วันจันทร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2557

เรื่องพระศาสนา คสช.คุ้มครองพระพุทธศาสนา

http://www.alittlebuddha.com
เปิดมาตรา 8 !

พรบ.อุปถัมภ์คุ้มครองพระพุทธศาสนา

กินเหล้าเมายา ปาราชิก บิดเบือนพระธรรมคำสอน สอนนอกพระไตรปิฎก ฯลฯ โทษหนัก จับถอดผ้าเหลือง ขังคุก 1 เดือน ถึง 7 ปี ไม่มีเว้น มิน่า "คึกฤทธิ์แห่งพุทธวจนะ" ถึงได้รีบชิงจังหวะวิ่งเข้าวัดปากน้ำ เอาหัวอันสูงส่งระดับ "เจ้าลัทธิ" ไปก้มลงแทบเท้าเจ้าคณะผู้ปกครอง ชิงจังหวะคลุกวงในเอาไว้ก่อน ดูแต่เสียเหนาะสิ นั่งประชุมกรรมการมหาเถรสมาคมด้วยกัน ให้ตายก็ไม่มีใครกล้าตั้งกรรมการสอบ เพราะมันเห็นไส้เห็นพุงกันนั่นเอง ขืนสอบเสี่ยเหนาะ เกิดเหนาะฮึดขึ้นมาแฉมหาเถรเองมั่ง มันจะพังกันทั้งทีม ดังนั้น ประชาชนคนไทยประสบเคราะห์หามยามร้าย ก็จงตั้งใจสะเดาะเคราะห์บูชาพระราหูกันต่อไป ไม่มีใครช่วยอะไรท่านได้หรอก แม้แต่พระมหาเถรสมาคมที่กินเงินเดือนของท่าน ไม่แน่นะ ถ้ากฎหมายฉบับใหม่นี้เวิร์ค ต่อไปคนไทยอาจจะเปลี่ยนเป็นสรณคมณ์เป็น "พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมังสะระณัง คัจฉามิ" และ "คสช.สะระณัง คจฺฉามิ" หรือ "ปปช.สะระณัง คัจฉามิ" แทน หลังจากที่ประชุม คสช.ได้อนุมัติที่เห็นชอบส่ง กฎหมายเพื่อใช้ในการดูแล และแก้ไขปัญหาพระพุทธศานา โดยเป็นร่างพ.ร.บ.อุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา และส่งให้ สนช.พิจารณานั้น

สำหรับกฎหมายดังกล่าวจะกำหนดให้รัฐอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา ตามแนวทางที่กำหนดอาทิ สนับสนุนการบริหารการปกครองคณะสงฆ์การเผยแผ่พระพุทธศาสนาทั้งในและต่างประเทศ พร้อมกำหนดให้มีคณะกรรมการอุปถัมภ์ และคุ้มครองพระพุทธศาสนา ในระดับจังหวัดและจัดตั้งคณะกลางขึ้นในสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

นอกจากนี้ยังกำหนดให้มีกองทุนฯ รวมทั้งในร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวยังมีการกำหนดโทษต่อผู้ที่กระทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อพระพุทธศาสนา

โดยมีรายงานว่าบทกำหนดโทษ ตาม พ.ร.บ. อุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา พ.ศ. .... ที่เสนอโดย คสช. มีการกำหนดโทษดังนี้ หมวด 8 บทกำหนดโทษ


มาตรา 30 พระภิกษุใดกระทำการล่วงละเมิดพระธรรมวินัยทำการเสพเมถุน หรือ กล่าวอวดอุตริมนุสธรรม ซึ่งมีในตนหรือไม่มีในตนก็ดี ก่อให้เกิดความเสียหายแก่พระพุทธศาสนาต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีจนถึงเจ็ดปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นสี่พันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา31 ผู้ใดเป็นผู้ร่วมกระทำผิด หรือสนับสนุนในการกระทำความผิดตามมาตรา30ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับตัวการในความผิดนั้น

มาตรา 32 ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ ให้หลักศาสนธรรมเพี้ยนไปจากพระไตรปิฎกต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี หรือปรับตั้งแต่สองพันถึงหนึ่งหมื่นสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 33 พระภิกษุ สามเณรใด มีไว้ในครอบครองซึ่งสื่อวิดิทัศน์ หรือวัตถุใดๆ ที่มีลักษณะเดียวกัน เกี่ยวกับลามกอนาจาร ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 34 พระภิกษุ สามเณรใด ดื่มสุรา ยาเสพติด หรือของมึนเมาอื่นใด จนไม่สามารถครองสติได้จนเป็นเหตุให้เสื่อมเสียแก่พระพุทธศาสนา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 35 พระภิกษุ สามเณรใด กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการพนันต้องระวางโทษหนักกว่าที่บัญญัติไว้ในบทบัญญัติ นั้นๆ หนึ่งในสาม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ