วันพุธที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2556

โคตรเวอร์ ! ดีเอสไอประกาศเป็นโต้โผจัดระเบียบสงฆ์

โคตรเวอร์ !

ดีเอสไอประกาศเป็นโต้โผจัดระเบียบสงฆ์

เชิญมหาเถร-สำนักพุทธฯมาร่วมหารือ
ร่วมกับ 11 หน่วยงาน

อื้อฮือ ยิ่งใหญ่เหลือเกินนะดีเอสไอนี่
ขนาดรัฐบาลยังไม่กล้า แล้วดีเอสไอเป็นใคร

ในอดีตนั้น การปรับปรุงตัวบทกฎหมายหรือระเบียบคณะสงฆ์ ถือเป็นพระราชอำนาจ ต่อมาก็เป็นของรัฐบาล หรือรัฐสภา มิใช่หน่วยงานธรรมดาเหมือนดีเอสไอ ดังนั้น นายธาริต จงระมัดระวังบทบาทเอาไว้ด้วยว่า อย่าล้ำหน้า !





นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
ผู้กำลังทำหน้าที่ นายกรัฐมนตรีคนที่ 2 ของประเทศไทย ในวันนี้


นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยวันที่ 6 สิงหาคม ว่า เมื่อช่วงบ่ายได้รับการติดต่อจากนายสุกิจ พูนศรีเกษม ทนายความของนายวิรพล สุขผล หรืออดีตหลวงปู่เณรคำ ได้ติดต่อมายังตนว่าจะขอเลื่อนการเข้ามอบตัวของนายวิรพล ออกไปอีก  1-2 วัน โดยให้เหตุผลว่านายวิรพลไม่ค่อยสบาย ป่วย และกำลังรวบรวมหลักทรัพย์ในการขอประกันตัว  ซึ่งตนเห็นว่าเป็นการตัดสินใจของทนายของผู้ต้องหา และดีเอสไอยังไม่ได้จับกุมก็เป็นสิทธิ์

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 11.30 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ แถลงหลังการประชุมร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เพื่อหารือแนวทางป้องกันไม่ให้พระสงฆ์ปฏิบัติในทางไม่เหมาะสมว่า ผอ.พศ.และตนพร้อมคณะทำงานของดีเอสไอได้ประชุมหารือโดยยกกรณีอดีตพระเณรคำโมเดล เป็นกรณีศึกษาเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ แนวปฏิบัติ การกำกับตรวจสอบควบคุมให้สงฆ์ ที่ปฏิบัติไม่เหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเรื่องทำนองนี้อีก ได้นำกรณีศึกษาพูดกันหลายเรื่อง ดีเอสไอได้นำเรื่องอดีตพระเณรคำ และเรื่องเสี่ยอู๊ด ที่เคยถูกดีเอสไอดำเนินคดีกรณีสร้างพระเข้าหารือ เบื้องต้นได้ข้อสรุปว่า จะจัดสัมมนาระดับประเทศโดยมี พศ.และดีเอสไอเป็นเจ้าภาพ หาแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขข้อปฏิบัติต่างๆ เกี่ยวกับสงฆ์ที่ปฏิบัติไม่เหมาะสม มีจุดประสงค์หลักเพื่อรักษาไว้ซึ่งพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นสถาบันหลักของชาติ
 
“ดีเอสไอ จะเชิญ 14 หน่วยงานมาหารือ ประกอบด้วย พศ.มหาเถรสมาคม ดีเอสไอ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กระทรวงการต่างประเทศ (กรมการกงสุล) กรมป่าไม้ กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมโยธาธิการ ปปง. ป.ป.ส. กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กรมสรรพากร กระทรวงไอซีที และภาคสื่อมวลชนและประชาชน โดยจะร่วมทำงานอย่างจริงจังเพื่อให้เกิดผลในภาพร่วม ไม่ใช่จบคดีอดีตพระเณรคำแล้วก็ลืมไป”
 
อธิบดีดีเอสไอกล่าวอีกว่า ส่วนการติดต่อเข้ามอบตัวของอดีตพระเณรคำ ทางทนายความได้ยืนยันว่าอดีตพระเณรคำจะเข้ามอบตัวในวันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม แต่ยังมีข้อเท็จจริงที่ไม่ชัดเจนว่ามีการสึกจากสมณเพศหรือยัง ถ้าสึกแล้วก็ไม่มีปัญหา ถ้ายังไม่สึกตนได้ประชุมร่วมกับคณะพนักงานสอบสวนของดีเอสไอ และ พศ.สรุปว่าการให้สึกไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของดีเอสไอแต่เป็นอำนาจหน้าที่ของ พศ.ดังนั้น เพื่อให้เกิดความพร้อมในการปฏิบัติในวันที่มีการนัดหมายวันเวลารับมอบตัวชัดเจนที่ด่าน ไม่ว่าจะเป็นด่านตรวจคนเข้าเมืองของหนองคาย หรือด่านสุวรรณภูมิ หรือด่านดอนเมือง หรือด่านอื่นก็ตาม

นายธาริตกล่าวต่อว่า ดีเอสไอจะแจ้งให้เจ้าหน้าที่ซึ่งมีอำนาจตามกฎหมายของ พศ.ไปปฏิบัติการร่วมกับดีเอสไอเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการสึกจากสมณเพศ ซึ่งดีเอสไอจะไม่ก้าวล่วงจะสึกไม่สึกเพราะไม่ใช่หน้าที่ แต่จะให้ พศ.ดำเนินการว่ากันเอง

ส่วนดีเอสไอจะรับมอบตัว แจ้งข้อหา พิมพ์นิ้วมือ และปล่อยตัวชั่วคราวซึ่งมีหลักให้ปล่อยตัวหากผู้ถูกกล่าวหาเข้ามอบตัวพร้อมกำหนดหลักทรัพย์ที่เหมาะสมตามแนวปฏิบัติของศาลอาญาตามที่ประธานศาลฎีกาได้กำหนดไว้
 


ข่าว : มติชน
7 สิงหาคม 2556





เข้าวัดไม่ได้ !

พระครูคำไขคำรามใส่เณรคำ หลังมีข่าวจะเข้าไทย

บอกไม่ใช่เจ้าอาวาส เพราะที่นี่ไม่ใช่วัด
ดังนั้นจึงไม่มีสิทธิ์ แถมยังจะโดนจับสึกด้วย
ถ้า..เหยียบเข้ามาในเขต..ศรีสะเกษ


ขณะเดียวกัน บรรดาสาวกเณรคำต่างกระดี้กระด้าดีใจที่เจ้านายจะกลับมา เหมือนปลาได้น้ำ เพราะจะไม่ต้องอดอยากปากแห้งอีกต่อไป ต่างเตรียมต้อนรับเณรคำอย่างยิ่งใหญ่ เผลอๆ จะไล่พระครูคำไขออกวัดพร้อมๆ กับการมาของเณรคำด้วย ขอเตือนว่าอย่ากะพริบตา งานนี้มีเดิมพัน





ฮ่าๆ กลัวละสิท่า
แค่ได้ข่าวว่าข้าจะกลับมา พระครูคำไขก็ออกอาการแล้ว





ศรีสะเกษ- พระลูกศิษย์เปิดกุฏิวัดป่าขันติธรรมเตรียมพร้อมรับ “ไอ้คำ” หลังมีข่าวจะกลับมามอบตัวต่อดีเอสไอ 8 ส.ค.นี้ ด้านประธานสงฆ์ชี้ไม่มีสิทธิ์เข้ามาพักอาศัยวัดอีกต่อไป เจอตัวจับสึกทันทีตามมติคณะสงฆ์ศรีสะเกษ ขณะ ตม.ช่องสะงำ ชายแดนไทย-เขมร ตรวจเข้มเฝ้าระวัง “สมีคำ” ลอบเข้าไทย
      
วันนี้ (6 ส.ค.) พระครูธรรมธรคำไข ผู้ช่วยเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุต ผู้ได้รับมอบหมายให้เข้ามาทำหน้าที่ประธานสงฆ์ที่พักสงฆ์ขันติธรรม หรือวัดป่าขันติธรรม บ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า หลังจากที่มีข่าวว่าอดีตพระวิรพล ฉัตติโก หรือหลวงปู่เณรคำ มาอยู่ที่ สปป.ลาว และจะเดินทางเข้ามาประเทศไทยเพื่อมอบตัวสู้คดีต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ วันที่ 8 ส.ค.นี้ ปรากฏว่าได้มีพระลูกศิษย์ของอดีตพระวิรพลทำการเปิดกุฏิที่พักเดิมของอดีตพระวิรพลภายในที่พักสงฆ์ขันติธรรม ซึ่งปกติแล้วจะล็อกกุญแจเอาไว้ไม่ให้ใครเข้าไป พร้อมเปิดไฟฟ้าและทำความสะอาดกุฏิ ซึ่งคาดว่าคงเตรียมพร้อมไว้รับการกลับมาของอดีตพระวิรพล
      
อย่างไรก็ตาม ในข้อเท็จจริงแล้วอดีตพระวิรพลไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้ามาพักอาศัยที่สำนักสงฆ์ขันติธรรมอีกต่อไป เพราะไม่ได้เป็นพระสงฆ์ และหากเข้ามาในประเทศไทยต้องถูกจับสึกจากความเป็นพระตามมติของคณะสงฆ์ศรีสะเกษฝ่ายธรรมยุตทันที เนื่องจากตกเป็นผู้ต้องหาคดีอาญาและเสพเมถุน ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ได้รายงานให้ พระครูวิสุทธิญาณ เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุต และคณะสงฆ์ศรีสะเกษได้รับทราบแล้ว
      
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในช่วงเช้าของวันนี้ ซึ่งเป็นวันพระ ได้มีบรรดาประชาชนที่อยู่ใกล้สำนักสงฆ์ขันติธรรมพากันเข้ามาทำบุญประมาณ 10 คน บรรยากาศค่อนข้างเงียบเหงา และไม่มีประชาชนนักท่องเที่ยวมากราบไหว้พระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลกและบริจาคเงินแต่อย่างใด
      
ขณะที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรไทย-กัมพูชา ช่องสะงำ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ทางเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ได้ตรวจสอบการผ่านเข้า-ออกของบรรดานักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศจากข้อมูลระบบคอมพิวเตอร์อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะผู้ที่อาจมีหมายจับของทางการไทย หลังจากมีข่าวว่าอดีตพระวิรพลได้เข้ามาอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านติดกับไทยและอาจลักลอบเข้าประเทศไทยในหลายช่องทาง เนื่องจากพาสปอร์ตหรือหนังสือเดินทางรวมทั้งวีซ่าถูกยกเลิกไปหมดแล้ว
      
ด.ต.สุนทร สังเฉวตร ผบ.หมู่ ด่านตรวจคนเข้าเมืองภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ขณะนี้ด่านตรวจคนเข้าเมืองภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ได้รับหนังสือสั่งการจากหน่วยเหนือขอให้เฝ้าระวังการลักลอบเข้ามาภายในราชอาณาจักรไทยของ นายวิรพล สุขผล หรืออดีตหลวงปู่เณรคำ ที่ถูกดำเนินคดีอาญาในข้อหาพรากผู้เยาว์และความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์อย่างเข้มงวด ซึ่งหากนายวิรพลแต่งกายแบบพระสงฆ์เข้ามาจะต้องใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติเนื่องจากเกี่ยวกับพระสงฆ์เป็นเรื่องละเอียดอ่อนต่อความรู้สึกของคนไทย โดยต้องทำการจับกุมตัวนายวิรพลเอาไว้และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป แต่หากนายวิรพลแต่งกายด้วยชุดสามัญชนทั่วไปเข้ามาในเขตไทย สามารถจับกุมตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายได้ทันทีเนื่องจากมีการแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายไว้แล้ว
      
“บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านช่องสะงำ มีช่องทางตามธรรมชาติหลายจุดที่สามารถเดินผ่านเข้าออกได้ ซึ่งเรื่องนี้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ตรวจตราเข้มงวดเพื่อป้องกันไม่ให้มีการลักลอบเข้าเมือง รวมทั้งนำเอาสิ่งของผิดกฎหมายเข้ามาในประเทศไทยอย่างเต็มที่อยู่แล้ว หากนายวิรพลเข้ามาประเทศไทยทางช่องสะงำ เจ้าหน้าที่ก็จะทำการจับกุมทันที” ด.ต.สุนทรกล่าว
 


ข่าว : ผู้จัดการ
7 สิงหาคม 2556






เบี้ยวอีก !

ทนายเณรคำบอก "ยังไม่พร้อม" หลายด้าน

โดยเฉพาะกลัวว่าจะถูกจับสึก

ดังนั้น จึงต้อง..ขอเจรจา




อาจจะมา "ยิ่งใหญ่" แบบนี้ก็ได้




เณรคำเบี้ยวมอบตัว DSI-อ้างป่วย


'เณรคำ' เบี้ยวมอบตัว DSI ด้าน 'ทนายสุกิจ' เผย 'สมีคำ' ป่วย-ไม่ยันอยู่ตรงไหนของชายแดน ขณะที่'ธาริต'อนุญาตให้เลื่อนเข้ามอบตัวตามการร้องขอ

6 ส.ค. 56 นายสุกิจ พูนศรีเกษม ทนายความ กล่าวว่า ตนยังไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็นทนายความหลวงปู่เณรคำ เพียงแต่ประสานทางโทรศัพท์ เพื่อขอความช่วยเหลือปรึกษาข้อกฎหมายในการต่อสู้คดีเท่านั้น โดยหลวงปู่เณรคำอยากจะเข้ามอบตัวกับ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ

"โดยเมื่อช่วงวันนี้ได้รับการติดต่อจากพระเณรคำ ว่าจะยังไม่เข้ามอบตัวกับอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษในวันที่ 8 ส.ค.นี้ เพราะไม่สบาย ทั้งเรื่องเงินประกันตัวเนื่องจากก่อนหน้านี้บัญชีเงินฝากได้ถูกอายัดไปแล้ว  จึงต้องรอเวลาในการเตรียมหลักทรัพย์ให้พร้อม แต่ยังไม่ระบุว่าจะเป็นเมื่อไร ซึ่งตนไม่ทราบว่า ปลายสายเป็นพระเณรคำจริงหรือไม่ และไม่ทราบว่าอยู่ตรงไหนของชายแดน หรือจะเดินทางเข้าผ่านทาง จ.หนองคาย หรือไม่ จึงเป็นเพียงการคาดการณ์ตามที่มีการประสานไว้ก่อนหน้านี้เท่านั้น เบื้องต้นจากการติดต่อกับนายธาริตอนุญาตให้เลื่อนได้ตามการร้องขอ" นายสุกิจ กล่าว

นายธาริต  กล่าวว่า ได้รับการติดต่อจากทนายแล้วว่าจะขอเลื่อนการเข้ามอบตัวไปอีก 1-2 วัน เพื่อขอเวลาเตรียมการให้รอบคอบ  ซึ่งตนเห็นว่าระยะเวลาที่ขอเลื่อนไม่ถือว่าเป็นการเนิ่นช้าเกินไป  จนก่อให้เกิดความเสียหายจึงอนุญาตให้เลื่อนตามการร้องขอไปแล้ว


ตม.หนองคายเข้ม! รอรวบตัว"เณรคำ"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว อ.เมือง จ.หนองคาย ได้มีการเตรียมความพร้อมหมายจับนายวิรพล  สุขผล หรืออดีตพระเณรคำ หลังรับรายงานว่า จะเดินทางเข้าไทยที่ด่านพรมแดนหนองคาย นอกจากนี้ยังได้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 20 นายไว้ควบคุมตัวทันทีหากนายวิรพล สุขผล ปรากฏตัวต่อเจ้าหน้า พร้อมทั้งได้ประสานงานกับด่านตรวจคนเข้าเมือง สปป.ลาว เพื่อทราบความเคลื่อนไหว อีกทั้งได้จัดเตรียมรถยนต์ไว้เพื่อไปรับตัวถึงด่านพรมแดนฝั่ง สปป.ลาว อีกด้วย

ขณะเดียวกัน ภายในด่านพรมแดนหนองคายฝั่งหาเข้าได้มีกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองหนองคายตั้งด่านตรวจรถทุกคันที่เดินทางเข้าประเทศไทย เพื่อค้นหตัวนายวิรพล สุขผล หรือ อดีตพระเณรคำอีกด้วย


"ธาริต" ประสาน พศ. ร่วมทีมรับมอบตัว "สมีคำ"

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงกรณีการเข้ามอบตัวของนายวิรพล สุขผล หรืออดีตวิรพล ฉัตติโก (หลวงปู่เณรคำ) ว่า ล่าสุดได้รับการยืนยันจากนายสุกิจ พูลศรีเกษม ทนายความ ว่า จะเข้ามอบตัวในวันที่ 8 ส.ค.นี้แน่นอน แต่ยังไม่ยืนยันว่าอดีตเณรคำสึกแล้วหรือไม่ ดังนั้นเพื่อให้เกิดความพร้อมในทางปฏิบัติ ในวันที่มีกำหนดนัดหมายมอบตัวชัดเจนที่ด่านเข้าเมืองจุดใด ดีเอสไอจะแจ้งเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) ร่วมทีมกับดีเอสไอ เพื่อปฏิบัติการสึกจากสมณเพศก่อนดำเนินคดี นอกจากนี้ ดีเอสไอ จะร่วมกับพศ. จัดสัมมนาเพื่อปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบข้อบังคับ แนวปฏิบัติกำกับดูแลพระสงฆ์ ไม่ให้ปฏิบัติตนไม่เหมาะสม โดยจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 14 หน่วยงาน ประกอบด้วย ดีเอสไอ พศ. มหาเถรสมาคม สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) สำนักงานป้องกันปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) กรมสรรพากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมการกงสุล กรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมโยธาธิการ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) และประชาชนทั่วไป ระดมความเห็นร่วมกันเพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแก้ไขไม่เกิดคดีในลักษณะดังกล่าวอีก


ข่าว : คมชัดลึก

7 สิงหาคม 2556

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ