารณาเรื่อง รับของโจร...ศาลสั่งให้คืน...ไร้ผิด?? ด้วยวิจารณญาณเยี่ยงไร

บรรลุโสดาบัน หรือชราจนสมองไร้สภาพ

ยิ่งกว่านั้น พระเถระ ที่รับเงินต่อจากวัดพระธรรมกาย จะสำเหนียกถึงความเดือดร้อนของชาวบ้าน จนพึงเกิดจิตสำนึกในการพิจารณาตนเองเยี่ยงไร

ถึงวันนั้นศรัทธาวงการสงฆ์จะส่องสว่าง

ยกมือไหว้ ก้มกราบ ได้สนิทใจ ไม่เกิดอาการสะอิดสะเอียนครับ

วรพจน์ แสนประเสริฐ

1 ความคิดเห็น:

  1. ขอบคุณ ท่านสมเกียรติเป็นอย่างยิ่งครับ ที่ได้กรุณาตีแผ่ความไม่ถูกต้องเรื่องดังกล่าว

    คุณคงเป็นผู้สื่อข่าวที่ยึดหลักความถูกต้องเป็นธรรม เป็นแก่นในการประกอบอาชีพการงานเลี้ยงชีพ
    ผมต้องการได้ยิน เรื่องราวของผู้ที่เกี่ยวข้องวงการพุทธศาสนา ที่น่าสนใจรายอื่นบ้าง เช่น ความถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง ของพระภิกษุ อย่าง พระสุเทพ เทือกสุบรรณ พระพุทธอิสระ ฯลฯ

    ตอบลบ

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ