วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ความเสื่อมในสถาบันพระศาสนา ?









ฮือฮาทั่วอินเดีย !

ตั้ง "พระพายัพ ชินวัตร" เป็นพระครูปลัดสมเด็จ

สังคมถามเซ็งแซ่ว่าตั้งได้ไหมเพิ่งบวชใหม่ คำตอบก็คือ ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ ก็คุณพายัพนั้นเป็นกำลังสำคัญของวัดป่าพุทธคยา และปัจจุบัน "พณฯยิ่งลักษณ์" น้องสาวก็เป็นถึงนายกรัฐมนตรี มีอำนาจทั่วฟ้าเมืองไทย คุณทักษิณพี่ชายก็รวยล้นฟ้า แบบนี้ก็เนื้อหอม ใครๆ ก็อยากจีบให้ไปบวช นี่ถ้า"พ.ต.ท.ทักษิณ" บวช ก็อาจจะได้เป็น "เจ้าคุณ" ด้วยซ้ำไป มีเงินและอำนาจซะอย่างใครๆ ก็เอาใจ ดังนั้นท่านเจ้าคุณสมเด็จพระธีรญาณมุนีทำถูกของท่านแล้ว คนทำบุญมากก็ย่อมได้อานิสงส์ผลบุญมากเป็นธรรมดา พวกที่ค่อนแคะวิพากษ์วิจารณ์เวลาคนอื่นได้ดีนั้น เห็นเขาพูดกันเกร่อว่า"อิจฉาละสิ"จริงไหมครับท่านสมเด็จฯสมชาย อิอิ !





สมเด็จพระธีรญาณมุนี
(สมชาย วรชาโย ป.ธ.8)
เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส และกรรมการมหาเถรสมาคม





พระพายัพ ชินวัตร (เขมคุโณ)
ได้รับสมณศักดิ์เป็น "พระครูปลัดสัมพิพัฒน์ญาณาจารย์" ฐานานุกรมในสมเด็จพระธีรญาณมุนี เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส และกรรมการมหาเถรสมาคม


ตั้ง "พระพายัพ" เป็นพระครูปลัดหลังบวช

พระพายัพ ชินวัตร ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระครูปลัดหลังบวช เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ขณะที่ธรรมเนียมปฏิบัติต้องบวชมา 10 พรรษาถึงได้รับแต่งตั้ง

เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพายัพ ชินวัตร น้องชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้เดินทางไปอุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่ผ่านมา ที่วัดป่าพุทธคยา ประเทศอินเดียโดยได้รับฉายาว่า พระพายัพ เขมคุโณ และมีกำหนดลาสิกขาในวันที่ 11 มี.ค.นี้

ทั้งนี้พระพายัพได้รับ การแต่งตั้งจาก สมเด็จพระธีรญาณมุนี เจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส ให้เป็นพระฐานานุกรมในตำแหน่ง"พระครูปลัดสัมพิพัฒน์ญาณาจารย์" ภายหลังจากการอุปสมบท

อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งดังกล่าวได้สร้างความฮือฮาและวิพากษ์วิจารณ์ในวงการสงฆ์เป็นอย่างมาก เนื่องจากตามธรรมเนียมปฏิบัติพระสงฆ์ที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นพระฐานานุกรมนั้นจะต้องผ่านการอุปสมบทมาแล้วไม่น้อยกว่า 10 พรรษา

อนึ่ง ฐานานุกรม คือชื่อเรียกลำดับตำแหน่งสมณศักดิ์ของพระสงฆ์ไทย ซึ่งภิกษุผู้มีตำแหน่งทางการปกครองหรือมีสมณศักดิ์สูงบางตำแหน่งมีสิทธิตั้งพระรูปอื่นให้เป็นฐานากรมได้ตามศักดิ์ที่ได้รับพระบรมราชานุญาต เช่น พระสงฆ์ตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอ สามารถตั้งฐานานุกรมได้ ตำแหน่ง พระราชาคณะชั้นสามัญตั้งฐานานุกรมได้ ตำแหน่ง เป็นต้น ไปจนกระทั่งถึงสมเด็จพระสังฆราชทรงตั้งฐานานุกรมได้ 15 ตำแหน่ง

ฐานานุกรมนั้นมีตำแหน่งที่เป็นหลัก ตำแหน่ง คือ พระปลัด พระสมุห์ พระใบฎีกา หากพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ที่มีสิทธิ์ตั้งฐานานุกรมเป็นผู้ที่มีสมณศักดิ์ตั้งแต่พระราชาคณะชั้นราชขึ้นไป พระฐานานุกรมที่ท่านเหล่านั้นตั้ง จะเรียก "พระครู" นำหน้าตำแหน่งฐานานุกรมนั้นทุกตำแหน่ง เช่น พระครูปลัด พระครูสังฆรักษ์ เป็นต้น

ภิกษุผู้ได้รับแต่งตั้งในลักษณะนี้เรียกว่า พระฐานานุกรม ทุกรูปจัดเป็นพระมีสมณศักดิ์เหมือนพระสมณศักดิ์ที่ทรงแต่งตั้ง พระในตำแหน่งเหล่านี้บางทีเรียกประทวนสัญญาบัตร บ้าง ฐานาประทวน บ้าง และเนื่องจากสมณศักดิ์เหล่านี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่ได้พระราชทานเอง ดังนั้นเมื่อพระสงฆ์ผู้ทรงสมณศักดิ์ที่ได้ตั้งฐานานุกรมไว้มรณภาพ ตำแหน่งฐานานุกรมต่าง ๆ ก็ถือว่าเป็นอันสิ้นสุดไปด้วย เรียกกันในภาษาปากว่า พระครูม่าย หรือ ฐานาม่าย จนกว่าจะได้รับแต่งตั้งฐานานุกรมใหม่



ข่าว โพสต์ทูเดย์18 กุมภาพันธ์ 2556



ฟ้าผ่าสภามหาวิทยาลัย มมร. !

ร้องเรียนรัฐมนตรีกรณีไม่ยอมสรรหาอธิการบดี


อา..ว่าแล้วไหมล่ะ กฤษฎีกามีวินิจฉัยให้สรรหาอธิการบดีเสียใหม่ตั้งแต่เดือนกันยายนปี 55 ผ่านมาจนบัดนี้ก็เกิน 6 เดือนแล้ว แต่สภามหามกุฏฯทำลีลา สั่งตั้งรักษาการอธิการบดีแล้วก็เฉย เลยถูกร้องเรียนถึงรัฐมนตรี วันนี้มีคำสั่งจากทางเบื้องบน "ให้สภามหาวิทยาลัย มมร. ต้องทำตามวินิจฉัยของกฤษฎีกา"ถ้าไม่ทำก็คงต้องเจอบอมพ์ลูกสองลูกสามลามไปถึงวัดราชบพิธแน่ๆ นี่แหละหนา เป็นถึงพระเจ้าฟ้าเจ้าประคุณฯไม่น่าให้พวกฆราวาสญาติโยมถอนหงอกเลย เฮ้อ !






สมเด็จพระมหามุนีวงศ์
นายกสภามหาวิทยาลัย มหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร)


คำสั่งคณะกรรมการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ

     "ให้สภามหาวิทยาลัย มหามกุฏราชวิทยาลัย ปฏิบัติตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา กรณีการสรรหาอธิการบดี และให้ควบคุมการบริหารกิจการของมหาวิทยาลัย ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด"


อา..นี่ไง คำสั่งจากทางเบื้องบนที่ผ่าลงมากลางสภามหาวิทยาลัย มมร. หน้าชาสิฮะ เกิดมาจนอายุปูนนี้ ได้ดิบได้ดีเป็นถึงสมเด็จพระราชาคณะ แต่วันนี้กลับมาถูกคณะกรรมการอะไรก็ไม่รู้จัก มันมาสอนสมเด็จฯว่า "ทำงานไม่เป็น"เฮ้อ ลาออกเสียเถอะฮะ สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ที่เคารพ อยู่ไปก็เสียเกียรติยศสมเด็จพระราชาคณะและเจ้าอาวาสวัดราชบพิธหมด







สภามหาวิทยาลัย มมร. โดนจี้
ต้องสรรหาอธิการบดีตามคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ
งานเข้า !!


เปิดแล้วฮ่ะ เปิดรับสมัคร อธิการบดี มมร.




ข่าว มมร.17 กุมภาพันธ์ 2556



อนุมัติ "เจ้าคุณสุชาติ" พระราชปริยัติเวที
ลาออก จอ.วัดดาว ไปเป็น จอ.วัดสุวรรณ


เจ้าคุณสุชาติ-พระราชปริยัติเวที เจ้าอาวาสวัดดาวดึงษาราม และรองเจ้าคณะ กทม. พระใหม่ไฟแรงแห่งยุค กะว่าน่าจะได้ขึ้นเป็นเจ้าคณะกรุงเทพมหานครรูปต่อไป ขอให้จับตามองให้ดี




ข่าว สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ17 กุมภาพันธ์ 2556


"พุทธสภาส่อเค้าล่ม"
ข่าวสดรับมุกสำนักพุทธฯ พาดหัวข่าวแรง

แหมความจริงมันก็ข่าวเก่านั่นแหละ แต่ข่าวสดมาสายกว่าเพื่อน เลยเล่นสำนวนซะตกใจ ก็บอกแล้วไงว่า ไม่มีทางที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจะปล่อยให้กรมการศาสนาตั้งพุทธสภาขึ้นมาได้อย่างเด็ดขาด เพราะทุกวันนี้สำนักพุทธฯกุมงานพระพุทธศาสนาไว้ในมือหมด ขืนปล่อยให้ตั้งพุทธสภาครอบงำกิจการพระพุทธศาสนาขึ้นมาได้ก็เหมือนไพ่เปลี่ยนมือ บทบาทของสำนักพุทธฯก็จะไร้ค่าไปทันที ดังนั้นจึงต้องตีรวนให้ถึงที่สุด

แต่ก็อย่าลืมนะ ว่าทางกรมการศาสนาก็มีอำนาจที่จะตั้งพุทธสภาได้ โดยมิต้องอาศัยสำนักพุทธฯเลย เขาเชิญให้ไปร่วมแบบถ้อยทีถ้อยอาศัยถ้าไม่เอาเขาก็คงไม่แคร์ อยากถูกโดดเดี่ยวก็อยู่ไปไม่ว่ากัน แล้ววันหลังอย่ามาอ้อนวอนขอเข้าร่วมพุทธสภาด้วยล่ะ อิอิ !



สองหนุ่มสองมุม


แนวความคิดตั้ง 'พุทธสภา' ส่อล่ม 'รองผอ.พศ.' ชี้ทับซ้อนมหาเถรฯ


นายอำนาจ บัวศิริ รอง ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยว่า จากการที่เมื่อเร็วๆ นี้ตนได้เข้าร่วมการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการจัดตั้งพุทธสภา ของกรมการศาสนา (ศน.) กระทรวงวัฒนธรรม โดยพุทธสภาจะผนึกกำลังภาคเครือข่าย 9ประเภท ได้แก่ 1.ภาคีเครือข่ายภาคพระสงฆ์ 2.สตรี 3.องค์กรการกุศล 4.ชุมชน 5.ภาคธุรกิจ 6.ภาควิชาการและวิชาชีพ7.สื่อมวลชน 8.ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา และ 9.เด็กและเยาวชน เพื่อส่งเสริมงานด้านพระพุทธศาสนา โดยมีทั้งพุทธสภาระดับชาติ และระดับจังหวัดนั้น ตนได้เสนอในที่ประชุมไปว่า สำนักพุทธฯ เห็นด้วยที่จะมีหน่วยงานจากองค์กรประชาชน ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมส่งเสริมพระพุทธศาสนาอย่างเข้มแข็ง แต่ได้ตั้งข้อสังเกต ประการดังต่อไปนี้



1.เมื่อตั้งพุทธสภา เป็นองค์กรของภาคเอกชนส่งเสริมพระพุทธศาสนา แต่กลับตั้งวัฒนธรรมจังหวัดเป็นเลขาธิการคณะกรรมการระดับจังหวัด และรองอธิบดีกรมการศาสนา เป็นเลขาธิการ คณะกรรมการระดับชาติ ถือว่าผิดวัตถุประสงค์ เพราะองค์กรเอกชนต้องมีการเลือกเลขาธิการกันเอง ไม่ใช่ให้ทางราชการเข้าไปกำหนด

2.ตั้งให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเป็นที่ปรึกษาพุทธสภาในระดับจังหวัด ผอ.สำนักพุทธฯ เป็นที่ปรึกษาพุทธสภาระดับชาติ หากจังหวัดไม่ได้รับความร่วมมือเป็นที่ปรึกษาให้กรมการศาสนาจะทำอย่างไร

3.การประกาศจัดตั้งพุทธสภา อาศัยกฎหมายอะไรรองรับ

4.การดำเนินงานของสำนักพุทธฯ กับกรมการศาสนา มีความทับซ้อนกันอยู่ในรูปแบบพัฒนากิจการด้านพระพุทธศาสนา และยังไม่มีการแบ่งแยกให้ชัดเจน แต่ก็จัดตั้งพุทธสภาขึ้นมาทำหน้าที่เดียวกันอีก หากมีกรณีเกิดความขัดแย้งระหว่างมหาเถรสมาคม (มส.) สำนักพุทธฯ และพุทธสภา อะไรจะเกิดขึ้น


5.การทำงานพระพุทธศาสนา ประกอบด้วยพุทธบริษัท คือ พระสงฆ์ ภิกษุ อุบาสก อุบาสิกา แต่การจัดตั้งพุทธสภาเป็นองค์กรเอกชน เป็นการทำงานของอุบาสก อุบาสิกา ส่วนการทำงานของพระสงฆ์มี พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 และมหาเถรฯ อีกส่วนหนึ่ง เหมือนเป็นการแยกพุทธบริษัท ออกจากกัน

6.การจัดตั้งพุทธสภาจะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการแล้วในเดือนก.พ.-มี.ค.นี้ และมีการให้พระสงฆ์เป็นรองประธานพุทธสภา แต่มหาเถรฯ ซึ่งดูแลพระสงฆ์ยังไม่ได้รับทราบ พิจารณาหรือเห็นชอบด้วย จะดำเนินการต่อไปได้อย่างไร พระสงฆ์จะกล้ามาร่วมทำงานด้วยหรือไม่

7.ถ้ามีการตั้งวัฒนธรรมจังหวัดเป็นเลขาธิการคณะกรรมการระดับจังหวัด และรองอธิบดีกรมการศาสนาเป็นเลขาธิการคณะกรรมการระดับชาติโดยตำแหน่ง หากวัฒนธรรมจังหวัดหรือรองอธิบดีกรมการศาสนานับถือศาสนาอื่น โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดภาคใต้ จะทำอย่างไร

ข่าว ข่าวสด15 กุมภาพันธ์ 2556


ย้ายที่ประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยไปดีซี

พร้อมจัดงาน 88 ปีหลวงตาชี





ข่าวจากสำนักงานเลขาธิการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา โดยพระครูสิริอรรถวิเทศ (ถนัต อตฺตจารี) วัดไทย ดีซี แจ้งว่า จากการเข้านมัสการพระวิเทศธรรมรังษี (หลวงตาชี) เจ้าอาวาสวัดไทย ดีซี ของพระราชพุทธิวิเทศประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา และพระวิเทศธรรมกวี รองประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา นั้น ได้ข้อสรุปว่า ทางวัดไทย ดีซี ยินดีรับเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมใหญ่สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 37/2556 ในวันที่ 6-7-8-9 มิถุนายน ศกนี้

ทั้งนี้มีกำหนดงานคร่าวๆ ว่า นอกจากงานประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาแล้ว ทางวัดไทย ดีซี ได้จัดให้มีงานสัมมนาวิปัสสนากรรมฐาน ขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก โดยจะมีพระวิปัสสนาจารย์ พระอาจารย์ผู้ชำนาญกรรมฐาน ตลอดถึงฤษีชีไพรจากทั่วโลกมาร่วมสัมมนาอย่างคับคั่ง และปิดท้ายด้วยงานทำบุญอายุวัฒนมงคล 88ปี ของหลวงตาชี โดยทั้งนี้คาดหมายว่าจะมีพระเถรานุเถระจากทั้งประเทศไทยและพระธรรมทูตสายต่างประเทศทั่วโลก เดินทางมาร่วมในงานดังกล่าวเป็นจำนวนมากกว่าทุกปีอีกด้วย

กำหนดการโดยละเอียดนั้น ทางสำนักงานเลขาธิการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา กำลังดำเนินการอย่างรีบเร่ง

อนึ่ง วันที่ 27 มีนาคม ศกนี้ สมัชชาสงฆ์ไทยจะมีการประชุมสมัยวิสามัญ เพื่อตระเตรียมความพร้อมในการประชุมใหญ่ในปีนี้ต่อไป



อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะดอทคอม รายงาน10 กุมภาพันธ์ 2556

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ