วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2557

ผู้ห่มเหลืองมาทำลายโบราณวัตถุประวัติศาสตร์ของชาติ?

เรื้อรัง !

 http://www.alittlebuddha.com

ปัญหาวัดกัลยาณ์ยังไม่จบ

ฟ้องร้องกันยืดยาวกว่า 11 ปี วันนี้ มีข่าวว่า เจ้าคุณประกอบ จะได้เป็นรองสมเด็จฯ ม็อบก็บุกวัดอีก เฮ้อ จะไปถึงดวงดาวหรือเปล่าหนอ ว่าแต่เจ้าคุณประกอบไม่เปลี่ยนนโยบายไล่ที่ มาเป็น "เผาผีฟรี-จอดรถตุ๊กๆ ฟรี" แบบเจ้าคุณเหนาะวัดสระเกศมั่งเหรอ อาจจะได้ผลนะ

 

 

พระธรรมเจดีย์

(ประกอบ ธมฺมเสฏฺโฐ ป.ธ.9)

เจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตร เจ้าคณะภาค 13

ว่าที่รองสมเด็จพระราชาคณะ-พระพรหมกวี

 



 

ร้องสื่อวัดรื้อวัตถุโบราณ

เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวชุมชนวัดวัดกัลยาณมิตร แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี กว่า 50 คน นำโดย นายชัยสิทธิ์ กิตติวณิชพันธุ์ อายุ 58 ปี ประธาน ชุมชนรวมตัวประท้วงคัดค้าน การรื้อถอน สิ่งปลูกสร้างและโบราณสถาน กว่า 20 แห่ง ภายในบริเวณวัด เพื่อก่อสร้างอาคารใหม่ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ชาวชุมชนได้เรียกร้องให้ยุติการก่อสร้างจนกลายเป็นความขัดแย้งเรื้อรังนานกว่า 11 ปี กระทั้งกรมศิลปากรได้ออกหนังสือ ระงับการก่อสร้างชั่วคราวกว่า 20 ฉบับ ล่าสุดได้มีคำสั่งศาลปกครองเมื่อ 20 ธ.ค. 53 ให้ทางวัดยุติการก่อสร้างแต่ก็ไร้ความหมายทางวัดได้เดินหน้าก่อสร้างตามแบบแผนต่อจนชาวบ้านทนไม่ไหวร่วมตัวกันเข้ากราบไหว้ หลวงพ่อโต "ซำปอกง" ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะอย่างสูงของชาวบ้านเพื่อให้ช่วยเหลือ

โดยนายชัยสิทธิ์ เปิดเผยว่า ความขัดแย้งเริ่มขึ้นเมื่อปี 2546 เมื่อทางวัดได้เริ่มทำการรื้อถอดโบราณสถานที่เป็นที่เคารพนับถือของพุทธศาสนิกชนร่วมทั้งชาวบ้านชุมชนละแวกวัดวัดกัลยาณมิตรอีกทั้งเป็นสมบัติของชาติทั้ง เจดีย์เจ้าจอมมารดาแช่ม ที่บรรจุพระอัฐิเจ้าจอมมารดาแช่ม พระชายาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 รูปปั้นฤาษีที่สร้างในสมัย รัชกาลที่ 6 หอระฆังยอดเหลี่ยมศาลาเสวิกุล เจดีย์ตะกูลตะละภัฏ ศาลาปากสระ ที่มีมีอายุกว่า100 ปีขึ้นไป นอกจากนี้ยังพบว่า กุฏิพระทั้ง8คณะที่มีอายุนับ 100ปี ได้ถูกทุบทิ้งเพื่อสร้างใหม่ เหลือไว้เพียง 2 คณะ ซึ่งทางวัดก็มีโครงการจะทุบทิ้งในไม่นานนี้ ซึ่งนับว่าเสียดายอย่างมาก กระทั่งตนและกลุ่มชาวบ้านเห็นว่าการกระทำของวัดไม่สมควรจนได้ไปแจ้งให้กับกรมศิลปากร กระทั้งมีหนังสือมาเพื่อตักเตือนกว่า10 ฉบับเพื่อให้ทางวัด ระงับการแก้ไขเปลี่ยนแปลงโบราณสถาน โบราณวัตถุ และศิลปวัตถุร่วมทั้งรื้อถอน ต่อเติมและเคลื่อนย้ายโบราณสถานต่างๆ แต่ก็ไม่เป็นผลทางวัดได้มีการรื้อถอนและกระทำการต่อไปเรื่อยๆ

นายชัยสิทธิ์ เผยต่อว่า ความขัดแย้งเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อทางวัดได้ยกเลิกการต่อสัญญาเช่าที่ด้านหลังวัดจนทำให้ชาวบ้านกว่า 50 หลังคาเรือนต้องเดือนร้อนซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากที่กลุ่มชาวบ้านเข้าไปเป็นแกนนำในการต่อต้านการรื้อถอนโบราณสถานเหล่านี้ ล่าสุดมีคำสั่งศาลปกครองลงวันที่วันที่ 20 ธ.ค. 2553 มีคำสั่งให้กำหนดมาตรการหรือวิธีคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษาให้ผู้ถูกห้องคดีมีคำสั่งให้ผู้ร้องสอดระงับการแก้ไข เปลี่ยนแปลงโบราณสถานโบราณวัตถุและศิลปวัตถุ รวมทั้งรื้อถอน ต่อเติม ทำลายเคลื่อนย้ายโบราณสถานหรือส่วนต่างๆ ของโบราณสถานภายในบริเวณวัดผู้ร้องสอดเป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งอย่างอื่น ทั้งนี้ภายใน 7 วันนับแต่ได้รับคำสั่ง คำอื่นนอกจากนี้ให้ยก ตามพรบ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2504 แต่ทางวัดเมื่อรับคำสั่งศาลแล้วก็ไม่ได้ยุติการก่อสร้างแต่อย่างใด

“ผ่านมาแล้วกว่า 11 ปีที่ เราชาวบ้านได้ลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องโบราณสถานที่เป็นทรัพย์สมบัติอันมีค่าของประเทศชาติเรียกร้องไปแล้วทุกหน่วยงาน แต่ก็ไม่เป็นผล จนวันนี้พวกเราถึงที่สุดจึงใช้วิธีสุดท้ายคือบนบานศาลกล่าวต่อหลวงพ่อโตที่เคารพนับถือเพื่อให้ช่วยถึงแม้จะมีคำสั่ง ห้ามชุมนม คณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือคสช.แต่พวกจำเป็นที่จะลุกขึ้นยืนอีกครั้งเพราะโบราณสถานนั้น มีวันก็จะค่อยๆสูญหายไป เหลือไว้แต่ภาพถ่ายกฎหมายที่มีไว้แล้วต้องใช้ได้ จึงอย่างจะฝากให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้ามาดูแลร่วมทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่เป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย ”นาย ชัยสิทธิ์กล่าว.

ที่มา : เดลินิวส์
15 กันยายน 2557

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ