กรรมการมหาเถรสมาคม ทำหน้าที่ ?


โกง 300 ล้าน !
พระเชียงใหม่แจ้งดีเอสไอสอบ "หนู กันภัย"

อา..อาจารย์กำลังจะโกอินเตอร์ ไปทำพิธีที่อเมริกาแต่ว่าไปไม่ถึงดวงดาวซะแล้ว




โปสเตอร์โฆษณาพิธีสักยันต์ของ "หนู กันภัย" ซึ่งวัดไทยในสหรัฐอเมริกาจำนวน 3 วัด รับเป็นสถานที่จัดงานให้ เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 เดือนหน้า ก็ไม่รู้ว่าได้วัดละเท่าไหร่ และผลประโยชน์จะลงตัวเหมือนวัดแม่ตะไคร้ไหม ?




พระบุก DSI ร้องสอบ 'อ.หนูเบี้ยวเงิน

เจ้าอาวาสวัดดังเมืองเชียงใหม่บุกดีเอสไอ ยื่นหนังสือขอให้ตรวจสอบ'อ.หนู กันภัย'เจ้าสำนักสักยันต์ชื่อดัง กรณีเงินบริจาคสร้าง'หลวงปู่ทวด'กว่า 300 ล้านบาท ด้าน'อ.หนู'แจงบริสุทธิ์ใจสร้างพระตั้งทนาย 10 ทีมดำเนินคดี

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 18 ตค.55 พระใบฎีกาเทียนชัย สุภัทโท เจ้าอาวาสวัดแม่ตะไคร้ ต.ทาเหนือ อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ พร้อมคณะศิษยานุศิษย์จำนวนหนึ่ง ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อขอให้ดำเนินการตรวจสอบเงินบริจาคทำบุญสร้างองค์หลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ที่มียอดเงินทำบุญของประชาชนกว่า 300 ล้านบาท แต่เงินจำนวนดังกล่าวทางวัดที่เป็นผู้ดำเนินการสร้างไม่เคยได้รับเงินจำนวนดังกล่าวแต่อย่างใด จนทางเจ้าอาวาสวัดถูกร้องเรียน

พระใบฎีกาเทียนชัน สุภัทโท กล่าวว่า การที่อาตมาเดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนในวันนี้ เพื่อต้องการให้ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ เข้ามาคลี่คลายคดีเกี่ยวกับการยักยอกเงินบริจาคของวัดแม่ตะไคร้ ซึ่งเงินบริจาคที่ว่ามานี้รวมกันประมาณ 300 ล้านบาท โดยเป็นเงินที่พุทธศาสนิกชนได้ร่วมกันบริจาคเช่าบูชาวัตถุมงคลต่างๆ ของ อ.หนู กันภัย ที่จัดสร้างขึ้นและโฆษณาประชาสัมพันธ์ว่าเงินที่จำหน่ายวัตถุมงคลทั้งหมดจะนำไปสร้างองค์หลวงปู่ทวดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่อุทยานที่วัดแม่ตะไคร้ จ.เชียงใหม่ ซึ่งวัตถุมงคลนั้นก็มี อาทิ เหรียญ แถว-ฉัตรเพชร เหรียญดวงประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน เหรียญพระพุทธเจ้าชนะมาร ทั้งนี้มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนมาร่วมกันเช่าบูชาและบริจาคเงินผ่านตามสื่อต่างๆตลอดมาเป็นระยะเวลายาวนานตั้งแต่ปี พ.ศ.2551 เป็นต้นมา

"ที่ผ่านมาได้มีสาธุชนที่ศรัทธาในองค์หลวงปู่ทวดร่วมกันบริจาคเงินบูชาวัตถุมงคลกันเป็นจำนวนมาก โดยอาศัยชื่อวัดแม่ตะไคร้ และทางวัดก็ได้ให้เกียรติอาจารย์หนู กันภัย เป็นประธานในการจัดสร้าง โดยที่ผ่านมาเงินบริจาคและเช่าบูชาวัตถุมงคลทั้งหมดนั้นทางวัดไม่ได้เป็นผู้รับเงินหรือเก็บเงินแต่อย่างใด แต่เงินทั้งหมดนั้นอยู่กับอาจารย์หนู กันภัย เพียงผู้เดียว โดยทางวัดไม่มีโอกาสรับรู้เรื่องเงินดังกล่าวแต่อย่างใด" พระใบฎีกาเทียนชัย กล่าว

พระใบฎีกาเทียนชัย กล่าวต่อว่า และตั้งแต่ปี 2551 เมื่อทางวัดเริ่มมีดการก่อสร้างอุทยานองค์หลวงปู่ทวด มาจนถึงปัจจุบันนี้อาจารย์หนู กันภัย ได้เอาเงินมาส่งมอบให้กับทางวัดแม่ตะไคร้เป็นเงินทั้งสิ้นจำนวนประมาณ 15 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งทำให้การก่อสร้างอุทยานหลวงปู่ทวดไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างได้ตามที่ควรจะเป็น ส่วนเงินรายได้จำนวนมหาศาลที่ได้มาจากศรัทธาของสาธุชนนั้น เมื่อทางวัดไปทวงถามกับทางอาจารย์หนู ก็บอกแต่ว่ายังไม่มี โดยอาจารย์หนูจะอ้างว่า นายภุชงค์ สิริธัญผล ซึ่งเป็นประธานบริษัทโอมมหารวย จำกัด และเป็นผู้ที่ดำเนินรายการโฆษณาให้เช่าบูชาวัตถุมงคลทางสถานีเคเบิ้ลทีวี ยังไม่ได้ให้เงินมา แต่เมื่อ อาตมาสอบถามไปยังนายภุชงค์ ก็ได้คำตอบว่า ทางบริษัทโอมมหารวย จำกัด ได้โอนเงินเพื่อนำไปสร้างองค์หลวงปู่ทวดให้กับอาจารย์หนู ทุกเดือนตลอดมา เป็นจำนวนเงินกว่า 100 ล้านบาท และมีหลักฐานการโอนเงินพร้อมที่จะยืนยันและพร้อมให้ตรวจสอบได้

"ในขณะเดียวกันนั้นอาตมา ก็ทราบมาโดยตลอดว่าเงินที่สาธุชนได้ร่วมกันบริจาคบูชาวัตถุมงคลทั้งจากสำนักสักยันต์อาจารย์หนู และจากทางรายการทีวีของนายภุชงค์ มีจำนวนเงินเข้ามารวมกันกว่า 300 ล้านบาท ซึ่งอาตมาก็ได้ทวงถามตลอดแม่แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะอาจารย์หนู บ่ายเบี่ยงมาโดยตลอดว่าไม่มีเงินส่งเข้ามา ซึ่งอาตมาเองก็จนปัญหาที่จะทวงถาม จนล่าสุดนี้ทราบว่า สรรพากรจังหวัดปทุมธานี ซึ่งมีการเรียกเก็บเงินภาษีจากนายสมพงษ์ หรือ อาจารย์หนูกันภัย เป็นเงินจำนวน13,861,847.39 บาท แต่มีการเจรจากัน และสุดท้ายได้รับการลดหน่อย เหลือเพียง 4,401,075,41 บาท เท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมานั้นอาจารย์หนูได้รับเงินบริจาคมา แต่ไม่มีการนำส่งเงินเพื่อหักภาษี ทำให้ทางวัดแม่ตะไคร้ไม่สามารถที่จะตรวจสอบเงินบริจาคได้เช่นกัน เพราะอาจารย์หนู เป็นผู้ถือเงินทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว" พระใบฎีกาเทียนชัย กล่าว

พระใบฎีกาเทียนชัย กล่าวต่ออีกว่า ต่อมาอาตมาได้ร้องขอให้คนคนสนิทใกล้ชิดกับอาจารย์หนู ดำเนินการตรวจสอบและหาหลักฐานที่มาที่ไปของเงินจำนวนมากดังกล่าวนั้น ก็ทำให้ทราบว่าเงินจำนวนกว่า 300 ล้านบาทนั้น มีการนำไปซื้อสังหาริมทรัพย์ และอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ เป็นจำนวนมาก เช่น อรวรรณแมนชั่น ในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียม ชั้น 53 ห้อง โดยซื้อเป็นเงินสดในราคา 25 ล้านบาท ,บ้านสวนอรรวินท์ การ์เด้น ที่ จ.สระบุรี เนื้อที่ 32 ไร่ ราคม 120 ล้านบาท พร้อมที่ดินข้างเคียงอีก แปลง โดยใช้ชื่อ นส.อรวรรณ วิลาทอง ,ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างบริเวรคลองหก อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เป็นอาคารให้เช่า 30 ห้อง และที่ดินในหมู่บ้านพูลศรี ข้างเคียงกับสำนักสักยันต์อีก แปลง มูลค่าประมาณ 35 ล้านบาท และบ้านเดียวและทาวเฮ้า อีกหลายหลังโดยจะใช้ชื่อคนใกล้ชิดทั้งน้องชาย และลูกชายของอาจารย์เป็นผู้ถือครอง และยังมีรถยนต์ จำนวน 18 คัน ที่อาจารย์หนูซื้อมาด้วยเงินทั้งหมดและใช้ชื่อภรรยา น้องชายและลูกชายเป็นผู้ถือครอง

"ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น และหลักฐานต่างๆที่อาจารย์หนูใช้เงินจำนวนมากซื้อหามานั้นรวมทั้งการจดนิติกรรมในชื่อคนอื่น ทำให้อาตมาเชื่อว่าอาจารย์หนู เจตนาซ่อนเร้นเงินรายได้ที่จะต้องนำส่งวัดแม่ตะไคร้เพื่อสร้างอุทยานหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ดังนั้นอาตมาจึงใคร่ขอให้เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ส่งเจ้าหน้าที่ลงมาตรวจสอบทรัพย์สินทั้งหมด ของนายสมพงษ์ หรืออาจารย์หนู กันภัย และคนใกล้ชิดทั้งหมด คือ นส.อรวรรณ วิลาทอง นายสมฤกษ์ กันภัย นายเชาวลิต กันภัย นายเกรียงไกร กันภัย เพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ถือครองทั้งหมดนั้นมีที่มาที่ไปถูกต้องหรือไม่อย่างไร" พระใบฎีกาเทียนชัย กล่าว

พระใบฎากาเทียนชัยกล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาทางวัดได้รับความเสียหาย ประชาชนจำนวนมากไม่สบายใจ เพราะทางวัดไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างอุทยานหลวงปู่ทวดให้สำเร็จลุล่วงลงไปได้โดยเร็ว จนอาตมาถูกตรวจสอบทั้งจากสำนักพุทธศาสนา และประชาชนทั่วไป เพราะทุกคนรู้ว่าเงินรายได้จากการให้เช่าวัตถุมงคลมีจำนวนกว่า 300 ล้านบาท แต่ทางวัดได้รับมาเพียง 10 กว่าล้านบาท ทำให้การก่อสร้างต้องหยุดชะงัก ทุกวันนี้ที่การก่อสร้างคืบหน้าไปนั้นไม่ได้มาจากเงินบุชาวัตถุมงคลของอาจารย์หนู แต่เป็นเงินของผู้มีจิตศรัทธาที่บริจาคเงินให้กับวัดโดยตรงเท่านั้น

ด้านนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่มารับหนังสือร้องเรียนจากพระใบฎีกาเทียนชัย สุภัทโท กล่าวว่า ในเบื้องต้นนั้นได้รับหนังสือไว้แล้ว และจะได้เร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร็ว ซึ่งจะต้องให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่และประสานข้อมูลกับทางเจ้าอาวาสวัดแม่ตะไคร้ และเร่งตรวจสอบโดยเร็วต่อไป

"อาจารย์หนู กันภัย"แจงบริสุทธิ์ใจสร้างหลวงปู่ทวด ตั้งทนาย 10 ทีมดำเนินคดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ พระใบฏีกาเทียนชัย สุภัทโท เจ้าอาวาสวัดแม่ตะไคร่ อำเภอแม่ออน จังหวัด เชียงใหม่ ได้เดินทางนำเอกสารเข้าร้องเรียนที่กรมสอบสวนคดีพิเศษดีเอสไอ เรื่องการกล่าวหายักยอกเงินของวัดแม่ตะไคร่ ในช่วงเช้าที่ผ่านมา
เมื่อเวลา 11.00.น วันที่ 18 ต.ค. 55 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่สำนักสักยันต์อาจารย์หนูกันภัย ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 95/5 หมู่บ้านพูลศรี ตำบลบางขะแยง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี โดยนายสมพงษ์ กันภัย หรืออาจารย์หนูกันภัยอาจารย์สักยันต์ชื่อดัง ได้เปิดเผยว่าจากกรณีที่มีเรื่องกลุ่มผู้ไม่หวังดี ที่มุ่งหวังทำลายชื่อเสียงของอาจารย์ ในการจัดสร้างองค์หลวงปู่ทวดที่วัดแม่ตะไคร้ จังหวัดเชียงใหม่ไม่เสร็จนั้น จริงๆ แล้วอาจารย์ได้ชำระเงินค่าหล่อไปหมดแล้วตามสัญญาว่าจ้างกับโรงหล่อ (ช่างกิตติ ฤทธิ์สมบูรณ์) เป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 18,500,000 บาท ซึ่งทางเจ้าของโรงหล่อได้ออกใบเสร็จรับเงินไว้ให้โดยถูกต้อง ทุกรายการก่อนหน้านั้นทางอาจารย์ได้ส่งเงินค่าหล่อไป 10 กว่าล้านบาท โดยผ่านพระเทียนชัยไปเป็นเวลากว่า ปี และได้ซื้อที่ดินถวายวัดเพื่อตั้งฐานหลวงปู่ทวดอีกต่างหาก

นายสมพงษ์ กันภัย หรืออาจารย์หนู กันภัย อาจารย์สักยันต์ชื่อดัง กล่าวต่อว่า ทั้งนี้แต่พระเทียนชัย มิได้ส่งเงินให้กับทางโรงหล่อเลย จึงทำให้ทางโรงหล่อไม่สามารถกระทำการหล่อได้ อาจารย์จึงได้ส่งเงินค่าหล่อครบถ้วนตามสัญญาว่าจ้างแล้ว เงินรายได้ของอาจารย์ได้จากการสักยันต์มาเนิ่นนานเป็น 10 ปีและการจัดจำหน่ายวัตถุมงคล โดยอาจารย์ก็เสียภาษีถูกต้องตามกฎหมายจะมาตรวจสอบอะไร ขณะเดียวกันอาจารย์ได้เดินหน้าทำบุญก่อสร้างถาวรวัคถุเพื่อบำรุงพระศาสนาและก็ยังจัดสร้างสาธารณะประโยชน์ต่างๆอื่นๆอีกมากมาย เช่น สร้างป้อมจราจรและปรับปรุง สถานีตำรวจ สร้างศาลาอเนกประสงค์ที่วัดมงคลสนวนาราม จังหวัดสุรินท์ จัดสร้างศาลาโรงครัว วัดคลองชวาง จังหวัดอุทัยธานี และอีกหลายที่ในอนาคต สำหรับที่มีการไปร้องเรียนเพราะถูกสำนักสงฆ์ตรวจสอบก็เป็นการตรวจสอบการใช้เงินของวัดไม่เกี่ยวกับตนเอง การกระทำดังกล่าวทำให้ตนเองเสียหายแก่ตนเอง ที่ผ่านมาตนเองโดนกลั่นแกล้งทำลายชื่อเสียงมาโดยตลอด ด้วยข้อมูลไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ตนได้ตั้งทนายไว้ 10ทีมเพื่อดำเนินกับทางคดีกับผู้เกี่ยวข้องแล้ว


ข่าว : คมชัดลึก
18 ตุลาคม 2555



"กลัวน้อยหน้าวัดอื่น"
เจ้าอาวาสอุดร "ขายยาบ้า" หาเงินสร้างวัด


แหมไม่รู้ว่าจะด่าหรือสรรเสริญดี เพราะดูความตั้งใจแล้วก็ "ดีมากๆ" เพราะคิดสร้างคุณงามความดีให้แก่วัดวาอาราม แต่การ "เอาบาปเป็นทุน เอาบุญเป็นกำไร" ดังที่เจ้าอาวาสทำไปนี้ มันผิดหลักการของพระพุทธศาสนา ไม่รู้ว่ามหาเถรสมาคมเคยอบรบสั่งสอนบ้างหรือเปล่า หรือเอาอย่าง "ธัมมชโย"  เมื่อเห็นว่าประชาชนนิยมชมชอบแล้ว ก็ไม่สนใจว่าจะถูกธรรมถูกวินัยหรือไม่ เพราะถ้าอ้างว่า "ทำความดีเพื่อชาติ" ซะอย่าง ใครไหนจะกล้าขัดขวาง ขืนขัดขวางก็กลายเป็น "พวกทำลายชาติ" ไปโน่นแน่ะ

ต่อไป ถ้าเห็นว่า "มหาเถรสมาคม" ไม่ทำอะไร หรือทำก็ไม่ได้เรื่อง พณฯท่านธัมมชโย ก็อาจจะตั้ง "มหาเถรสมาคม" ขึ้นมาปกครองประเทศไทยซะเองเลย โดยดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชเสียเอง แล้วให้พระธรรมกิตติวงศ์ดำรงตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช จากนั้นก็นิมนต์ "กรรมการมหาเถรสมาคมนอกแถว" ไปเป็นพระอันดับ ถึงตอนนั้นวัดสระเกศก็คงเหงา อาจจะเหลือแต่เจ้าคุณเสนาะนั่งเฝ้าภูเขาทองก็เป็นได้ อย่าคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้นะ เพราะทุกวันนี้ก็ไม่มีใครกล้าแตะ "ธัมมชโย" อยู่แล้ว

 
จับอดีตเจ้าอาวาสขายยาบ้าอ้างหาเงินสร้างศาลาการเปรียญ

พ.ต.ต.สมศักดิ์ สุทธรัตน์ สว.สส.สภ.หนองแสง จ.อุดรธานี สืบทราบว่า มีการลักลอบขายยาบ้าอยู่บริเวณกระท่อมนาในไร่อ้อยด้านทิศตะวันออกของบ้านทับไฮ ต.แสงสว่าง จึงนำกำลังออกไปตรวจสอบ พบนายระวี สุโพธิ์คำ อายุ 36 ปี อยู่ อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี แสดงตัวเป็นเจ้าของกระท่อม ตำรวจจึงเข้าตรวจค้น พบยาบ้า 17 เม็ด เงินสด 99,700 บาท โทรศัพท์มือถือ 2เครื่อง รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีแดงดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน คัน อาวุธปืนลูกซองยาว กระบอก ลูกกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 34 นัด จึงควบคุมตัวไปสอบสวน

นายระวี ให้การรับสารภาพว่า เคยบวชมาเป็นเวลา 15 ปีแล้ว จนได้เป็นเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดอุดรธานี ส่วนเหตุที่หันมาค้ายาบ้าเป็นเพราะเมื่อหลายปีก่อน ขณะที่บวชเป็นพระอยู่ เพื่อนพระด้วยกันชักชวนให้เสพยาบ้าจนติด จนต้องการหาซื้อยาบ้ามาเสพทุกวัน พอไม่มีเงินซื้อยาบ้ามาเสพ จึงผันตัวเองเป็นผู้ค้ายาบ้าแทน อีกทั้งต้องหาเงินไปสร้างศาลาการเปรียญให้วัดด้วย เพราะตนเองเป็นเจ้าอาวาส กลัวน้อยหน้าวัดอื่น อยากมีศาลาการเปรียญหลังใหญ่ ซึ่งต้องใช้เงินสร้างประมาณ ล้านบาท จึงต้องหาเงินด้วยวิธีนี้ ทำมาประมาณ ปี โดยโทรสั่งซื้อยาบ้ามาจากจังหวัดหนองคาย จากนั้นนัดไปรับยาบ้า ตามจุดต่างๆ ริมถนน

พ.ต.ต.สมศักดิ์ เปิดเผยว่า นายระวี เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัด มีพฤติกรรมเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งตำรวจ สภ.โนนสะอาด ได้ติดตามดูพฤติกรรมมาเป็นเวลานานแล้ว และกำลังจะเข้าไปจับกุม แต่นายวีระไหวตัวทัน ได้หลบหนีออกจากวัด โดยไม่มีใครทราบว่าหลบหนีไปอยู่ที่ไหน จนกระทั่งมีชาวบ้านมาแจ้งว่า มีคนนำเอายาบ้ามาจำหน่ายให้กับวัยรุ่น ใน อ.หนองแสง จึงออกสืบสวน และเข้าจับกุมนายวีระพร้อมของกลางดังกล่าว ตำรวจจึงแจ้งข้อหา เสพและมียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย,มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน เอาไว้โดยผิดกฎหมาย พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ หมู่บ้านโดยไม่มีเหตุอันควร ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดี

ข่าว : เนชั่น
18 ตุลาคม 2555

 ประจักษ์แจ้งขบวนการทำลายสถาบันพระศาสนา ที่ ศึกษาข้อมูล วิทยานิพนธ์ด้านความมั่นคงสถาบันพระศาสนา ในประวัติศาสตร์ ได้ที่ https://docs.google.com/file/d/0B_nOh0gPsWNSUkVWRG9aQ3pkbmc/edit
ช่วยแบ่งปันได้เพื่อสร้างบุญบารมี ถวายสมเด็จพระสังฆราช ครับ

http://www.alittlebuddha.com/

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

หน้าที่ของพระสงฆ์

พระพรหมเมธีเปลี่ยนไป๋ !

เปิดตำนาน...เทพเจ้าองค์แรก พระศิวะ...มหาเทพแห่งจักรวาล