วันศุกร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2557

คอนเทนต์ประวัติศาสตร ์ ร่วมปกป้องพระศาสนาและสืบทอดพระธรรมวินัย

กูรูสื่อดิจิตอลเผยเคล็ดลับ เรียกยอดชมสื่อดิจิตอล สร้างคอนเทนต์แบรนด์ให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย อิงกระแสเน้นให้คนพูดถึงแล้วคอนเทนต์จะเป็นตัวที่ดึงดูดผู้บริโภคเอง...

หลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม จัดสัมมนา หัวข้อ “ศึกคอนเทนต์สะท้านจอ” โดยมีวิทยากร ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในแวดวงผู้ผลิต ผู้สร้างคอนเทนต์ นักวิชาการอิสระ ผู้สร้างสรรค์สื่อโฆษณา และสื่อมวลชน มาร่วมพูดคุย วิพากษ์ แลกเปลี่ยนความคิดและประสบการณ์ เกี่ยวกับทิศทางการสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพและโดนใจผู้ชม

นายจักรกฤต โยมพยอม ครีเอทีฟ รายการโทรทัศน์ กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการคิดคอนเทนต์รายการต่างๆ นอกจากต้องวิเคราะห์ให้ออกว่าคนดูคือใคร แต่ต้องตอบให้ได้ว่าอยากให้คนดูได้อะไรจากการดูรายการของเรา ท่ามกลางการแข่งขันที่สูง เราต้องพัฒนาผลงานให้ทันสมัย และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ชม เพื่อที่ผู้ชมจะได้เลือกเสพสื่อที่แต่ละองค์กรสร้างสรรค์ขึ้นมา นอกจากนี้ หลายรายการก็พยายามสร้างกระแสให้เกิดขึ้น เช่น กรณีรายการไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ที่มีการเชิญให้ผู้หญิงมาร่วมแสดงถอดเสื้อและวาดภาพกลางรายการ หรือการให้ผู้ป่วยทางจิตมาออกรายการ แม้รายการจะออกอากาศไปแล้ว แต่สิ่งสำคัญนอกจากความรับผิดชอบคือ การนำมาเป็นบทเรียนและไม่ทำอีก

ด้านนายธาม เชื้อสถาปนศิริ นักวิจัยชำนาญการสถาบันวิชาการสื่อสาธารณะ (สวส.) กล่าวว่า การแข่งขันของสื่อมวลชนขณะนี้ทำให้เกิดปัญหา เพราะผู้ผลิตพยายามทำให้คอนเทนต์โดนใจผู้บริโภค โดยเฉพาะความอยากรู้อยากเห็น ในเรื่องของเพศ ภาวะทางความพิการ ชาติพันธุ์ ซึ่งอาจละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่นี่กลับเป็นเรื่องแปลกที่สามารถขายได้กับคนไทย โดยไม่ได้สะท้อนความเป็นมืออาชีพของคนผลิต ต่างจากในต่างประเทศ ที่ส่วนใหญ่จะนำเสนอคอนเทนต์ที่เป็นเรื่องดี และมีความรับผิดชอบต่อสังคม แต่ซีรีส์ที่ได้รับความนิยมอย่าง “ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น” ถือว่าเมื่อมองในแง่คุณค่าแล้ว เป็นการผลิตคอนเทนต์ที่ดี มีคุณค่าต่อสังคม เพราะคนในสังคมมีการวิพากษ์วิจารณ์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นมากขึ้น นอกจากนี้ แนวโน้มของการคิดรูปแบบเนื้อหาและคอนเทนต์ ในอนาคตอาจมีการพัฒนากล้าคิดกล้าทำมากขึ้น โดยเฉพาะในทีวีดาวเทียม หรือทีวีดิจิตอลในอนาคต

นางสาววิภูษา สุขมาก ผู้สื่อข่าวรายการข่าว 9 โมง สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส กล่าวว่า คอนเทนต์ที่ถูกเผยแพร่บนโซเชียลมีเดีย มีหลายครั้งที่สื่อหยิบยกมานำเสนอ สื่ออาจจะไม่ได้มองว่าการนำเสนอเรื่องราวที่ได้รับการพูดถึง จะเป็นการโหมกระแส หรือช่วยสร้างกระแสให้กับละคร ภาพยนตร์ โฆษณา ให้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน บางครั้งสิ่งที่สื่อนำเสนอเป็นคอนเทนต์ของตัวเอง ก็อาจเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล แม้ว่าบุคคลนั้นจะเป็นบุคคลสาธารณะ เช่น ภาพข่าวของนักแสดงจากโซเชียลมีเดีย

นอกจากนี้ ท่ามกลางการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้น ไม่เพียงเฉพาะแต่ฟรีทีวี ทีวีดาวเทียมที่เกิดขึ้น แต่กระบวนทัศน์ของสื่อที่เปลี่ยนไป ยังทำให้สื่ออาจต้องตั้งคำถามว่า ได้ทำหน้าที่ผู้เฝ้าประตู ผู้คัดกรองข่าวสาร หรือแม้แต่เป็นผู้กำหนดวาระข่าวแล้วหรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีหน้าที่ที่สื่อมวลชนมักกล่าวกันว่า สื่อต้องมีความรับผิดชอบต่อประชาชน องค์กร และสังคมนั้น สื่อยังมีอยู่หรือไม่

นายสรนัฐ อุณะพำนัก Senior Digital media manager จาก CJ/WORX and SPORE BANGKOK กล่าวว่า การสร้างแบรน์ด้วยการทำไวรัล มี 2 แบบ คือ การสร้างแบรนด์ด้วยตัวแบรนด์เอง และการสร้างคอนเทนต์ ซึ่งนักการตลาดต้องรู้วิธีการซื้อสื่อให้เหมาะสมกับแบรนด์และตรงเป้าหมาย เพราะการสร้างไวรัลเป็นเสมือนการสร้างอุปทานหมู่ให้คนติดตาม พร้อมยกตัวอย่าง โฆษณาชุด Wacoal Mood Boost-up ประสบความสำเร็จ

ทั้งนี้ นักการตลาดก็ต้องใช้สื่อให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย ติดตามสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว และสิ่งที่เป็นกระแสความนิยม เพราะจะทำให้นักการตลาดสามารถนำเอาสิ่งเหล่านั้นมาใช้ได้ เช่น หากคนในสังคมกำลังสนใจละคร และมีการพูดถึงเป็นจำนวนมาก ถ้าจะให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย ก็เลือกนักแสดงมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ ซึ่งทำให้ไม่ต้องพยายามสร้างยอดจำนวนผู้เข้าชม เนื่องจากคอนเทนต์จะเป็นตัวที่ดึงดูดผู้บริโภคเอง และบางครั้งคอนเทนต์ในสื่อกระแสหลักก็สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยตัวเอง เช่น จากปากต่อปาก จนทำให้เกิดการพูดถึงในโซเชียลมีเดีย ซึ่งถือว่าเป็นไวรัลประเภทหนึ่ง ที่นักการตลาดอาจจะแทบไม่ต้องสร้างคอนเทนต์เพิ่มเลย

สำหรับการโฆษณาแฝง หรือ ไท-อิน (Tie-In) นักโฆษณาก็ต้องทำให้ผลิตภัณฑ์เข้าถึงผู้ชม โดยโฆษณาแฝงเหล่านี้อาจจะปรากฏอยู่ในคำพูดของนักแสดง วัตถุ เสื้อผ้า ซึ่งทำให้ผู้ชมแทบจะไม่รู้สึกเลยว่าเป็นการโฆษณาแฝง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ