วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

เรื่องความมั่นคง พระศาสนาที่น่าห่วง?


ซ้ำซ้อนงานมหาเถร !!!


ดร.อำนาจวิจารณ์งานพุทธสภา


อา..เกิดปัญหาละสิ ว่าแล้วไหมเล่า ไหน ดร.ปรีชาหน้าระรื่นบอกว่า "สบม. ยห." ทุกคนเห็นชอบหมด ไม่มีใครคัดค้านแผนงานของกรมการศาสนา มีเพียงเสียงส่งเสริมดังกระหึ่มห้องประชุม ขาดตกบกพร่องก็คนที่มาประชุมไม่ทันเท่านั้น วันนี้ นายอำนาจ บัวศิริ รอง ผอ.พศ. ได้ออกมาให้สัมภาษณ์สื่ออย่างชัดเจนแล้วว่า "ไม่เห็นด้วย" ทั้งที่นายอำนาจก็เป็นตัวแทนนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.พศ.เข้าประชุมที่วัดสามพระยากับเขาด้วย ถามว่าถ้าไม่เห็นด้วยแต่แรก วันนั้นทำไมนายอำนาจไม่ทำการคัดค้านหรือแปรญัตติเหมือนในสภา เพื่อขอเวลานอกออกมาหาแนวร่วม แต่นี่กลับปล่อยให้เขาออกปฏิญญาอย่างเป็นทางการไปแล้ว จะมาท้วงติงเอาในตอนนี้มันก็เข้าทำนอง "ขี้แพ้ชวนตี" ดีๆ นี่เอง


และการที่นายอำนาจบอกว่า "ถ้าตั้งพุทธสภาขึ้นมา ก็เท่ากับทำงานซ้ำซ้อนกับมหาเถรสมาคมที่มีอยู่แล้ว" แบบนี้มันฟังทะแม่งๆ นะ เพราะ..


1. มหาเถรสมาคมทำงานอะไร แล้วกรมการศาสนาทำงานอะไร ทำไมจึงว่าซ้ำซ้อน ทั้งๆ ที่แค่สถานะระหว่างมหาเถรสมาคมกับกรมการศาสนาก็ห่างกันสุดกู่แล้ว เนื้องานยิ่งไปกันใหญ่ ไม่เห็นว่าจะซ้ำกันตรงไหนเลย แผนงานตั้งพุทธสภานั้นเป็นการคิดสร้างงานใหม่ที่มหาเถรสมาคมไม่เคยสนใจด้วยซ้ำ


2. การอ้างว่า "ซ้ำซ้อนกับงานของ มส." ก็เป็นวาทกรรมที่นำเอาชื่อของมหาเถรสมาคมมาข่มขู่กรมการศาสนา ทำนองว่า ระวังนะ ถ้าพระมหาเถรสมาคมไม่เห็นด้วย มันจะไปไม่รอด อะไรทำนองนั้น ทั้งๆ ที่จริงนั้นมีพระอยากจะให้ตั้งพุทธสภามาก ขนาดว่าขอให้เพิ่มโควต้ารองประธานสภาให้ครบ 2 นิกายด้วยซ้ำ ดังนั้น ถ้าจะพูดให้ถูกก็ควรพูดว่า "ซ้ำซ้อนกับงานของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ" แต่ถึงกระนั้นก็ต้องถามสำนักพุทธฯเองนั่นแหละว่า ที่ผ่านมาได้ทำงานสนองมหาเถรสมาคมอย่างถูกต้องเหมาะสมแล้วหรือ หรือมีอะไร ทำไมกรมการศาสนาจึงได้คิดตั้งพุทธสภาขึ้นมาและได้รับการสนับสนุนอย่างท่วมท้น


3. การที่พระพรหมดิลกก็ดี กรรมการมหาเถรสมาคมบางรูปก็ดี สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติก็ดี ซึ่งเป็นทั้งกรรมการมหาเถรสมาคมและเลขาธิการมหาเถรสมาคม ได้ออกหน้าสนับสนุนวัดพระธรรมกายจัดกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยมิได้ผ่านมติมหาเถรสมาคม แบบนี้ไม่ถือว่าเป็นการทำงานซ้ำซ้อนกับมหาเถรสมาคมหรือ การที่กรรมการมหาเถรสมาคมและเลขาธิการมหาเถรฯไปร่วมมือกับวัดพระธรรมกาย ถือว่าน่าเกลียดกว่ากรมการศาสนาตั้งพุทธสภาเป็นไหนๆ เพราะกรมการศาสนามิได้สังกัดมหาเถรสมาคม และไม่มีหน้าที่อันใดข้องแวะกับมหาเถรสมาคมเลย กรรมการมหาเถรสมาคมและสำนักพุทธฯเสียอีก มีหน้าที่สนองงานมหาเถรสมาคมแท้ๆ แต่ไม่ยอมทำงานในนามมหาเถรสมาคม กลับแหกคอกออกไปร่วมงานกับวัดพระธรรมกาย ซึ่งเป็นงานซ้ำซ้อนกับมหาเถรสมาคมอย่างชัดแจ้ง แบบนี้มันไม่น่าอายกว่าหรือ ดังนั้น ถ้าสำนักพุทธฯสนองงานมหาเถรสมาคมไม่ได้ด้วยสาเหตุใดก็ตาม ก็ควรลาออกจากมหาเถรสมาคมไปเสีย รวมทั้งกรรมการมหาเถรสมาคมบางรูปที่ทำตัวเป็นหนอนบ่อนไส้อยู่ในเวลานี้ด้วย


การออกมาพูดของ ดร.อำนาจ บัวศิริ ในนามตัวแทนของสำนักพุทธฯในวันนี้ ก็เห็นจะมีความหมายเพียงประการเดียวว่า "อิจฉาละสิ" เขายังมิทันตั้งเลย ก็ออกอาการ "ขาสั่น" ซะแล้ว


ถามตัวเองก่อนเถอะคู๊ณ ก่อนจะถามคนอื่นเขา

 


แบบนี้ไม่มีข้อสังเกตว่าซ้ำซ้อน ไม่เคยวิจารณ์ มีแต่นิยมส่งเสริม

 




 แบบนี้ก็ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร กรรมการมหาเถร-สำนักพุทธฯไปร่วมได้สบาย ทำดีเพื่อชาติศาสนา ใครทำก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นมหาเถรสมาคม และถ้าท่านทำดีแบบธรรมกาย มหาเถรสมาคมเสียอีกที่จะอนุโมทนายินดี ไม่งั้นธัมมชโยไม่ได้ชั้นเทพหรอก ใครขัดขวางคนทำความดีเพื่อประเทศชาติศาสนาสิ ถือว่าไม่สร้างสรรค์ คนชนิดนั้นมันหนักแผ่นดิน


"ทำดี ทำไมต้องต่อต้าน"

 



ดร.อำนาจ บัวศิริ
รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

ส่อเค้าวุ่น!! "ตั้งพุทธสภาหนุนงานศาสนาของกรมการศาสนา" รอง ผอ.สำนักพุทธฯ วิพากษ์ 7 ประเด็นให้เร่งสางแก้ปัญหาก่อน ชี้ทำงานทับซ้อนกับ มส.

เมื่อวันที่ 10 ก.พ.
นายอำนาจ บัวศิริ รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า จากการที่ตนได้เข้าร่วมการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการจัดตั้ง
พุทธสภา ของกรมการศาสนา (ศน.) กระทรวงวัฒนธรรม โดยพุทธสภาจะผนึกกำลังภาคเครือข่าย 9 ประเภท ได้แก่


1.ภาคีเครือข่ายภาคพระสงฆ์

2.สตรี

3.องค์กรการกุศล

4.ชุมชน

5.ภาคธุรกิจ

6.ภาควิชาการและวิชาชีพ

7.สื่อมวลชน

8.ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา และ

9.เด็กและเยาวชน เพื่อส่งเสริมงานด้านพระพุทธศาสนา

โดยมีทั้งพุทธสภาระดับชาติ และระดับจังหวัดนั้นตนได้เสนอในที่ประชุมไปว่า ทาง พศ. เห็นด้วยที่จะมีหน่วยงานจากองค์กรประชาชน ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมส่งเสริมพระพุทธศาสนาอย่างเข้มแข็ง แต่ได้ตั้งข้อสังเกต 7 ประการ เกี่ยวกับการจัดตั้งพุทธสภาว่าจะสามารถดำเนินการได้จริงหรือไม่ คือ

1.เมื่อตั้งพุทธสภาเป็นองค์กรของภาคเอกชนส่งเสริมพระพุทธศาสนา แต่กลับตั้งวัฒนธรรมจังหวัดเป็นเลขาธิการคณะกรรมการระดับจังหวัด และรองอธิบดี ศน. เป็นเลขาธิการคณะกรรมการระดับชาติ ถือว่าผิดวัตถุประสงค์ เพราะองค์กรเอกชนต้องมีการเลือกเลขาธิการกันเอง ไม่ใช่ให้ทางราชการเข้าไปกำหนด


2.มีการตั้งให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเป็นที่ปรึกษาพุทธสภาในระดับจังหวัด ผอ.พศ. เป็นที่ปรึกษาพุทธสภาระดับชาติ หากจังหวัดไม่ได้รับความร่วมมือเป็นที่ปรึกษาให้ ทาง ศน. จะทำอย่างไร


3.การประกาศจัดตั้งพุทธสภาอาศัยกฎหมายอะไรรองรับ ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีกฎหมายอะไรรองรับ


4.การดำเนินงานของ พศ.กับ ศน.มีความทับซ้อนกันอยู่ในรูปแบบพัฒนากิจการด้านพระพุทธศาสนา และยังไม่มีการแบ่งแยกให้ชัดเจนเลย แต่ก็มีการจัดตั้งพุทธสภาขึ้นมาทำหน้าที่เดียวกันนี้อีก ต่อไปหากมีกรณีเกิดความขัดแย้งระหว่างมหาเถรสมาคม (มส.) พศ. และพุทธสภา อะไรจะเกิดขึ้น


5.การทำงานพระพุทธศาสนา ประกอบด้วยพุทธบริษัท 4 คือ พระสงฆ์ ภิกษุ อุบาสก อุบาสิกา แต่การจัดตั้งพุทธสภาเป็นองค์กรเอกชน เป็นการทำงานของอุบาสก อุบาสิกา ส่วนการทำงานของพระสงฆ์มี พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 และ มส. อีกส่วนหนึ่ง เหมือนเป็นการแยกพุทธบริษัท 4 ออกจากกัน


6.การจัดตั้งพุทธสภาจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการแล้วในเดือน ก.พ.-มี.ค.นี้ และมีการให้พระสงฆ์เป็นรองประธานพุทธสภา แต่ มส. ซึ่งดูแลพระสงฆ์ยังไม่ได้รับทราบ พิจารณาหรือเห็นชอบด้วย จะดำเนินการต่อไปได้อย่างไร พระสงฆ์จะกล้ามาร่วมทำงานด้วยหรือไม่


7. ถ้ามีการตั้งวัฒนธรรมจังหวัดเป็นเลขาธิการคณะกรรมการระดับจังหวัด และรองอธิบดี ศน. เป็นเลขาธิการ คณะกรรมการระดับชาติโดยตำแหน่ง หากวัฒนธรรมจังหวัดหรือรองอธิบดี ศน. นับถือศาสนาอื่น โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดภาคใต้จะทำอย่างไร
พูดง่ายๆ ในขณะที่ ศน. กับ พศ. มีความทับซ้อนกันอยู่ยังไม่มีความชัดเจนว่าแตกต่างกันอย่างไร
แล้วจะมีการจัดตั้งพุทธสภาขึ้นมาทับซ้อนกับการทำงานของ มส. อีก แล้วเวลาทำงานจะทำอย่างไร จะมาพูดว่าช่วยกันทำไม่ได้ เพราะการเขียนโครงการเสนอของบประมาณจากรัฐบาลต้องชัดเจนในเรื่องของเนื้องาน หากทาง ศน. มีคำตอบทั้ง 7 ประการได้เชื่อว่าทุกฝ่ายจะให้ความร่วมมือรอง ผอ.พศ. กล่าว.




ข่าว : ไทยรัฐ10 กุมภาพันธ์ 2556










ตายปริศนา ?


อาจารย์มหาจุฬาฯถูกฟันดับข้างถนน







 พบอาจารย์มหาวิทยาลัยนอนตายปริศนาข้างถนน


วันที่ 9 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 07.30 น. ร.ต.ท.ณัชพล ผลปราชญ์ ร้อยเวรสอบสวนสภ.เมืองหนองคาย พร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลหนองคาย และหน่วยกู้ภัยประจักษ์หนองคาย ได้ร่วมกันชันสูตรพลิกศพ นายสมพร ปัญญะ อายุ 49 ปี อาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย วิทยาเขตหนองคาย โดยมีบาดแผลฉกรรจ์คล้ายถูกฟันด้วยของมีคมที่ท้ายทอย เป็นแผลยาวประมาณ 2 นิ้ว คิ้วขวา 3 นิ้ว และมีบาดแผลฉกรรจ์ที่ใต้ต้นแขนขวายาวเกือบรอบแขน หลังนอนเสียชีวิตอยู่ถนนทางเข้ามหาวิทยาลัย ข้างศพพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ คาวาซากิ สีแดงดำ หมายเลขทะเบียน กบท 669 หนองคาย ล้มตะแคงอยู่


จากการสอบสวนเบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้ตายน่าจะเดินทางออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อกลับบ้านพัก เพราะเมื่อเวลาประมาณ 4-5 ทุ่ม เมื่อคืนนี้ (8ก.พ.) มีชาวบ้านอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุได้ยินเสียงร้องเอะอะโวยวายคล้ายมีเหตุทะเลาะวิวาทของกลุ่มวัยรุ่น ที่มักเกิดขึ้นเป็นประจำจึงไม่ได้สนใจ จนกระทั่งมาพบศพตอนเช้าวันนี้ โดยตำรวจจะสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป




http://www.alittlebuddha.com/
ข่าว : ข่าวสด9 กุมภาพันธ์ 2556

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ