หมอประเวศแนะนำทักษิณ


อย่ากลับไทย ให้ตายที่เมืองนอก
"เหมือน ดร.ปรีดี"
หมอประเวศแนะนำทักษิณ
เพราะเชื่อว่า ถึงกลับมาได้ก็ไม่เท่ห์

เอ..แต่ปรีดีไม่มีถึง 1 แสนล้านนะฮะ
จะพูดในสมการเดียวกันก็คงไม่ได้


นพ.ประเวศ วะสี



คู่เหมือนที่แตกต่าง
ซ้าย : นายปรีดี พนมยงค์ รัฐบุรุษอาวุโส
ขวา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี




นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ฟันธง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีตัวจริง แนะดูแบบอย่างนายปรีดี พนมยงค์ เลือกไม่กลับประเทศ ห่วงทำชาติขัดแย้ง เชื่อ แม้ได้คุยประธานองคมนตรี ก็ไม่ช่วยปรองดองได้.. 
นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ให้สัมภาษณ์ภายหลังบรรยายการเสวนาเรื่อง "สมานฉันท์ปรองดองในมุมมองของศาสนาและประชาชน" ถึงการเสนอร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติฯ ว่าจะสามารถสร้างความปรองดองได้หรือไม่ว่า คงจะค่อนข้างยาก เพราะอย่างที่เห็นเมื่อออกกฎหมายก็ทะเลาะกัน แต่ก็เชื่อว่าสถานการณ์คงไม่รุนแรงนัก เพราะขณะนี้คนไทยเมื่อเกิดความรุนแรงก็จะยั้งคิด ไม่ต้องการความรุนแรงเพราะเคยผ่านมามากแล้ว และความรุนแรงเป็นตัวแปรสำคัญคืออำนาจรัฐ และแม้ว่าใครจะเป็นรัฐบาลก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นซึ่งรัฐต้องจัดการให้ได้

ด้านของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความขัดแย้งหรือไม่ นพ.ประเวศ กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคนมีอำนาจมากที่สุด แม้จะอยู่นอกประเทศก็ตาม เพราะสามารถสั่งรัฐบาล สั่งพรรคได้ และตนก็อยากฝากถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ว่าสิ่งที่ดีที่สุด ที่จะทำให้ประเทศไทยเกิดความปรองดองสมานฉันท์ได้นั้น คือการสร้างสังคมที่เป็นธรรม หาก พ.ต.ท.ทักษิณ ที่เป็นคนเก่งสามารถทำเรื่องนี้ได้ก็จะเป็นประวัติศาสตร์ได้เช่น การกระจายอำนาจไปสู่ชุมชน ท้องถิ่น เพราะหากกระจุกอยู่ส่วนกลางจะทำอะไรไม่ได้ คอรัปชันจะเกิดขึ้นมาก บ้านเมืองแก้ปัญหาอะไรไม่ได้ ทหารก็ทำรัฐประหารได้ง่ายเพราะอำนาจกระจุก ถ้ากระจายไปสู่ชุมชนรัฐประหารทำไม่ได้ คอรัปชันก็ยาก การแย่งชิงอำนาจก็จะน้อยลง และต้องปฏิรูประบบต่างๆ ให้เป็นธรรมด้วย

ส่วน พ.ต.ท.ทักษิณ ควรเดินทางกลับมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมหรือไม่ นพ.ประเวศ กล่าวว่า บางคนถ้ากลับมาจะทำให้ยุ่ง ซึ่งต้องดูอย่างนายปรีดี พนมยงค์ ที่ไม่มีคดีอะไร แต่เลือกจะไม่เดินทางกลับมา เพราะหากกลับมาห่วงจะเกิดความขัดแย้ง ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ มีคนรักและคนเกลียดเยอะ ก็จะทำให้ยุ่งได้ แต่ถ้าอยู่อย่างนี้ก็มีอำนาจอยู่แล้วและพยายามทำเรื่องดีๆ

ส่วนการที่จะออก ก.ม.ปรองดองฯ โดยยกเลิกการกระทำจากผลพวงของคณะปฏิวัติ เช่น คตส.เช่นนี้จะเกิดความเป็นธรรมหรือไม่ นพ.ประเวศ กล่าวว่า ขณะนี้สังคมยังขาดความเป็นธรรม เพราะคนจนไม่ได้รับความเป็นธรรมในเรื่องต่าง ๆ และ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ควรทำเรื่องนี้ ซึ่งการอยู่ต่างประเทศ ถ้ากลับมาอาจจะเกิดการต่อสู้กัน วุ่นวายขึ้น หากอยู่ตรงนั้นสามารถดูแลรัฐบาลจากระยะไกลได้

นพ.ประเวศ ยังกล่าวถึงการเรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ คุยกับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เพื่อให้ปัญหาจบว่า คงไม่ต้องคุยกัน ตนไม่คิดอย่างว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องคุยกับ พล.อ.เปรม ที่พูดเรื่องคุยกันก็ไม่เห็นได้ผล จุดสำคัญหากเราสร้างสังคมที่เป็นธรรม ก็จะสมานฉันท์เอง

ข่าว : ไทยรัฐ
1
5 มิถุนายน 2555



ปุระชัย รอด
ยงยุทธ ร่วง !
เสนาะ ลอยลำ
ทักษิณ ยัง..ลูกผีลูกคน !



ใครเป็นใครในสนามกอล์ฟอัลไพน์


มติชนออนไลน์ รายงานว่า วันนี้ 13 มิถุนายน 2555 เว็บไซต์คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ได้เผยแพร่ กรณีชี้มูลความผิด นายยงยุทธ  วิชัยดิษฐ  กรณีสนามกอล์ฟอัลไพน์ และให้ข้อกล่าวหาตกไป สำหรับร้อยตำรวจเอกปุระชัย  เปี่ยมสมบูรณ์
 
วันที่ 12 มิถุนายน 2555  คณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติด้วยเสียงข้างมาก (ต่อ เสียง) ชี้มูลความผิด กรณีกล่าวหานายยงยุทธ  วิชัยดิษฐ  เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย กรณีมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งอธิบดีกรมที่ดินที่ให้ยกเลิกโฉนดที่ดิน(ที่จดทะเบียนในนามสนามกอล์ฟอัลไพน์) ที่แบ่งแยกออกมาจากโฉนดที่ดินเลขที่ 20 และเลขที่ 1446  อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี  อันเป็นการโอนที่ธรณีสงฆ์โดยมิชอบ หรือเรียกว่ากรณีสนามกอล์ฟอัลไพน์

โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. เสียงข้างมากเห็นว่าการกระทำดังกล่าว มีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ที่มิควรได้ เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ ฐานปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรีหรือนโยบายของรัฐบาล  อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง และฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2535มาตรา 82 วรรคสาม มาตรา 85 วรรคสอง และมาตรา 98 วรรคสอง  และมีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ส่วนร้อยตำรวจเอกปุระชัย  เปี่ยมสมบูรณ์  เห็นว่ากรณีไม่เป็นความผิดจึงให้ข้อกล่าวหาตกไป
 
คดีนี้สืบเนื่องจากกรณีกล่าวหานายเสนาะ เทียนทอง  เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดิน จังหวัดปทุมธานี สาขาธัญบุรี ว่าปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต กรณีจดทะเบียนโอนมรดก และโอนขายที่ธรณีสงฆ์ของวัดธรรมิการามวรวิหารโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ละเว้นไม่ดำเนินการเพิกถอนรายการจดทะเบียนโอนที่ดินที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายดังกล่าว โดยนายเสนาะ  เทียนทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการไม่อนุญาตให้วัดธรรมิการามวรวิหารได้มาซึ่งที่ดินทั้งสองแปลงที่นางเนื่อม ชำนาญชาติศักดา ทำพินัยกรรมฝ่ายเมือง ยกที่ดินดังกล่าวให้เป็นกรรมสิทธิ์ของวัดธรรมิการามวรวิหาร  ตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน 2512

และต่อมาเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2533 ผู้จัดการมรดกได้จดทะเบียนเปลี่ยนผู้จัดการมรดกและขายที่ดินนั้นให้แก่บริษัทอัลไพน์ เรียลเอสเตท จำกัด กับบริษัทอัลไพน์กอล์ฟ แอนด์ สปอร์ตคลับ จำกัด ในราคา 142,000,000 บาท บริษัททั้งสองได้จดทะเบียนจำนองที่ดินเพื่อเป็นการชำระหนี้ไว้กับบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ธนชาติ จำกัด เป็นเงิน 220,000,000 บาท และจดทะเบียนขึ้นเงินจำนองอีก 70,000,000 บาท ภายหลังบริษัทฯ ได้ไถ่ถอนจำนอง และรังวัดแบ่งขายให้บุคคลอื่น

ส่วนที่ดินบริเวณสนามกอล์ฟอัลไพน์ เมื่อปี 2541 ได้โอนขายหุ้นให้นางกาญจนาภา  หงษ์เหิน  จำนวน 10 หุ้น  นายชัยวัฒน์ เชียงพฤกษ์ กับนางสาวบุญชู  เหรียญประดับ คนละ24,899,987 หุ้น และนายวิชัย  ช่างเหล็ก 24,988,986 หุ้น ซึ่งเป็นคนงาน คนขับรถในครอบครัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร  ซึ่งต่อมาบุคคลทั้งสามได้โอนขายหุ้นให้กับคุณหญิงพจมาน  ชินวัตร นางสาวพิณทองทา  ชินวัตร และเด็กหญิงแพทองธาร  ชินวัตร ภรรยาและบุตรของ พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร  ตามลำดับ
 
คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาเมื่อวันที่ กุมภาพันธ์ 2553 มีมติว่าที่ดินดังกล่าวตกเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดธรรมิการามวรวิหาร ผู้รับพินัยกรรมโดยผลของกฎหมายทันที  โดยไม่ต้องจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์หรือทำการรับมรดก หรือเข้าครอบครองที่ดินมรดก จึงตกเป็นที่ธรณีสงฆ์ตั้งแต่นางเนื่อมถึงแก่กรรม การจดทะเบียนโอนขายที่ธรณีสงฆ์จึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย การกระทำของนายเสนาะ  เทียนทอง ที่มีคำสั่งไม่อนุญาตให้วัดได้มาซึ่งที่ดินมรดกทั้งสองแปลง จึงเป็นคำสั่งที่มิชอบ  นอกจากนี้ยังได้ใช้อำนาจโดยมิชอบข่มขืนใจหรือจูงใจ ให้เจ้าหน้าที่จดทะเบียนโอนเปลี่ยนแปลงผู้จัดการมรดก โอนมรดก และโอนขายที่ดิน จึงมีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 148 แต่ความผิดตามมาตรา157 ขาดอายุความแล้ว ซึ่งทางอัยการสูงสุดเห็นว่าพยานหลักฐานไม่สมบูรณ์ จึงตั้งคณะทำงานร่วม แล้วอัยการสูงสุดมีความเห็นว่าคดีขาดอายุความ ไม่เห็นชอบในการฟ้องคดีต่อศาล คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงฟ้องคดีนายเสนาะ  เทียนทอง ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่ศาลได้พิพากษายกฟ้อง เนื่องจากไม่ได้ตัวจำเลยไปศาลภายในกำหนดอายุความ ส่วนเจ้าหน้าที่ของรัฐคนอื่น ๆ คดีได้ขาดอายุความไปก่อนแล้ว
 
สำหรับ นายยงยุทธ  วิชัยดิษฐ ที่เพิกถอนคำสั่งอธิบดีกรมที่ดินที่ให้ยกเลิกโฉนดที่แบ่งแยกออกมาจากโฉนดที่ดินเลขที่ 20 และ1446 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้แยกเรื่องออกมา และมอบหมายให้คณะอนุกรรมการไต่สวนชุดเดิมดำเนินการต่อไป จากการไต่สวนพบว่า อธิบดีกรมที่ดินได้มีคำสั่งลงวันที่ 20 ธันวาคม 2544 ให้ยกเลิกโฉนดที่แบ่งแยกและเพิกถอนรายการจดทะเบียนโอนมรดก ระหว่างมูลนิธิมหามกุฎราชวิทยาลัย ผู้จัดการมรดก ผู้โอน กับมูลนิธิมหามกุฎราชวิทยาลัย ผู้รับโอน และระหว่างมูลนิธิมหามกุฎราชวิทยาลัย ผู้ขาย กับบริษัทอัลไพน์ เรียลเอสเตท จำกัด และบริษัทอัลไพน์กอล์ฟ แอนด์ สปอร์ตคลับ จำกัด ผู้ซื้อ แต่มีผู้มีส่วนได้เสียได้ร้องอุทธรณ์ กรมที่ดินมีคำสั่งยกอุทธรณ์ แล้วจึงส่งคำอุทธรณ์ไปยังปลัดกระทรวงมหาดไทย

เมื่อนายยงยุทธ  วิชัยดิษฐ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนปลัดกระทรวง พิจารณาแล้ว เห็นว่าบทบัญญัติมาตรา 84 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เป็นบทบัญญัติที่มีลักษณะเป็นกฎหมายพิเศษ ยกเว้นประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดังนั้นการได้มาของที่ดินวัดจึงต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี  เมื่อปรากฏว่ารัฐมนตรีสั่งไม่อนุญาตให้วัดได้มาซึ่งที่ดินมรดกนี้ วัดจึงยังไม่ได้มาซึ่งที่ดินดังกล่าว  อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติ วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง  จึงสั่งเพิกถอนคำสั่งอธิบดีกรมที่ดิน ซึ่งถือปฏิบัติตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา (ที่ประชุมใหญ่) ที่เห็นว่าที่ดินนั้นเป็นที่ธรณีสงฆ์ของวัดธรรมิการามวรวิหาร ซึ่งการโอนที่ธรณีสงฆ์ต้องกระทำโดยออกเป็นพระราชบัญญัติ ตามมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ฯ จะจำหน่ายจ่ายโอนให้แก่บุคคลอื่นนอกจากวัดธรรมิการามวรวิหาร ซึ่งพินัยกรรมมิได้ระบุให้เป็นผู้รับพินัยกรรมมิได้

คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงเห็นว่า ได้มีมติของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2482 บังคับให้เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกระดับ ทุกหน่วยงาน ต้องปฏิบัติตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา การที่นายยงยุทธ  วิชัยดิษฐ ซึ่งมีฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ปฏิบัติตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา จึงเป็นการกระทำอันมิชอบ เพราะหากไม่ประสงค์ที่จะปฏิบัติตามหรือไม่เห็นด้วย ก็ชอบที่จะเสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา หาชอบที่จะยกเลิกคำสั่งของอธิบดีกรมที่ดิน ซึ่งถือปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกาไม่

พฤติการณ์และการกระทำของนายยงยุทธ  วิชัยดิษฐ ผู้ถูกกล่าวหา จึงมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้ประโยชน์ที่มิควรได้ เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ราชการ ฐานปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบของทางราชการ มติของคณะรัฐมนตรี หรือนโยบายของรัฐบาล อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง และฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2535 มาตรา 82 วรรคสาม มาตรา 85 วรรคสอง และมาตรา 98 วรรคสอง  และมีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157  ให้ส่งรายงาน และเอกสาร พร้อมความเห็นไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาโทษทางวินัย และไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีตามฐานความผิดดังกล่าว  พร้อมทั้งให้ส่งรายงาน เอกสาร และความเห็นไปยังปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อดำเนินการเพิกถอนคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ให้เพิกถอนคำสั่งอธิบดีกรมที่ดิน ตามความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกาต่อไป
 
อนึ่ง คณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงมติด้วยเสียงข้างมาก (ต่อ เสียง) เห็นว่าการกระทำของร้อยตำรวจเอกปุระชัย  เปี่ยมสมบูรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสมัยนั้น ที่มิได้เร่งรัดเพื่อให้ดำเนินการตามข้อสังเกต และแนวทางของคณะกรรมการกฤษฎีกา ยังถือไม่ได้ว่ามีเจตนาปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริต ให้ข้อกล่าวหาตกไป โดยไม่มีเหตุที่จะต้องแจ้งข้อกล่าวหาให้ร้อยตำรวจเอกปุระชัย  เปี่ยมสมบูรณ์ ทราบ



ข่าว : มติชน
1
4
 มิถุนายน 2555

ข่าวเก่า

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

หน้าที่ของพระสงฆ์

พระพรหมเมธีเปลี่ยนไป๋ !

เปิดตำนาน...เทพเจ้าองค์แรก พระศิวะ...มหาเทพแห่งจักรวาล