วันพุธที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2557

เสนาะสมคบธรรมกาย ประจักษ์แจ้งพฤติกรรมหาเถรสมาคม?

หมายเหตุอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

บทบาทและหน้าที่ของพระพรหมสุธี

ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ

ในการเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจในสหรัฐอเมริกา

31 พฤษภาคม - 15 มิถุนายน 2557 

 

พระพรหมสุธี

 

 

 

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ถึงแก่มรณภาพลงในวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ.2556 ส่งผลให้ตำแหน่งต่างๆ ว่างลงมากมายถึง 7 ตำแหน่งด้วยกัน ได้แก่

 

1. เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร

2. กรรมการมหาเถรสมาคม (โดยตำแหน่ง)

3. เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก

4. ประธานคณะกรรมการฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ต่อมาเรียกว่า สำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ)

5. สมณศักดิ์ที่สมเด็จพระพุฒาจารย์

6. ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช (พ่วงประธานกรรมการมหาเถรสมาคม นับเป็นตำแหน่งที่ 7)

 

 

วันที่ 11 สิงหาคม 2556 เป็นวันรดน้ำศพสมเด็จเกี่ยว เย็นวันเดียวกันมีพิธีมอบตราตั้ง พระพรหมสุธี (เสนาะ ปญฺญาวชิโร)ให้เป็น "รักษาการเจ้าอาวาสวัดสระเกศ" ลงนามโดย พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เจ้าอาวาสวัดสามพระยา และมอบโดย สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำ ในฐานะพระมหาเถระอาวุโสสูงสุดในฝ่ายมหานิกาย ทั้งนี้เพื่อให้มีผู้รักษาการ ดำเนินงานพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ ให้เป็นไปโดยเรียบร้อย

 

วันที่ 20 สิงหาคม 2556 มหาเถรสมาคมได้ประชุมทีพุทธมณฑล ใช้เวลา 3 ชั่วโมงเต็ม ได้ลงมติสำคัญๆ ดังนี้

 

1. ให้ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) วัดปากน้ำ ดำรงตำแหน่งประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ซึ่งตำแหน่งนี้จะเป็นประธานกรรมการมหาเถรสมาคมด้วย

 

2. ให้ พระพรหมเวที (สนิท ชวนปญฺโญ) วัดไตรมิตรวิทยาราม เจ้าคณะภาค 8 ขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก

 

3. ให้ พระพระพรหมสุธี (เสนาะ ปญฺญาวชิโร) รักษาการเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ดำรงตำแหน่งประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ

 

เหลือ "สมเด็จพระราชาคณะ-พ่วงกรรมการมหาเถรสมาคม" เพียงตำแหน่งเดียว ที่มหาเถรสมาคมไม่ตั้งใครเป็น เนื่องจากเป็นพระราชอำนาจ และโดยโบราณประเพณีนั้น ต้องรอให้มีการพระราชทานเพลิงศพเสร็จสิ้นเสียก่อน จึงจะทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดฯตั้งสมเด็จพระราชาคณะแทนรูปเดิมที่มรณภาพไป มิเช่นนั้นก็เชื่อว่า"เสร็จโรงเรียนมหาเถรสมาคม"ไปแล้ว

 

พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) วัดสัมพันธวงศ์ กรรมการและโฆษกมหาเถรสมาคม ได้ออกมาให้สัมภาษณ์นักข่าวเสียงเจ้ยแจ้วว่า "ที่ประชุม มส. ได้มีมติเอกฉันท์โดยคณะสงฆ์ได้พิจารณาตามลำดับชั้นการปกครองของคณะสงฆ์ ซึ่ง การเมืองของพระเป็นไปตามสันติวิธี พิจารณาว่า ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน ไม่ใช่ค่าของคน อยู่ที่คนของใคร อยากจะให้การเมืองมีการเลียนแบบพระบ้าง ถ้าทำได้โลกนี้จะสุขสงบ"

 

พระสงฆ์ทั่วประเทศไทยได้ฟังก็แทบอ๊วก เพราะตำแหน่ง "ถาวร" ต่างๆ มีอำนาจปกครองประเทศไทยทั้งประเทศนั้น ถูกกรรมการมหาเถรสมาคมเพียง 20 คน ปิดห้องลงมติ "ตัดเค๊กกินแบ่งกันในวง" อย่างอิ่มหมีพีมัน เพียง 3 ชั่วโมงก็เสร็จสิ้น แล้วก็ออกมาตวัดลิ้นเลียปากบอกชาวประชาว่า "เป็นไปโดยสันติวิธี พิจารณาตามคุณค่าของงาน มิใช่ค่าของคน" หมายถึงไม่มีการเล่นเส้นเล่นสาย แถมยังอยากจะให้การเมืองใช้วิธีของมหาเถรสมาคมปกครองประเทศไทยบ้าง ชาติบ้านเมืองจะได้สงบสุข ?

 

1 ตุลาคม 2556 มีข่าว มหาเถรสมาคม พิจารณาโผสมณศักดิ์เสร็จสิ้น พร้อมนำขึ้นทูลเกล้าฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย แต่งตั้งอย่างเป็นทางการ

 

24 ตุลาคม 2556 สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สิ้นพระชนม์

 

24 ธันวาคม 2556 สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ได้มอบตราตั้ง-แต่งตั้ง ให้ พระพรหมสุธี (เสนาะ ปญฺญาวชิโร) รักษาการเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศ

 

3 มกราคม 2557 มหาเถรสมาคม ประชุมพิเศษ ครั้งที่ 1/2557 ณ พุทธมณฑล ตั้งสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช แต่เพียงรูปเดียว

 

9 มีนาคม 2557 พระราชทานเพลิงศพ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ณ เมรุหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส

 

ก็เป็นอันสิ้นสุดกิจกรรมสำคัญเกี่ยวกับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) แต่เพียงเท่านี้

 

ต่อจากนี้ไป ก็ตัวใครตัวมัน หมายถึงว่า ใครมีตำแหน่ง หรือภาระหน้าที่อะไร ก็ไปทำหน้าที่ของตนเอง อาทิเช่น

 

สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่พระสังฆราช ก็ปฏิบัติหน้าที่พระสังฆราช

 

พระพรหมเวที ได้เป็นเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก ก็ปฏิบัติหน้าที่ไป ท่านก็ได้แต่งตั้ง พระเทพมุนี (เก็ง อาสโภ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตร รองเจ้าคณะภาค 8 ให้ขึ้นเป็นเจ้าคณะภาค 8 แทนตนเอง และยังเห็นชอบให้เลื่อน พระราชเมธี (วิชา อภิปญฺญ ป.ธ.7) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรอีกรูปหนึ่ง ให้ขึ่นเป็นรองเจ้าคณะภาค 8 สรุปว่า ทุกตำแหน่งตกอยู่ภายในวัดไตรมิตรหมด พระรูปอื่นๆ ในกรุงเทพมหานครหรือทั่วภาคอีสาน ไม่มีคุณสมบัติเหมาะสมไปกว่าพระวัดไตรมิตรอีกแล้ว นี่ก็คงเป็นดังที่เจ้าคุณจำนงค์โพนทะนาไว้นั่นแหละว่า "บริสุทธิ์ ยุติธรรม ไม่มีการเล่นเส้นสายแต่อย่างใดทั้งสิ้น"

 

เหลือก็เพียง "พระพรหมสุธี" หรือเจ้าคุณเสนาะ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ได้เป็นประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ แต่ยังไม่เคยออกงานเลยซักครั้ง เพราะหลังจากได้รับตำแหน่งก็มัวแต่วุ่นอยู่กับงานศพสมเด็จเกี่ยว เพิ่งจะมาว่างมือเอาหลังเสร็จงานศพนี่เอง

 

ต้นเดือนมีนาคม 2557 ช่วงงานศพสมเด็จเกี่ยว มีข่าวว่า หลังงานศพสมเด็จเกี่ยว พระพรหมสุธี (เสนาะ) มีกำหนดการจะเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจในสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้จะมีผู้ติดตามไปอีกคณะหนึ่ง แต่มีกระแสข่าวด้วยว่า "การไปสหรัฐอเมริกาของเจ้าคุณเสนาะในครั้งนี้ มีการวางโปรแกรมโดยวัดพระธรรมกาย"จริงหรือไม่ก็ต้องพิสูจน์กันต่อไป

 

วันที่รอคอยก็ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ มีการส่งข่าวสร้างกระแสให้ความสำคัญต่อการมาของ "พระพรหมสุธี" ผ่านพระสงฆ์กลุ่มหนึ่งในแอลเอ ซึ่งได้รับผลประโยชน์จากเจ้าคุณเสนาะ ตีกลองร้องป่าวให้มีการเตรียมการต้อนรับพระพรหมสุธี ในฐานะประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ จะมาเยือนสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรก ภายหลังได้รับตำแหน่งนี้ ทั้งๆ ที่เจ้าคุณเสนาะนั้น ก็มิใช่คนใหม่ หากแต่ดำรงตำแหน่งแหน่ง "เลขานุการ" ของสมเด็จพระพุฒาจารย์ ซึ่งครองตำแหน่งนี้มาอย่างยาวนาน เจ้าคุณเสนาะก็คือคนเก่าแก่ เพียงแต่มีทัศนคติไม่ค่อยดีต่อพระธรรมทูตที่ไปทำงานในต่างประเทศ จึงไม่เคยเดินทางไปไหนเลย ตลอดเวลาที่เป็นเลขานุการของสมเด็จเกี่ยว !

 

มีการออกหนังสือเวียน นิมนต์พระธรรมทูตในฝั่งตะวันตก ไปประชุมที่วัดไทยแอลเอถึง 2 รอบด้วยกัน ต้นเดือนเมษายน มีหนังสือเวียนแจ้งให้พระในฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกา ไปต้อนรับพระพรหมสุธี ที่จะเดินทางมาในต้นเดือนมิถุนายน ที่วัดไทยแอลเอ แต่กระแสซา ปลุกไม่ขึ่น ไม่มีใครสนใจ จดหมายฉบับที่ 2 จึงตามออกมา โดยครั้งนี้ชี้แจงว่า เชิญพระธรรมทูตไปประชุมที่วัดไทยแอลเอ เพื่อประชุมปรึกษาหารือต้อนรับเจ้าคุณเสนาะ เอ้าก็ออกกำหนดการไปล่วงหน้าแล้ว ทำไมมาเรียกประชุมภายหลัง ?

 

 



 

 

ในการประชุมรอบหลังนี้ มีการ"เสริม" โปรแกรมเข้ามา นั่นคือ จัดงานทำบุญวันเกิด พระราชธรรมวิเทศ (อมรวุฒิ อมโร) ครบรอบ 82 ปี และฉลองตำแหน่งเจ้าอาวาสครบ 25 ปี ทั้งสองงานนี้ คิดแก๊กขึ้นมาภายหลัง เพื่อเสริมงานต้อนรับเจ้าคุณเสนาะให้เขื่องขึ้น เนื่องเพราะพระธรรมทูตทั่วสหรัฐอเมริกาไม่มีใครสนใจไยดีที่เจ้าคุณเสนาะจะไปจะมา แต่บรรดาผู้ที่เกี่ยวข้องต้องการให้เจ้าคุณเสนาะเป็นบุคคลสำคัญ จึงต้องสร้างงานขึ้นมารองรับ เมื่อพลุนัดแรกจุดไม่ติด พลุลูกที่ 2-3 จึงถูกจุดตาม โดยการเสริมงานของวัดไทยแอลเอเข้าไป เพราะรู้ทางว่า ถ้าจัดงานทำบุญ นิมนต์พระมารับซอง รับรองว่าต้องล้นวัด ซึ่งผู้จัดการก็ "คิดถูก" เพราะถ้ามีเงิน จะนิมนต์พระมาเท่าไหร่ก็ได้

 

 

แต่สิ่งหนึ่งซึ่งคณะผู้จัดทำโอเวอร์ไป นั่นคือ การอาศัยมติที่ประชุมสมัชชาสงฆ์ไทย (เฉพาะฝั่งตะวันตกมีวัดไทยแอลเอเป็นหลัก) กึ่งบังคับให้พระเจ้าอาวาสวัดไทยเขตตะวันตกทุกวัด ต้องไปต้อนรับเจ้าคุณเสนาะถึงในสนามบินแอลเอ แถมยังมีพิธีมอบพวงมาลัยโดยคณะครูวัดไทยแอลเออีกด้วย !

 

 

 

 

ยังมีพิเศษกว่านั้น นั่นคือ การ์ดงานวันเกิดพระราชธรรมวิเทศ เจ้าอาวาสวัดไทยแอลเอ ซึ่งทำอย่างหวานแหววเป็นครั้งแรกในชีวิตของหลวงพ่อวิเชียร โดยมีการใส่รูปพระพรหมสุธี หรือเจ้าคุณเสนาะเข้าไปบนกระดาษใสๆ ใบนั้นด้วย ตำแหน่งของภาพก็จัดเสียดิบดี เอาหลวงพ่อวิเชียร (พระราชธรรมวิเทศ) เจ้าของงานวันเกิด อายุมากถึง 82 ปี รุ่นพ่อของเจ้าคุณเสนาะ ให้อยู่ตำกว่าเจ้าคุณเสนาะ เด็กเมื่อวานซืน

 

ขออภัยที่ต้องใช้คำว่า "เด็กเมื่อวานซืน" เพราะสมัยที่สมเด็จพระสังฆราชป๋า (ปุ่น ปุณฺณสิริ) วัดโพธิ์ (วัดพระเชตุพน) ดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชนั้น วัดโพธิ์คือศูนย์กลางคณะสงฆ์ไทยในสมัยนั้น (2515-2517) ตอนนั้นเจ้าคุณเสนาะยังเพิ่งแตกพาน อายุ 15 หยกๆ 16 หย่อนๆ ยังไม่ได้บวชพระด้วยซ้ำไป สมเด็จเกี่ยวยังเป็นแค่ชั้นธรรม ยังเดินเข้าไปช่วยงานวัดโพธิ์เป็นว่าเล่น สมัยนั้น ใครไม่รู้จัก "พระเทพโสภณ" หรือหลวงเตี่ย ผู้มากบารมี มีตำแหน่งเป็นเลขาธิการสมเด็จพระสังฆราชป๋าวัดโพธิ์ มิเช่นนั้น วัดไทยแอลเอ ซึ่งยื้อแย่งกันอย่างแรงทั้งฝ่ายธรรมยุตและมหานิกายอีกหลายวัด จะตกเป็นสาขาของวัดไทยแอลเอมาจนป่านนี้หรือ

 

จริงอยู่ อดีตก็คืออดีต สมัยนั้นวัดโพธิ์ใหญ่ แต่สมัยนี้วัดสระเกศมีอำนาจ เจ้าคุณเหนาะเป็นเจ้าเป็นนาย (ดังมีคนกระซิบว่า พระวัดสระเกศรูปหนึ่งพูดเล่นกับใครต่อใครในวงน้ำชาหลังม่านงานศพว่า หลวงพ่อตายแล้ว นอนอยู่ในโกศ ผมนี่แหละคือเจ้าอาวาส มีอำนาจ และจะอยู่ไปอีกนาน) แต่ในทางพระธรรมวินัยนั้น ถึงจะมียศถาบรรดาศักดิ์หรืออำนาจราชฐานประการใดๆ ก็ตาม แต่เรื่องพระธรรมวินัยต้องมาก่อนเสมอ มันแสดงให้เห็นถึง "คุณธรรมในกมลสันดาน" ของคน ว่าเป็นพระหรือนักการเมืองในผ้าเหลือง

 

ภาพข้างต้นนี้ มิต้องเอาสูงกว่าหลวงพ่อวิเชียรก็ได้ เอาแค่เสมอกันก็พอ แต่นี่เล่นสูงซะจนค้ำหัว มันไม่อายชาวบ้านเขาหรือ ว่านี่หรือคือการมาปฏิบัติศาสนกิจของรองสมเด็จพระราชาคณะ กรรมการมหาเถรสมาคม และประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ ในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นอภิมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลก พูดง่ายๆ ก็คือ เป็นการโชว์ตัวของเจ้าคุณเสนาะบนเวทีสากล

 

 

 


 

 

เหยียบแผ่นดินสหรัฐอเมริกาแค่ก้าวแรก พระพรหมสุธีก็พบกับการต้อนรับระดับซูเปอร์สตาร์ ณ สนามบินแอลเอ ซึ่งเป็นสนามบินอินเตอร์ มีคนหลากหลายเชื้อชาติเดินผ่านด่านตลอดเวลา แต่เวลาที่เจ้าคุณเสนาะเดินทางมาถึง กลับปรากฏว่ามีบรรดาพระเจ้าอาวาสในแคลิฟอร์เนียและรัฐใกล้เคียง ตบเท้าพากันไปตั้งแถวต้อนรับพระพรหมสุธี มีคนชูพานพวงมาลัยถวายให้เหมือนเป็นเชื้อพระวงศ์เสด็จ น่าที่พระพรหมสุธีจะสะกิดใจว่าผิดสังเกตอะไรหรือไม่ แต่หาไม่ พระพรหมสุธีกลับปรับตัวเองเข้ากับ "กิริยาสอพลอ" ของพระไทยในอเมริกาบางกลุ่มได้อย่างเนียนสุดๆ เหมือนๆ กับที่เคยได้รับจนชาชินในประเทศไทย พระพรหมสุธีถึงกับคล้องพวงมาลัยไว้กับแขนซ้าย แล้วเดินยกมือรับไหว้พระธรรมทูตที่ไปต้อนรับอย่างเบิกบานสำราญใจ เหมือนกับว่าแอลเอเป็นอยุธยาบ้านเกิดของตัวเอง

 

 

 


 

 

ย่างเข้าสู่วัดไทยแอลเอ วัดไทยแห่งแรกในสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งขึ้นมาในปี พ.ศ.2515 พระพรหมสุธี (เสนาะ) อายุ 57 ปี ได้รับการเชื้อเชิญให้ขึ้นนั่งบนอาสนะสองชั้น ขณะที่ พระราชธรรมวิเทศอายุ 82 ปี เจ้าอาวาสวัดไทยแอลเอ กลับนั่งอยู่ด้านล่าง เป็นคารวะธรรมอันสูงส่งยิ่งของกรรมการมหาเถรสมาคม ที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่ง "ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ" นามว่า พระพรหมสุธี ว่ามีความอ่อนน้อมถ่อมตัวประการใด ?

 

 



 

 

ยังไม่พอ ครั้น ณ วันอาทิตย์ ที่ 1 มิถุนายน 2557 พระพรหมสุธี ได้รับการอาราธนาให้เป็นประธานในงานทำบุญอายุ (อายุวัฒนมงคล) พระราชธรรมวิเทศ และงานฉลอง 25 ปี ของการดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดไทยแอลเอ ซึ่งก็เป็นงานทำบุญทั่วไป ที่น่าแปลกใจก็คือ มีการขึ้นป้ายติดรูปพระพรหมสุธีคู่กับพระราชธรรมวิเทศขนาดใหญ่ในพระอุโบสถวัดไทยแอลเอ แถมรูปของพระพรหมสุธียังใหญ่กว่ารูปเจ้าของงานอีกด้วย

 

 

 

 

เสร็จพิธีด้านในพระอุโบสถแล้ว ก็มีการถ่ายรูปพระที่มาร่วมพิธีต้อนรับพระพรหมสุธี ณ บริเวณด้านข้างพระอุโบสถ คราวนี้มีการขึ้นคัตเอ๊าท์ขนาดใหญ่ พอๆ กับงานประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา พระพรหมสุธีคงไม่แปลกตา เพราะว่ามาครั้งแรก แต่สำหรับพระธรรมทูตไทยในสหรัฐอเมริกา ถ้าสังเกตและเปรียบเทียบเป็นแล้ว ก็จะเห็นว่า"เวอร์มาก" 

ตามกำหนดการนั้น พระพรหมสุธี จะอยู่ในสหรัฐอเมริกา เป็นเวลา 2 อาทิตย์ คือจากวันที่ 31 กรกฎาคม ถึง 15 มิถุนายน 2557 โดยจะเดินทางไปเยี่ยมวัดต่างๆ ทั้งฝั่งตะวันตกและตะวันออก มีวัดนวมินทรราชูทิศ นครบอสตัน เป็นจุดสุดท้าย เพราะมีงานประชุมใหญ่สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ในวันที่ 9-15 มิ.ย. ปีนี้

ลงไปในรายละเอียด หลังจากงานวัดไทยแอลเอ วันที่ 1 มิถุนายน 2557 แล้ว จากนั้นพระพรหมสุธีจะอยู่รัฐแคลิฟอร์เนียภาคใต้อีก 2 วัน จากนั้นจึงจะบินไปเยี่ยมวัดในเขตเบย์แอเรีย (ภาคเหนือของแคลิฟอร์เนีย) มีวัดพุทธานุสรณ์ วัดมงคลรัตนาราม (เบิร์คเลย์) เป็นต้น จากนั้นจึงจะบินข้ามไปร่วมงานทำบุญอายุ 89 ปี ของหลวงตาชี วัดไทย ดีซี ในวันที่ 8 มิถุนายน แล้วใช้เวลาอีก 2-3 วัน เยี่ยมวัดในรัฐใกล้เคียงกับดีซี มี นิวยอร์ค เป็นต้น แล้วตีรถขึ้นไปนครบอสตัน ร่วมประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ในวันที่ 11 มิ.ย. 57

 

 



 

สำหรับวัดในเขตแคลิฟอร์เนียภาคใต้ ที่พระพรหมสุธีมีกำหนดจะไปเยี่ยมนั้น นอกจากวัดไทยแอลเอแล้ว ก็ยังมีวัดสุทธาวาส วัดพระธาตุดอยสุเทพยูเอสเอ และวัดพระธรรมกาย รวมเป็น 3 วัดด้วยกัน

 

ถ้าจะนับความสำคัญของวัดไทยในสหรัฐอเมริกา ในเขตตะวันตก นอกจากวัดไทยแอลเอ และวัดมงคลรัตนาราม เบิร์คเล่ย์ ซึ่งเป็นวัดแรกๆ ที่ร่วมก่อตั้งสมัชชาสงฆ์ไทยขึ้นมาในปี พ.ศ.2519 แล้ว วัดที่สำคัญเป็นอันดับต้นๆ ก็เห็นจะเป็น "วัดพรหมคุณาราม "รัฐอริโซน่า

 

วัดพรหมคุณารามนั้น สร้างขึ้นมาโดยนำเอานามพระราชทาน "พระพรหมคุณาภรณ์-เกี่ยว อุปเสโณ"วัดสระเกศ มาตั้งเป็นชื่อวัด และมีพระจากวัดสระเกศมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส คือ พระครูวิเทศพรหมคุณ (วินัย ปุญฺญญาโณ)

 

แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับว่า วัดพรหมคุณารามแห่งนี้ เคยมีกรณีพระไทยพร้อมด้วยศิษย์วัดและแม่ชี ถูกฆาตกรรมเป็นจำนวนมากถึง 9 ศพด้วยกัน ในวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ.2534 ด้วยเหตุฉะนี้ วัดพรหมคุณารามจึงเป็นวัดสำคัญ เพราะมีอนุสรณ์สถานการเสียชีวิตของพระธรรมทูตไทยในต่างแดนมากมายประดิษฐานอยู่

 

เมื่อดูถึงฐานะ+สถานะ ของพระพรหมสุธี ซึ่งมีสถานะเป็นเจ้าอาวาสวัดสระเกศ สืบทอดต่อจากสมเด็จพระพุฒาจารย์ (อดีตพระพรหมคุณาภรณ์) ซึ่งได้เมตตาให้ใช้ราชทินนามชั้นรองสมเด็จฯของท่านมาตั้งเป็นชื่อวัด และมีฐานะ (ตำแหน่ง) เป็นประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ ต่อจากสมเด็จเกี่ยวด้วย ก็ต้องเรียกว่า มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างสำคัญกับวัดพรหมคุณาราม ทั้งด้านส่วนตัวและส่วนรวม

 

โดยสถานะส่วนตัว ที่พระพรหมสุธี (เสนาะ) ได้เป็นเจ้าอาวาสวัดสระเกศ เมื่อวัดพรหมคุณาราม เป็นวัดที่สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว) มีส่วนเกี่ยวข้องในการก่อสร้าง เจ้าคุณเสนาะซึ่งเป็นลูกศิษย์ก็ควรจะเดินทางไปเยี่ยมเยือน เพราะเป็นวัดเดียวกัน เหมือนกับว่า บ้านพ่อบ้านแม่หรือบ้านพี่น้อง ถ้าว่ายังไม่ได้ไปเยี่ยมเยือน ก็ยังไม่ควรไปเยี่ยมบ้านคนอื่น แต่กลับไม่มีชื่อวัดพรหมคุณารามอยู่ในโปรแกรมเดินทางครั้งนี้ของเจ้าคุณเสนาะเลย

 

ว่าโดยฐานะ ถ้าหากว่า บุคคลผู้มีตำแหน่งทางราชการบ้านเมือง เช่น นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี หรือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ นักการทูต เป็นต้น เมื่อเดินทางไปยังบ้านใดเมืองใด และมีสถานที่สำคัญเกี่ยวกับบ้านเมืองของตนเองอยู่ ก็จะต้องเดินทางไปเยี่ยมเยือน ถือเป็นหลักการทางราชการและการทูตเลยทีเดียว

 

เมื่อวัดพรหมคุณาราม เป็นอนุสรณ์สถานของพระธรรมทูต แม่ชี เด็กวัด ที่มรณะไปมากมายถึง 9 รูป/คนด้วยกัน เป็นสถานที่รู้จักกันดีทั้วโลก และเมื่อพระพรหมสุธี ซึ่งมีตำแหน่งเป็นประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ ได้เดินทางมาเยือนสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรก ระยะทางระหว่างแอลเอ-อริโซน่า ถ้านั่งเครื่องบินก็แค่ชั่วโมงเดียว ถ้าเดินทางโดยรถยนต์ก็คงไม่เกิน 6-7 ชั่วโมง ถือว่ามิได้เกินวิสัยที่จะไปเยี่ยมเยือน แต่พระพรหมสุธีกลับไม่มีวัดพรหมคุณารามอยู่ในกำหนดการเลย กลับกัน วัดอื่นๆ ทั่วอเมริกา ไม่ต่ำกว่า 20 วัด พระพรหมสุธีและคณะได้จัดวางแผนการเดินทางไปเยือนยาวเหยียด

 

แสดงให้เห็นว่า พระพรหมสุธี มิได้มีความรู้ความเข้าใจในบทบาทและหน้าที่ของตำแหน่งที่ตนเองดำรงอยู่ คือ ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ เพราะสถานที่ที่สมควรไปกลับไม่ไป แต่สถานที่ที่ไม่สำคัญกลับเดินทางไปเยือนอย่างทั่วหน้า 

และถ้ามองถึงบทบาทของ"สมเด็จพระพุฒาจารย์-เกี่ยว"อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ พระอุปัชฌาย์ของพระพรหมสุธี ซึ่งมีทีท่า "วางตัวเป็นกลาง" ต่อวัดพระธรรมกาย มาโดยตลอด ดูเหมือนจะปรามลัทธิธรรมกายด้วยซ้ำไป ส่งผลให้เจ้าอาวาสและรองเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย รวมทั้งพระมหาเถระที่สนับสนุนธรรมกาย โดยเฉพาะก็คือ พระธรรมกิตติวงศ์ ไม่ได้รับเลื่อนสมณศักดิ์เลยเป็นเวลานานถึง 20 ปีโดยประมาณ

 

เมื่อพระพรหมสุธีขึ้นมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศ สิ่งสำคัญสูงสุดที่ต้องรักษาเอาไว้ก็คือ อุดมการณ์ของครูบาอาจารย์ ของอดีตเจ้าอาวาส หากทำงานดีเด่นกว่าท่านไม่ได้ แต่ถ้าสามารถรักษาอุดมการณ์และมรดกทางปัญญาของครูบาอาจารย์เอาไว้ได้ ก็นับว่าเป็นศิษย์ที่ดีแล้ว

 

แต่พระพรหมสุธีกลับทำในสิ่งที่ใครคาดไม่ถึง นั่นคือ นอกจากจะไม่เดินทางไปเยี่ยมวัดพรหมคุณารามของสมเด็จพระพุฒาจารย์แล้ว ยังวางกำหนดการเดินทางไปเยื่ยมวัดพระธรรมกายแคลิฟอร์เนียอีกด้วย

 

ในสมัยสมเด็จเกี่ยวครองวัดสระเกศนั้น เจ้าอาวาสวัดสระเกศไม่เคยไปวัดพระธรรมกาย หรือแม้แต่ธรรมกายก็เข้าไม่ถึง แต่พอสิ้นสมเด็จเกี่ยวได้ไม่ถึงปี เจ้าอาวาสวัดสระเกศองค์ใหม่ก็ล้างบางแนวทางของอดีตเจ้าอาวาส โดยการเดินทางไปเยี่ยมวัดพระธรรมกายเสียเอง

พฤติกรรมแบบนี้จะให้เรียกว่าอย่างไร ถ้ามิใช่ "ทรพี" 

 

 

ภาพพระพรหมสุธี (เสนาะ) เดินเหยียบพรหม ภายใต้สัปทน เดินเข้าสู่วัดพระธรรมกายแคลิฟอร์เนีย ในวันที่ 1 มิถุนายน ข้างต้นนี้ เป็นหลักฐานบ่งชี้ว่าตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2557 เป็นต้นมา เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรวิหาร ได้นำเอาวัดสระเกศไปเป็นพันธมิตรกับวัดพระธรรมกายแล้ว เป็นการล้มล้างนโยบายของสมเด็จพระพุฒาจารย์อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศลงอย่างสิ้นเชิง และเป็นการยืนยันกระแสข่าวในต้นเดือนมีนาคม 2557 ที่ผ่านมาด้วยว่า "พระพรหมสุธีได้รับอาราธนาจากวัดพระธรรมกายให้ไปเยือนสหรัฐอเมริกาและวัดอื่นๆ ในเครือ" 

 

ใช่แต่การล้มล้างนโยบายของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกียว) เท่านั้น หากแต่เป็นที่ทราบกันดีว่า เมื่อ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช (ก่อนสมเด็จพระสังฆราชจะสิ้นพระชนม์) ก็ยังคงให้พระพรหมสุธีมีอำนาจในตำแหน่ง "เลขาธิการมหาเถรสมาคมฝ่ายสงฆ์" นั่นหมายถึงว่า บัญชีสมณศักดิ์ยังคงอยู่ในมือเจ้าคุณเสนาะก่อนจะเข้าสู่มหาเถรสมาคม แถมเมื่อเจ้าคุณเสนาะสามารถยึดครองตำแหน่ง"ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ" อาไว้ได้"โควต้าเจ้าคุณ" ของพระธรรมทูตสายต่างประเทศ ทั้งยุโรปและอเมริกา ก็ตกอยู่ในอำนาจของเจ้าคุณเสนาะ นั่นเองที่เป็นเหตุว่า ทำไมพระธรรมทูตไทยในสหรัฐอเมริกาหลายรูปจึงรู้สึกตื่นเต้นต่อการมาของเจ้าคุณเสนาะ มากกว่าสมเด็จวัดปากน้ำมาอเมริกาเสียอีก

 ครั้นเจ้าคุณเสนาะกลับไปประเทศไทยแล้ว ในต้นเดือนกันยายน มีข่าวว่า บัญชีสมณศักดิ์ วันที่ 5 ธันวาคม 2557 ฝ่ายมหานิกาย ได้ผ่านการพิจารณาของมหาเถรสมาคมแล้ว สำหรับรายชื่อพระธรรมทูตสายต่างประเทศที่ได้รับเลื่อน/ตั้งสมณศักดิ์นั้น ปรากฏว่า พระวัดพระธรรมกายได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคุณใหม่ มากมายถึง 4 รูปด้วยกัน ขณะที่จำนวนพระที่ได้รับตั้งใหม่มีเพียง 7 รูปเท่านั้น

ถามว่า ใครคือผู้ผลักดันรายชื่อพระวัดพระธรรมกายดังกล่าวเข้าสู่มหาเถรสมาคม แบบสุดลิ่มทิ่มประตู ยิ่งกว่าปูนบำเหน็จ

แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ชี้ให้พฤติกรรมของพระพรหมสุธี (เสนาะ ปญฺญาวชิโร) ว่ามีความเหมาะสมสำหรับตำแหน่ง "เจ้าอาวาสวัดสระเกศ" และ "ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ" หรือไม่เพียงใด

 

สำหรับ "พระธรรมทูต วัดไทยลาสเวกัส" แล้ว ขอกราบเรียนต่อมหาเถรสมาคมว่า ไม่สามารถยอมรับบทบาทหน้าที่ของพระพรหมสุธี ที่แสดงออกตลอดการเดินทางมาเยือนวัดไทยในสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรกที่กล่าวถึงนี้ได้เลย จึงไม่ขอยอมรับพระพรหมสุธีในตำแหน่งประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศอีกต่อไป เพราะหมดสิ้นความชอบธรรมแล้ว นับตั้งแต่ไม่ยอมเดินทางไปเยี่ยมวัดพรหมคุณาราม แต่กลับไพล่ไปวัดพระธรรมกายแทน

 

ส่วนว่ามหาเถรสมาคมจะยังคงให้"พระพรหมสุธี" ดำรงตำแหน่งนี้ต่อไปหรือไม่อย่างไร ทางเราไม่ได้ติดใจอันใด เพราะรู้มานานแล้วว่า มหาเถรสมาคมแต่งตั้งกันเองในตำแหน่งต่างๆ โดยมิเคยถามถึงพระภิกษุสามเณรทั่วประเทศว่าต้องการใครมาเป็นบ้าง โดยเฉพาะตำแหน่ง "ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ" นั้น ถือว่าเป็นตำแหน่งสำคัญระดับสุดยอด ก่อนหน้านี้ต้องระดับ "สมเด็จพระสังฆราช" หรือ "ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช" เท่านั้น จึงจะเหมาะสมกับตำแหน่งนี้ เพราะต้องมีทั้งบารมีธรรม มีภูมิความรู้ ความเข้าใจ ต่อบทบาทการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปยังนานาอารยะประเทศ

แต่มหาเถรสมาคม ภายใต้การกำกับของ "สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์" กลับเห็นงานพระธรรมทูตสายต่างประเทศเป็นของเล่นเป็นงานชั้นต่ำ จึงกล้าตั้งให้ "พระพรหมสุธี" เข้ามาดำรงตำแหน่งดังกล่าว ซึ่งเพียงแค่เดินทางมาสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรก ก็ทำวิปริตผิดประเพณี สิ่งที่ควรทำกลับไม่ทำ ที่ไม่ควรทำกลับไปทำ รวมทั้งการโปรโมทโฆษณาตัวเองตลอดการเดินทาง ขนาดว่าสมเด็จพระสังฆราชหรือสมเด็จพระราชาคณะ เคยเดินทางมาเยือนสหรัฐอเมริกาไม่ต่ำกว่า 10-20 รูป ก็ยังไม่เคยมีใครทำแบบพระพรหมสุธีมาก่อน

 

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ เรา-วัดไทยลาสเวกัส ตัดสินใจ ไม่ยอมรับพระพรหมสุธีในตำแหน่ง "ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศอีกต่อไป

เรา-ไม่ได้ลาออกจากมหาเถรสมาคม แต่เราไม่ยอมรับเฉพาะพระพรหมสุธี ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ที่ดำรงอยู่

เราจึงนำเสนอ "หมายเหตุอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ" ฉบับนี้ขึ้นมา เพื่อแจ้งไปยังมหาเถรสมาคม ให้รับทราบถึงพฤติกรรมของพระพรหมสุธี ที่เดินทางมาสหรัฐอเมริกา ตามข้อความข้างต้นนั้น

 วัดไทยลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา

10 กันยายน 2557

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ