ปัญหาความมั่นคงของชาติ ? ยึดปอเนาะ ข้อหาส่งเสริมก่อการร้าย

 
แรง !!!
รัฐจ่อประกาศ "เคอร์ฟิว" สามจังหวัดใต้
ในข้อหา ไม่สามารถควบคุมให้เป็นปรกติได้
แสดงว่าสถานการณ์ร้ายแรงกว่าที่คิด เพราะแค่คนในพื้นที่ก็ไม่รู้ใครเป็นใครแล้ว ยังมีการนำโรฮิงญาเพิ่มปัญหาเข้ามาอีกนะสิ
เกมเดียวกัน แต่หมากคนละตัว ใครรุกใครรับก็ดูเอา ?
ขนาดพระออกบิณฑบาตยังต้องมีกองกำลังคุ้มครอง แล้วประชาชนคนทั่วไปล่ะ ตายรายวันนั้นถือเป็นเรื่องปรกติอยู่แล้ว แต่จะตายกันทั้งเมืองนี่สิน่ากลัว เพราะฝ่ายตรงข้ามเขาใช้ "ศาสนานำการเมือง" ถึงขนาดปอเนาะกลายเป็นฐานบัญชาการแบ่งแยกดินแดน แต่ของไทยเรากลับ "ใช้การเมืองนำการศาสนา" ต่างกับพม่า "เมื่อมึงใช้ศาสนานำการเมือง กูก็ใช้ศาสนานำการเมือง" สุดท้ายโรฮิงญาก็อยู่พม่าไม่ได้ แต่ไทยเรากลับอ้าแขนรับเอามาเลี้ยงดูเหมือนโรฮิงญาเป็นบรรพบุรุษของไทยแต่โบราณยังงั้นแหละ นโยบายห่วยแตกแบบนี้ไงมันถึงวุ่นวายไม่รู้จบ
นายกรัฐมนตรีไฟเขียว "รองนายกฯเฉลิม" ชี้ขาดประกาศเคอร์ฟิว ยันไม่ล้มนโยบายพัฒนานำการทหาร ย้ำยังมีแนวคิดยก ครม.สัญจรเข้าพื้นที่ ...

เมื่อ เวลา 13.30 น. วันที่ 7 ก.พ.ที่รัฐสภา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เตรียมที่จะเสนอให้ประกาศใช้เคอร์ฟิวส์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดเหตุซ้ำซาก ต่อที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบาย และยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.กปต.) ว่า เรื่องนี้ต้องให้ฝ่ายความมั่นคงเป็นผู้พิจารณาดูบริเวณพื้นที่ที่เกิดเหตุ ก่อนว่า มีความถี่หรือการใช้ความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน และที่สำคัญต้องดูเรื่องมาตรการต่างๆ ด้วย ตรงนี้เป็นหนึ่งในกลไกแต่ต้องขอให้ทางฝ่ายความมั่นคงเป็นผู้ประเมินทั้งหมด อีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม มีความเห็นขัดแย้งกับ ร.ต.อ.เฉลิม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบว่า จริงๆ แล้วมีหลายวิธีการคงต้องไปพูดคุยกันให้ชัดเจนในระดับพื้นที่ เพราะวันนี้ปัญหาทางด้านจังหวัดชายแดนใต้ สิ่งที่เราควรจะทำมากขึ้นคือต้องเริ่มวิเคราะห์ และติดตามปัญหาแต่ละปัญหา โดยลงไปในรายละเอียดว่า เกิดจากปัญหาอะไร พร้อมกันนี้ต้องนำจำนวนสถิติมาดูรายพื้นที่ให้มากขึ้น ถ้ามีความถี่มากขึ้นในพื้นที่เดิม หรือมีโอกาสที่จะเกิดความรุนแรงอันนี้ฝ่ายความมั่นคงต้องดูแลเรื่องมาตรการ หรือดูแลในเรื่องภาครัฐเพียงพอหรือไม่อย่างไรอันนี้อยากให้ทำลำดับต้นในการวิเคราะห์ และการตัดสินใจก็จะเป็นทางออกร่วมกัน
เมื่อถามว่า ขณะที่นายกฯ มีนโยบายนำเรื่องการพัฒนาลงพื้นที่ภาคใต้แต่ทุกวันนี้ทั้งพ่อค้า ขายผลไม้ ครู ชาวนา ยังถูกยิงการพัฒนาจะประสบความสำเร็จได้อย่างไร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบว่า เรื่องการพัฒนาถ้าพื้นที่ที่สงบเราคงจะให้ฝ่ายศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัด ชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) หรือทางผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้นำในการพัฒนา แต่ถ้าบางพื้นที่ที่มีปัญหาเรื่องความไม่สงบ แทนที่เราจะให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่เข้าไปคงต้องมีฝ่ายความมั่นคงเข้าไปดูแลด้วย อย่างบางพื้นที่เราใช้เจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปทำงานพัฒนา เรามองว่าไม่ว่าจะพื้นที่ไหนทุกพื้นที่ต้องการการพัฒนาเหมือนกัน เพียงแต่ต้องมีระดับการดูแลเรื่องความปลอดภัย รวมถึงอุปกรณ์ในการเข้าถึงพื้นที่ อันนี้เป็นสิ่งที่ต้องดูและประยุกต์ ในส่วนนี้ทุกหน่วยงานกำลังบูรณาการในระดับพื้นที่มากขึ้นคงจะได้ลงไปทำความเข้าใจ และลงในรายละเอียดให้มาก เมื่อถามว่า แนวคิดที่จะลงไปประชุม ครม.ในพื้นที่ชายแดนใต้ยังมีอยู่หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอบว่า "มีค่ะ".
ข่าว : ไทยรัฐ8 กุมภาพันธ์ 2556





ยึดปอเนาะญีฮาดปัตตานี !
ข้อหาส่งเสริมก่อการร้ายภายในประเทศ
“ปปง.” อายัดที่ดิน "บ่อนเตาปูน-โรงเรียนปอเน๊าะญีฮาด" เล็งอายัดอีก 3 บ่อนใหญ!!!
วันที่ 6 ก.พ. 56 พันตำรวจเอกสีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน แถลงถึงมติที่ประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 2/2556 ว่าที่ประชุมมีมติให้อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดในรายคดีสำคัญไว้ชั่วคราว มีกำหนดไม่เกิน90วัน โดยสรุปรายละเอียดได้ 2 รายการดังนี้

1. โฉนดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง เลขที่ 156026 เนื้อที่ 2 งาน 40 ตารางวา ราคาประเมิน10 ล้าน 8 แสนบาท ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งสำหรับเปิดบ่อนลักลอบเล่นการพนัน ( ที่รู้จักในนาม "บ่อนเตาปูน" ) โดยมีชื่อ นายสามารถ สิงห์จำนงค์ เป็นเจ้าของที่ดิน ความผิดดังกล่าวเป็นการกระทำผิดเกี่ยวกับการพนัน ตามมาตรา 3(9) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542

2. อายัดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ หมู่4 เล่ม4 หน้า140 เนื้อที่14ไร่ 1 งาน 42 ตารางวา ราคาประเมิน 5 แสนเก้าหมื่นหนึ่งพันเก้าสิบบาทถ้วน ซึ่งเป็นสถานที่ใช้ในการสนับสนุนการก่อความไม่สงบของกลุ่มผู้ก่อการร้าย โดยใช้เป็นสถานที่ปลูกฝังแนวความคิด ฝึกกำลังติดอาวุธ เพื่อเตรียมก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
คือ โรงเรียนปอเน๊าะญีฮาด อำเภอยะริน จังหวัดปัตตานี จึงเป็นทรัพย์สินเกี่ยวกับความผิดมูลฐานตามาตร 3(8) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542


ทั้งนี้ หลัง ปปง. ประกาศอายัดแล้วจะไม่มีใครเข้าไปในสถานที่ได้ ยกเว้นจะได้รับการอนุญาตจาก เลขาฯ ปปง. ที่จะมีหน้าที่บริหารทรัพย์สินที่ถูกอายัดจากการกระทำความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน

โดยทรัพย์สินดังกล่าว ปปง. มีอำนาจในการบริหารจัดการตามกฎหมายซึ่งจะส่งหนังสือแจ้งไปยังเจ้าของที่ดินดังกล่าวโดยหากผู้ที่ถูกอายัดทรัพย์สินประสงค์จะขอให้มีการเพิกถอนคำสั่งอายัดทรัพย์สินดังกล่าวนั้น สามารถยื่นคำร้องต่อเลขาธิการ ปปง. พร้อมแสดงหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่าเงินหรือทรัพย์สินดังกล่าวนั้นมิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดภายใน30วันนับตั้งแต่ได้รับคำสั่ง


นอกจากนี้ พันตำรวจเอกสีหนาท กล่าวว่า อีกไม่นานจะมีการดำเนินการอายัดทรัพย์สินและที่ดินของบ่อนการพนันใหญ่ๆ ที่มีผู้เล่นมากกว่า100 ราย และมีทรัพย์สินหมุนเวียนกว่า 10 ล้านบาทอีก 2-3 ราย พร้อมย้ำว่าการดำเนินการดังกล่าวไม่มีธงทางการเมือง แต่ดำเนินการตามหลักฐานที่ปรากฏ ส่วนการดำเนินคดีอาญาเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจทาง ปปง. มีอำนาจในการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินเท่านั้น
ข่าว : มติชน
7 กุมภาพันธ์ 2556





แม๊กโดนัลเรียกพี่ !
ปรีชาประกาศ "ตั้งพุทธสภา" เสร็จภายในเจ็ดวัน
อ้า ! จะรีบไปไหนหรือฮะคุณปรีชา หรือว่ากลัวเขาจะยุบสภาเลยต้องรีบตั้ง ตั้งน่ะคงไม่ยาก แต่ว่าจะทำอะไร ไปทางไหน และทำอย่างไรให้มั่นคง เป็นเรื่องที่ "ปรีชา" ต้องคิดหนัก ใช่สักแต่ว่านึกอยากจะตั้งก็ตั้ง มิฉะนั้นมันก็จะเป็นเพียงสภาโจ๊กไป คิดไวทำไวเกินไปมันก็จะพังเอานา ดูสิ เนื้อข่าวก็บอกว่า ยังมิทันไรก็มีการแย่งโควต้าระหว่างมหานิกายกับธรรมยุต เกรงว่าอีกนิกายหนึ่งจะน้อยหน้า ก็เลยเสนอให้ตั้ง "รองนายกฯพุทธสภา" เพิ่มเป็น 2 ตำแหน่ง หุหุ เนื้องานยังไม่ทันได้เห็นเลย แต่แย่งตำแหน่งกันเหมือนหมาแย่งกระดูกซะแล้ว นี่แค่พระนะ ถ้าเป็นญาติโยมละก็ ต่อไปคงจะซื้อเสียงกันเหมือนสภาผู้แทนราษฎรแน่ๆ เลย และเมื่อนั้นมันก็จะกลายเป็น "สภานรก" ไป เพราะพระพุทธองค์ตรัสว่า สภาใดไม่มีสัตบุรุษ สภาแห่งนั้นไม่ควรเรียกว่า "พุทธสภา"
 พระสงฆ์-ชาวพุทธออกปฏิญญาสามพระยาดัน 'พุทธสภา' กรมการศาสนารับลูกจัดตั้งพุทธสภาจังหวัดขึ้นทั่วประเทศ
5 ก.พ. 2556 นายปรีชา กันธิยะ อธิบดีกรมการศาสนา (ศน.) กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดตั้งพุทธสภา ว่า หลังจากที่มีการประชุมเชิงปฏิบัติการจัดตั้ง พุทธสภาซึ่งประกอบด้วยเจ้าคณะจังหวัด เลขานุการเจ้าคณะหน เลขานุการเจ้าคณะภาค ผู้แทนมหาวิทยาลัยสงฆ์ องค์การทางพระพุทธศาสนา วัฒนธรรมจังหวัด ที่วัดสามพระยา กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆนี้ พบว่า พระสงฆ์ที่เข้าร่วมประชุมทุกรูปเห็นด้วยที่จะให้มีการจัดตั้งพุทธสภา เพื่อส่งเสริมให้พระพุทธศาสนาเกิดความเข้มแข็ง โดยพระสงฆ์ส่วนใหญ่อยากเข้ามามีส่วนร่วมในการเป็นคณะกรรมการพุทธสภา แต่ฆราวาสบางส่วนได้คัดค้าน เนื่องจากเกรงว่า หากคณะกรรมการดำเนินการผิดพลาด โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณ จะมีผลทางกฎหมายจะทำให้พระสงฆ์ ต้องถูกดำเนินคดีไปด้วย ซึ่งตนได้ชี้แจงไปว่า คณะกรรมการพุทธสภามีหน้าที่ในการเห็นชอบ ตัวโครงการเท่านั้น ส่วนเรื่องของงบประมาณทางวัฒนธรรมจังหวัดจะเป็นผู้ดูแล และจัดทำระบบบัญชี เอกสาร เพื่อให้ถูกต้องตามระเบียบสำนักงบประมาณ จึงไม่น่ามีปัญหาอะไร
นายปรีชา กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุม ยังได้เสนอให้มีการเพิ่มรองนายกพุทธที่เป็นฝ่ายพระสงฆ์จาก 1 รูป เป็น 2 รูป แบ่งเป็น ฝ่ายธรรมยุต 1 รูป และมหานิกาย 1 รูป และควรให้พุทธสภาเป็นคณะที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการจังหวัด เช่นเดียวกับ คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดด้วย ซึ่งที่ประชุมส่วนใหญ่ได้เห็นชอบ ในการนำมาปรับปรุงในร่างระเบียบกรมการศาสนา ว่าด้วยพุทธสภา แล้ว นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ออกปฏิญญาสามพระยา ในการจัดตั้งพุทธสภา เพื่อให้เป็นสภาแห่งการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ร่วมสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมคุณธรรม 4 ข้อดังนี้
1. ขอส่งเสริมและสนับสนุนการจัดตั้งพุทธสภาจังหวัดขึ้นทั่วประเทศ เพื่อเป็นพุทธานุสรณ์ ฉลองพุทธชยันตี 2600 ปีแห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า
2. ร่วมรณรงค์ให้มีการรวมพลังชาวพุทธ สร้างเสริมคุณธรรมจริยธรรมของชาติ ร่วมเป็นเครือข่ายสมาชิกพุทธสภา
3. ร่วมเป็นกำลังสนับสนุนให้เกิดพุทธสภาอย่างมีประสิทธิภาพ และ
4. ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพุทธสภาที่จะส่งเสริมให้ชาวพุทธในชุมชนดำรงความดี และสร้างความมั่นคงบทบาทชาวพุทธให้เกิดความรู้รักสามัคคี
ร่างระเบียบกรมการศาสนา ว่าด้วยพุทธสภา จะปรับปรุงให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้ จากนั้น ผมจะลงนามในระเบียบ ส่งไปยังให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ดำเนินการขับเคลื่อนพุทธสภาให้เกิดขึ้น รวมทั้งประสานไปยังผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในฐานะที่ปรึกษาพุทธสภา และสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด ในการร่วมเป็นกรรมการหรือเลขานุการ ในการขับเคลื่อนพุทธสภา อย่างไรก็ตามผมได้นำเรียนเรื่องนี้ให้นายสนธยา คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรมได้รับทราบแล้ว และจะมีการรายงานผลการดำเนินงานในเบื้องตนต่อคณะรัฐมนตรีและมหาเถรสมาคมต่อไปอธิบดีกรมการศาสนา กล่าว
ข่าว : คมชัดลึก7 กุมภาพันธ์ 2556

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

หน้าที่ของพระสงฆ์

พระพรหมเมธีเปลี่ยนไป๋ !

เปิดตำนาน...เทพเจ้าองค์แรก พระศิวะ...มหาเทพแห่งจักรวาล