บันทึกประวัติศาสตร์ พลโท ภราดร พัฒนถาบุตร




 
เปิดใจ"ภราดร พัฒนถาบุตร" เลขาธิการสมช.คนใหม่ ขอทำงานพิสูจน์ความสัมพันธ์

"ผมกับท่านทักษิณเห็นกันมาตั้งแต่เด็ก มันก็ต้องมีส่วนสัมพันธ์กัน อย่าไปปฏิเสธเพราะเลือกเกิดไม่ได้ เกิดมาก็พ่อเป็นเพื่อนกันไปแล้วนี่"
เรียบร้อยโรงเรียน "นายใหญ่" เมื่อโยก "พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี" ให้ไปเป็นปลัดกระทรวงคมนาคม เพื่อเปิดทางให้ "พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร" มาดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)

ลือกันให้สนั่นว่าเป็นการแต่งตั้งที่ต้องการตอบแทน "ผู้มีพระคุณ" เพราะ "พล.ท.ภราดร" คือหลานของ "ปรีดา พัฒนถาบุตร" เจ้านายเก่าของ "นายใหญ่"

"มติชน" มีโอกาสพูดคุยแนวทางการทำงานและการแก้ไขปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้กับ "พล.ท.ภราดร" รวมถึงสัมพันธ์ลึกแต่ไม่ลับระหว่างคนตระกูล "ชินวัตร" กับ "พัฒนถาบุตร"

มีข่าวว่าได้มาเป็นเลขาธิการ สมช.เพราะเส้นสาย

ผมเข้ามา สมช.ตั้งแต่ปี 2534 ในตำแหน่งนายทหารประสานภารกิจกับ สมช. ก็ทำงานใน สมช.มาเรื่อย จนกระทั่ง พล.ท.สุรพล เผื่อนอัยกา เป็นเลขาธิการ ผมก็ถูกเรียกโอนมาเป็นรองเลขาธิการ สมช. แต่เมื่อรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เอา พล.ท.สุรพลออก เอานายถวิล เปลี่ยนศรี เป็นเลขาธิการ สมช. ผมก็ถูกโอนไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ฝ่ายข้าราชการประจำ เมื่อเปลี่ยนมาเป็นรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็กลับมาเป็นรองเลขาธิการ สมช.

ยืนยันได้ว่าผมเข้ามา สมช.นานแล้ว ไม่ได้ลอยฟ้าเข้ามา ผมไม่ใช่คนใหม่สำหรับที่นี่ เพียงแต่ที่ผ่านมาทำงานอยู่ด้านหลัง ไม่ได้ออกมายืนอยู่ด้านหน้า เพราะงานความมั่นคงบางอย่างทำไปเราเปิดเผยไม่ได้ จะมาพูดก่อนไม่ได้ แต่สื่อบางฉบับก็ไปลงมาผมเข้ามาแล้วจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ มันไม่มีหรอก ที่ สมช.ผมรู้จักหมด ตั้งแต่คนขับรถจนถึงซี 10 ผมรู้จักทุกคน รู้จักชื่อเล่นทุกคน แต่ข่าวมันก็คือข่าว

แล้วมีคุณสมบัติอะไรที่ทำให้รัฐบาลนี้เลือกให้มาเป็นเลขาธิการ สมช.

ข้าราชการระดับ 10-11 เป็นอำนาจของฝ่ายการเมือง เมื่อมีการคัดเลือก คณะรัฐมนตรี (ครม.) จะเอาข้าราชการระดับ 10-11 มาใส่ตะกร้ารวมกันหมดก่อนที่จะเลือก ข้าราชการคุณจะเติบโตมายังไง สุดท้ายคุณต้องตอบสนองนโยบายจริงไหม อีกทั้งหลักคิดของงานความมั่นคงทั้งโลกคือการได้รับความไว้วางใจ ประเทศสหรัฐอเมริกายิ่งกว่าเรา เขาใช้ให้เป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงไปเลย ให้เป็นตำแหน่งทางการเมืองเลย มาถึงก็เปลี่ยนเลย เขาก็เอาคนของเขาไปทำ ดังนั้น คุณสมบัติข้อหนึ่งของเลขาธิการ สมช.คือต้องได้รับความไว้วางใจจากนายกฯ ย้อนไปในอดีตสมัยรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ก็ต้องเอา น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ เหมือนกัน

แล้วทำไม พล.ท.ภราดรถึงได้รับความไว้วางใจจากนายกฯ

ความไว้วางใจมันต้องมีความสัมพันธ์ผูกพันกันมา ในเรื่องประวัติการปฏิบัติงาน แต่บางคนบอกว่าผมสัมพันธ์กับท่านทักษิณ (ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี) เขาไปโยงใยมา ผมก็จะเล่าว่าบางคนไปสับสนท่านปรีดาเป็นอาของผม พ่อผม (พล.ท.กอบกุล พัฒนถาบุตร) เป็นพี่ชายท่านปรีดา พ่อผมนี่แหละคือเพื่อนของนายเลิศ ชินวัตร (บิดาของ พ.ต.ท.ทักษิณ) เป็นคนจังหวัดเชียงใหม่เหมือนกัน นี่คือความสัมพันธ์ที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ท่านปรีดารู้จักกับพ่อของท่านทักษิณ ตอนลงเป็นผู้แทนจังหวัดเชียงใหม่ มันก็เลยเป็นความสัมพันธ์ในแง่ของความรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ประกอบกับผมทำงานตรงนี้ด้วย พอท่านทักษิณขึ้นมาก็เห็นตรงฟิลส์กัน มันก็เลยมีความรู้สึกวางใจกัน ผมอาจจะโชคดีที่จังหวะมันมาตรงกับงานของผม ถ้าวางใจแล้วผมไม่มีสเปกทำงานที่ สมช. มันก็ไม่ได้ ทุกอย่างมันต้องประกอบกัน

ยอมรับว่าเพราะ พ.ต.ท.ทักษิณมีส่วนทำให้มาอยู่จุดนี้

ผมกับท่านทักษิณเห็นกันมาตั้งแต่เด็ก มันก็ต้องมีส่วนสัมพันธ์กัน อย่าไปปฏิเสธเพราะเลือกเกิดไม่ได้ เกิดมาก็พ่อเป็นเพื่อนกันไปแล้วนี่ ไม่ใช่อยู่ดีๆ ว่าเฮ้ย...พ่อผมนี่ ไม่ใช่ มันเป็นไปแล้ว มันไม่ใช่มาเห็นกันตอนโต ผมเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ท่านทักษิณก็เป็นนักเรียนเตรียมทหาร

แสดงว่าที่ผ่านมาการประจำเปลี่ยนตำแหน่งเลขาธิการ สมช.ต้องอิงการเมือง

ก็เป็นเรื่องปกติ คนที่นั่งตรงนี้มันต้องทำใจเหมือนกัน เหมือนตอนที่ผมเป็นรองเลขาธิการ สมช.แล้วถูกย้ายไปเป็นที่ปรึกษา ผมก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ ไม่ต้องไปอะไรเลย ถ้าเขามาบอกว่าผมต้องเปลี่ยน มันก็เท่านั้น ความจริงมันไม่ต้องมาบอกก็ได้เพราะเป็นอำนาจของเขา ถ้าเราเข้าใจหลักพื้นฐานว่าเป็นเรื่องการได้รับความไว้วางใจ ถ้าเราเข้าใจกติกาสากลตรงนี้ มันก็จะเป็นอย่างนี้

มีข่าวลือถึงขั้นว่าเมื่อ พล.ท.ภราดรเข้ารับตำแหน่ง จะทำให้เกิดความขัดแย้งกับคนใน สมช.

มันไม่มีหรอก ผมรู้จักคนผู้บริหารใน สมช.ตั้งแต่ซี 4 จนมาเป็นซี 10 เหมือนกับผม ผมรู้จักทุกคน แต่มันก็เป็นธรรมชาติที่จะมีพวกมีฝ่าย แต่ว่าไม่ใช่ที่จะต้องมาทะเลาะเบาะแว้งกัน ผมรู้ว่าคนข้างในใครมีความเหมาะสมอย่างไร ต้องเข้าใจว่าข้าราชการซี 10-11 จะเข้าไปจัดการเองไม่ได้ มันเป็นเรื่องของการเมืองผสมอยู่ด้วย ถ้าเกิดจังหวะดีเขาเห็นว่าเหมาะ เขาก็โอเค คุณก็โอเค แต่ถ้าไม่ก็ต้องยอมรับ

วิเคราะห์กันถึงขนาดที่ว่าจะเข้ามาล้างบาง สมช.

ถ้าโยกผมจะเอาคนที่ สมช.ไหลขึ้น สมมุติจากซี 9 ขึ้นซี 10 มันก็ยิ่งดีซิ มันยิ่งแข็งแรง ผมไม่ได้เอาคนข้างนอกที่ไหนมา ผมจะเอาคนข้างในนี่แหละ ถ้าจะล้างคือผมต้องมีนโยบายว่าไม่เอาแล้วโว้ย...เอาคนข้างนอกมาอย่างเดียว แต่นี่มันไม่ใช่ ผมยืนยันเลยว่าทหารไม่นิยมมาเป็นข้าราชการพลเรือน เพราะมันคนละเรื่องกัน วันนี้ถ้าผมเป็นทหารสบายกว่าเยอะ ทำงานแบบทหารเขาจะชงเรื่องมาจากด้านล่าง แต่ที่นี้เรื่องจะมากองที่เลขาฯหมด แต่พอดีผมได้เข้ามา ผมชินแล้ว จากนี้ค่อยสอนให้เขาจัดการเหมือนฝ่ายเสนาธิการทหาร ต้องมีข้อเท็จจริง ข้อเสนอแนะ ข้อแนะนำ เข้ามาก่อนแล้วค่อยมาพิจารณากัน

การแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้มีทิศทางอย่างไร

เราตั้งศูนย์ปฏิบัติการคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ (ศปก.กปต.) ซึ่งจะเป็นมือไม้ให้คณะกรรมการ ถ้าหน่วยหน้ามีสถานการณ์อะไรเกิดขึ้น ด้านบนรู้พร้อมกัน ซึ่งจะทำให้การแก้ไขปัญหามีความเป็นเอกภาพมากขึ้น

มีกลุ่มก่อความรุนแรงบางคนออกมามอบตัว แล้วทำไมยังมีความรุนแรงเกิดขึ้น

ผู้ก่อการเหล่านี้มีหลายกลุ่ม มันไม่ใช่กลุ่มเดียว มันมีเป็นร้อยเลยนะ แต่ถ้ามี 100 กลุ่ม เราพูดได้สัก 10 กลุ่ม มันก็ยังดี ก็ลดประมาณลงไปได้ กลุ่มที่ยังมีปัญหาก็ว่ากันไปตามยุทธวิธี แต่ระหว่างที่เผชิญหน้ากัน เราก็สื่อสารเข้าไปเรื่อย เฮ้ย...มาคุยกันซิ มาคุยกัน แต่ตอนนี้มันยังไม่คุย เพราะส่วนใหญ่มันวัยรุ่นหน่อย แต่ไม่เป็นไร เราต้องใช้เวลา

ระหว่างที่เผชิญหน้าอยู่จะทำอย่างไรให้เกิดความสูญเสียน้อยที่สุด

เราต้องควบคุมพื้นที่การก่อเหตุให้ได้มากที่สุด

ขณะนี้กลุ่มใดบ้างที่ยังออกมาก่อเหตุ

ไม่มีกลุ่มหลัก เพราะทุกกลุ่มเขามีเสรีภาพของเขา แต่ถ้ารุนแรงจะเป็นกลุ่มรุ่นใหม่ เพราะเขามีความเชื่อของเขา แต่ที่ออกมาคุยส่วนใหญ่เป็นพวกเก่า เหมือนสู้กันจนล้า ก็เห็นว่าเอ่อ...ไม่ชนะนี่หว่า จึงหันมาคุยกัน แต่ก็ยังมีคนมาบอกว่าเราไปคุยกับคนทำผิดกฎหมาย เพราะคนเหล่านี้เขาใช้บุคคลที่สามมาพูดคุย เนื่องจากไม่มั่นใจกันและกัน แต่บางคนก็ตัวจริง โดยเฉพาะรุ่นแก่ๆ เพราะกฎหมายหมดอายุความแล้วเขาก็ออกมา ผมคิดว่าการพูดคุยถือเป็นเรื่องดี เมื่อก่อนเราไม่เปิดพื้นที่ให้ พวกเขาก็กดดัน ไม่พูดก็เลยต้องมาล่อกัน แต่อันนี้สิ่งไหนที่พอฟังกันได้ก็มาฟังกัน

ดูเหมือนรูปแบบของการก่อเหตุจะพัฒนาการไปมาก โดยเฉพาะเหตุคาร์บอมบ์ที่อำเภอสายบุรี จังหวัดนราธิวาส

การพัฒนาการทางยุทธวิถีของเขาถือว่าใช้ได้ เพราะคนกลุ่มรุ่นใหม่ของเขามีการฝึกฝนทั้งในประเทศและนอกประเทศ ที่สำคัญเขายังยืนในความเชื่อของเขาว่ามันเป็นเรื่องอุดมการณ์

มีมาตรการสกัดผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ไปฝึกมาจากนอกประเทศอย่างไร

เขาไปรับความรู้ตรงนั้นมา มันก็เป็นเรื่องปกติของขบวนการแบ่งแยกดินแดน ขบวนการความเชื่อทางความรุนแรง ซึ่งพวกนี้มีเครือข่ายทั่วโลก แม้กระทั้งคนที่ไปเรียนอยู่ต่างประเทศก็ไปรับความเชื่อทางอุดมการณ์ว่ารัฐสยามมาเอารัฐปัตตานีไป คนเหล่านี้ก็ถูกขบวนการครอบไปเลย

การแก้ปัญหาในระยะยาวจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน

ปัญหาภาคใต้มันสลับซับซ้อน มีมายาวนาน จะแก้ให้เสร็จเร็วไม่ได้ มันต้องแก้ไปทีละเปลาะ ในประเทศไทยยังแก้ไม่ถึง 10 ปีเลย สถานการณ์แบบนี้ในประเทศอื่นเขาแก้กัน 20 ปี บางประเทศใช้เวลาเกือบ 100 ปีเลย สุดท้ายถามว่าแก้ได้ไหม ผมคิดว่ามันแก้ได้

(ที่มา : มติชนรายวัน 1 ตุลาคม 25555) สัมภาษณ์ โดย ศักดา เสมอภพ, อาทิตย์ ลมูลปลั่ง, นัฐวัฒน์ ดวงแก้ว
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1349053983&grpid=01&catid=&subcatid=

ข้อมูลหลักบวรพุทธศาสนา และ ความมั่นคงสถาบันพระศาสนา ศึกษาที่ 
ศึกษาข้อมูล วิทยานิพนธ์ด้านความมั่นคงสถาบันพระศาสนา ในประวัติศาสตร์ ได้ที่ https://docs.google.com/file/d/0B_nOh0gPsWNSUkVWRG9aQ3pkbmc/edit
facebook

http://www.facebook.com/media/set/?set=a.176119805767463.37970.161446187234825&type=1




ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

หน้าที่ของพระสงฆ์

พระพรหมเมธีเปลี่ยนไป๋ !

เปิดตำนาน...เทพเจ้าองค์แรก พระศิวะ...มหาเทพแห่งจักรวาล