มหาเถรสมาคมให้เกียรติ "เชิญเป็นประธาน" งานฉลองพุทธชยันตี แต่กลับปัดไมตรีไม่ยอมเป็น


ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์เสด็จฯเปิดงานพุทธชยันตี
ประธานาธิบดีศรีลังกา "VIP" ร่วมงาน
ยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกฯ ประธานจัดงาน

























เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ เสด็จฯ เปิดการประชุมผู้นำชาวพุทธโลก เนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปี 2555 พร้อมมีกระแสพระดำรัส "หลักธรรมทางพุทธศาสนาคือ อมตะปัญญา" ขณะที่ "มหินทรา ราชปักษา" ประธานาธิบดีศรีลังกา เข้าร่วมประชุม พร้อมด้วยประมุขสงฆ์ และผู้นำชาวพุทธจาก 85 ประเทศทั่วโลก...

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 31 พ.ค.  ที่หอประชุม มวก. 48 พรรษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี เสด็จฯ แทนพระองค์ ทรงเป็นประธานเปิดการประชุมวิสาขบูชานานาชาติ ครั้งที่ 9 วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2555 เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลอง 
พุทธชยันตี : 2600 ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า เรื่องพระปัญญาตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า เพื่อประโยชน์สุขของมวลมนุษยชาติ โดยมีประมุขสงฆ์ ผู้นำชาวพุทธจาก 85 ประเทศทั่วโลก รวมกว่า 5,000 รูป/คน ในจำนวนนี้เป็นพระสงฆ์ประมาณ 1,500 รูป และมีประธานาธิบดีมหินทรา ราชปักษา แห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา เข้าร่วมประชุมด้วย

ในการนี้ 
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี มีพระดำรัสเปิดการประชุมว่า "สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ข้าพเจ้ามาเป็นประธานเปิดการประชุมชาวพุทธนานาชาติ เนื่องในวันวิสาขบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญสากลของโลก และในปีนี้มีการจัดอย่างยิ่งใหญ่ เพราะฉลองพุทธชยันตี 2600 ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า รวมทั้งเฉลิมพระเกียติในวโรกาส 80 พรรษาของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และในวโรกาส 60 พรรษาของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในฐานะที่ข้าพเจ้าเป็นพุทธมามกะ จึงมีความยินดีและปลื้มปีติ ที่เห็นประมุขสงฆ์และผู้นำชาวพุทธจากทั่วโลกมาประชุมร่วมกัน เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และหาทางเผยแผ่หลักธรรม ที่พระพุทธองค์ทรงเผยแผ่ ให้เป็นอมตะปัญญาแก่ชาวพุทธ และสร้างสุขแก่ชาวโลกสืบไป

ขณะที่ในช่วงเช้าวันเดียวกัน 
สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ในฐานะกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช กล่าวสัมโมทนียกถาต่อผู้เข้าร่วมประชุม ว่า พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนมวลมนุษยชาติให้ละเว้นความชั่ว ทำแต่ความดี ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ หรือการรักษาศีล 5 อันประกอบด้วย 1. เว้นจากการฆ่า การทำร้ายเบียดเบียน มีเมตตากรุณา รักใคร่ช่วยเหลือกัน หรือแม้แต่เบียดเบียนเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง 2. งดเว้นจากการลักขโมย แย่งชิงทรัพย์สินกัน 3. เว้นประพฤติผิดในการควบคุมตนในกามารมณ์ 4. งดเว้นจากากรพูดโกหกหลอกลวง เที่ยงตรง 5. งดเว้นจากสุราเมรัย มีสติรู้ตัวว่า สิ่งใดควรทำ ไม่ควรทำ หากละเว้นได้จะมีจิตใจเบิกบาน จะสามารเกิดความสันติสุขแก่ชาวโลกทั้งมวล

ด้าน 
พระธรรมโกศาจารย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาฯ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ เกิดจากมติที่ประชุมชาวพุทธนานาชาติเนื่องในวันวิสาขบูชา เมื่อปี 2554 ที่เห็นว่า ชาวโลกกำลังมีวิกฤติทางด้านความขัดแย้ง จึงกำหนดหัวข้อการประชุมว่า พระปัญญาตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าเพื่อประโยชน์สุขของมวลมนุษยชาติ โดยการประชุมนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 พ.ค.-2 มิ.ย. ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาฯ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ศูนย์การประชุมองค์การสหประชาชาติ ถนนราชดำเนิน และที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม โดยการประชุมครั้งนี้เพื่อศึกษาแนวทางพระปัญญาตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าว่า สามารถนำประโยชน์สุขมาสู่มนุษย์ได้อย่างไร รวมถึงสามารถนำมาพัฒนาจิตใจมนุษย์ และทำให้มนุษย์เกิดความสามัคคีปรองดอง อยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลได้อย่างไร นอกจากนั้น ในปีนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะมีพิธีวางศิลาฤกษ์จัดตั้งสำนักงาน ศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลก ขึ้นที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม เป็นแห่งแรกของโลก ตามมติที่ประชุมชาวพุทธนานาชาติ เนื่องในวันวิสาขบูชา เมื่อปี 2548 ที่มีมติให้ไทยเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลกด้วย


ข่าว :ไทยรัฐ ภาพ มจร.1 มิถุนายน 2555



ราชปักษา-ปธน.ศรีลังกา เยือนไทย !
ร่วมงานพุทธชยันตี 2600 ปีตรัสรู้



ประธานาธิบดี มหินทรา ราชปักษา แห่งศรีลังกา



ตำแหน่งเหมือนกัน แต่ทำไม่เหมือนกัน


ราชปักษา เป็นประธานาธิบดีศรีลังกา ยังสู้อุตส่าห์เดินทางมาร่วมงานพุทธชยันตีที่เมืองไทย ขณะที่ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" เป็นนายกรัฐมนตรีไทย มหาเถรสมาคมให้เกียรติ "เชิญเป็นประธาน" งานฉลองพุทธชยันตี แต่กลับปัดไมตรีไม่ยอมเป็น แถมยังแต่งตั้งรองนายกรัฐมนตรีเป็นแทน เห็นแล้วก็เสียดายแทน โอกาสทองแบบนี้ 2600 ปีมีครั้ง แต่ยิ่งลักษณ์กลับปล่อยให้หลุดมือไปเฉยเลย

แหล่งข่าวกระทรวงการต่างประเทศเปิดเผยว่า นายมาหินดา ราชปักษา ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา มีกำหนดเดินทางเยือนไทยเพื่อการเจรจาทำงานในฐานะแขกของรัฐบาลไทย ระหว่างวันที่ 29 พฤษภาคม - 2 มิถุนายน 2555 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จออกทรงรับประธานาธิบดีศรีลังกาในวันที่ 30 พฤษภาคม 2555 และประธานาธิบดีศรีลังกามีกำหนดการหารือข้อราชการกับนายกรัฐมนตรี เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคี และความร่วมมือ ทั้งในกรอบภูมิภาคและพหุภาคี ในวันเดียวกัน นอกจากนี้ประธานาธิบดีศรีลังกายังมีกำหนดการเข้าร่วมพิธีเปิดงานวันวิสาขบูชาที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตามคำเชิญของคณะกรรมการจัดงานวันวิสาขบูชา ซึ่งมีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ซึ่งมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยจัดขึ้น โดยการสนับสนุนจากมหาเถรสมาคมและรัฐบาลไทย

ทั้งนี้ การเดินทางเยือนไทยในระดับประธานาธิบดีศรีลังกามีขึ้นครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2547 ซึ่งผู้นำของศรีลังกาได้เคยเข้าร่วมการประชุมสุดยอดความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอล สำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ หรือ BIMSTEC ครั้งแรกซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพ ไทยและศรีลังกามีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสัมพันธ์ในด้านพุทธศาสนา ศรีลังกาเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพของไทยและอยู่ในช่วงฟื้นฟูประเทศหลังเหตุการณ์ความไม่สงบได้สิ้นสุดลงเมื่อปี 2552  ปัจจุบันรัฐบาลศรีลังกาได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาประเทศอย่างเต็มที่ สำหรับสาขาการค้าและการลงทุนที่ทั้งสองประเทศสามารถร่วมมือกัน ได้แก่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง การแปรรูปอาหาร อุตสาหกรรมการเกษตร และกลุ่มสินค้าอุปโภคและบริโภค เป็นต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 30 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้การต้อน นายมาหินดา ราชปักษา (H.E. Mr. Mahinda Rajapaksa) ประธานาธิบดีสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา ในโอกาสเยือนไทยเพื่อเข้าร่วมงานวันวิสาขบูชาระหว่างวันที่ 31 พ.ค.- มิ.ย. 2555  โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เชิญประธานาธิบดีศรีลังกาไปยังห้องสีงาช้างด้านนอก ตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อลงนามในสมุดเยี่ยม ก่อนหารือข้อราชการ ทั้งนี้ประธานาธิบดีศรีลังกา กล่าวว่า ขอบคุณประเทศไทยเป็นมิตรที่ดีต่อศรีลังกา และส่งเสริมซึ่งกันและกันในเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในเวทีสหประชาชาติ และในกรอบ Human Rights อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในศรีลังกาได้กลับสู่ภาวะปกติ และกำลังระหว่างการฟื้นฟูประเทศในด้านต่างๆ โดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การก่อสร้างไม่ว่าจะเป็นถนนหนทาง ระบบสาธารณูปโภค โรงพยาบาล และโรงเรียน ซึ่งรัฐบาลศรีลังกาแสดงพร้อมที่จะให้การสนับสนุนนักธุรกิจไทยที่จะเข้าไปลงทุนด้านการก่อสร้าง และโครงสร้างพื้นฐาน

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ เสนอให้ไทยและศรีลังกาขยายความสัมพันธ์และความร่วมมือเพิ่มเติมระหว่างกันในประเด็นหลัก ได้แก่

1. การขยายปริมาณการค้าการลงทุนและความเชื่อมโยงระหว่างกันมากขึ้น

2. การส่งเสริมการท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรมระหว่างกัน ในลักษณะ Combined Destination

3. เสริมสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศให้เข้มแข็งมากขึ้น โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้มีการนำไปหารือในรายละเอียดต่อไปในคณะกรรมาธิการ ร่วมฯไทย-ศรีลังกา โดยมอบหมายให้ รมว.ต่างประเทศเป็นตัวแทนของทั้งสองประเทศ

นอกจากนี้ประธานาธิบดีศรีลังกา ยังเสนอให้มีการพัฒนาความสัมพันธ์ในด้านอื่นๆ ที่มีศักยภาพเพิ่มเติม อาทิ อุตสาหกรรมเครื่องประดับ ความร่วมมือด้านความมั่นคง การเรียนรู้และแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านเทคโนโลยี รวมถึงการส่งเสริมบทบาทสตรีและเยาวชน

ภายหลังการหารือ นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีศรีลังกา ร่วมกันเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการต่าง ประเทศศรีลังกา-ไทย ว่าด้วยการหารือทางการเมืองทวิภาคี และการแลกเปลี่ยนสัตยาบันสารของสนธิสัญญาไทย-ศรีลังกา

ข่าว : มจร.31 พฤษภาคม 2555

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

หน้าที่ของพระสงฆ์

พระพรหมเมธีเปลี่ยนไป๋ !

เปิดตำนาน...เทพเจ้าองค์แรก พระศิวะ...มหาเทพแห่งจักรวาล