รัฐบาลเตรียมชี้แจงนานาชาติ โดยเฉพาะองค์การความร่วมมืออิสลาม




รัฐบาลเตรียมชี้แจงนานาชาติ โดยเฉพาะองค์การความร่วมมืออิสลาม หรือโอไอซี ในฐานะองค์กรระหว่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดของโลกมุสลิม เกี่ยวกับเหตุการณ์วิสามัญฆาตกรรมผู้ก่อความไม่สงบ 16 รายขณะเข้าโจมตีฐานปฏิบัติการกองร้อยปืนเล็กที่ 2 บ้านยือลอ ต.บาเระเหนือ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 13 ก.พ.2556
paradorn
          การเตรียมชี้แจงดังกล่าวมีขึ้นหลังจากมีการเผยแพร่คลิปวีดีโอพิธีศพที่อ้างว่าเป็นของแกนนำผู้ก่อเหตุบางรายเพื่อสื่อสารทำนองว่าผู้ตายเป็นนักรบ ไม่ใช่คนร้าย ทั้งยังมีความพยายามส่งข้อมูลในรูปแบบต่างๆ กล่าวอ้างว่าผู้ตายทั้งหมดถูกกระทำทรมานก่อนเสียชีวิต
          พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวเมื่อวันเสาร์ที่ 16 ก.พ.2556 ว่า ทราบเรื่องที่มีการเผยแพร่คลิปวีดีโอทางเว็บไซต์ชื่อดังแล้ว และหน่วยงานความมั่นคงได้ประเมินสถานการณ์ว่าเป็นเรื่องใหญ่ลำดับต้นๆ มากกว่าการใช้วิธีตอบโต้ด้วยความรุนแรงจากฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบด้วยซ้ำ
          "ผมคิดว่าการตอบโต้ด้วยความรุนแรงคงยังไม่เกิดในช่วงนี้ เพราะแกนนำระดับสูงหลายคนถูกสังหารในเหตุการณ์ปะทะกันที่ฐานปฏิบัติการบ้านยือลอ ส่งผลให้ขบวนการระส่ำระสาย ยังตอบโต้รัฐไม่ได้ทันท่วงที ส่วนเป้าหมายอ่อนแอ เช่น ครู พระ ก็ยังไม่น่าทำ เพราะจะยิ่งเสียมวลชน ดังนั้นเป้าโจมตีจึงเป็นเป้าเดิม คือเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ขณะนี้เชื่อว่ากลุ่มก่อความไม่สงบยังไม่มีความพร้อมที่จะดำเนินการ" เลขาธิการ สมช. กล่าว
          พล.ท.ภราดร บอกอีกว่า การเผยแพร่คลิปวีดีโอผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ ฝ่ายความมั่นคงต้องเดินหน้าชี้แจง โดยได้ประสานกระทรวงการต่างประเทศให้ชี้ต่อแจงนานาชาติว่า เหตุการณ์ที่ อ.บาเจาะ เป็นการป้องกันฐานทหาร ไม่ได้กระทำเกินกว่าเหตุ และไม่ได้มีการละเมิดสิทธิใดๆ พร้อมทั้งชี้แจงต่อโอไอซีด้วยว่า ที่ฝ่ายผู้ก่อเหตุพยายามอ้างว่ามีการละเมิดสิทธินั้น ไม่เป็นความจริง
          นอกจากนั้น ยังต้องบอกให้ต่างประเทศรู้ด้วยว่า รัฐบาลเยียวยาให้กับครอบครัวผู้สูญเสีย เพราะเราถือว่าทุกคนเป็นคนไทย
กอ.รมน.ชี้คับแค้นตากใบแค่ข้ออ้าง
          พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) กล่าวเช่นกันว่า ขณะนี้มีความพยายามขยายผลเหตุปะทะกันที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ที่มีการวิสามัญฆาตกรรมผู้ก่อความไม่สงบ 16 รายว่าเจ้าหน้าที่รัฐเป็นฝ่ายสร้างความรุนแรง โดยในวันจันทร์ที่ 18 ก.พ.2556 กองทัพจะแถลงรายละเอียดการปฏิบัติการทั้งหมดเพื่อยืนยันว่าฝ่ายทหารดำเนินการอย่างรัดกุมและเป็นไปตามขั้นตอน
          "อยากขอร้องสื่อบางสำนัก ระวังจะตกเป็นเครื่องมือหรือแนวร่วมมุมกลับของขบวนการก่อความไม่สงบ เพราะการรายงานข่าวโดยอ้างคำสัมภาษณ์ของภรรยานายมะรอโซ จันทรวดี (แกนนำผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ อ.บาเจาะ) ว่าเหตุผลที่สามีต้องก่อความรุนแรงเพราะคับแค้นจากเหตุการณ์ตากใบนั้น เป็นข้ออ้างที่หยิบยกขึ้นมาตลอด ทั้งที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ให้ความเป็นธรรมกับประชาชนทุกคน ก่อนหน้าจะเกิดเหตุการณ์ปะทะกัน เจ้าหน้าที่ยังเคยเข้าไปเยี่ยมเยียนครอบครัวของนายมะรอโซเพื่อปรับความเข้าใจและหาทางออก ที่บอกว่าหวาดกลัวเจ้าหน้าที่ไล่ล่าจึงไม่เป็นความจริง" พ.อ.ปราโมทย์ กล่าว
กองทัพสรุปบทเรียน 9 ปีไฟใต้ยังไม่ชนะ
          แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการประชุมศูนย์ปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.กปต.) ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันศุกร์ที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งมีวาระสำคัญคือการพิจารณาความเป็นไปได้ของการประกาศเคอร์ฟิว หรือมาตรการห้ามออกนอกเคหสถานในเวลาที่กำหนด ในบางพื้นที่ของจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น
          ปรากฏว่าตัวแทนจากกองทัพบกและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้สรุปปัญหาการทำงานของกองทัพและฝ่ายความมั่นคงที่ยังไม่ประสบความสำเร็จ จนสถานการณ์ไฟใต้ยืดเยื้อมานานกว่า 9 ปีว่า มีเหตุปัจจัยอยู่ 7 ประการ ที่สำคัญคือ ฝ่ายความมั่นคงไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทั้งยังเสียเปรียบทางยุทธวิธีต่อกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่มีความชำนาญพื้นที่มากกว่า และที่สำคัญยังต้องต่อสู้กับปัญหาที่มีภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ รวมถึงบุคคลที่ถูกกล่อมเกลาให้มีความเชื่อทางประวัติศาสตร์และศาสนาด้วย
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
บรรยายภาพ : พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการ สมช. (ภาพโดย ปกรณ์ พึ่งเนตร)


paradorn
          การเตรียมชี้แจงดังกล่าวมีขึ้นหลังจากมีการเผยแพร่คลิปวีดีโอพิธีศพที่อ้างว่าเป็นของแกนนำผู้ก่อเหตุบางรายเพื่อสื่อสารทำนองว่าผู้ตายเป็นนักรบ ไม่ใช่คนร้าย ทั้งยังมีความพยายามส่งข้อมูลในรูปแบบต่างๆ กล่าวอ้างว่าผู้ตายทั้งหมดถูกกระทำทรมานก่อนเสียชีวิต
          พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวเมื่อวันเสาร์ที่ 16 ก.พ.2556 ว่า ทราบเรื่องที่มีการเผยแพร่คลิปวีดีโอทางเว็บไซต์ชื่อดังแล้ว และหน่วยงานความมั่นคงได้ประเมินสถานการณ์ว่าเป็นเรื่องใหญ่ลำดับต้นๆ มากกว่าการใช้วิธีตอบโต้ด้วยความรุนแรงจากฝ่ายผู้ก่อความไม่สงบด้วยซ้ำ
          "ผมคิดว่าการตอบโต้ด้วยความรุนแรงคงยังไม่เกิดในช่วงนี้ เพราะแกนนำระดับสูงหลายคนถูกสังหารในเหตุการณ์ปะทะกันที่ฐานปฏิบัติการบ้านยือลอ ส่งผลให้ขบวนการระส่ำระสาย ยังตอบโต้รัฐไม่ได้ทันท่วงที ส่วนเป้าหมายอ่อนแอ เช่น ครู พระ ก็ยังไม่น่าทำ เพราะจะยิ่งเสียมวลชน ดังนั้นเป้าโจมตีจึงเป็นเป้าเดิม คือเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ขณะนี้เชื่อว่ากลุ่มก่อความไม่สงบยังไม่มีความพร้อมที่จะดำเนินการ" เลขาธิการ สมช. กล่าว
          พล.ท.ภราดร บอกอีกว่า การเผยแพร่คลิปวีดีโอผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ ฝ่ายความมั่นคงต้องเดินหน้าชี้แจง โดยได้ประสานกระทรวงการต่างประเทศให้ชี้ต่อแจงนานาชาติว่า เหตุการณ์ที่ อ.บาเจาะ เป็นการป้องกันฐานทหาร ไม่ได้กระทำเกินกว่าเหตุ และไม่ได้มีการละเมิดสิทธิใดๆ พร้อมทั้งชี้แจงต่อโอไอซีด้วยว่า ที่ฝ่ายผู้ก่อเหตุพยายามอ้างว่ามีการละเมิดสิทธินั้น ไม่เป็นความจริง
          นอกจากนั้น ยังต้องบอกให้ต่างประเทศรู้ด้วยว่า รัฐบาลเยียวยาให้กับครอบครัวผู้สูญเสีย เพราะเราถือว่าทุกคนเป็นคนไทย
กอ.รมน.ชี้คับแค้นตากใบแค่ข้ออ้าง
          พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) กล่าวเช่นกันว่า ขณะนี้มีความพยายามขยายผลเหตุปะทะกันที่ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ที่มีการวิสามัญฆาตกรรมผู้ก่อความไม่สงบ 16 รายว่าเจ้าหน้าที่รัฐเป็นฝ่ายสร้างความรุนแรง โดยในวันจันทร์ที่ 18 ก.พ.2556 กองทัพจะแถลงรายละเอียดการปฏิบัติการทั้งหมดเพื่อยืนยันว่าฝ่ายทหารดำเนินการอย่างรัดกุมและเป็นไปตามขั้นตอน
          "อยากขอร้องสื่อบางสำนัก ระวังจะตกเป็นเครื่องมือหรือแนวร่วมมุมกลับของขบวนการก่อความไม่สงบ เพราะการรายงานข่าวโดยอ้างคำสัมภาษณ์ของภรรยานายมะรอโซ จันทรวดี (แกนนำผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ อ.บาเจาะ) ว่าเหตุผลที่สามีต้องก่อความรุนแรงเพราะคับแค้นจากเหตุการณ์ตากใบนั้น เป็นข้ออ้างที่หยิบยกขึ้นมาตลอด ทั้งที่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ให้ความเป็นธรรมกับประชาชนทุกคน ก่อนหน้าจะเกิดเหตุการณ์ปะทะกัน เจ้าหน้าที่ยังเคยเข้าไปเยี่ยมเยียนครอบครัวของนายมะรอโซเพื่อปรับความเข้าใจและหาทางออก ที่บอกว่าหวาดกลัวเจ้าหน้าที่ไล่ล่าจึงไม่เป็นความจริง" พ.อ.ปราโมทย์ กล่าว
กองทัพสรุปบทเรียน 9 ปีไฟใต้ยังไม่ชนะ
          แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการประชุมศูนย์ปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.กปต.) ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันศุกร์ที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งมีวาระสำคัญคือการพิจารณาความเป็นไปได้ของการประกาศเคอร์ฟิว หรือมาตรการห้ามออกนอกเคหสถานในเวลาที่กำหนด ในบางพื้นที่ของจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น
          ปรากฏว่าตัวแทนจากกองทัพบกและกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ได้สรุปปัญหาการทำงานของกองทัพและฝ่ายความมั่นคงที่ยังไม่ประสบความสำเร็จ จนสถานการณ์ไฟใต้ยืดเยื้อมานานกว่า 9 ปีว่า มีเหตุปัจจัยอยู่ 7 ประการ ที่สำคัญคือ ฝ่ายความมั่นคงไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทั้งยังเสียเปรียบทางยุทธวิธีต่อกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่มีความชำนาญพื้นที่มากกว่า และที่สำคัญยังต้องต่อสู้กับปัญหาที่มีภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ รวมถึงบุคคลที่ถูกกล่อมเกลาให้มีความเชื่อทางประวัติศาสตร์และศาสนาด้วย
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
บรรยายภาพ : พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการ สมช. (ภาพโดย ปกรณ์ พึ่งเนตร)

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

หน้าที่ของพระสงฆ์

พระพรหมเมธีเปลี่ยนไป๋ !

เปิดตำนาน...เทพเจ้าองค์แรก พระศิวะ...มหาเทพแห่งจักรวาล