วันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ข้อความเปิดผนึก ถึงโยม ทักษิณ ชินวัตร (บันทึกประวัติศาสตร์) เรื่อง แก้กรรมอันหนักได้ ก็จักช่วยให้โยมกลับเมืองไทยได้โดยสวัสดี

ข้อความเปิดผนึก ถึงโยม ทักษิณ ชินวัตร
เรื่อง แก้กรรมอันหนักได้ ก็จักช่วยให้โยมกลับเมืองไทยได้โดยสวัสดี

หลังจากที่โยมถูกโน้มน้าวให้แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมคดีของสงฆ์ จึงให้อัยการล้มคดีความของเจ้าลัทธิธรรมกลายและพวกกว่า 51 คดีไม่นาน โยมก็ได้รับกรรมจากกระบวนการยุติธรรมที่ถูกแทรกแซง จนหลุดออกจากตำแหน่งและต้องออกไปเร่รอนนอกประเทศยาวนานหลายปี โดยที่ยังแก้ไม่ตก มันเป็นผลกรรมทันตาเห็นขนาดนี้ โยมก็ยังไม่สามารถสำนึกได้ ..เพราะเหตุที่โยมขาดกัลยาณมิตร แต่ไปคบปาปมิตรอย่างลัทธิธรรมกลายแทนนั่นเอง

จากเดิมที่โยมเคยไปเอาที่ธรณีสงฆ์มาเป็นของตน แล้วขายต่อให้คนอื่น แต่คนที่ซื้อต่อเขาเพียงแค่ซื้อต่อจากโยมที่อ้างสิทธิเป็นเจ้าของ ดังนั้น กรรมที่กระทำต่อสงฆ์ได้สำเร็จแล้วแก่โยมโดยตรง หลีกเลี่ยงไม่ได้ และโยมยังไม่ได้ทำคืน ยังไม่ได้แก้ไขให้ตรงจุดของเหตุที่แท้ ด้วยเหตุนี้แม้โยมจะมีที่ดินมากมายในเมืองไทยแค่ไหน โยมจะมีอำนาจในรัฐบาลและสภาฯ มากแค่ไหน แต่โยมก็ยังต้องเร่ร่อนในต่างประเทศ มิสามารถกลับมาอยู่ในแผ่นดินของตัวเองได้โดยง่าย แม้กลับมาได้ก็คงวุ่นวายหาอยู่เป็นสุขได้ไม่ ต้องร้อนรนดุจเพลิงเผาผลาญไปตลอด มันเป็นผลกรรมทันตาเห็นขนาดนี้ โยมก็ยังไม่สามารถสำนึกได้ ..เพราะเหตุที่โยมขาดกัลยาณมิตร แต่ไปคบปาปมิตรอย่างลัทธิธรรมกลายแทนนั่นเอง

จากที่โยมได้ฟังคำยุแย่จนโยมได้ละเมิดพระเกียรติยศของสมเด็จพระสังฆราช เสมือนเป็นการยึดพระอำนาจพระองค์ท่านกลางอากาศอย่างพลการ มิได้ปรึกษาขอโอกาสจากพระองค์ท่านก่อน โดยตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนพระองค์ท่านมาซ้อนพระองค์ท่านนั้น มันเป็นกรรมอันหนักที่โยมกระทำล่วงเกินต่อพระองค์ท่าน ผู้เป็นพระสุปฏิปันโนผู้มีบารมีสูงมาก หลังจากนั้นไม่นานโยมก็ถูกยึดอำนาจกลางอากาศอย่างพลการเช่นกัน มันเป็นผลกรรมทันตาเห็นขนาดนี้ โยมก็ยังไม่สามารถสำนึกได้ ..เพราะเหตุที่โยมขาดกัลยาณมิตร แต่ไปคบปาปมิตรอย่างลัทธิธรรมกลายแทนนั่นเอง

จากการกระทำวรรคที่แล้วนั้น โยมทำให้เกิดข้อพิพาทให้พระป่า (นำโดยพระเดชพระคุณท่านหลวงตามหาบัว) กับพระบ้าน (นำโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์) อันเป็นส่วนแห่งกรรมของการยังสงฆ์ให้แตกกัน หลังจากผู้นำของรัฐบาลฆราวาสอย่างโยมมาทำให้สงฆ์ต้องพิพาทขัดแย้งกันไม่นาน ฆราวาสเองก็ต้องมีข้อพิพาทขัดแย้งกันอย่างรุนแรงจนมิอาจแก้ไขให้เกิดความปรองดองได้โดยง่ายเลย มันเป็นผลกรรมทันตาเห็นขนาดนี้ โยมก็ยังไม่สามารถสำนึกได้ ..เพราะเหตุที่โยมขาดกัลยาณมิตร แต่ไปคบปาปมิตรอย่างลัทธิธรรมกลายแทนนั่นเอง

ในขณะที่กรรมเก่ายังไม่ได้แก้ ก็ได้มีการทำกรรมต่อพระธัมมวินัยเพิ่มขึ้นไปอีก ด้วยการที่กระทรวงศึกษาธิการในรัฐบาลนี้ ได้บีบบังคับให้ครูและผู้บริหารโรงเรียนระดับอำเภอและระดับตำบลทั่วประเทศ ให้ไปปฏิบัติธรรมกับทีมงานของลัทธิธรรมกลาย หากไม่ไปก็มีการข่มขู่ด้วยประการต่างๆ ทั้งให้มีความผิดต้องรายงาน หรือจะไม่พิจารณาเลื่อนวิทยฐานะให้ ฯลฯ อันเป็นการส่งเสริมให้ลัทธิธรรมกลายมาครอบงำการศึกษาไทยได้อย่างเบ็ดเสร็จต่อไป เท่ากับว่าขยายขอบเขตให้คนไทย ทำกรรมล่วงละเมิดพระธัมมวินัยร่วมกับลัทธิธรรมกลายมากขึ้น ซึ่งผลกรรมนี้จะส่งผลให้ประเทศไทยต้องประสบวิกฤติและภัยพิบัติต่างๆ มากขึ้น จนถึงขั้นหายนะ เกิดสงครามกลางเมืองหรือสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธ์ได้ต่อไป เหมือนอดีตที่เคยเกิดขึ้นในชมพูทวีปเป็นต้น ที่ลัทธิสัทธรรมปฏิรูปในชมพูทวีปได้ทำกรรมบิดเบือนทำลายพระธัมมวินัยจนต้องรับผลกรรมถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ไปจนสูญสิ้น..! ซึ่งต้องรีบแก้ไขกรรมอันหนักนี้โดยด่วน

โยมอาจจะหลงเชื่อลัทธิธรรมกลายว่าจะช่วยให้โยมได้ประโยชน์ต่างๆ ตามมา แต่ความจริงนั้น ลัทธิธรรมกลายใช้โยมเป็นสะพานเพื่อหวังครอบงำประเทศไทยแล้วใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการครอบงำประเทศอื่นๆ ต่อไป หากแผนการณ์ยึดครองการศึกษาไทยของลัทธินี้สำเร็จเขาจะคุมฐานเสียงส่วนใหญ่ทั้งหมด เมื่อนั้นทุกพรรคการเมืองจะต้องยอมเป็นเบี้ยล่างให้เขา ความเชื่อทางลัทธิศาสนานั้นมันงมงายดิ่งลึกยึดมั่นถือมั่นกว่าความเชื่อทางการเมืองหลายเท่านัก เมื่อนั้นโยมย่อมต้องตกเป็นเบี้ยล่าง ต้องคอยเป็นทาสรับใช้เจ้าลัทธิธรรมกลาย ที่จะอ้างความเชื่อของสาวกต่ออดีตชาติชาติหน้าบาปบุญต่างๆ มากำกับควบคุมโยมและคณะ คล้ายๆ กับประวัติศาสตร์ยุคมืดในยุโรป

หากแม้โยมจะใช้อำนาจและกลไกทางการเมือง เพื่อทำให้โยมได้กลับมาเมืองไทยอย่างใดก็ตาม โดยที่ยังไม่ได้แก้กรรมหนักๆ ดังกล่าวนั้นแล้วไซร้ ก็มิอาจสำเร็จได้โดยง่าย หรือแม้กลับมาได้จริงก็จะไม่สามารถสงบสุขได้ เพราะอันตรายิกธรรมจากกรรมอันหนักดังกล่าวยังให้ผลอยู่ในคิวลำดับต้นๆ ดังนั้น อาตมาจึงขอโอกาสแนะนำให้โยมได้แก้กรรม ด้วยการกระทำคืนกรรมจากความละเมิดล่วงเกิน (อปราธํ) ทั้งหลายที่โยมและคณะได้ทำไว้ทั้งหมดนั้นก่อน หากโยมยังพอมีเหตุปัจจัยฝ่่ายกุศลหนุนนำอยู่บ้าง และต้องการทราบรายละเอียดการแก้กรรมและเห็นว่าอาตมาจะเป็นกัลยาณมิตรแนะนำให้ได้ ก็ขอให้ติดต่อมานะ ขอปวารณา

ทั้งนี้ ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นแต่เฉพาะตัวโยม แต่เห็นแก่ประโยชน์ของส่วนรวมที่จะได้พ้นจากหล่มแห่งหลุมดำของกรรมชั่วที่โยมและคณะได้ละเมิดพระรัตนตรัย ที่เกิดจากการหลงคำชวนเชื่อของลัทธิธรรมกลาย ก่อเกิดเป็นปัญหาและวิกฤตการณ์ยืดเยื้อเรื้อรังถึงวันนี้ ซึ่งหากแก้เสียตอนนี้ ก็จะยังพอทันที่จะช่วยให้ประเทศไทยพ้นจากหายนะได้ต่อไป..

..ทุกอย่างมีทางออกเสมอถ้าโยมไม่ปล่อยให้มันสายเกินไป..

ขออนุโมทนาและเจริญพร
ฐิตวํโส ภิกฺขุ

หมายเหตุ
- ภาพถ่ายระหว่างที่โยมทักษิณ ชินวัตร ทำพิธีสืบชะตาแบบภาคเหนือ เพื่อสะเดาะเคราะห์แก้กรรม ณ วัดป่าพุทธคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย กลางดึก แต่ก็ประสบเหตุไฟฟ้าดับกลางคัน!!

- หลักฐานทางวิชาการ ที่ตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติ Journal of Buddhist Ethics ที่แสดงให้เห็นว่าเจ้าลัทธิธรรมกลาย ได้สถาปนาความเชื่อในพระเจ้าผู้สร้างที่บัญญัติศัพท์เป็นชื่อเรียกว่า "ต้นธาตุต้นธรรม" จากนั้นก็อ้างว่าตนเองเป็น "อวตารของต้นธาตุต้นธรรม" ยกตนเหนือกว่าหลวงปู่สด และเหนือกว่าพระพุทธเจ้า ซึ่งสมควรมีการสอบสวนเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะความเชื่ออันเป็นมิจฉาทิฏฐิเช่นนี้ทำให้ลัทธิธรรมกลายมิอาจเป็นพุทธศาสนาอีกต่อไปได้
http://www.inebnetwork.org/news-and-media/6-articles/363-esoteric-teaching-of-wat-phra-dhammakya

อ้างอิงมาจาก https://www.facebook.com/photo.php?fbid=403491723045159&set=pb.165402073520793.-2207520000.1375838866
ฤาจะเรียกลัทธิ ช. นี้ว่าพุทธศาสนาได้ต่อไปหรือ??
ลูกศิษย์ชั้นในผู้ร่วมก่อตั้งวัดพระธรรมกาย เปิดเผยว่าเจ้าสำนักมีคำสอนเป็นลำดับชั้น คือเมื่อสาวกที่นับถือเกิดความลุ่มหลงมากแล้ว เขาก็จะสอนคำสอนลับพิเศษให้ทราบว่า แท้จริงแล้วเขาเป็นองค์อวตารของ 'ต้นธาตุต้นธรรม' ที่สร้างสรรพสิ่งในจักรวาลขึ้นมา แม้แต่หลวงปู่สดที่ถูกยกขึ้นอ้างว่าเป็นอาจารย์เขานั้นแท้จริงแล้วเป็นเพียงถูกส่งให้มาทำงานแต่ทำไม่สำเร็จเขาจึงต้องอวตารลงมาเอง และหากเขามีสาวกเยอะๆ ก็จะทำให้เขามีพลังปราบมารในอายตนะนิพพานได้สำเร็จ สังสารวัฎทั้งปวงก็จะถึงกาลสิ้นสุด
พระพุทธเจ้าทั้งหลายจึงถูกลดคุณค่าลง เพราะล้วนต้องรอการช่วยเหลือในการปราบมารจากต้นธาตุของเขา แต่สำหรับบุคคลทั่วไปหรือสาวกหน้าใหม่นั้น ในเบื้องต้นก็สอนหลักศีลธรรมทางพุทธศาสนาทั่วๆ ไป แต่แทรกแฝงคำสอนให้เชื่อเรื่องการทุ่มบริจาคเงินกับวัดของตนแล้วจะได้บุญมากเป็นพิเศษ จนหากปฏิบัติตามลัทธิเขามากเข้าๆ จนเชื่อดิ่งลึกแล้วก็จะถูกครอบงำด้วยคำสอนพิเศษดังกล่าว

..ความเชื่อแบบนี้คล้ายกับกลุ่มลัทธิที่เชื่อในพระเจ้าผู้สร้าง โดยแก่นแท้แล้วมิได้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าเลย เพียงแต่นำคำศัพท์ทางพุทธไปดัดแปลงใช้ นำรูปแบบทางการแต่งกายพิธีกรรมทางพุทธไปดัดแปลง ทำให้ภาพภายนอกดูเสมือนว่าเป็นพุทธแต่แก่นแท้เนื้อในล้วนไม่ใช่ เป็นลัทธิอย่างอื่นอย่างชัดเจน แล้วอย่างนี้เราชาวพุทธสมควรจะเรียกลัทธินี้ว่าเป็นพุทธศาสนาได้อีกต่อไปหรือไม่ เพราะ "พุทธศาสนา" แปลว่า "คำสอนของพระพุทธเจ้า" อย่างนี้น่าจะเรียกว่า "ลัทธิไชยบูลย์ศาสนา" มากกว่า เพราะเป็น "กลุ่มที่ลุ่มหลงเชื่อในคำสอนของศาสดาไชยบูลย์"
http://www.facebook.com/photo.php?fbid=10200405979660230&set=a.1318023478828.2040046.1477998443&type=1&theater

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ