โบสถ์พราหมณ์


เทวสถาน โบสถ์พราหมณ์ เสาชิงช้า
สถานที่บูชาเทพอันเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของประเทศไทย
ขอขอบคุณ : www.devalai.com / www.panyathai.or.th / www.devasthan.org

ในหลวงประกอบพิธี ณ เทวสถาน โบสถ์พราหมณ์
เทวสถาน โบสถ์พราหมณ์
นับว่าเป็น เทวสถาน วัด หรือ โบสถ์ ของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ที่มีความสำคัญมากที่สุดในบรรดาวัดฮินดูทั้งหมดในประเทศไทย
เทวสถาน โบสถ์พราหมณ์ ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 268 ถนนบ้านดินสอ
แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ใกล้เสาชิงช้า
และศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร

ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุสถานสำคัญของชาติ
ประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อปี พ.ศ.2492
ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้สร้างขึ้น เมื่อ พ.ศ. 2327 มีโบสถ์ทั้งหมด 3 หลัง
เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนชั้นเดียว มีกำแพงล้อมรอบ ปัจจุบันมีอายุได้ 224 ปี
เทวสถาน โบสถ์พราหมณ์ อยู่ภายใต้การบริหาร ดูแลและประกอบพิธีกรรม โดย คณะพราหมณ์หลวง แห่งสำนักพระราชวัง
ปัจจุบันมีพราหมณ์หลวง 10 ท่าน ดังต่อไปนี้

พระราชครูวามเทพมุนี หัวหน้าคณะพราหมณ์ วัย 55 ปี
ภาพจาก โพสต์ทูเดย์ และ http://thaniyo.brinkster.net 
- พระมหาราชครูอัษฎาจารย์ (ชื่อจริง-พราหมณ์ละเอียด รัตนพราหมณ์)ดำรงตำแหน่ง ประธานพราหมณ์ ทำหน้าที่ทางด้านการศาสนา เป็นผู้นำศาสนาพราหมณ์-ฮินดู

- พระราชครูวามเทพมุนี 
ดำรงตำแหน่ง หัวหน้าพราหมณ์
ชื่อจริงคือ พราหมณ์ ชวิน รังสิพราหมณกุล
เป็นหัวหน้าพราหมณ์ ดูแลคณะพราหมณ์ ทำหน้าที่ทางด้านศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
(คลิกอ่านประวัติพระราชครูวามเทพมุนี >>>ได้ที่นี่)

ตำแหน่ง พระครูพราหมณ์ มีจำนวน 5 ท่าน คือ
- พระราชครูศิวาจารย์ (ชื่อจริง - พราหมณ์ ถาวร ภวังคนันท์)
- พระครูสตานันทมุนี (ชื่อจริง - พราหมณ์ อรุณ สยมภพ)
- พระครูญาณสยมภูว์ (ชื่อจริง - พราหมณ์ ขจร นาคะเวทิน)
- พระครูสิทธิไชยบดี (ชื่อจริง - พราหมณ์ ยศ โกมลเวทิน)
- พระครูสุริยาเทเวศร์ (ชื่อจริง - พราหมณ์ ศรีล รังสิพราหมณกุล)ตำแหน่ง พราหมณ์พิธี มีจำนวน 6 ท่าน คือ
- พราหมณ์ สมบัติ รัตนพราหมณ์
- พราหมณ์ คีษณพันธ์ รังสิพราหมณกุล
- พราหมณ์ ปฏิหาริย์ สยมภพ
- พราหมณ์ ธนพล ภวังคนันท์
- พราหมณ์ ปรีชาวุธ นาคะเวทิน
- พราหมณ์ ปกรณ์ วุฒิพราหมณ์
พราหมณ์หลวง ทุกท่านที่กล่าวมานี้ จะเป็นผู้ประกอบพระราชพิธีถวายแด่พระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ในวาระสำคัญของประเทศ เป็นผู้ประกอบพิธีตามประเพณีและวัฒนธรรมของไทยแต่โบราณ ซึ่งเป็นพิธีเกี่ยวกับการรวมขวัญและมงคลของประชาชน เช่น พระราชพิธีแรกนาขวัญ พระราชพิธีตรียัมปวาย และตรีปวาย พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พระราชพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกต พระราชพิธีในวันฉัตรมงคล วันพืชมงคล วันสงกรานต์ วันลอยกระทง เป็นต้น ทำพิธีเกี่ยวกับรัฐ ทำพิธีบวงสรวงในวาระวันสำคัญ และวันสถาปนา ตลอดจนพิธีมงคลตามวาระที่มีความประสงค์มาจากหน่วยงานต่างๆด้านการเผยแพร่ ส่วนใหญ่เป็นการเผยแพร่ตามคติประเพณี ด้วยการประกอบพิธีกรรม เพื่อรักษาวัฒนธรรมอัน พราหมณ์จะเป็นผู้ดูแลเทวสถาน โบสถ์พราหมณ์ และเสาชิงช้า ให้ความช่วยเหลือด้านการศาสนา บูรณะและส่งเสริมการศึกษาให้กับเยาวชน สนับสนุนกิจการด้านจริยธรรมและวัฒนธรรม

พระพรหม ประดิษฐานอยู่เทวาลัยด้านหน้าเทวสถาน
ภาพจาก www.marinerthai.com


พระอิศวร หรือ พระศิวะ ประดิษฐานอยู่ภายในสถานพระอิศวร
ภาพจาก www.devalai.com
ภายในเทวสถาน โบสถ์พราหมณ์
บริเวณลานเทวสถาน เมื่อเดินเข้ามาจากประตูทางเข้า จะมีเทวาลัยขนาดเล็ก เป็นที่ประดิษฐานเทวรูป พระพรหม (พระผู้สร้าง) ซึ่งตั้งอยู่กลางบ่อน้ำ สร้างขึ้นเมื่อ พุทธศักราช 2515

ภายในเทวสถาน จะมีโบสถ์อยู่ 3 หลัง คือ
1) สถานพระอิศวร (โบสถ์ใหญ่ อยู่ด้านหลังเทวาลัยพระพรหม) ก่อสร้างด้วยอิฐถือปูนไม่มีพาไล โบสถ์หลังนี้จะมีขนาดใหญ่กว่าหลังอื่นทุกหลัง หลังคาทำชั้นลด 1 ชั้น หน้าบันด้านหน้ามีเทวรูปปูนปั้นนูน รูปพระอิศวร (พระศิวะ) พระแม่อุมา และเครื่องมงคลรูปสังข์ กลศ กุมภ์ อยู่ในวิมาน ใต้รูปวิมานมีปูนปั้นเป็นรูปเมฆและโคนันทิ หน้าบันด้านหลังไม่มีลวดลาย

ภายในสถานพระอิศวร มีเทวรูป พระอิศวร (พระศิวะ) ทำด้วยสำริด ประทับยืนขนาด 1.87 เมตร ปางประทานพร โดยยกพระหัตถ์ทั้ง 2 ข้าง และยังมีเทวรูปขนาดกลางอีก 31 องค์ ประดิษฐานในเบญจา (ชุกชี)

ถัดไปด้านหลังเบญจา มีเทวรูป ศิวลึงค์ 2 องค์ ทำด้วยหินสีดำ ด้านหน้าเบญจามีชั้นลด ประดิษฐานเทวรูป พระพรหม 3 องค์ พระราชครูวามเทพมุนีเป็นผู้สร้าง เมื่อพุทธศักราช 2514 มี พระสรัสวดี 1 องค์ (พระแม่สุรัสวดี หรือ สรัสวตี นี้ นายลัลลาล ประสาททวยาส ชาวอินเดียเป็นผู้ถวาย เมื่อประมาณ 20 ปี มานี้)

สองข้างแท่นลด มีเทวรูป พระอิศวรทรงโคนันทิ และ พระอุมาทรงโคนันทิ เป็นศิลปะปูนปั้นโบราณมีมาแล้วก่อนสมัยรัชกาลที่ 5

ตรงกลางโบสถ์มีเสาลักษณะคล้ายเสาชิงช้า 2 ต้น สูง 2.50 เมตร สำหรับประกอบ พิธีช้าหงส์ในพระราชพิธีตรียัมพวาย-ตรีปวาย ในวันแรม 1 ค่ำ เดือนยี่ (พระอิศวร พระนางอุมา พระคเณศ) วันแรม 5 ค่ำ เดือนยี่ (พระนารายณ์) และวันแรม 3 ค่ำ เดือนยี่ (พระพรหม) พิธีช้าหงส์ในวันแรม 1 ค่ำ และวันแรม 5 ค่ำ เดือนนั้น เป็นพิธีที่มีมาแล้วตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 ส่วนในวันแรม 3 ค่ำ เป็นพิธีที่เพิ่งจัดให้มีขึ้นในรัชกาลปัจจุบัน ภายหลังจากที่พระราชครูวามเทพมุนี ได้จัดสร้างเทวรูปพระพรหมถวายเนื่องในมหามงคลสมัยวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 3 รอบ พระนักษัตร

พระพิฆเนศวร ประดิษฐานภายในสถานพระพิฆเนศวร
ภาพจาก www.devalai.com
2) สถานพระพิฆเนศวร (โบสถ์กลาง)
สร้างด้วยอิฐถือปูน มีพาไลทั้งด้านหน้าและด้านหลัง การก่อสร้างยังคงศิลปะอยุธยาที่สร้างโบสถ์ที่มีพาไล ตัวโบสถ์ไม่มีลวดลาย หลังคามีชั้นลด 1 ชั้น หน้าบันเรียบ ไม่มีรูปเทวรูปปูนปั้นเหมือนสถานพระอิศวร

ภายในโบสถ์มีเทวรูปพระพิฆเนศวร 5 องค์ ล้วนทำด้วยหิน คือ หินเกรนิต 1 องค์ หินทราย 1 องค์ หินเขียว 2 องค์ ทำด้วยสำริด 1 องค์ ประดิษฐานบนเบญจา ประทับนั่งทุกองค์ องค์หนึ่งมีขนาดสูง 1.06 เมตร เป็นประธาน ประดิษฐานอยู่ข้างหน้า องค์บริวารอีก 4 องค์ ขนาดสูง 0.95 เมตร

เรื่องและภาพจาก : เว็บไซต์เทวสถาน http://devasthan.org
และเว็บไซต์คลังปัญญาไทย http://www.panyathai.or.th

พระนารายณ์ หรือ พระวิษณุ
ประดิษฐานอยู่ภายในสถานพระนารายณ์
ภาพจาก www.devalai.com
---------------- อ่านเรื่องเทพเจ้าเพิ่มเติม ----------------
กลับไปที่หน้าแรก-องค์เทพ
ศาสนาพราหมณ์ ศาสนาฮินดู เทพเจ้าอินเดีย
พระพรหม ท้าวมหาพรหม พระพรหมเอราวัณ ศาลพระพรหม
พระวิษณุ พระนารายณ์ พระนารายณ์ทรงครุฑ นารายณ์สิบปาง
พระศิวะ พระอิศวร , พระราม รามเกียรติ์ รามายณะ ,
พระกฤษณะ ภควัทคีตา มหาภารตะ ,
ครุฑ พระยาครุฑ พญาครุฑ , พญานาค พระยานาค 
พระแม่อุมาเทวี เจ้าแม่อุมาเทวี , พระแม่กาลี เจ้าแม่กาลี ,
พระแม่ทุรคา เจ้าแม่ทุรกา , พระตรีมูรติ
พระแม่ลักษมี เจ้าแม่รัศมี พระนางลักษมี พระลักษมี ,
พระแม่สรัสวตี พระสรัสวดี พระแม่สุรัสวตี พระสุรัสวดี ,
พระขันทกุมาร พระขันธกุมาร ,
หนุมาน พระหนุมาน , พระอินทร์ พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ 
ท้าวจตุโลกบาล - เทพผู้รักษาประจำทิศ เทพประจำทิศ ,
ท้าวเวสสุวัณ ท้าวเวสสุวรรณ ท้าวกุเวร 
พระแม่คงคา แม่น้ำคงคา เมืองพาราณสี ประเทศอินเดีย
พระแม่ธรณี , พระแม่โพสพ
2) สถานพระนารายณ์ (โบสถ์ริม)
สร้างด้วยอิฐถือปูน มีพาไลทั้งด้านหน้าและด้านหลัง การก่อสร้างทำเช่นเดียวกับสถานพระพิฆเนศวร ภายในทำชั้นยกตั้งบุษบก 3 หลัง

หลังกลางจะประดิษฐาน พระนารายณ์ หรือ พระวิษณุ ทำด้วยปูน ประทับยืน ตรงกลางโบสถ์มีเสาลักษณะคล้ายเสาชิงช้าขนาดย่อม สำหรับประกอบพิธีช้าหงส์ สูง 2.50 เมตร เรียกว่า "เสาหงส์"

นอกจากนี้ยังมี หอเวทวิทยาคม อยู่ภายในโบสก์พราหม์อีกด้วย ซึ่งจัดเป็นห้องสมุดเฉพาะกิจ เก็บรวบรวมสรรพวิชาการต่างๆ เกี่ยวกับวรรณคดี พิธีกรรม ประวัติศาสตร์ทางศาสนาพราหมณ์ โหราศาสตร์ วัฒนธรรมประเพณี และยังเป็นที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา บำเพ็ญกุศล แสดงพระธรรมเทศนา ปาฐกถา อภิปรายสนทนา และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันและกันตามโอกาสอันควร หอเวทวิทยาคมแห่งนี้เป็นศูนย์ศึกษา ค้นคว้า วิจัย และรวบรวมสรรพวิทยาการด้านประเพณีและพิธีกรรมแห่งหนึ่งในประเทศไทย เปิดให้ประชาชนเข้าไปค้นคว้าเพื่อศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับศาสนาพราหมณ์-ฮินดู 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

หน้าที่ของพระสงฆ์

พระพรหมเมธีเปลี่ยนไป๋ !

เปิดตำนาน...เทพเจ้าองค์แรก พระศิวะ...มหาเทพแห่งจักรวาล