วันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2557

ประชาชนส่วนใหญ่หูตาสว่างรู้ทันความชั่วร้าย

เหล่าเครือข่ายทาสรับใช้ระบอบทักษิณทั้งในส่วนพรรคเพื่อไทย  แกนนำเสื้อแดง และเหล่านักวิชาการเสื้อแดงหน้าเดิมๆนับวันจะดาหน้าออกมาเคลื่อนไหวทั้งในและนอกประเทศมุ่งสร้างความระส่ำระสายบ่อนทำลายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)และรัฐบาลเฉพาะกาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. ดุเดือดเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆซึ่งเป็นสัญญาณก่อนทำศึกแตกหัก
การที่เหล่าเครือข่ายสาวกระบอบทักษิณดิ้นรนอย่างหนักออกมาดับเครื่องชนคสช.และรัฐบาลประยุทธ์1 เพราะรู้ว่าสัญญาณล่มสลายของระบอบทักษิณกำลังใกล้เข้ามาทุกขณะหากมีการปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่สำเร็จตามโรดแม็พที่คสช.กำหนดไว้ จึงต้องทำทุกวิถีทางทั้งบนดินใต้ดินและไม่ว่าด้วยวิธีการสกปรกแค่ไหนเพียงขอให้บรรลุผลประโยชน์ของตัวเองนั่นคือ ล้มคสช. ขัดขวางการปฏิรูปประเทศ และฟื้นระบอบทักษิณกลับมามีอำนาจยึดครองเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
ตัวละครแกนนำสาวกระบอบทักษิณที่ออกมาเคลื่อนไหวในประเทศ อาทิ นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรมว.ศึกษาธิการ พรรคเพื่อไทย นายจตุพร พรหมพันธุ์  ประธานคนเสื้อแดง นายธิดา ถาวรเศรษฐ์ อดีตประธานคนเสื้อแดง น.พ.เหวง โตจิราการ อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย นายวรชัย เหมมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ส่วนการเคลื่อนไหวนอกประเทศ อาทิ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ขณะนี้เป็นแกนนำกลุ่มเสรีไทยเพื่อประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน โดยมีอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยอย่าง นายสุนัย จุลพงศธร เป็นคู่หูรวมทั้ง  น.ส.กริชสุดา คุณะเสน และแกนนำเสื้อแดงสายฮาร์ดคอร์อีกหลายคนที่เดินสายปลุกระดมยุยงให้นานาประเทศและคนไทยในต่างแดนต่อต้านคสช.เพื่อระบอบทักษิณ
แต่ที่น่าสนใจคือผลสำรวจของศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ(กรุงเทพโพลล์)ล่าสุดที่สำรวจความเห็นประชาชนทั่วประเทศในหัวข้อ”คะแนนนิยมพรรคการเมืองไทยหลังจัดตั้งรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ปรากฏว่าพรรคประชาธิปัตย์มีคะแนนนิยมแซงหน้าพรรคเพื่อไทย และเมื่อถามย้ำอีกว่าหากวันนี้เป็นวันเลือกตั้งจะเลือกพรรคการเมืองใดปรากฏว่า ร้อยละ 27.4 ระบุว่าจะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ขณะที่เลือกพรรคเพื่อไทยร้อยละ 23.5 ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้พรรคเพื่อไทยมีคะแนนนิยมเหนือพรรคประชาธิปัตย์มาตลอด
นอกจากนี้ผลสำรวจของกรุงเทพโพลล์ยังตั้งคำถามประชาชนว่าอยากให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ มีระยะเวลาการทำงานนานแค่ไหน ปรากฏว่าร้อยละ 66.4 ตอบว่าอยากให้ทำงานจนกว่าประเทศจะเรียบร้อยในทุกๆด้านโดยอาจมากกว่า 1 ปีตามที่สัญญาไว้โดยสิ่งที่ประชาชนต้องการให้มีการปฏิรูปประเทศมากที่สุดก็คือการขจัดปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น  ขณะที่มีเพียงร้อยละ 33.6 อยากให้ทำงานแล้วเสร็จภายใน 1 ปีตามสัญญาว่าจะให้มีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่
จากผลสำรวจของกรุงเทพฯโพลล์น่าจะเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่หูตาสว่างรู้ทันความชั่วร้ายของระบอบทักษิณที่ทำทุกอย่างเพื่อตัวเองโดยไม่คำนึงถึงหายนะที่จะเกิดกับชาติบ้านเมืองซึ่งหากปล่อยมีอำนาจบริหารประเทศก็จะมีแต่นำพาชาติบ้านเมืองไปสู่ความพินาศล่มจมอย่างไม่มีวันจบสิ้น ซึ่งเสียงสะท้อนของประชาชนส่วนใหญ่ถือเป็นสัญญาณล่มสลายของระบอบทักษิณ ขณะเดียวกันก็เป็นสัญญาณเรียกร้องให้มีการปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่ให้สำเร็จเพื่อให้ประเทศพ้นจากสภาพการเมืองน้ำเน่าชั่วร้ายและเดินไปข้างหน้าอย่างโปร่งใสเสียที
ทีมข่าวการเมือง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ