วันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2556

เสนอ > พระพรหมคุณาภรณ์ เป็น > สมเด็จพระพุฒาจารย์ ?


เสนอ พระพรหมคุณาภรณ์
เป็น สมเด็จพระพุฒาจารย์

งานนอกระบบของ ส.ศิวลักษณ์

ดังสนั่นโลกออนไลน์ เมื่อปัญญาชนนอกระบบ "ส.ศิวลักษณ์" เขียนบทความออนไลน์ลงในเฟสบุ๊ค เสนอให้มหาเถรสมาคมลงมติเลือก "พระพรหมคุณาภรณ์ ประยุทธ์ ปยุตฺโต ป.ธ.9" เพื่อทรงโปรดสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะในราชทินนาม "สมเด็จพระพุฒาจารย์" แทนสมเด็จพระพุฒาจารย์ (อุปเสณมหาเถร) ที่มรณภาพลงไป


โถ..อาจารย์ก็ฝันเฟื่องไปได้ สมัยนี้หมดยุคตาอยู่แล้ว เขาพิจารณาเฉพาะ"พรรคพวก" ในวงมหาเถรสมาคมเท่านั้น ไปดูประวัติการตั้งเจ้าคณะภาคหนึ่งซี แล้วจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร เขาไม่เสนอ "ธัมมชโย" เป็นสังฆราช ก็บุญโขแล้วนะ จะบอกให้ อิอิ !





ความฝันอันสูงสุดของ ส.ศิวลักษณ์




สมเด็จพระพุฒาจารย์องค์ใหม่

โดย ส.ศิวลักษณ์

การที่สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) วัดสระเกศ ถึงแก่มรณภาพลงครั้งนี้ พระมหาเถระโดยเฉพาะก็ในชั้นหิรัณยบัตร แม้จะแสดงความเศร้าโศกเสียใจออกมา ก็เป็นแต่อากัปกิริยาภายนอก ที่พูดตามภาษาชาวบ้าน ก็คือการแสดงความหน้าไหว้หลังหลอก เพราะแท้ที่จริงนั้น หลายท่านพากันวางแผนว่าใครควรได้รับสมณฐานันดรดังกล่าวแทนพระคุณท่านที่เพิ่งสิ้นชีวิตไป จะให้ใครในวงการพระสังฆาธิการระดับสูง คิดถึงการพระศาสนา เพื่อแสวงหาพระผู้ทรงคุณงามความดีที่มีศีลาจารวัตรอันงดงาม พร้อมไปด้วยวิชาความรู้อันปราชญ์เปรื่อง มายกย่องเชิดชู เพื่อเป็นพระราชสิริ และเพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านเมือง อย่างสมศักดิ์ศรีกับคณะสงฆ์ หามีไม่

ถ้าที่ว่ามานี้เป็นจริงก็แสดงว่า การพระศาสนาในกระแสหลักของเราถึงซึ่งความเสื่อมอย่างยากที่จะเยียวยาได้เสียแล้ว เพราะตามราชประเพณีที่สืบทอดมาแต่ไหนแต่ไร พระราชาซึ่งเป็นองค์เอกอัครศาสนูปถัมภก ย่อมทรงยกย่องเชิดชูพระมหาเถระผู้ทรงไว้ซึ่งศีลาจารวัตร และสติปัญญาอย่างมีความเป็นเลิศในทางธรรม เพื่อเป็นศรีแก่พระนคร และเป็นการทำนุบำรุงพระศาสนา โดยท่านที่รับอาราธนารับสมณศักดิ์ดังกล่าว ก็ยอมรับเพื่อเห็นแก่พระศาสนาและพระราชา ตลอดจนเพื่อหิตานุหิตประโชน์แก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย อย่างไม่ติดไปกับยศช้างขุนนางพระนั้นๆ กันเอาเลย

สมเด็จพระสังฆราชองค์ปัจจุบัน เมื่อยังดำรงสมณศักดิ์ที่พระสาสนโสภณอยู่นั้น ทรงปฏิเสธที่จะได้รับเป็นสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ และสมเด็จพระวันรัต เป็นลำดับๆมา จนพระเจ้าอยู่หัวต้องทรงขอร้องให้รับเป็นสมเด็จพระญาณสังวร ด้วยการนำเอาราชทินนามเดิมของสมเด็จพระสังฆราชไก่เถื่อน วัดราชสิทธาราม มาใช้ขึ้นใหม่ โดยขยายตำแหน่งสมเด็จพระราชาคณะจากเดิมออกไปอีก 2 รูป หมายความว่าฝ่ายมหานิกาย ก็เพิ่มตำแหน่งสมเด็จพระธีรญาณมุนี วัดจักรวรรดิ ขึ้นด้วยดังนี้ เป็นต้น

อนึ่ง สมเด็จพระอุปัชฌาย์ขององค์พระสังฆบิดรในเวลานี้ เมื่อเป็นพระญาณวราภรณ์ ตำแหน่งเจ้าคณะรองอยู่นั้น พระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ 7 โปรดให้ถามว่า จะทรงเลื่อนท่านเป็นสมเด็จพระราชาคณะ พระคุณท่านทูลว่าไม่สมัครใจ จนต้องทรงอ้อนวอน จึงรับเป็นสมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ ดังสมเด็จพระญาณสังวร วัดราชสิทธาราม ก็ไม่ทรงรับเป็นสกลมหาสังฆปริณายก จนพระเจ้าอยู่หัวเสด็จไปขอร้องด้วยพระองค์เอง จึงทรงรับเพื่อสนองพระราชศรัทธา

สังฆประเพณีเป็นเช่นนี้ตลอดมาแต่ไหนแต่ไร เพิ่งมาปลาสนาการไปเมื่อเร็วๆ นี้เอง

บัดนี้ พระเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวร จะพระราชทานพระราชกระแสมาให้มหาเถรสมาคมหรือรัฐบาลพิจารณาย่อมไม่อาจเป็นไปได้ รัฐบาลเองก็ขาดคุณสมบัติหรือความรอบรู้ในทางที่จะมีความกล้าหาญเข้าไปเสนอความเห็นถวายกรรมการมหาเถรสมาคม ซึ่งส่วนใหญ่ก็คิดได้แต่ในทางที่เป็นประโยชน์ของตนและพวกตนเสียนั้นแล ยิ่งกว่าอะไรอื่น หาไม่ก็นิ่งเสียเป็นตำลึงทอง โดยอ้างว่าวางอุเบกขาเอาเสียเลยด้วยซ้ำ

ถ้าจะถวายสมณศักดิ์สมเด็จพระราชาคณะที่ว่างลงคราวนี้ ผู้ที่สมควรที่สุดที่อยู่นอกแวดวงของพระมหาเถระที่ทิ้งลาภยศสรรเสริญออกไป และมีคุณงามความดีทั้งศีลาธิคุณ และคุณวิเศษทางพระปริยัติธรรมอย่างที่นานาชาติยกย่องไปจนทั่วโลกแล้วไซร้ ก็เห็นมีแต่พระพรหมคุณาภรณ์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) เพียงองค์เดียว ดังที่เจ้าคุณสมเด็จที่เพิ่งมรณภาพไปถึงกับเสนอราชทินนามเดิมของพระคุณท่าน เมื่อเป็นเจ้าคณะรอง ให้เจ้าคุณประยุทธ์ได้รับสมณฐานันดรในนามนั้น โดยที่ท่านรูปนี้ได้เป็นรองเลขาธิการมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย มาแต่สมัยยังไม่ได้เป็นพระราชาคณะ และสมเด็จเกี่ยวเป็นเลขาธิการสถาบันการศึกษาแห่งนั้น คือเจ้าคุณสมเด็จแลเห็นคุณงามความสามารถของพระคุณเจ้ารูปนี้มาแต่แรก และพระคุณท่านก็แสดงความสามารถอย่างอาจหาญในทางพระธรรมวินัยยิ่งๆขึ้นตลอดมา จนเริ่มชราภาพแล้ว แม้สุขภาพอนามัยจะไม่เอื้ออำนวยเอาเลยก็ตาม

แท้ที่จริง ถ้าสมเด็จพระสังฆราชไม่ทรงพระประชวร และทรงบัญชาการพระศาสนาได้ ย่อมต้องเสนอให้พระพรหมคุณาภรณ์(ประยุทธ์ ปยุตฺโต) ขึ้นเป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์แท้ทีเดียว เพราะเจ้าพระคุณสมเด็จทรงยกย่องพระเถระรูปนี้ตลอดมา ทรงถือว่าพระคุณท่านเป็นเพชรเม็ดเอกของพระศาสนาเอาเลยทีเดียว

โดยที่สมเด็จพระราชาคณะองค์ใหม่จะได้ดำรงตำแหน่ง ในปีที่สมเด็จพระสังฆบิดรจะมีพระชนม์ครบศตวรรษ อันเป็นมหามงคลพิเศษ และปยุตฺโตภิกขุรูปนี้ นอกจากจะเป็นสามเณรเปรียญ 9 ประโยครูปที่สองของรัชกาลปัจจุบันแล้ว ยังเป็นสามเณรเปรียญรุ่นแรกๆที่ทรงพระกรุณารับไว้เป็นนาคหลวงและเสด็จพระราชดำเนินไปในงานอุปสมบทพระคุณท่าน ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม แล้วพระคุณท่านครองพรหมจรรย์ตลอดมาจนปัจจุบัน ในขณะที่สามเณรเปรียญ 9 ประโยคที่เป็นนาคหลวงก่อนและหลังพระคุณท่านพากันสึกหาลาเพศไปตามๆกัน ที่ทรงสมณฐานันดรอยู่ บางรูปก็เป็นอลัชชีไปแล้ว การตั้งพระคุณท่านให้เป็นสมเด็จพระราชาคณะนั้น พระคุณท่านไม่ได้ยินดียินร้ายอะไรๆกับโลกธรรม หากการสถาปนาพระคุณเจ้าขึ้นในสมณฐานันดรดังกล่าว จะเป็นพระราชสิริ เป็นการเพิ่มพูนพระบรมราชกฤษฎาภินิหารให้แผ่ไพศาล อย่างน้อยก็เป็นการลดรัศมีแห่งอลัชชีในวงการคณะสงฆ์ โดยเฉพาะก็ในทางที่ปรากฎว่ามีการติดสินบนกันอย่างหนาตากับการเลื่อนสมณศักดิ์ต่างๆอย่างไม่เป็นมงคลเอาเลย

เราเอามงคลมาลบอัปมงคล เอาความดีมาชนะความชั่วกันบ้าง ในโอกาสเช่นนี้ จะไม่ดีหรือ หรือมหาเถรสมาคมรับข้อเสนอเช่นนี้ไม่ได้เสียแล้ว ถ้าเช่นนี้ก็หมดหวังเสียแล้วกับการที่จะทำให้หายนะเป็นวัฒนะ



ที่มา : เฟสบุ๊ค ส.ศิวลักษณ์
19 สิงหาคม 2556





เตรียมตั้ง "ปฏิบัติหน้าที่สังฆราช" องค์ใหม่

มหาเถรนัดประชุมใหญ่ที่พุทธมณฑล

20 สิงหาคม ศกนี้

ดีเดย์ !





สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำ

อาวุโสสูงสุดในบรรดาสมเด็จพระราชาคณะ จะนั่งเป็นประธานการประชุมมหาเถรสมาคม นัดประวัติศาสตร์ หลังจากมหาเถรสมาคมได้ประชุมและลงมติ ให้สมเด็จพระพุฒาจารย์ ดำรงตำแหน่งประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2547 หรือ 9 ปีที่ผ่านมา เวลานี้ เหลือสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เป็นผู้อาวุโสสูงสุดในมหาเถรสมาคม ก็คงต้องขึ้นดำรงตำแหน่งอย่างเต็มตัว ทั้งๆ ที่ ผ่านมาเป็นปีแล้ว ที่สมเด็จพระพุฒาจารย์อาพาธ และสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ได้รับภาระออกปฏิบัติหน้าที่แทนมาโดยตลอด วันที่ 20 นี้ จึงถือว่าเป็นวันประวัติศาสตร์ของวัดปากน้ำ คงจะมีการต้อนรับอย่างคึกคักของพระภิกษุสามเณรและอุบาสกอุบาสิกาชาววัดปากน้ำ และนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ถนนสายศาสนาทุกสายในประเทศไทยจะมุ่งตรงเข้าสู่วัดปากน้ำ





26 สิงหาคม 56
ถนนทุกสายมุ่งสู่วัดปากน้ำ

หลังการประชุมมหาเถรสมาคมนัดประวัติศาสตร์ "ตั้งประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช" ไปได้เพียง 5 วัน ตกวันที่ 26 สิงหาคม ก็จะมีงานใหญ่ระดับประเทศขึ้นที่วัดปากน้ำ นั่นคือ งานอายุวัฒนมงคล (วันเกิด) ครบรอบ 88 ปี ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ ป.ธ.9) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ และประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช รูปใหม่ ซึ่งมีอำนาจสูงสุดในคณะสงฆ์ไทยสมัยปัจจุบัน

งานนี้ ทีแรก ทางวัดปากน้ำคงจะจัดเป็นประเพณีเหมือนปีก่อนๆ แต่พอตำแหน่งประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เสด็จมาหาฯ ก็เลยกลายเป็นว่า"จัดแบบเดิมไม่ได้อีกแล้ว" เพราะแขกเหรื่อทั้งทางคณะสงฆ์และราชการบ้านเมือง พ่อค้าประชาชน จะแห่ไปร่วมงานกันโดยมิได้นัดหมาย หมายถึงว่า งานนี้ถึงไม่นิมนต์-ไม่เชิญ ก็จะไปแสดงความดีใจ ถวายมุทิตาสักการะ

ดังนั้น จึงขอเตือนบรรดาทีมงานเลขานุการสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ และพระสงฆ์วัดปากน้ำเอาไว้ด้วยว่า กรุณาประชุมเตรียมงานรอบใหม่ให้ดี อย่าให้มีอะไรขาดตกบกพร่อง ของชำร่วยที่เคยสั่งแค่ 100,000 ชุด ก็ต้องเพิ่มเป็น1,000,000 ชุด และต้องเพิ่มทีมงานขึ้นอีกอย่างน้อยสองเท่า เพราะแขกจะมาจนรับไม่ไหวจริงๆ ลำพังท่านเจ้าคุณประชันนั้นรับรองว่า แค่รับดอกไม้ในตำแหน่ง"เลขาธิการประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช" ก็แทบลมจับแล้ว

งานใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของวัดปากน้ำมาถึงแล้ว อย่าให้เสียบรรยากาศอันเป็นสิริมงคล มีอะไรก็ต้องทุ่มเทให้ยิ่งกว่างาน "เทย่ามช่วยน้ำท่วม" เลยละทีนี้ว่าแต่จะแจกพระวัดปากน้ำรุ่นไหนครับ อิอิ !





 



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมศพ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ)  ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และเจ้าอาวาสวัดสะเกศราชวรมหาวิหาร ในช่วง  14.30 น. วันที่ 18 สิงหาคม  ยังคงมีประชาชนทั่วทั้งสารทิศ และศิษยานุศิษย์มาเคารพสักการะศพอยู่โดยตลอด

ขณะที่บริเวณรอบนอกตำหนักมีคณะศิษยานุศิษย์ได้นำเอาอาหารและเครื่องดื่มมาบริการให้ประชาชนทั่วไปที่มาสักการะศพสมเด็จพระพุฒาจารย์

ด้านพระพรมหสุธี รักษาการเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กล่าวว่า กระบวนการตั้งตำแหน่งประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชแทนสมเด็จพระพุฒาจารย์ที่ว่างลงนั้นจากการมรณภาพ จะมีการประชุมกันในวันที่ 20 สิงหาคม เวลา 14.00 น. ที่พุทธมณฑล ส่วนจะมีสมเด็จองค์ไหนจะมาแทนที่นั้นจะต้องรอการประชุมก่อน และจะต้องเป็นไปตามสมณศักดิ์

"อยู่ที่ดุลยพินิจของคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่ว่าท่านจะเลือกท่านใดมาปฏิบัติหน้าที่แทน แต่ว่าในวันที่20 สิงหาคม นี้ ทางผู้อำนวยการสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ จะนำเรื่องนี้เข้าสู่วาระที่ประชุม เพื่อให้ทางมหาเถรสมาคมรับทราบ ต่อไป" พระพรหมสุธีกล่าว และว่า หลังจากพ้นพระบรมราชานุเคราะห์ ในพิธีบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมศพแล้ว นับจากวันที่ 19 สิงหาคม จนไปถึง ครบรอบ 100 วัน มีประชาชนได้ติดต่อจองเป็นเจ้าภาพงานหมดแล้ว หากมีผู้ใดประสงค์เป็นเจ้าภาพคงต้องเป็นเจ้าภาพร่วมแทน. นอกจากนั้นพิธีสวดอภิธรรมนี้จะคงมีในช่วงเวลา 19.00 น. ทุกวันไปจนถึงครบ 100 วัน. แต่ว่าอาจจะมีการปรับเปลี่ยนบ้างถ้ามีทางเจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัดประสานมากำหนดการสวดพระอภิธรรมจะเริ่มที่เวลา 14.00 น.

พระราชปัญญาโสภณ (สุรชัย สุรชโย) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสะเกศ กล่าวว่า กำหนดการสวดบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม สมเด็จพระพุฒาจารย์ ในค่ำวันที่ 18 สิงหาคม นี้ ยังคงอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอีกหนึ่งวัน

ข่าว : มติชน

19 สิงหาคม 2556

หมายเหตุ ตามกฎแห่งกรรม ถ้าบารมีไม่ถึง หรือ บ้างองค์ ได้ปราชิกไปแล้ว พอขึ้นมาจะต้องมีอันเป็นไป ขอให้ชาวไทยได้ศึกษา ?

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ