วันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2556

พระพรหมคุณาภรณ์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต ป.ธ.9) เข้าคารวะศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ เม้าบันลือโลก ! เจ้าอาวาสวัดเส้าหลินรวยแสนล้าน

พระพรหมคุณาภรณ์คารวะศพสมเด็จพระพุฒาจารย์

พระพรหมคุณาภรณ์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต ป.ธ.9)
เข้าคารวะศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ ณ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร













ภาพแห่งความหลัง พ.ศ.2519

พระพรหมคุณาภรณ์ (เกี่ยว อุปเสโณ ป.ธ.9) วัดสระเกศ

พระธรรมธีรราชมหามุนี (ช่วง วรปุญฺโญ ป.ธ.9) วัดปากน้ำ

พระราชวรมุนี (ประยุทธ์ ปยุตฺโต ป.ธ.9) วัดพระพิเรนทร์

เดินทางร่วมกันไปปฏิบัติศาสนกิจในประเทศสหรัฐอเมริกา พำนักที่รัฐพิลาเดลเฟีย แบบว่าใช้ชีวิตกินนอนด้วยกันเป็นเวลาหลายเดือน โดยราชวรมุนีได้เป็นมันสมองของคณะสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา เป็นผู้ร่างบายลอว์หรือธรรมนูญสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา เป็นฉบับแรก เพื่อก่อตั้งสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาขึ้นมา ณ วัดพุทธวราราม นครเดนเวอร์ ในเดือนมิถุนายน พ.ศ.2519

วันนี้ พระพรหมคุณาภรณ์ ได้เลื่อนขึ้นเป็น "สมเด็จพระพุฒาจารย์" และได้ถึงแก่มรณภาพลงไป ส่วน พระธรรมธีราชมหามุนี ได้เป็น สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ส่วน "พระราชวรมุนี" ได้เป็น พระพรหมคุณาภรณ์ จำพรรษาอยู่ที่วัดญาณเวศกวัน ตำบลบางกระทึก อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม















ที่มา : วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
22 สิงหาคม 2556




งดสมโภชปฏิบัติสังฆราช !


สมเด็จวัดปากน้ำอ่อนน้อมถ่อมตัว "ขอช่วยแบ่งเบาภาระพระสังฆราช" และ "จะจัดงานทำบุญวันเกิดเล็กๆ น้อยๆ" แหมน่ารักจังเลย และก็งานสมโภชตำแหน่ง"ปฏิบัติหน้าที่" สมเด็จพระสังฆราชนั้น มันไม่เคยมีในประวัติศาสตร์นะฮะ เพราะมิใช่ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช จะไปสมโภชได้ยังไง ใครสมโภชก็บ้าแล้ว ถึงสมโภชก็ต้องสมโภช "ทั้งคณะ" เพราะตำแหน่งนี้ตั้งเป็นคณะ มิใช่ตั้งคนเดียว สมเด็จวัดปากน้ำเป็นเพียง "ประธาน" เท่านั้น ดังนั้น ที่สมเด็จวัดปากน้ำท่านพูดก็ถูกแล้ว แต่แหม แค่จัดงานวันเกิดเล็กๆ น้อยๆ ของผู้ใหญ่ระดับ "ปฏิบัติหน้าที่สังฆราช" นั้น มันก็ใหญ่พอๆ กับวันเกิดนายกรัฐมนตรีทีเดียวล่ะฮ่ะ เพราะ "น้อยของหลวงพ่อ" ก็คือ "ใหญ่ของหลวงพี่" คอยดูวันที่ 26 นี้สิ คนล้นวัดปากน้ำแน่อิอิ !



ดาวล้อมเดือน


สมเด็จวัดปากน้ำงดสมโภชตำแหน่ง พร้อมแบ่งเบาภาระสมเด็จพระสังฆราชฯ ตั้งปณิธานทำงานด้านพระพุทธศาสนาให้ดีที่สุด คณะทูตวาติกันมอบสาสน์แสดงความอาลัยสมเด็จเกี่ยว


เมื่อวันที่ 21 ส.ค.2556 ที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปฺญโญ) ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ แม่กองบาลีสนามหลวง กล่าวภายหลังที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) มีมติแต่งตั้งเป็นประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชแทนสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร อดีตกรรมการ มส. อดีตเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก ซึ่งเมื่อมรณภาพเมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า การได้รับตำแหน่งทางพระสงฆ์เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ปุถุชนธรรมดา ที่ต้องมีดีใจบ้างกับการได้รับตำแหน่งใหม่

สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ กล่าวต่อว่า  ที่ถามว่าทางวัดปากน้ำฯจะจัดพิธีสมโภชตำแหน่งหรือไม่ ตามธรรมเนียมที่ถือปฏิบัติกันมาของวัดปากน้ำก็ไม่เคยจัดพิธีสมโภชตำแหน่งใดๆ มาก่อนอยู่แล้ว  ดังนั้นการได้รับตำแหน่งในครั้งนี้จึงไม่คิดจะจัดพิธีสมโภชใดๆ  จะมีก็แต่การจัดงานแสดงมุทิตาจิตที่คณะสงฆ์และสาธุชนจะมาร่วมกันทำบุญประจำวันเกิดที่จะมาถึงในวันที่ 26 สิงหาคมนี้ ก็ถือเป็นการรวมพลังจากพุทธศาสนิกชนที่มาร่วมกันบำเพ็ญกุศลที่วัดเป็นประจำทุกๆ ปี ซึ่งก็จะจัดพิธีสวดมนต์ทำบุญตามปกติไม่มีอะไรพิเศษ สำหรับการได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครั้งนี้ ก็ตั้งใจว่าจะช่วยแบ่งเบาการทำงานสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

“การแต่งตั้งนั้นก็เป็นไปตามทำนองคลองธรรมของวงการสงฆ์ที่ถือปฏิบัติกันมาและก็ได้พิจารณาจากสมณศักดิ์ เมื่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ซึ่งเป็นประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชมรณภาพ ตำแหน่งก็ว่างลง ต้องมีการแต่งตั้งไปตามวาระและก็ตั้งปณิธานว่า จะช่วยทำงานด้านพระพุทธศาสนาให้ดีที่สุด ทั้งนี้ในส่วนการจัดประชุม มส. ก็จะไปจัดประชุมที่ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐมทุกๆ ครั้ง  สุดท้ายก็ขอให้พุทธศาสนิกชนทุกคนรักษาศีล 5 เพื่อให้บ้านเมืองของเราสงบสุข เป็นสังคมที่ร่มเย็นตลอดไป” ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ ตลอดทั้งวันได้มีคณะสงฆ์  ผู้แทนหน่วยงาน ตลอดจนพุทธศาสนิกชน เดินทางมาทำบุญ เพื่อร่วมแสดงมุทิตาจิตกับสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หลังได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชเป็นจำนวนมาก

วันเดียวกันที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจัดพิธีศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ ยังคงมีคณะสงฆ์พร้อมด้วยประชาชน เดินทางมาสักการะศพตั้งแต่ช่วงเช้าอย่างต่อเนื่อง จากนั้นในเวลา 13.40 น. นายปอล ชาง อิน นัม เอกอัครสมณทูตวาติกันประจำประเทศไทย พร้อมด้วยนายเกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิช มุขนายกอัครสังฆมณฑลกรุงเทพมหานคร และรองประธานสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย นายชูศักดิ์ สิริสุทธิ์  มุขนายกอัครสังฆมณฑลนครราชสีมา นายบรรจง ไชยรา มุขนายกอัครสังฆมณฑลอุบลราชธานี มงซินญอร์ ดร.วิษณุ ธัญญอนันต์ รองเลขาธิการสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทยและอดีตนักการทูตวาติกัน เดินทางมาสักการะศพพร้อมนำสาสน์แสดงความเสียใจต่อการมรณภาพของสมเด็จพระพุฒาจารย์

พระพรหมสุธี (เจ้าคุณเสนาะ) รักษาการเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ กล่าวว่า คณะทูตวาติกันนำสาสน์แสดงความเสียใจมาแจ้งให้ทางวัดรับทราบว่าทางวาติกัน รู้สึกแสดงความเสียใจอย่างมากกับการมรณภาพของสมเด็จพระพุฒาจารย์ เพราะที่ผ่านมาครั้งที่สมเด็จพระพุฒาจารย์ดำรงตำแหน่งประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ได้มีความสัมพันธ์อันดีกับวาติกันด้วยดีตลอดมา มีการร่วมมือและช่วยเหลือเรื่องต่างๆ หลายครั้ง ที่สำคัญสมเด็จพระพุฒาจารย์ เคยเดินทางไปเยี่ยมสำนักวาติกันมาด้วย



ข่าว : คมชัดลึก

22 สิงหาคม 2556
เม้าบันลือโลก !


เจ้าอาวาสวัดเส้าหลินรวยแสนล้าน
และที่สำคัญ - มีภรรยาและลูก

ลับสุดยอดระดับนินจาเรียกพี่ !




ฉี หยง ซิน เจ้าอาวาสวัดเส้าหลิน
วัดรวยอันดับหนึ่งของโลก
มีทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลถึง 1 แสนล้าน



นำวัดเข้าตลาดหุ้น ระดมทุนแบบพุทธ




บีซี่หนัก จะกินยังไม่มีเวลาถือโทรศัพท์ ต้องใช้บลูธูซ





ผมถูกใส่ร้าย !




ภาพล้อฉีหยงซินจากสื่อจีน




สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมว่า วัดเส้าหลินของจีนต้องเผชิญสถานการณ์อื้อฉาว หลังมีการกล่าวหาว่า ฉี หยงซิน เจ้าสำนักฯถูกกล่าวหาว่ามีความสัมพันธ์และเป็นพ่อของลูกหญิงจีนรายหนึ่ง และได้ซ่อนเงินในบัญชีเป็นจำนวนกว่า 2 พันล้านปอนด์(ราว 1 แสนล้านบาท)ในบัญชีลับ หลังจากที่เขาได้นำวัดเข้าสู่การทำธุรกิจอย่างเต็มรูปแบบ โดยวัดสามารถสร้างรายได้จากการเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีผู้คนนับล้านเดินทางมาดูพระโชว์แสดงวิชากังฟู และดำเนินธุรกิจสิ่งพิมพ์ต่างๆ

รายงานระบุว่า นายชี ซึ่งถูกเรียกขานด้วยสมญาว่า "ซีอีโอ กังฟู" ได้เป็นเจ้าอาวาสวัดเส้าหลินตั้งแต่ปี 1999 ก่อนที่วัดแห่งนี้จะสร้างปรากฏการณ์โด่งดังไปทั่วโลก สามารถสร้างรายได้จากการขายตั๋วชมโชว์สถานที่ของวัด ตกปีละ 15 ล้านปอนด์ หรือเฉลี่ย 100 หยวนต่อคน นอกจากนี้ เขายังเปิดสาขาย่อยวัดเส้าหลินในต่างแดน เช่น ในสหรัฐ, เวเนซุเอลา เพื่อทำธุรกิจขายวิชากังฟู ให้แก่ชาวต่างชาติ

ขณะที่พระวัดเส้าหลินก็ต้องเดินสายตระเวนโชว์ไปทั่วโลก รวมทั้งยังร่วมการแข่งขันชกมวยในลาสเวกัสด้วย ก่อนที่วัดเส้าหลินจะเข้าตลาดหุ้นในฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ โดยสามารถขายหุ้นที่เปิดขายต่อสาธารณะได้เป็นมูลค่ากวา 85 ล้านปอนด์ ขณะที่หลายฝ่ายโจมตีว่าวัดแห่งนี้ได้หมดบรรยากาศแห่งความเป็นวัดศักดิ์สิทธิ์และจิตวิญญาณที่เข้มขลังไปแล้ว

นอกจากนี้ เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้ใช้เว็บจีนยังได้เผยแพร่ภาพวัดเส้าหลินที่ใช้วิถีชีวิตอย่างฟุ้งเฟ้อ กับวัดต้าเบ่ยที่เคร่งครัด โดยชาวบ้านได้แต่งกายอย่างสมถะ และปฏิเสธจะรับเงินจากผู้มาเยือน และในปี 2011 เจ้าสำนักฉีกลายเป็นข่าวอื้อฉาวหลังถูกจับภาพว่าเขาใช้บริการโสเภณี ซึ่งวัดได้ปฏิเสธ อ้างว่าวัดกำลังทำพิธีในสถานประกอบการทางเพศแห่งหนึ่งในช่วงที่ตำรวจบุกเข้าทลาย รวมทั้งข่าวมีการติดตั้งกล้องลับตามกำแพงวัด และมุ่งเป้าจับภาพเหล่าผู้หญิงที่กำลังหลับ 

และในช่วงต้นเดือนนี้ หนังสือพิมพ์ตะวันตกฉบับหนึ่งอ้างว่า เจ้าอาวาสฉี มีเงินสั่งสมในบัญชีลับเป็นจำนวนกว่า 2 พันล้านปอนด์ และยังพ่อของลูกหญิงจีนรายหนึ่งที่กำลังศึกษาในเยอรมัน ขณะที่เจ้าหน้าที่วัดได้ปฎิเสธ อ้างว่าวัดกำลังถูกทำลายชื่อเสียงจากบุคคลทรงอิทธิพลที่ไม่พอใจต่อการเปิดขายหุ้นสาธารณะของวัดเส้าหลิน


ข่าว : มติชน
22 สิงหาคม 2556

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ